บทที่ 9 บทที่ 7 เจ็บแล้วจำ
บทที่ 7 เจ็บแล้วจำ
“คุณธันครับ คุณควรไปคุยกับอดีตของคุณให้รู้เรื่องไม่ใช่ให้เขามานั่งรอแดดร้อนเป็นวัน ๆ แบบนี้…”
เสียงของธนิกแม้จะเบาแบบที่กระซิบคุยกันกับแค่ธันยวีร์เพียงสองคน แต่ก็ใช่ว่าคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่จะไม่ได้ยิน
“ใครจะเป็นหรือตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับธัน” คำตอบของเลขาสาวทำให้มุมปากของเจ้านายยกขึ้น
อวัชยกใบหน้าที่ก้มอยู่เงยขึ้นไปมองคนที่นั่งเรียงเอกสารเป็นตั้ง ๆ ให้กับเขา และเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนมอง ธันยวีร์ก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาเจ้านายเช่นกัน และเธอก็รวบข้าวของออกไปด้านนอกด้วยแรงคนเดียวไม่ขอพึ่งพาธนิกที่ปรี่เข้าไปช่วยเหลือ
“คุณธันโกรธผมเฉยเลยครับ” และธนิกก็เดินไหล่ห่อกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง
“มันเรื่องส่วนตัว” อวัชบอกเสียงเรียบสายตายังคงจับจ้องมองไปด้านนอกกระจก
“ผมแค่บอกเฉย ๆ ว่าให้ไปคุยกับอดีตแฟน ไอ้หนุ่มนั่นก็เหลือเกินนั่งตั้งแต่แปดโมงเช้ายันหกโมงเย็น ขนาดเมื่อคืนเราเลิกงานดึกออกไปสามทุ่มผมยังเจออยู่เลย” เจ้านายไม่รู้เรื่องนี้เพราะเขาไม่ได้สนใจว่าใครจะมานั่งรอใคร
“ผู้หญิงก็ขี้งอนแบบนี้แหละ ฉันถึงบอกแกไงถ้าคิดจะมีเมียสักคนต้องเอาให้อยู่หมัด”
“ผมไม่อยากจะคิดเลยถ้าตัวเองเจอเมียอย่างคุณธันผมตายแน่ ผิดหนึ่งครั้งไม่เอาคือไม่เอาเลยจริง ๆ ไอ้หนุ่มนั่นคุกเข่าแทบจะกราบเท้า คุณธันสะบัดก้นขึ้นรถไปเฉย ๆ แถมยังขับเหยียบเท้าไปทีหนึ่งด้วย” ธนิกกระซิบกระซาบเล่าเป็นฉาก ๆ
อวัชรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเสียอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธที่จะรับฟังเมื่อธนิกอยากบอกเล่าในสิ่งที่รู้มาเขาก็ยินดีจะรับฟัง
“แปลกตรงไหนก็เรื่องใหญ่มันเป็นเรื่องใหญ่ และคนอย่างธันยวีร์ไม่มีทางรับได้…” สิ่งที่เจ้านายเอ่ยออกมามันเป็นความจริงที่ธันยวีร์เป็นคนแบบนั้น เลขาหนุ่มขยับกายเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน
“มันไม่ใช่ทุกคนหรอกครับคุณวัชที่จะเลิกง่าย ๆ เรือนหอกำลังสร้าง ฤกษ์ก็มีแล้ว การ์ดแต่งงาน ของชำร่วยก็เหมือนว่าจะไปดูแล้ว คงเหลือแต่ชุดแต่งงานที่ยังสรุปไม่ได้ และก็พรีเวดดิ้ง ผิดหนึ่งครั้งเลิกจบหมดไม่สนไม่แคร์มันจะได้ยังไง ผู้ใหญ่อีก...”
“ธันมีแม่คนเดียวและก็อยู่ต่างประเทศ เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เธอหัวสมัยใหม่” อวัชพูดไปตามที่เห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายปีธันยวีร์เป็นคนแบบไหน
“แต่...” ธนิกกำลังจะอ้าปากแย้งเจ้านาย แต่ก็ต้องหุบปากฉับเพราะคนที่กำลังตกอยู่ในหัวข้อการสนทนาระหว่างเราเปิดประตูเข้ามา
ธันยวีร์รู้ว่าธนิกคงจะรายงานเรื่องของเธอกับเจ้านาย แต่เธอก็ไม่สนใจหรอก ใครจะพูดอะไรไปก็พูด ไม่สนไม่แคร์ของจริง
“อีกสิบนาที เดินทางนะคะคุณวัช” และเลขาสาวก็ปิดประตูห้องทำงาน และไม่ใช่ธนิกเท่านั้นที่ถอนหายใจโล่งอก อวัชก็เผลอถอนหายใจโล่งอกเหมือนกัน
“รังสีอำมหิตน่ากลัวมากครับ ผมไปรอที่รถนะครับ” อวัชพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นหยิบสูทที่แขวนไว้มาใส่อย่างเร่งรีบ เพราะกลัวว่าคนข้างนอกจะรอนานแล้วเกิดหงุดหงิดขึ้นมาจะเสียการเสียงานได้
Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic สีดำสวมป้ายทะเบียนสีแดงกำลังวนลงมาจากลานจอดรถชั้นบนเพื่อเดินทางไปเซ็นสัญญาเปิดธุรกิจแห่งใหม่
ธันยวีร์ยื่นไอแพดให้กับเจ้านายที่นั่งข้างซ้ายมือเธอเพื่อให้ดูรายละเอียดที่เขาสั่งให้เธอแก้ไขใหม่อีกที ตัวเธอเองนั่งหลังคนขับ และคุณธนิกก็นั่งด้านหน้าคู่คนขับ
“ระวัง!”
แต่จู่ ๆ คุณธนิกก็ร้องขึ้นเสียงดัง และมือหนาของเจ้านายก็จับต้นคอเธอและกดให้หลบลง ธันยวีร์ตกใจมากยังไม่ทันที่จะตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ รถยนต์ก็เบรกกะทันหันจนหญิงสาวทำไอแพดหล่นลงไปที่พื้นตรงเท้าเจ้านายพอดี
“มีอะไรรึเปล่าคะ”
เหมือนว่าจะได้ยินเสียงดังโครมหนึ่ง แน่นอนว่าคนขับรถต้องขับชนเข้ากับอะไรสักอย่าง ธันยวีร์เอื้อมมือไปหยิบของที่ตัวเองทำหล่น ก่อนจะมองไปที่ด้านหน้ากระจกรถยนต์และเมื่อเห็นชัด ๆ ว่ารถยนต์ของเจ้านายชนกับอะไรอุณหภูมิในร่างกายเธอถึงกับเดือดปุด ๆ
“คุณธันครับ…”
“ขอเวลาธันไม่เกินสิบนาที”
เลขาสาวไม่รอให้เจ้านายอนุญาตเธอเปิดประตูลงไปพร้อมกับไอแพดในมือ
อวัชมองตามไป ริมฝีปากหยักยิ้มหยัน ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะข้อมูลที่จะใช้ประชุมทุกอย่างอยู่ในนี้ ถ้าเขาที่เป็นเจ้านายจะทิ้งเธอไว้ตรงนี้การประชุมก็คงจะไม่มีอะไรไปพรีเซนต์ลูกค้าเลย
สิบนาทีเท่านั้นและเมื่อธันยวีร์กลับขึ้นรถมาเขาจะเฉ่งเธอ! ที่ให้เขามานั่งรอลูกจ้างเคลียร์ปัญหากับแฟน!
“นายเดินมาให้รถชนเพราะฉะนั้นจะไม่มีการรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น พูดธุระของนายมาฉันมีเวลาให้สิบนาที”
ทันทีที่ธันยวีร์ลงจากรถยนต์ได้เธอก็สาดน้ำคำใส่คนที่เดินกะเผลกเข้ามาหาในทันที และก็ได้สายตาตัดพ้อมองตรงมา หญิงสาวสบดวงตาคู่นั้นกลับไปและยกมือขึ้นกอดอก
“ผมขอโทษธัน คุณให้โอกาสกันบ้างไม่ได้เหรอ เรื่องมันเล็กน้อยและผมยืนยันว่าไม่ได้คิดจริงจังกับผู้หญิงคนนั้น” ร่างสูงโปร่งของหนุ่มตี๋ที่สภาพวันนี้ดูไม่ได้เลยด้วยซ้ำก้าวเท้าเดินเข้ามาหมายจะแตะเนื้อต้องตัวธันยวีร์
หญิงสาวขยับกายเดินมาชิดติดประตูรถยนต์ ที่จริงเธอไม่ได้อยากจะพูดให้ใกล้ ๆ รถที่มีเจ้านายนั่งอยู่ในนี้ แต่ใจก็ไม่กล้าที่จะเดินไปคุยที่อื่นที่มันห่างไกลผู้คนที่เธอสามารถไว้ใจได้
“เราคุยกันจบแล้วต่อให้นายขอโทษฉันอีกกี่ครั้งเราก็ไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม ฉันพูดชัดเจนแล้ววันนี้นายมาทำแบบนี้ทำไม?”
ธันยวีร์สาดคำใส่รัว ๆ และเมื่ออีกฝ่ายเงียบไปเธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทางขึ้นลานจอดรถยนต์ มันน่าแปลกที่ไม่มีรถสักคันขับผ่านมาทางนี้เลย
“ผมอยากขอโอกาส ธันผมอยากเริ่มใหม่ ผมขอโทษนะธันผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ” ตีรวัตรร้องไห้ออกมา เขาเหมือนจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีธันยวีร์ สองขาแทบยืนไม่ไหวเมื่อเห็นท่าทีหมางเมินและเฉยชาของคนที่เคยรักกัน
“นายเอากันสามครั้ง สามครั้งเลยนะเพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ความผิดพลาด ขณะที่เอากันก็มีสติสัมปชัญญะครบ ไม่ได้เมาเหล้าขณะที่สมสู่กับผู้หญิงคนนั้น นายหลอกฉันว่าไปทำงานต่างจังหวัดแต่ไปนอนเอากันบนเตียงที่จะใช้เป็นเรือนหอ” เธอสูดลมหายใจเข้าปอดแม้จะเห็นหยดน้ำตาสีใสไหลรินออกจากดวงตาที่เธอเคยมองแล้วรู้สึกว่ามันอบอุ่นนักหนา โพรงอกของเธอบีบแน่นมันเจ็บปวดไปหมดจริง ๆ
“ผมไม่ได้ตั้งใจธัน...” ธันยวีร์หัวเราะออกมาก่อนมองเมินไปทางอื่น
“นายคิดมาอย่างดีเลยละไม่ใช่ไม่ได้ตั้งใจอย่างที่ปากพูด ในเมื่อรักจะเหี้ยแล้วจะกลัวเสียใจทำไม?” ตั้งแต่คบกันมาธันยวีร์ไม่เคยพูดหยาบคายกับตีรวัฒน์สักครั้ง ไม่ว่าตอนที่จับได้ว่าเขาทรยศหักหลังเธอก็ไม่เคยพูดแต่ตอนนี้...
“ตีรวัฒน์ต่อให้นายตายฉันก็ไม่ยกโทษให้ นายนอกใจฉันทำลายความรักของเรา วันนี้มาขอโอกาสจากฉันคนที่นายหักหลังอย่างเลือดเย็นนายคิดว่าฉันจะให้โอกาสนายงั้นเหรอ? แน่นอนว่าต่อให้นายตายฉันก็ไม่ยกโทษให้”
ธันยวีร์มองหน้าอดีตแฟน เมื่อเห็นน้ำตาเขาไหลออกมาเป็นสายทั้งที่ธันยวีร์ควรจะเป็นฝ่ายที่ร้องไห้ แต่ทำไมคนที่ตั้งใจทำลายความรักจนพังไม่เหลือชิ้นดีถึงได้ดูเป็นคนที่เสียใจที่สุด หัวใจของเธอเจ็บปวดเกินจะรับไหวแล้วจริง ๆ
“นายบอกแม่ฉันว่าที่นายทำแบบนี้เพราะฉันไม่มีเวลาให้นายเลย ตีรวัฒน์ฉันจะบอกนายให้นะ สามปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยมีเวลา นายเข้ามาในชีวิตฉันนายก็รู้ดีว่าฉันสามารถให้นายได้ทุกอย่างยกเว้นเวลา และนายเองไม่ใช่เหรอที่รับมันได้และคุกเข่าขอร้องให้ฉันรับรักนาย เพราะฉะนั้นข้อนี้อย่าเอาเรื่องนี้มาอ้างให้ฉันดูแย่!”
เหมือนว่าธันยวีร์จะมองโลกได้กว้างขึ้นทันทีที่รู้ความจริงจากเรื่องที่อดีตแฟนทำลับหลังเธอ
“เพราะคุณทุ่มเทให้กับงานจนลืมใส่ใจผม! ทำไมคุณไม่คิดถึงข้อนี้บ้าง อะไร ๆ ก็เจ้านายคุณจะตีหนึ่งตีสองมันโทร. มาคุณก็ต้องออกไป ธันทำไมคุณเห็นแก่ตัวทั้งที่เราจะแต่งงานกันอยู่แล้ว ผมชวนคุณไปดินเนอร์แต่คุณต้องไปเอาสูทให้เจ้านาย คุณคิดบ้างไหมว่าผมจะรู้สึกยังไง นี่ผมก็แค่หลงไปชั่ววูบไม่ได้คิดจะทำลายความรักของเรานะธัน!!”
คำพรรณนาที่พรั่งพรูออกมาของตีรวัฒน์ ธันยวีร์รับฟังด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่กลางอก การนอกใจของเขามันมาจากการทำงานของเธองั้นเหรอ ก็เธอต้องหาเงินแล้วจะให้ทำอะไรได้อีก! หญิงสาวยิ้มทั้งที่กระบอกตาร้อนผ่าว ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!!
“นายก็เลยต้องไปเอากับเซลที่ขายเรือนหอให้เรางั้นสิ นี่คือวิธีการจัดการความรักในแบบฉบับของนายงั้นเหรอ…สารเลวดีนะ เอาเถอะไม่ว่านายจะคิดยังไงมันไม่ได้สลักสำคัญกับฉันแล้ว และฉันรู้ว่าที่นายยืนอยู่ตรงนี้เหตุผลจริง ๆ มันเพราะอะไร” มันชัดเจนทุกอย่างแล้วจริง ๆ
ธันยวีร์หมุนตัวเปิดประตูรถยนต์ก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบบางอย่างออกมา และปามันใส่อกของตีรวัฒน์ หลังจากนั้นเธอก็หันมาจับประตูรถยนต์แทน
หญิงสาวมองไปที่อดีตแฟนด้วยดวงตาที่คนโดนมองหายใจไม่ออกเพราะธันยวีร์เหมือนมานั่งอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของตีรวัฒน์
“ในนั้นมีเงินสดอยู่ประมาณแสนหนึ่ง กดออกไปก่อนสองทุ่มวันนี้เพราะฉันจะระงับบัตร แล้วจำไว้นะว่าอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ถ้านายยังวุ่นวายไม่เลิก ฉันจะส่งเรื่องร้องเรียนไปยังบริษัทนายที่ญี่ปุ่น” ดวงตาของธันยวีร์มองตรงไปที่ตีรวัฒน์เพื่อยืนยันในสิ่งที่พูด
“คุณรับปากสิธันว่าจะไม่หักหลังผม!” ท่าทางก้มลงไปเก็บบัตรแบล็กการ์ดมันเหมือนกับหัวใจของธันยวีร์โดนเฉือนจนขาดครึ่ง ขาทั้งสองข้างของเธอชาหนึบ ก่อนที่หญิงสาวจะหัวเราะออกมา
ทุกสิ่งทุกอย่างปรากฏชัดเจนแล้วชัดเจนอีกว่าตัวตนที่แท้จริงของตีรวัฒน์เป็นผู้ชายเช่นไร
“มันก็อยู่ที่การกระทำของนายนะ แต่ไม่ต้องกังวลหรอกคนอย่างฉันไม่สับปลับหน้าไม่มียางเหมือนนาย!”
