บทที่ 9 9

แต่ถูกแทนมองมา ครองฤทธิ์รู้สึกเขินขึ้นมาบ้าง เขาหยุดมองลูกน้องทั้งที่อุ้มสีตลาอยู่แวบหนึ่งแล้วพูดตามตรง 

“ตอนนี้ ฉันยังไม่มีอารมณ์กิน” แล้วมองกุ้งแม่น้ำย่างจนมันเยิ้มหอมฟุ้ง “อย่าลืมแบ่งไปให้บ้านแม่ยายฉันด้วย แล้วฉันให้แกย่างกุ้ง แกไม่มองกุ้งแต่มองจ้องฉันกับเมีย เดี๋ยวไอ้ที่ย่างอยู่มันจะกลายเป็นกุ้งเผาแทนกุ้งย่าง”

เท่านั้นแทนไทยก็รีบก้มหน้าหันไปสนใจกุ้งเพราะถูกเหน็บกลายๆ ว่าอย่าสอดรู้สอดเห็น 

“ครับคุณหมอ” แทนไทยหัวเราะแหะๆ

ครองฤทธิ์ว่าใส่ลูกน้องเป็นการปรามสายตารู้ดีของคนสนิทที่ทำให้สีตลาเขิน แล้วก้มมองคนในอ้อมกอดที่ดิ้นให้เขาปล่อยเธอลง สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังอายจัดจนไม่รู้จะวางหน้าไว้ที่ไหน

“ปล่อยข้าเจ้าเต๊อะ ข้าเจ้าอายอ้ายแทน” (ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันอายพี่แทน) สีตลาให้เกียรติแม้ว่านายแทนจะเป็นลูกน้องของหมอครองฤทธิ์ หากมีอายุกว่าเธอก็ยินดีจะเรียกเขาว่าพี่ 

แต่คำขอร้องของเธอดูจะไร้ผล ครองฤทธิ์ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ เขาเอาแต่นิ่งเงียบแล้วพาเธอเดินผ่านหน้าแทนไทยกับกุ้งแม่น้ำย่างหอมฟุ้งเหล่านั้นไป

สีตลามองเขาอย่างโมโหที่เขาทำหูทวนลมใส่ จนหญิงสาวเห็นว่าการขอร้องไม่มีประโยชน์เท่ากับการช่วยเหลือตัวเอง มือน้อยๆ ทุบกำปั้นรัวใส่ไหล่บึกบึนของสามี พยายามออกแรงมากที่สุด แต่เหมือนแรงมดของสีตลาจะทำอะไรร่างกำยำของคุณหมอที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไม่ได้ แถมถูกหน้าหล่อๆ จ้องกลับ ขยับริมฝีปากดุเอาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เฉียบขาด

“หยุดทุบฉันเดี๋ยวนี้นะสีตลา ถ้าพูดไม่ฟัง ฉันจะไม่อุ้มเธอกับเรือนเฉยๆ แต่จะอุ้มไปจูบไปจนถึงเรือนเลย ไม่เชื่อคอยดู”

ดวงหน้าหวานสะบัดพรืดไม่กล้าสบตาเขา “ผีป่าผีดอยตี้ไหนเข้าสิง ถึงได้มาหื่นไปข้วยกับข้าเจ้า” (ผีป่าผีดอยที่ไหนเข้าสิงถึงมาทำหื่นเรี่ยราดกับฉัน) น้ำเสียงของเธอออกอาการหวาดกลัวไม่ต่างจากสีหน้า

“ฉันเริ่มเห็นว่าเธอน่าฟัดขึ้นมาบ้างแล้วมั้ง เธอควรจะดีใจสิ”

“อย่าเน้อเจ้า อย่ากึ๊ดจะอั้น มันบะได้อยู่ในแผนก๋ารของหมู่เฮา” (อย่านะคะ อย่าคิดแบบนั้น มันไม่ได้อยู่ในแผนของเรา)

“งั้นเธอก็รีบเปลี่ยนมือที่ทุบไหล่กับหน้าอกฉันที่มันจวนจะระบมหมดแล้ว เอามาคล้องไว้ที่คอฉันแทน ทำเดี๋ยวนี้”

เวลานี้ หญิงสาวเพิ่งรู้ว่าเธอกำลังเผชิญกับปีศาจร้ายนักสร้างภาพในคราบคุณหมอแสนดี ผู้มีอุดมการณ์และเป็นที่รักของชาวบ้าน มันก็สายไปเสียแล้ว น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ยังกระเซ้าตามมาอีกว่า

หญิงสาวดตอบกลับด้วยน้ำเสียงปั้นปึ่ง “ข้าเจ้ายะบะได้” (ฉันทำไม่ได้)

“มันยากตรงไหนแค่เอามือมาคล้องคอฉันไว้ ยังช้าอีก คิดว่าฉันไม่กล้าจูบเธอจริงๆ หรือไง”

ริมฝีปากสวยขยับพูดใส่หน้า “หมอผีบ้า!” (หมอปีศาจ)

ครองฤทธิ์มองแม่คนหัวแข็งแล้วทอดน้ำเสียงมองจ้องใบหน้าขาวนวลใต้แสงจันทร์ “ถูกเผงเลย ใช่ ฉันเป็นหมอปีศาจ ที่ชอบสร้างภาพว่าเป็นนักบุญ แล้วไง เธอจะเปิดโปงฉันเหรอ ใครจะเชื่อเธอ” ครองฤทธิ์พยักหน้าพลางยิ้มยั่ว ยอมรับสิ่งที่ถูกสีตลากล่าวหาอย่างง่ายดาย

“คุณมัน บ่า บ่า...” (คุณมัน ไอ้ ไอ้...) สีตลาได้แต่เจ็บใจตัวเองที่อ่อนแอเกินไปจนเพลี่ยงพล้ำตกเป็นหมากในกระดานของเขา

“ไอ้อะไร ยังอีก ยังไม่ทำตามที่ฉันสั่ง” เขาก็แค่อยากจะแกล้งเอาคืนบ้าง หลังจากที่บ่ายวันนี้ เขารู้อะไรดีๆ มาเยอะ เธอมันก็แสบไม่เบา แอบเอาเขาไปว่าลับหลัง...เขาถึงต้องมาเอาคืน

ดวงหน้าหวานเวลานี้อึดอัดกลัดกลุ้มที่ต้องถูกเขาอุ้มแล้วยังบังคับให้เอามือโอบคล้องลำคอเขาเอาไว้ ตั้งแต่เกิดมาแค่กอดกับผู้ชาย สีตลายังไม่เคย

“จะมาแกล้งสีตลายะหยัง คนบะชอบหน้ากั๋น เขาบะจูบปากกั๋นเน้อ” (จะแกล้งสีตลาทำไมคะ คนเกลียดหน้ากันเขาไม่จูบปากกันหรอก)

“ข้อหนึ่ง ฉันไม่ได้เกลียดหน้าเธอ ส่วนข้อสอง ต่อให้เกลียดหรือไม่เกลียด ถ้าปากน่าจูบ ฉันก็จูบได้ไม่เกี่ยง”

ในเมื่อเตือนดีๆ แล้วสีตลายังดื้อด้านไม่ฟัง มือเธอยังไม่ถูกมาวางคล้องคอเขาตามคำสั่ง ครองฤทธิ์คิดจะให้บทเรียนหล่อนเสียบ้าง ในเมื่อแม่ตัวดีคิดจะราดน้ำมันบนกองไฟ ได้เลย เดี๋ยวจะได้รู้สักทีกว่าภายใต้ท่าทางสงบ เยือกเย็น เวลาเขารุกเป็นไฟขึ้นมา เธอจะรับไหวหรือเปล่า

เขาเลิกต่อปากต่อคำกับเมียแล้วยกมุมปากขึ้นเหยียดยิ้มเหี้ยมนิดเดียว ก่อนจะกดลงฉกจูบที่ริมฝีปากอิ่มเต็มตึงอย่างรวดเร็ว ไม่ทันที่สีตลาจะขยับริมฝีปากร้องห้าม ปลายลิ้นร้อนของหมอหนุ่มก็เข้าไปตวัดรัดลิ้นเล็กที่พยายามหดหนี ในขณะที่สองมือของเธอผลักอกเขาไม่หยุด เขายิ่งบดจูบร้อนแรงราวกับถูกไฟลามเลีย หลังจากเปิดทางได้แล้ว เขาก็สอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานในโพรงน้ำผึ้ง สร้างความอึดอัดปนเสียวซ่าน จนสมองของหญิงสาวปรากฏภาพขาวโพลน ร่างเล็กพยายามขยับตัวหนีการรุกล้ำของเขามากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งตามประชิดมากเท่านั้น 

“คุณหมอปล่อย ปล่อยข้าเจ้าเต๊อะ” (คุณหมอปล่อย ปล่อยข้าเจ้าเถอะ) ร่างบางกำลังสั่นเทิ้ม ส่งเสียงร้องอู้อี้ แต่ดวงตาคมดุเหมือนยิ่งได้ใจ

ถึงเขาจะมุ่งมั่นกับการทำงาน แต่ในเรื่องผู้หญิง ที่จริงหมอครองฤทธิ์ก็ผ่านมาไม่น้อย พอปากประกบปากท่ามกลางอากาศหนาวเย็นแบบนี้ ไม่รู้เพราะช่วงนี้เขาทำงานหนักเลยร้างเรื่องอย่างว่ามานาน หรือสาวน้อยในอ้อมกอดหวานล้ำ ถึงทำได้ปลุกปั่นอารมณ์ปรารถนาที่เก็บกดซ่อนมันไว้ให้พลุ่งพล่านจนอยากประกบปากกับเธออย่างนี้เรื่อยไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป