บทที่ 6 6

ร่างเล็กพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่เขาแข็งแรง มีกำลังกว่าเธอมาก สีตลาขบเม้มริมฝีปากเบาๆ ขับไล่ความโมโหทั้งที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าการสวมบทผัวเมียจอมปลอมมันแค่การแสดงบทหนึ่งซึ่งเขาอยากตบตาคุณหมอวินัย

‘แล้วทำไม...’

หมอหนุ่มจ้องมองคนตัวเล็กที่เปรียบเหมือนลูกแมวที่ถูกเขาหนีบกอดเอาไว้ แล้วกรอกเสียงกระซิบ “ฉันเปลี่ยนใจแล้วที่จะให้เธอเล่นบทเป็นเมียตามแผน เราเป็นผัวเมียกันจริงๆ เลยไหม ตอนนี้ ฉันโสด”

“อะหยังก่อเจ้า หมอโสด แต่ข้าเจ้าบะอยากเสียความสดหื้อหมอนี่เจ้า” (อะไรนะคะ หมอโสด แต่ฉันไม่อยากเสียความสดให้หมอนี่คะ) หลังเขารู้ความจริงว่าเธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์ด้วยการจับไปตรวจ สีตลาก็ไม่จำเป็นต้องโกหกอะไรอีกแล้ว “หมอเป๋นไบโพลาร์ใจ้ก่อเจ้า ถึงได้อยากเปลี่ยนแผนก๋ารกะทันหัน ทั้งที่เป็นคนวางแผนก๋ารตึงหมดขึ้นมาเอง” (หมอเป็นไบโพลาร์ใช่ไหมคะ ถึงได้อยากเปลี่ยนแผนการกะทันหัน ทั้งที่เป็นคนวางแผนการทั้งหมด ขึ้นมาเอง)

สักพักเดียวที่สีตลาวางหน้า ทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นเขาผุดรอยยิ้มร้ายที่เจือไปด้วยแวบขบขัน

“ช่วยไม่ได้ คุณแม่ยื่นคำขาด ฉันกับน้องสาว ใครมีหลานให้ท่านก่อนจะยกโรงพยาบาลวนารมย์ธานีให้เป็นของขวัญรับขวัญหลานคนแรก”

น้องสาวของเขาซึ่งเป็นหมอแพทย์ผิวหนังตกล่องปล่องชิ้นจะแต่งงานกับลูกบุญธรรมของหมอวินัย ลุงแท้ๆ ของเขา ฝ่ายนั้นรู้เรื่องระหว่างสีตลากับเขาแล้ว เขาคงต้องรีบเร่งผลิตทายาท ในเมื่อเตือนแล้วแต่ผู้หญิงที่คิดว่าตนเองฉลาด มีความสามารถรอบด้านแบบ ‘ไอรดา’ หรือ ‘หมอพลอย’ ไม่คิดจะฟังคำทักท้วงจากพี่ชาย แล้วยังมาปรึกษาวางแผนมีทายาททันทีหลังการแต่งงาน เขาจะทำอย่างไรได้นอกจากชิงลงมือผลิตทายาทตัดหน้า ขัดขวางแผนการฮุบสมบัติเนียนๆ ของคนเป็นลุง

ครองฤทธิ์พาร่างกายกำยำที่อาบน้ำมาแล้วเข้ามาเบียดชิดร่างนุ่มนิ่มที่ยังไม่ยอมขยับออกจากหน้าเตาฟืน ซึ่งสีตลาให้เหตุผลว่าการทำอาหารด้วยเตาฟืนให้กลิ่นหอม ยามทำอาหารจะกลิ่นฟืนอ่อนๆ รสชาติอร่อยกว่าการทำอาหารโดยใช้เตาแก๊สซึ่งก็มีอยู่ในครัว แต่สีตลาไม่เลือกใช้ แม้แต่หมอครองฤทธิ์ยังนึกแปลกใจ เพราะเดี๋ยวนี้ คนบนดอยหลายบ้านก็มีเครื่องทำน้ำอุ่น มีอินเทอร์เน็ต ไวไฟ ในขณะที่ภรรยาตัวน้อยของเขายังกลับนุ่งซิ่นและใช้วิถีชีวิตแบบคนรุ่นเก่าเหมือนคนรุ่นแม่รุ่นยาย บางครั้ง หมอครองฤทธิ์มองสีตลาแล้วนึกอยากมอบสายสะพายในตำแหน่งมิสรักบ้านเกิดให้

“เลิกมองเตา แล้วมองหน้าฉัน ไม่ได้ขอร้อง แต่เรียกว่าสั่ง”

เสียงเข้มแฝงความเย็นชาทำให้หญิงสาวลอบตระหนกอยู่ไม่น้อย แขนกำยำที่กำลังเบียดเสียดกับต้นแขนเรียวจนทำให้เกิดความร้อนวูบวาบ ต้นขาแกร่งภายใต้กางเกงผ้าฝ้ายของหมอหนุ่มก็ยังคงเสียดสีอยู่กับผ้าซิ่นสีชมพูอ่อนทอลายพื้นเมืองที่สีตลานุ่งห่ม

“แหมหน้อยเดียวกะแล้วแล้วเจ้า ข้าเจ้ากลั๋วหม้อไหม้เจ้า หมอกลับไปถ้าบนเฮือนก่อนได้ก่อ แล้วแล้วข้าเจ้าจะฟั่งตวยไป” (อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว ฉันกลัวหม้อไหม้ค่ะ หมอกลับไปรอบนเรือนก่อนได้ไหม เสร็จแล้วฉันจะรีบตามไป)

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ยามต้องใกล้ชิดเขาแบบนี้ ขืนร่างห่างออกจากเขาเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกายที่ทำให้เธอรู้สึกประหม่า ทว่าถูกมือหนาคว้าต้นแขนเรียวเอาไว้ให้หันมาเผชิญหน้ากันแล้วสำทับเสียงเข้ม

“อย่ามาดื้อกับฉัน ถ้ายังไม่มองหน้าฉันอีก รับรองว่าคืนนี้หม้อเธอไหม้แน่ๆ แต่ไม่รับประกันว่าหม้อใบไหน ใบในครัว หรือใบที่ติดตัวเธอ”

สีตลามองตามมือของคนเป็นสามีที่มือหนักปานเหล็กคีบ ยิ่งเงยหน้าสบตาเห็นสายตาขู่ฟ่อๆ

‘นี่หมอกะว่าหมา หาเรื่องเก่งขนาด’ (นี่หมอหรือหมา หาเรื่องเก่งชะมัด)

สีตลาอ่านสีหน้าเขาออก หม้อที่หมอเขาพูดถึง มันไม่ใช่หม้อดินเผาที่กำลังเดือดปุดๆ อยู่บนเตาฟืน ไม่มีใครรู้จักนิสัยที่แท้จริงของเขาเหมือนเธอหรอกเขามันนักสร้างภาพ

หญิงสาวหน้าแดงก่ำจากคำพูดของเขา มองค้อนก่อนจะเอ่ย “จะอั้นถ้าคุณหมอมีอะหยังจะอู้กับข้าเจ้าก่ะฟั่งๆ อู้มาเต๊อะเจ้า” (งั้นถ้าคุณหมอมีอะไรจะพูดกับฉันก็รีบพูดมาตรงนี้เถอะค่ะ)

“ในครัวมันหนาว กลับไปคุยบนเรือนกันดีกว่า” เรือนเล็กๆ ที่เธอหลบไปไหนไม่พ้นสายตาเขานั่นเหรอ

หญิงสาวถอนหายใจหนักๆ ออกมา เธอพยายามเข้านอนตอนดึก และตื่นสายๆ เพื่อหลบเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยกับเขามาเป็นสัปดาห์ นี่ก็เพิ่งหัวค่ำกลับถูกชวนเข้าห้องนอนเสียแล้ว

“อู้ตั้ดหนี้ก่ะได้เจ้า ข้าเจ้าต้องนึ่งผักไว้กิ๋นกับขนมเส้นแหม” (คุยตรงนี้ก็ได้นี่คะ ฉันต้องนึ่งผักสำหรับกินกับขนมจีนอีก)สีตลารีบคว้าจานผักบุ้งที่หั่นไว้เป็นชิ้นพอดีคำ แต่ถูกเขาดึงมือไปจับเอาไว้

“อย่ามาแถ ฉันบอกแล้วไง ขนมจีนเธอ เดี๋ยวฉันกลับมากิน แต่ตอนนี้ น้ำยา เอ๊ย..น้ำโหฉันกำลังเดือดพล่าน ถ้าเธอยังทำตีมึน พูดไม่รู้เรื่อง ไม่เคยได้ยินหรือไง ปากมีหู ประตูมีช่อง เดี๋ยวความลับของเราก็รั่วไปถึงหูคนอื่น เธออยากให้แม่รู้หรือไง ว่าลูกสาวทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้บ้างที่กรุงเทพฯ”

สีตลาย้อนคิดกลับไปเรื่องที่เธอรับคำสั่งจากหมอวินัย ไปหลอกสมอ้างเป็นเมียหมอเพื่อดึงให้เขากลับมาอยู่บนดอย ปล่อยโอกาสให้คนเป็นลุงนั่งบริหารงานในโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ กอบโกยผลประโยชน์มหาศาล แต่เมื่อเธอถูกหมอครองฤทธิ์จับได้ว่าเธอสร้างเรื่องขึ้นมา เธอกับเขาไม่เคยมีอะไรกัน เขาก็เล่นงานเธอกลับ ให้เธอสวมบทเจ้าสาว ตีเนียนย้ายกลับมาอยู่บนดอยและจัดงานแต่งเล็กๆ บังหน้า ระหว่างนี้ เขาก็เตรียมวางแผนการที่จะกลับไปกระชากหน้ากากเปิดโปงคนเป็นลุง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป