บทที่ 8 8

“ฉันไม่ชอบให้เธอเรียกฉันว่าหมอ” คนตัวสูงหรี่ตามองหน้าหวานๆ อย่างใช้ความคิด “เพราะอยู่ที่โรงพยาบาลมีคนเรียกฉันว่าหมอทั้งวัน กลับบ้าน ฉันอยากได้ยินคำอื่นบ้าง”

ดวงจันทร์ที่สาดทอลงมาทำให้สีตลามองเห็นว่าหมอครองฤทธิ์คนหล่อประจำดอยนั้นมีรอยยิ้มที่ประดับความเจ้าเล่ห์เอาไว้ เธอไม่ได้ตาฝาดไป

“ถ้าจะอั้น หมอ เอ๊ย...คุณจะหื้อข้าเจ้าฮ้องว่าอะหยังเจ้า” (แล้วถ้าอย่างนั้นหมอ เอ๊ย...คุณจะให้ฉันเรียกว่าอะไรคะ)

ดวงหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มดูชอบกลให้คนถาม “ฉันขอรีเควส ให้ต่อไปนี้ เธอเลือกมาว่าจะเรียกฉันว่า คุณสามีที่น่ารัก หรือว่า พี่ครองฤทธิ์แสนดี ”

เรียวปากอิ่มแดงแย้มออกจนเกือบเป็นแสยะยิ้ม เธอหูไม่เพี้ยน เขาต้องการแบบนั้นจริงๆ หรือ 

“หื้อข้าเจ้าฮ้องคุณว่าสามีตี้น่าฮัก หรือ อ้ายครองฤทธิ์แสนดี หื้อสีตลากัดลิ้นตายดีกว่าเจ้า” (ให้ฉันเรียกคุณว่าสามีที่น่ารัก หรือ พี่ครองฤทธิ์แสนดี ให้สีตลากัดลิ้นตายดีกว่าค่ะ) 

สีตลาทวนคำเขาแล้วกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เสียงหวานฉายความตระหนกใจ กับทั้งสองคำที่ฟังดูพิกลหู เธอส่ายหน้าแล้วถอยออกมาสองก้าวเพื่อให้เห็นใบหน้าเขาชัดๆ

“บะ บะ ข้าเจ้ายะบะได้ ขอบะเลือกตึงสองข้อ แต่จะฮ้องว่าคุณแตนก่ะแล้วกั๋น” (มะ ไม่ ฉันทำไม่ได้ ขอไม่เลือกทั้งสองข้อ แต่จะเรียกว่าคุณแทนก็แล้วกัน)

“ไม่ได้ เรียกว่าคุณมันดูเหินห่างเหมือนไม่ใช่ผัวเมียกัน”

“ก่ะบะใจ้ผัวเมียกั๋นแต้ๆ นี่เจ้า” (ก็ไม่ใช่ผัวเมียกันจริงๆ นี่คะ)

“แต่คนอื่นเขาคิดว่าเราเป็นผัวเมียกันจริงๆ ไปแล้ว ในเมื่อเธอเลือกลงเรือลำเดียวกันแล้วก็ช่วยแสดงให้มันแนบเนียนหน่อยสิ” ครองฤทธิ์กระตุกยิ้มโค้งอย่างเฉียบพลันทำให้คนตัวเล็กหัวใจหล่นวูบ 

“ข้าเจ้าเล่นหนังเล่นละครบะเก่งแบบคุณหมอ แล้วยังบะได้เลือกเรียนวิชาสร้างภาพมาตวย” (ฉันเล่นละครไม่เก่งแบบคุณหมอ แล้วยังไม่ได้เลือกเรียนวิชาสร้างภาพมาด้วย)

น้ำเสียงกลั้วหัวเราะเจือความเหน็บแนมมาอย่างเต็มที่ “งั้นเดี๋ยวฉันสอนเธอเอง เพราะวันนี้ หมอพลอยน้องสาวฉันโทร.มาบอกว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับลูกชายบุญธรรมของลุงหมอวินัย อาทิตย์หน้า เธอต้องไปงานแต่งงานน้องสาวของฉันที่กรุงเทพฯ และเราจะอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ที่กำลังตี่นเต้นดีใจที่ลูกสะใภ้เริ่มตั้งท้องอ่อนๆ ได้สองสัปดาห์”

น้ำเสียงหญิงสาวเจือด้วยความร้อนรนปนสั่นเครือ แล้วรีบก้มมองหน้าท้องแบนราบของตัวเองเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหมอครองฤทธิ์เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลวนารมย์

“ต๊อง! ไผต๊องก๋าเจ้า” (ท้อง! ใครท้องเหรอคะ)

ร่างสูงขยับกายเข้ามาใกล้ เขาพูดเนิบๆ แต่เฉียบขาดชัดเจน นิ้วแกร่งของหมอหนุ่มอ้อมมาด้านหน้าสีตลา และหันปลายนิ้วชี้เข้าหาใบหน้าหวานที่ซีดแทบไร้สี

“เธอไง สะใภ้ที่กำลังอุ้มหลานให้แม่ฉัน”

“หา! จะเป๋นไปได้จะใดเจ้า ก่ะเฮาบะเกยมีอะหยังกั๋น” (หา! จะเป็นไปได้ยังไงคะ ก็เราไม่เคยมีอะไรกัน) สีตลาเบิกตาโพลง ในขณะที่หมอครองฤทธิ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ปรายตามองมาอย่างสื่อความหื่น

"คืนนี้แหละ อากาศหนาวเป็นใจ เรามาทำอะไรสนุกๆ กันไหม เดี๋ยวฉันสอนให้ก็ได้”

สีตลาเม้มปากแน่นแล้วก่นด่าเขาอยู่ในใจ ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจให้เธอยอมตกลงร่วมมือกับเขา

แผงคิ้วดกดำเป็นปื้นพาดเฉียงขึ้นยามครองฤทธิ์ยู่คิ้วมองยัยเมียตัวเล็กที่ถอยห่างเขาออกไปด้วยท่าทางตกใจราวกับมีคนกำลังมากระซิบบอกเธอว่า คืนนี้กำลังจะมีแผนดินไหวราวเจ็ดจุดแปดแมกนิจูด ครองฤทธิ์เลยตัดสินใจเดินเข้าหาหญิงสาวแล้วกระหวัดอ้อมแขนแร่งไปรั้งเอวคอดนั้นไว้เข้าหาตัว ก่อนจะอุ้มร่างเล็กลอยขึ้นจากพื้นดิน เดินดุ่มๆ ไปตามทางเดินรอบสระบัวตรงไปที่เรือน 

ระหว่างนั้น ‘แทนไทย’ คนสนิทผู้ซื่อสัตย์ซึ่งติดสอยห้อยตาม รับใช้หมอครองฤทธิ์มาตลอดหลายปี มองมาที่เจ้านายหนุ่มซึ่งกำลังอุ้มเมียสาวอย่างที่เขาไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน แทนไทยจ้องตาไม่กระพริบ เพราะรู้ว่าเจ้านายแต่งงานกับสีตลาเพื่อแผนการบางอย่างแล้วพร้อมจะหย่าทุกเมื่อ...แต่เท่าที่เห็นตอนนี้...

“ไหนว่าเมียกำมะลอ หรือหมออยากมีเมียขึ้นมาจริงๆ”

แทนที่ถือที่เหล็กคีบกำลังย่างกุ้งแม่น้ำที่จัดแจงผ่ากลางย่างไฟอ่อนๆ นอนแผ่มันเยิ้มบนตะแกรงนับสิบตัวตามที่เจ้านายสั่ง แต่สายตาคนย่างกุ้งมองเจ้านายหนุ่มที่อุ้มเมียสาวพลางแอบคิดไม่ได้ว่า กุ้งมันเยิ้มที่มีคนไข้นำมาฝากหมอครองฤทธิ์ คืนนี้จะเป็นหมันสำหรับคนทั้งคู่ แต่จะกลายมาเป็นอาหารรสเลิศของเขาคนเดียว จากที่เห็นสายตาคุณหมอที่มองสีตลา ตอนนี้ นัยน์ตาคู่คมนั้นกำลังกรุ้มกริ่มหวานเยิ้มยิ่งกว่ามันกุ้งอีก เขาเองก็แอบเชียร์ให้คุณหมอชอบสีตลาขึ้นมาจริงๆ เพราะหาที่ติในตัวสาวสวยใจดีคนนี้ไม่เจอ ยกเว้นเรื่องฐานะ ซึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหาของตระกูลวนารมย์ เพราะคนในตระกูลนี้เป็นคนดีจนเขาเองยอมก้มหัวให้ ยินดีรับใช้คนตระกูลวนารมย์ไปตลอดชีพ

“คุณหมอฤทธิ์! กุ้งแม่น้ำที่คุณหมอให้ผมย่าง ยังรับอยู่ไหมครับ”

เห็นสายตาคนสนิทมองมาแบบนี้ หน็อยไอ้ตัวแสบ เขารู้มันไม่อยากถามหรอกว่าเขายังอยากกินกุ้งย่างไหม มันอยากรู้ว่าเขาจะอุ้มสีตลาไปไหนมากกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป