บทที่ 1 ของขวัญที่อยากได้

บทที่1

ของขวัญที่อยากได้

“แฮปปีเบิร์ทเดย์ทูยู~ แฮปปีเบิร์ทเดย์ทูยู~”

เสียงร้องเพลงแฮปปีเบิร์ทเดย์ดังก้องไปทั่วบริเวณห้องรับแขกของบ้านเมื่อสมาชิกทุกคนภายในบ้านได้จัดงานวันเกิดให้กับคนที่ทุกคนรักมากที่สุดนั่นก็คือ ไอริณ เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักและมักจะมีรอยยิ้มสดใสอยู่เสมอ อีกทั้งยังเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านที่บิดามารดารักเธอดังแก้วตาดวงใจแม้แต่อิฐผู้เป็นพี่ชายก็รักน้องสาวของเขามากไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อกับแม่เลย

“สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก นี่ของขวัญวันเกิดจากพ่อ” อินชัยยื่นของขวัญที่ลูกสาวอยากได้มากที่สุดไปให้ ชิ้นแรกเป็นคีย์การ์ดคอนโดที่เจ้าตัวออดอ้อนขอออกไปอยู่เพราะเจ้าตัวบ่นว่าเหนื่อยกับการตื่นเช้าและต้องขับรถไปเรียน ส่วนชิ้นที่สองคือพวงกุญแจตัวการ์ตูนเจ้าหญิงที่ไอริณชอบมาก

เจ้าตัวมักจะพกมันไปด้วยทุกที่โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเข้าห้องสอบราวกับว่ามันเป็นเครื่องรางของขลังที่พอได้พกติดตัวแล้วจะทำให้เธอโชคดีเพราะเจ้าตัวเคยบอกว่าเวลาพกเข้าห้องสอบครั้งไหนมักจะได้คะแนนดีเยี่ยมในครั้งนั้น

เห็นท่าทีจริงจังของลูกแล้วเขาก็ไม่อยากไปขัดอะไรเพราะของแบบนี้มันอยู่ที่ความสบายใจของใครของมัน หากลูกรักสบายใจแบบนั้น เขาก็พร้อมที่จะซื้อหามาให้เธอได้เสมอ

“งื้ออ ขอบคุณนะคะคุณพ่อ นี่เป็นพวงกุญแจที่หนูอยากได้นี่คะ” ร่างบางยิ้มสดใสและสวมกอดบิดาทันที แววตากลมโตของเธอเป็นประกายระยิบระยับแสดงออกถึงความดีใจเพราะเธอชอบพวงกุญแจที่คุณพ่อสั่งทำให้เป็นที่สุด

หากต้องไปซื้อหาด้วยตัวเองมันก็ไม่มีคุณค่าทางจิตใจเท่าผู้เป็นพ่อให้ ชิ้นแรกที่เธอเคยได้มันมาก็เป็นวันเกิดตอนที่เธอยังเป็นเด็กเธอพกติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วเธอทำมันหล่นหายไป เธอจำได้ว่าตัวเองถึงขั้นร้องไห้และซึมอยู่หลายวันเพราะเสียใจที่ทำมันหาย

“ใช่ครับ อย่าทำหายอีกล่ะ ไม่งั้นพ่อไม่สั่งทำให้แล้วนะ” อินชัยยิ้มเอ็นดูและแกล้งขู่อย่างไม่จริงจัง มันเหมือนเป็นของขวัญธรรมดาก็จริงแต่มันมีคุณค่าทางจิตใจต่อลูกสาวซึ่งข้อนี้เขารู้ดี เขาถึงได้สั่งทำขึ้นมาให้เธออีกชิ้นและครั้งนี้เขาได้สั่งทำให้ลูกรักแบบพิเศษและดีกว่าอันก่อนเพราะนอกจากมันจะสวยงามแล้วมันยังแข็งแรงทนทานมากกว่าเดิมเพื่อที่มันจะได้ไม่หลุดร่วงและหายไปง่ายๆ อีก

“รับรองคราวนี้ไม่หายแน่นอนค่ะ” เธอบอกบิดาด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจเพราะคราวนี้เธอจะไม่ยอมให้มันหายไปง่ายๆ อีกแล้ว

“ส่วนนี่ของแม่จ้ะ มีความสุขมากๆ นะจ๊ะลูกสาวของแม่” กชอรยื่นของขวัญให้ลูกรักบ้างเพราะเห็นว่าเจ้าตัวเอาแต่กอดอ้อนผู้เป็นพ่อจนลืมผู้เป็นแม่แบบเธอไปแล้วมั้ง

“งื้อ ขอบคุณค่ะคุณแม่ น่ารักจังเลย หนูกำลังอยากได้กระเป๋าตังค์ใหม่อยู่พอดีเลยค่ะ” ไอริณยิ้มกว้างด้วยความดีใจก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณมารดาและเข้าไปสวมกอดมารดาอย่างออดอ้อนบ้าง กชอรมองลูกรักอย่างนึกเอ็นดู ปีนี้เจ้าตัวโตขึ้นอีกปีและยังโตเป็นสาวเต็มตัวจนเธอรู้สึกใจหายเพราะไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ในวันนั้นจะโตเป็นสาวสวยขนาดนี้แล้ว

“ปากหวานจริงๆ เลยลูกคนนี้” พูดจบก็ก้มลงหอมศีรษะลูกสาวและกอดเธอเอาไว้อย่างรักสุดหัวใจ

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ หนูรักคุณพ่อกับคุณแม่นะคะ” ไอริณรั้งบิดาเข้ามาหาตัวเองและมารดาก่อนจะโอบกอดพวกท่านทั้งสองคนเอาไว้อย่างอ้อนๆ จนร่างสูงที่ยืนมองน้องสาวอยู่อดหมั่นไส้ไม่ได้ เจ้าตัวมักจะออดอ้อนพ่อกับแม่แบบนี้อยู่เสมอและบางครั้งก็ลามมาออดอ้อนเขาด้วย หากว่ามีของที่เจ้าตัวอยากจะได้เพราะการได้ไถเงินพี่ชายอย่างเขามันคือความสุขของเธอยังไงล่ะ

“หึ แล้วพี่ล่ะ ไม่รักบ้างหรือไง” อิฐเลิกคิ้วถามอย่างไม่จริงจัง เขามองน้องสาวยิ้มๆ เพราะปีนี้เธอโตขึ้นอีกปีแล้วสินะ ไอริณห่างกับเขาแค่สองปีแต่เขากลับรู้สึกว่าเธอยังเป็นน้องสาวตัวน้อยๆ ของเขาอยู่เลย

“พี่อิฐก็เอาของขวัญวันเกิดมาให้ไอก่อนสิคะ” เธอผละตัวออกจากอ้อมกอดบิดามารดาและหันไปมองพี่ชายที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พวกเธอไม่ใช่ฝาแฝดแต่อย่างใดแต่ถ้าใครได้เห็นพวกเธออยู่ด้วยกันก็มักจะมองออกทันทีว่าทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน พี่ชายเธอตัวสูงและหุ่นดีมากอีกทั้งยังหล่อมากๆ ด้วยเพราะงั้นคงไม่ต้องถามว่าเธอจะสวยและน่ารักขนาดไหน นี่ไม่ได้หลงตัวเองนะแต่ใครๆ ก็ชมเธอแบบนั้นจริงๆ

“พี่ก็ช่วยขออนุญาตพ่อกับแม่ให้เราออกไปอยู่คอนโดได้แล้วไง ถ้าไม่ใช่พี่ช่วยพูดเราไม่มีทางได้ไปอยู่ข้างนอกหรอก” อิฐยักไหล่และมองน้องสาวด้วยรอยยิ้มกวนๆ เพราะดูจากสีหน้าแล้วเจ้าตัวคงไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่ถ้าไม่ได้ของขวัญจากเขา

“ไม่รู้แหละถ้าไม่ได้ของขวัญเป็นชิ้นเป็นอัน ไอไม่ยอมจริงๆ ด้วย” เธอทำหน้างอแงเล็กน้อยจนอิฐหัวเราะออกมาเพราะมันไม่ผิดจากที่เขาคิดเอาไว้เลย

“หึ! แล้วเราอยากได้อะไรล่ะ” เขาลองหยั่งเชิงถามดูก่อนแต่ความจริงเขาเองก็มีของขวัญที่คิดจะซื้อให้เธออยู่แล้วแต่ถ้าเจ้าตัวบอกความต้องการออกมามันน่าจะตรงจุดมากกว่าเพราะถึงยังไงการซื้อของที่น้องสาวอยากได้มันคงทำให้เธอมีความสุขมากกว่า

“น้องแมวค่ะ ไออยากได้ไปเลี้ยงที่คอนโดแก้เหงา พี่อิฐซื้อให้ไอหน่อยนะคะ” เธอเขามาเขย่าแขนพี่ชายอย่างอ้อนๆ จนร่างสูงยอมพยักหน้าอย่างว่าง่าย

“อืม เดี๋ยวพี่จัดการให้”

“เย้! ไอรักพี่อิฐที่สุดเลยยย” พูดจบก็สวมกอดพี่ชายทันทีจนอิฐอดหัวเราะออกมาอีกครั้งไม่ได้ พ่อกับแม่ต่างก็มองดูลูกๆ ทั้งสองคนด้วยแววตาที่มีแต่ความรักและทั้งสองคนก็ดีใจที่ลูกๆ รักใคร่กลมเกลียวกันแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เห็นแบบนี้คนเป็นพ่อกับแม่ก็อดชื่นใจไม่ได้จริงๆ

“ตัวแสบ! เมื่อกี้เรายังขู่พี่อยู่เลยนะ” อิฐแกล้งผลักออกแต่ไอริณกลับซุกหน้าอยู่ที่แผงอกไม่ยอมถอยห่างเพราะเธอเองก็รักพี่ชายมากๆ เหมือนกัน ร่างสูงมองน้องสาวด้วยแววตาอ่อนโยนเพราะถึงจะแกล้งผลักเธอออกแต่สุดท้ายฝ่ามือหนาก็ยกขึ้นลูบศีรษะน้องสาวอย่างเอ็นดูอยู่ดี

“แหะ ไอล้อเล่นน่าา ถึงพี่อิฐไม่มีอะไรให้ ไอก็รักพี่อิฐอยู่ดี แต่พอพี่อิฐบอกจะซื้อน้องแมวให้ไอก็ยิ่งรักพี่อิฐเพิ่มขึ้นไปอีก” เธอส่งยิ้มทะเล้นให้พี่ชายและรีบผละตัวออกห่างเมื่อพี่ชายของเธอกำลังจะยกมือขึ้นมาหยิกแก้มเธออีกแล้ว เห็นแก้มเธอเป็นซาลาเปาหรือไงชอบแกล้งบีบอยู่เรื่อย

“เรานี่นะ มานี่เลย!” อิฐมองอย่างมันเขี้ยวและเดินตามไปบีบแก้มทั้งสองข้างของน้องสาวจนได้ ทิ้งให้บิดาและมารดาหัวเราะตามกับเสียงโวยวายของลูกสาว

“มากินเค้กกันดีกว่าลูก จะได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน พรุ่งนี้ไอต้องขนของไปอยู่คอนโดไม่ใช่เหรอ” กชอรเรียกลูกๆ ทั้งสองเพราะตอนนี้ก็สองทุ่มไปแล้วประเดี๋ยวมันจะดึกไปมากกว่านี้

“ค่ะแม่” ไอริณพยักหน้าและรีบวิ่งกลับมาหามารดาด้วยรอยยิ้ม เธอมองเค้กด้วยสายตาพราวระยับเพราะเค้กร้านนี้อร่อยมาก มินตราเพื่อนของเธอเป็นคนแนะนำมา ทำให้พี่ชายของเธอรีบโทรไปจองเค้กให้เธอตั้งแต่เช้าและยังเป็นฝ่ายขับรถไปรับที่ร้านด้วยตัวเองอีกต่างหาก

อินชัยชิมเค้กกับลูกๆ เพียงเล็กน้อยเพราะเขาอายุเยอะแล้วไม่อยากทานของหวานมากแต่วันนี้เป็นวันเกิดลูกรักทำให้เขาต้องตักมาชิมสักนิดสักหน่อยเพื่อฉลองให้ลูกสาว ไม่ใช่แค่ไอริณที่เป็นลูกรักแต่อิฐเองก็เป็นลูกชายที่เขาทั้งรักและภูมิใจเหมือนกัน ปีนี้เจ้าตัวเรียนปีสี่แล้วอีกไม่นานก็จะเข้ามาช่วยเขาทำงานที่บริษัทซึ่งเจ้าตัวก็เริ่มเข้ามาเรียนรู้งานกับเขาบ้างแล้วเรียกได้ว่าเป็นลูกชายที่เขาภาคภูมิใจที่สุดก็ว่าได้

หลังจากที่ทุกคนทานเค้กกันเรียบร้อยก็แยกย้ายกันขึ้นไปพักผ่อนทิ้งให้แม่บ้านเป็นคนเก็บล้างทำความสะอาดต่อ ครอบครัวของไอริณร่ำรวยมากเพราะอินชัยเป็นนักธุรกิจที่เก่งและยังเป็นเจ้าของบริษัทนำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ราคาแพงหลายแห่งซึ่งตอนนี้บริษัทของเขายังอยู่อันดับต้นๆ ของเมืองไทยอีกด้วย

ไอริณเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าสดชื่นเพราะหลังจากที่ขึ้นมาบนห้องนอน เธอก็ปลีกตัวเข้าไปอาบน้ำทันทีเพราะเธอยังมีของใช้ส่วนตัวที่ต้องเก็บเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เนื่องจากวันพรุ่งนี้เธอต้องย้ายเข้าไปอยู่คอนโดคนเดียวแล้วและเป็นการไปอยู่คอนโดครั้งแรกของเธอด้วย ถึงแม้จะอยู่คอนโดเดียวกันกับพี่ชายแต่เธอกับพี่อิฐก็อยู่กันคนละตึกทำให้เธอค่อนข้างรู้สึกเหงาแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกอุ่นใจที่มีพี่ชายอยู่ใกล้ๆ และอีกไม่นานเธอก็จะมีน้องแมวมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย

ร่างบางนั่งยิ้มคนเดียวอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหยิบตัวการ์ตูนเจ้าหญิงที่บิดาให้มาเป็นของขวัญขึ้นมามองใกล้ๆ เธอมองมันด้วยความดีใจและมีความสุขเพราะมันเหมือนกับว่าเธอได้ของรักของหวงกลับคืนมาอีกครั้ง วันนั้นที่เธอทำมันหายไปเธอยังจดจำมันได้เป็นอย่างดีเพราะมันเป็นวันที่เธอต้องรีบไปสอบที่มหาวิทยาลัยและมันเป็นการสอบครั้งแรกของเด็กปีหนึ่งแบบเธอด้วย ตอนที่เธอล้วงหาพวงกุญแจไม่เจอเธอใจหายมากเพราะวันนั้นนอกจากแว่นสายตาเธอจะหล่นแตกแล้วพวงกุญแจนำโชคของเธอก็หายไปด้วย

เธอจำได้ว่าวันนั้นรถติดมากทำให้เธอจอดรถตัวเองทิ้งไว้ที่ห้างสรรพสินค้าและโบกวินมอเตอร์ไซค์เพื่อไปมหาวิทยาลัยต่อเพราะถ้าไม่ทำแบบนี้เธอได้เข้าห้องสอบไม่ทันแน่ๆ แต่ในขณะที่เธอนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์สายตาเธอก็ไปสะดุดกับอุบัติเหตุข้างทางและดูเหมือนว่าจะมีคนเจ็บนอนแน่นิ่งอยู่ เธอมองซ้ายมองขวาและพบว่าทุกคนบนท้องถนนต่างก็ไม่มีใครสนใจเพราะเหมือนว่าทุกคนต่างก็รีบร้อนกันหมด

ไอริณตัดสินใจบอกพี่วินพาเธอไปจอดเทียบริมถนนและให้พี่เขารอเธอสักครู่ ร่างบางกระโดดลงจากรถมอเตอร์ไซค์อย่างรีบร้อนทำให้แว่นสายตาที่สวมใส่อยู่หล่นลงพื้นจนแตกร้าวแต่เธอไม่ได้สนใจเพราะกังวลกับคนเจ็บตรงหน้า

เธอเดินเข้าไปหาเขาด้วยสายตาพร่าเบลอแทบมองไม่ชัดว่าคนเจ็บเป็นยังไงบ้างเนื่องจากเธอสายตาสั้นและวันนั้นก็รีบร้อนจนไม่ได้ใส่คอนแท็กต์เลนส์มาแต่ถึงแบบนั้นเธอก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเบอร์ฉุกเฉินสำหรับแจ้งอุบัติเหตุ เธอคุยกับเจ้าหน้าที่ด้วยความร้อนใจเมื่อเห็นว่าคนเจ็บนอนนิ่งมากแต่ไม่นานเธอก็รับรู้ถึงมือของเขาที่ขยับไปมาและกำชายกระโปรงเธอไว้เบาๆ ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจที่เห็นว่าเขายังมีชีวิตอยู่

ไม่นานก็มีคนเข้ามาช่วยเธอดูคนเจ็บหรือเรียกว่าง่ายๆ ว่าไทยมุง แต่ทุกคนก็ใจดีมากเพราะต่างก็ช่วยกันหาอะไรมาบังแดดให้คนที่นอนเจ็บและยังช่วยกันโบกรถคันอื่นเพื่อไม่ให้ขับเข้ามายังที่เกิดเหตุและเมื่อรถโรงพยาบาลมาถึง ทางเจ้าหน้าที่ก็รีบรับคนเจ็บไปรักษาต่อทันที เธอมองตามเขาเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินไปหยิบแว่นตัวเองมาสวมใส่และให้พี่วินพาเธอซิ่งไปให้ทันเข้าห้องสอบและวันนั้นแหละเป็นวันที่เธอทำพวงกุญแจนำโชคหายและแว่นตาของเธอก็ยังมาแตกร้าวอีก เธอจำได้ว่าตัวเองนั่งสอบแบบหงอยๆ และไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่เชื่อมั้ยว่าการสอบในวันนั้นกลับผ่านไปได้ด้วยดีและเธอยังได้คะแนนสอบเยอะอีกต่างหาก เธอเลยคิดว่ามันอาจจะเป็นผลบุญที่เธอได้ช่วยชีวิตคนเอาไว้ก็เป็นได้…

บทถัดไป