บทที่ 3 3
เธอคือผู้หญิงที่เขาหลงรักมาหลายปีและพบกันที่ดอยสุขใจแห่งนี้ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเป็นคุณหมอที่ทำคลอดให้ เป็นเด็กหญิงตัวอ้วนจ้ำม่ำ หน้าตาน่าเกลียดน่าชัง ต่อมา คุณแม่มือใหม่ก็ตั้งชื่อให้ลูกสาวตัวน้อยว่า ‘เดซี่’
ทว่า เวลานี้เธอคนนั้นแต่งงานกับพ่อของลูกและย้ายตามสามีไปอยู่ที่อเมริกาเมื่อเดือนก่อน ครองฤทธิ์ยอมรับความปราชัยครั้งนั้น เข้าใจในเหตุผลที่ว่าความรักบังคับกันไม่ได้ เขาจึงเลือกที่จะเป็นคนแพ้อย่างมีศักดิ์ศรี
น่าแปลกใจที่การสูญเสียผู้หญิงที่แอบรักมาเกือบเจ็ดปี กลับไม่ได้ทำให้เขาปวดใจจนเป็นบาดแผลลึกเหวอะหวะอย่างที่คิด ในที่สุด เขาก็ผ่านมันมาได้ ครองฤทธิ์พ่นลมหายใจฟืดฟาด ยกแขนแกร่งกำยำขึ้นกอดอกตัวเองเอาไว้เพื่อขับไล่ความเหน็บหนาวจากสายลมที่สาดเทมาปะทะกายแกร่งในค่ำคืนนี้
แม้เป็นเวลาเพียงทุ่มเศษ แต่บนยอดดอยสุขใจที่มีความสูงระดับเหนือน้ำทะเลร่วมพันเมตร บรรยากาศโดยรอบเรือนเงียบสงบจนได้ยินเสียงหวีดหวิวของสายลมสลับแทรกกับเสียงแมลงกลางคืน ดวงตาคู่คมปราดมองไปที่แท่งเทอร์โมมิเตอร์ซึ่งเป็นชนิดปรอทที่เขานำมาติดเอาไว้ที่ข้างฝาเรือนไม้บริเวณริมระเบียง ของเหลวในแท่งแก้วกำลับบอกตัวเลขอุณหภูมิเริ่มดำดิ่งเหลือเพียงแค่สิบสององศาเซลเซียส
เขาค้นพบว่าคืนนี้ตัวเองกำลังหนาวกายมากกว่าความรู้สึกเสียดหนาวหัวใจ พอคิดถึงใบหน้าหวานแอร่มของคนที่ขอให้เขาแต่งงานด้วย แต่แทบจะกระโดดหนีออกจากห้องหอทุกคืน แล้วทำว่าจะขาดใจตายให้ได้เมื่อต้องนอนร่วมเตียงเดียวกัน ทำให้ครองฤทธิ์คิดถึงคำทำนายที่สองของแม่หมอสร้อยทอง แม่หมอนักพยากรณ์ชื่อดังที่เล่าลือว่าแม่นราวกับมองเห็น เธอเป็นคนไข้ที่เข้ารับการรักษากับเขาในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ ก่อนที่เขาจะกลับมาทำงานบนดอย
คนไข้รายนี้มีอาชีพเป็นหมอดูชื่อดังที่คุ้นหน้าคุ้นตาจากการรับเชิญไปออกรายการทีวี เธอมาพบเขาเพราะป่วยด้วยโรคปวดท้องประจำเดือน หลังจากการซักประวัติ พบว่าเธอมีเลือดออกระหว่างเดือนบะยครั้ง มีอาการปัสสาวะติดขัดบะย จนนำไปสู่การวินิจฉัยและค้นพบเนื้องอกในมดลูกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสองเซนติเมตร
เขาและคนไข้ตกลงจะทำการรักษาโดยเลือกใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านการส่องกล้อง ซึ่งเป็นวิธีที่ลดภาวะแทรกซ้อนในการติดเชื้อและทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไว ก่อนกลับขึ้นดอย เขาไปเยี่ยมไข้เธอแล้วถือโอกาสลาคนไข้ เธอชื่นชมในฝีมือการผ่าตัดของเขาที่แทบจะไม่เห็นร่องรอยของการผ่าตัด ระหว่างสนทนา เขาถูกขออนุญาตคว้ามือไปจับ ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนเงยมองหน้าเขา พลางเบิกตาขึ้นแล้วส่งยิ้มให้อย่างคนใจดีก่อนจะทักขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
“คุณหมอ เสียของรักไปแล้วใช่ไหมคะ แต่ไม่ต้องเสียใจนะคะ คุณหมอเป็นคนดี มีเทพอุ้มสม กำลังจะได้เจอคู่แท้”
“คู่แท้หรือครับ”
ครองฤทธิ์หรี่ตามองคนไข้ที่ถือวิสาสะมาดูดวงให้ทั้งที่เขาไม่ได้ร้องขอ ด้วยสภาพที่ต้องนอนพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลมาหลายวัน ครองฤทธิ์จึงไม่คิดจะถือสาหาความ เขาต้องขืนสีหน้าให้ตึงเรียบไม่ให้หลุดขำพรืดออกมาต่อหน้าคนไข้ที่บอกว่าเขากำลังจะได้พบคู่แท้ เพราะจะเป็นการเสียมารยาท
แต่ในเวลานี้ เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ถูกทักทีไร เขาก็อดยิ้มมุมปากไม่ได้ คุณหมอหนุ่มกดน้ำเสียงต่ำลง แล้วแค่นยิ้มออกมา
“คู่แท้ของฉันคือเธอจริงเหรอสีตลา”
วันนี้ เขาเหนื่อยมากหลังจากกลับมาเริ่มงานที่โรงพยาบาลเล็กๆ แห่งเดียวบนยอดดอย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลซึ่งพ่วงตำแหน่งสูตินรีแพทย์อย่างเขาจำเป็นต้องสะสางงานมากมายที่ค้างเอาไว้ก่อนจะไปช่วยงานที่โรงพยาบาลของบิดาในกรุงเทพฯ
แล้ววันนี้ยังมีเคสที่ราวกับจะรอต้อนรับการกลับมาของคุณหมอหนุ่ม หมอครองฤทธิ์ลงมือทำคลอดให้กับหญิงชาวเขาถึงสามรายในวันเดียวกัน แต่พอได้เห็นทารกน้อยๆ ได้ออกมาลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย คุณหมอหนุ่มกลับคลายความเหน็ดเหนื่อยนั้นไปได้หลายส่วน
กระนั้นเอง ไม่รู้ว่าเหตุใดหลังจากเสร็จงานที่โรงพยาบาล ผ่านมาสองชั่วโมงที่เขาพาตัวเองกลับมาถึงบ้านซึ่งเปรียบเสมือนเรือนหอชั่วคราว ยังไม่เห็นหน้าของสีตลา ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียด้วยการผ่านพิธีแต่งงานเล็กๆ เรียบง่าย โดยมีผู้ใหญ่บ้านมาทำหน้าที่เรียกขวัญให้บ่าวสาวเป็นภาษาล้านนา
ครองฤทธิ์มองฝ้ายสีขาวหรือฝ้ายไหมมือที่ผูกไว้บนข้อมือให้บ่าวสาว ‘หื้อฮักกั๋น’ เขาจะตัดออกตั้งแต่ผ่านพิธีในคืนแรก แต่ถูกผู้ใหญ่ทัดทานว่าห้ามตัด
จนบัดนี้ผ่านมานานนับสัปดาห์ เขาจะใช้สีตลาแกะออกจากข้อมือให้หมด แต่เจ้าหล่อนยังไม่เยี่ยมกรายเข้ามาให้เห็นหน้า สร้างความหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งวันนี้ เขาไปทำคลอดให้ชาวเขา และรับรู้บางเรื่องมาทำให้อยากจะเจอหน้าเธอ ดวงหน้าหล่อเหลาฉายสีหน้าแปลกๆ มาวูบเดียวเมื่อนึกถึงข่าวที่เข้าหูก่อนจะจางหายไป
จะว่าไป เขากวาดสายตามองหาเธอตั้งแต่ผลักประตูเข้ามาในบ้าน หลังวางกระเป๋าเอกสารลง จนเวลานี้ ร่างสูงกำยำอาบน้ำจนเสร็จเรียบร้อยอยู่ในชุดเสื้อคอจีนทำจากผ้าฝ้ายทอมือสีงาช้าง สวมกางเกงสีเดียวกัน ออกมายืนรับลมชมดาวแต่ก็ยังไม่เห็นแม่ตัวดี
“หายหน้าไปไหน ผัวกลับเข้าบ้านยังไม่รีบมาทำหน้าที่อีก”
ปกติหมอครองฤทธิ์เป็นคนพูดจาสุภาพ ไม่เว้นแม้แต่ชาวบ้านยากจนที่เขาเดินทางเข้าไปตรวจเยี่ยมในหมู่บ้านทุรกันดาร แต่เพราะเขารู้ดีว่าสีตลาไม่ชอบให้เขาใช้คำแทนตัวว่า ‘ผัว’ ที่หมายถึงคู่ครองในภาษาที่ชาวบ้านนิยมเรียกกัน ครองฤทธิ์จึงหัดแทนตัวด้วยคำนี้เอาไว้ให้ชินปาก เพื่อจะได้เห็นใบหน้าเนียนใสแดงแจ๋เกิดอาการเลือดฝาดฉีดพุ่งขึ้นมาแทบจะทันทีในทุกครั้งที่เขาแทนตัวว่าเป็น
‘ผัวของเธอ’
