บทที่ 4 4

ร่างสูงก้าวออกจากเรือนหอที่ปลูกขึ้นอย่างเรียบง่ายเป็นที่อยู่ชั่วคราว แล้วเดินตามกลิ่นหอมที่ลอยลิ่วตามลมมาปะทะจมูก ดวงตาคมแฝงรอยยิ้มแค่ได้สัมผัสกลิ่นฟุ้งหอมมาตามลมก็เรียกน้ำย่อยจากกระเพาะเขาได้มาก ครองฤทธิ์รับรู้ว่าน่าจะเป็นอาหารที่ตนกำลังอยากกิน หลังจากที่กลับไปใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ มาหลายเดือน เขาเองไม่เคยเห็นชื่อของอาหารชนิดนี้บรรจุอยู่ในเมนูอาหารของภัตตาคารหรือร้านอาหารใดมาก่อน เมื่อเช้าขณะที่เขากำลังเปิดประตูรถยนต์ฟากคนขับ ผู้เป็นแม่ยายรีบเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มด้วยท่าทีเอาอกเอาใจ

“คุณหมอเจ้า แลงนี้อยากกิ๋นอะหยังเป๋นพิเศษก่อ แม่จะหื้อสีตลามันเกียมไว้หื้อ” (คุณหมอ เย็นนี้อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม แม่จะให้สีตลามันเตรียมไว้ให้)

นางสีนวลกล่าวอย่างเอาอกเอาใจลูกเขย การที่หมอครองฤทธิ์มาสู่ขอลูกสาวนาง แม้จะจัดพิธีเล็กๆ เรียบง่ายแต่กลับสร้างความภูมิใจจนนางคุยฟุ้งไปทั่วว่าได้หมอครองฤทธิ์มาเป็นเขย เพราะเขาเป็นที่รักของผู้คนในละแวกนี้ ใครๆ ก็ต่างชื่นชมและยินดีกับนางศรีนวลกันทั้งนั้น แม้บางครั้งนางจะนึกแปลกใจว่าสีตลาลูกสาวนางไปชอบพอกับหมอครองฤทธิ์ตอนไหน แต่เมื่อหมอมาขอและสีตลาตอบรับ นางก็ยินดียกให้

หมอครองฤทธิ์เป็นคนมีเหตุผล ในสายตาของเขา คนในครอบครัวของสีตลาเป็นคนดี พวกเขาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือผลักดันให้สีตลาตามไปไล่จับเขา จนเธอต้องเดินเข้ามาอยู่ในแผนการเสียเอง

พอเห็นนางศรีนวลถามว่าอยากกินอะไร หมอครองฤทธิ์เลิกคิ้วอย่างนึกอะไรสนุกขึ้นมา แม่ตัวดีแสร้งทำทีเป็นนอนหลับเมื่อตอนเขาตื่นขึ้นมา เพราะฉะนั้น เมื่อละเลยหน้าที่ภรรยาที่ดี เขาต้องหางานให้สีตลาทำเสียหน่อย

“ถ้าไม่ลำบากเกินไป ผมอยากจะกินขนมจีนน้ำย้อย ฝีมือสีตลา ถ้าเธอตื่นแล้ว ฝากคุณแม่บอกให้เธอทำไว้รอผมด้วยนะครับ”

“ได้เจ้าคุณหมอ แม่จะบอกหื้อ รับรองปิ๊กมา คุณหมอต้องได้กิ๋นแน่” (ได้ค่ะคุณหมอ แม่จะบอกให้ รับรองกลับมา คุณหมอต้องได้กินแน่) ศรีนวลรีบรับคำยิ้มหน้าระรื่นอย่างเอาใจลูกเขย

“ขอบคุณครับ”

มาถึงตอนนี้เมื่อไม่พบสีตลาที่เรือน บวกกับกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ไม่ต้องคิดให้มากความ สีตลาต้องมาหมกตัวอยู่ในครัวซึ่งปลูกแยกออกมาจากตัวบ้าน ขายาวก้าวอาดๆ ไปตามเส้นทางรอบสระบัวโค้งมนที่พ่อตาขุดขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้รดผักที่ปลูกไว้หลังบ้านยามน้ำแล้ง สระบัวที่ขุดขึ้นเอง ภายในกลับมีดอกบัวแดงบานสระพรั่งในยามกลางวัน และบัวราตรีที่เบ่งบานยามแสงจันทร์สาดแสงลงมาอาบไล้

ภายในครัวไทยที่ปลูกด้วยไม้สักซึ่งบิดาของสีตลาปลูกมันไว้ตั้งแต่อยู่ในวัยหนุ่ม ผ่านมาหลายสิบปีจึงตัดมันมาปลูกเรือนหอพร้อมทำห้องครัวแบบที่ประหยัดทั้งงบประมาณแล้วยังดูสวยงามให้กับลูกสาว ใบหน้าสวยหวานกำลังมองจ้องลงไปในหม้อน้ำร้อนแล้วรีบตักขนมจีนเส้นสดที่ลอยขึ้นมาแล้วนำออกแช่น้ำ ก่อนจะสาวขึ้นจากน้ำเย็นจากนั้นจับเป็นกลุ่มพอดีคำ

ดวงหน้าพริ้มเริ่มมันเยิ้ม มีเหงื่อผุดพรายเพราะวุ่นกับการทำน้ำพริกน้ำย้อยเสร็จก็เริ่มมาทำขนมจีนเส้นสด และหลังจากนี้ยังต้องเตรียมผักลวก ส่วนน้ำเงี้ยวนั้น เธอปรุงเสร็จไว้ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่าย อาหารจานโปรดของใครคนหนึ่งจึงทำให้สีตลาวุ่นวายเกือบทั้งวัน จึงไม่เห็นว่าใครคนนั้นที่กำลังนึกหมั่นไส้พาร่างสูงใหญ่เข้ามาในครัว

สายตาของเขาจ้องไปที่หญิงสาวต่างวัยอย่างเปิดเผยพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นสีตลาใช้มืออีกข้างกำลังทำหน้าที่กวนแป้งข้าวเจ้าที่หมักและผสมไว้แล้วตามสูตรอย่างขะมักเขม้น ก่อนจะโรยแป้งลงไปในหม้อน้ำร้อนต้มเดือด

สีตลาต้องการเอาใจแม่จนต้องเหนื่อยให้กับคำขอของคนที่ได้ชื่อว่าสามี มีเพียงเธอและเขาที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร การแต่งงานครั้งนี้มันจอมปลอม เธอกับเขาไม่ได้รักกัน แค่มีภารกิจร่วมกัน

แต่ลูกเขยตัวดีของแม่ยายดันบอกแก่มารดาของเธอเมื่อเช้าก่อนที่เขาจะออกไปทำงานว่านึกอยากกิน ‘ขนมจีนน้ำย้อย’ เน้นย้ำว่าต้องเป็นฝีมือเธอ มารดาที่ไม่รู้เรื่องราวคิดว่าเธอกับเขารักกันปานจะกลืนจนเกิดวิวาห์สายฟ้าแลบ อยากเอาใจลูกเขยจึงไล่ให้เธอทำขนมจีนน้ำย้อยเอาใจสามีตั้งแต่เช้า

“หมอผีบ้า อยากกิ๋นคนเดียว เดือดฮ้อนคนอื่น” (หมอบ้า อยากกินเอง เดือดร้อนคนอื่น) ถึงปากจะบ่นแต่มือของหญิงสาวก็ระวิงจัดกลุ่มขนมจีนสีสวยลงจาน แล้วสังเกตว่าที่จัดเป็นกลุ่มพอดีคำไว้ได้เกือบสิบคำ พอหันมาอีกทีกลับเหลือขนมจีนเพียงไม่กี่คำ

สีตลาปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นเป็นเม็ดบนหน้าผาก พลางยิ้มผุดพราวทำให้ใบหน้าหวานอยู่แล้วยิ่งชวนน่ามองมากขึ้นอีก คนที่ทำให้เธอยิ้มออกแต่ดุไม่ออกไม่ใช่ใคร แต่เป็นน้องสาววัยห้าขวบลูกหลงของพ่อและแม่ที่มีอายุห่างจากพี่สาวร่วมยี่สิบปี

หญิงสาวย่อตัวลงไปส่ายหน้ายิ้มๆ ให้กับแม่คนเจ้าเล่ห์ที่อาสาจะมาเป็นผู้ช่วยตัวน้อย แต่ดูทรงแล้วมาเป็นผู้ช่วยกินมากกว่า เด็กน้อยกำลังหยิบขนมจีนสีชมพูหย่อนใส่ปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ พลางบ่นอุบอิบว่า

“ลำแต้ๆ เจ้า” (อร่อยมากๆ ค่ะ) เด็กหญิงยิ้มแป้น นอกจากสีสันสวยงาม ความหนึบเหนียวของเส้นขนมจีนที่ทำใหม่ๆ ทำให้เด็กหญิงอยากจะกินอีก

“ลูกต๋าวเจ้า เอื้อยสีตลาสอนแล้วใจ้ก่อเจ้า ว่าห้ามหยิบของคนอื่นกิ๋นก่อนได้ฮับอนุญาต” (ลูกตาวคะ พี่สีตลาสอนแล้วใช่ไหมคะ ว่าห้ามหยิบของคนอื่นกินก่อนได้รับอนุญาต)

สีตลาไม่ได้หวงขนมจีนเส้นสดที่เตรียมไว้เพื่อรอใครบางคนที่รู้ว่าเขากลับมาแล้ว เพียงแต่เธอยังไม่อยากออกไปเจอหน้าลูกเขยตัวดีของแม่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป