บทที่ 4 คนที่ไม่อยากเจอ
บทที่4
คนที่ไม่อยากเจอ
ไอริณนั่งกระสับกระส่ายไปมาอย่างร้อนใจเพราะนี่ผ่านไปห้านาทีแล้วยังไม่เห็นเพื่อนพี่ชายของเธอเลยสักคน ร่างบางจึงตัดสินใจลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกไปโบกวินมอเตอร์ไซค์แทน แต่ในขณะที่กำลังจะก้าวขาออกไปจากบริเวณม้าหินอ่อน เสียงรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบก์คันใหญ่ของใครบางคนก็ขับเข้ามาจอดยังหน้าตึกคณะ เธอหันหน้าไปมองและขมวดคิ้วเพราะไม่แน่ใจว่าใช่เพื่อนพี่ชายเธอหรือเปล่า แต่พอมองดีๆ อีกครั้งก็ทำเอาเธอก้าวขาแทบไม่ออกเพราะคนที่ขับบิ๊กไบก์สีดำแบบนี้และเป็นเพื่อนพี่ชายเธอมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือพี่เรียวจิและเป็นคนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดด้วยก็เขาน่ะทั้งดุและสีหน้าก็ไม่รับแขกสุดๆ เลย
ร่างสูงที่ขับรถเข้ามาจอดยังหน้าตึกคณะได้ทำการดับเครื่องและถอดหมวกกันน็อกใบใหญ่ออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาอย่างชัดเจน แววตาคมกริบที่เฉยชาและดุดันของเขาทำเอาไอริณหัวใจเต้นแรงและที่หัวใจเธอเต้นแรงไม่ใช่ว่ารู้สึกตื่นเต้นหรือตกหลุมรักอะไรเขาหรอกนะแต่เธอใจเต้นแรงเพราะกลัวว่าเขาจะดุเธอต่างหากเห็นเงียบๆ แบบนั้นอย่าให้ได้พูดออกมานะ ปากร้ายสุดๆ ไปเลยล่ะ
พี่เรียวจิเป็นผู้ชายที่หุ่นดีและหล่อมากผมสีเทาของเขายิ่งขับให้เขาดูโดดเด่นขึ้นไปอีกและผมสีนี้ไม่ใช่ว่าใครจะทำแล้วรอดนะ แต่เขาดันรอดแถมทำออกมาแล้วยังดูดีสุดๆ อีกด้วย เบื่อจริงๆ พวกเบ้าหน้าฟ้าประทานเนี่ย ทำอะไรก็ดูดีไปหมด นี่เธอว่าพี่ชายเธอหล่อมากแล้วนะแต่พี่เรียวจิดันหล่อกว่าพี่ชายเธออีกอะคิดดู ไอริณได้แต่มองหนุ่มรุ่นพี่เงียบๆ และเม้มปากแน่นอย่างทำตัวไม่ถูกก่อนจะก่นด่าพี่ชายตัวเองในใจ พี่อิฐนะพี่อิฐนึกว่าจะส่งคนที่ใจดีมาให้ ดันส่งคนที่หน้าตาไม่รับแขกแถมยังดุอย่างกับหมาพิตบูลมาให้เธอซะอย่างนั้น ทั้งสีหน้าและแววตาบ่งบอกว่าไม่เต็มใจมารับเธอแบบสุดๆ ดีหน่อยที่เขาหล่อและดูดีมากทำให้เธอพอจะให้อภัยได้นิดนึง
“เมาแดดหรือเมายาจะได้แจ้งเจ้าหน้าที่ถูกว่าควรส่งโรงพยาบาลหรือส่งไปโรงพักดี” เรียวจิตะโกนถามเพราะเห็นน้องสาวเพื่อนรักไม่ยอมเดินมาหาสักที เอาแต่ยืนทำหน้าตาเหม่อๆ เหมือนคนเมายาอยู่นั่น
ไอริณลอบถอนหายใจและมุ่ยหน้าใส่เขาทันที ปากเสียไม่เลิกเลยสินะ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับความเดือดดาลในใจก่อนจะเดินเข้าไปหาเขาและฉีกยิ้มหวานๆ ให้
“สวัสดีค่ะพี่เรียว พี่อิฐให้มารับไอเหรอคะ” เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงสดใสเพราะไม่อยากมีปัญหากับเขาในตอนนี้ถึงเธอจะไม่ได้สนิทกับเขามากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยพูดคุยอะไรกันเลย ฉะนั้นเธอไม่ควรที่จะเสียมารยาทกับเขาเพราะถึงยังไงเขาก็เป็นถึงรุ่นพี่และยังเป็นเพื่อนสนิทกับพี่ชายเธอด้วย
“อืม จะไปก็ขึ้นรถ” ไอริณมองไปที่รถบิ๊กไบก์ของเขาอย่างหวาดหวั่นเล็กน้อยเพราะเธอยังไม่เคยนั่งรถบิ๊กไบก์เลยสักครั้งเคยนั่งแต่วินมอเตอร์ไซค์ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกมันจะเหมือนกันหรือเปล่า
“เอ่อ แล้วพี่เรียวไม่ต้องพรีเซนต์งานเหรอคะ” เธอถามเขาไปอย่างนั้นเองแหละ แต่ในใจก็อยากจะรู้ว่าทำไมเขาถึงได้ออกมาก่อนพี่ชายเธอได้ ถึงเขาจะเป็นคนไม่สนใจอะไรแต่ก็คงไม่ถึงขั้นไม่สนใจการเรียนหรอกใช่มั้ย!
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ จะไปมั้ยสนามบิน ถ้าไม่ไปฉันจะได้ไม่ต้องรอ” น้ำเสียงดุๆ ของหนุ่มรุ่นพี่ทำเอาไอริณลืมสิ้นทุกคำถามเธอเม้มปากแน่นแทบจะทันที ไม่ถามก็ไม่ถาม ดุฉิบเป๋งเลย!
“ไปค่ะๆ” ได้แต่รีบตอบเขาอย่างลนลาน ไม่ไปได้ไงล่ะ นี่ก็เสียเวลามาเยอะแล้ว โชคดีที่เขาจะขับรถบิ๊กไบก์ไปส่งไม่อย่างนั้นน้องเหมียวตัวน้อยได้รอเธอนานกว่านี้แน่ๆ ในเวลาเร่งรีบแบบนี้มันต้องมอเตอร์ไซค์เท่านั้นแหละถึงจะทันใจ
“ไปก็ขึ้นรถดิ ยืนถามไรเยอะแยะ” พูดจบก็ก้าวขายาวๆ ของตัวเองขึ้นคร่อมรถบิ๊กไบก์คันโปรดพร้อมกับสตาร์ตรถอย่างไม่รีรอ บ่งบอกว่าหากเธอช้าอีกแค่นิดเดียวเขาจะไม่รอเธออีกต่อไปแล้ว
ไอริณรีบเก็บชายกระโปรงพลีตของตัวเองและขยับไปขึ้นรถตามเขาแต่เพราะรถเขามันสูงมากทำให้เธอขึ้นไม่ได้สักที ท่าทางเงอะงะและงุ่มง่ามของเธอทำเอาเรียวจิถอนหายใจเสียงดังอย่างนึกรำคาญ เขาก้าวขาลงมาจากรถและอุ้มเธอขึ้นนั่งบนเบาะอย่างรวดเร็วราวกับว่าเธอเป็นตุ๊กตาที่จะจับวางตรงไหนก็ได้
“อ๊ะ!” ไอริณเบิกตากว้างอย่างตกใจเพราะเมื่อกี้เธอยังไม่ทันตั้งตัวเลย กระโปรงก็ยังเก็บไม่เรียบร้อยแถมลมยังพัดแรงอีกไม่รู้ว่าคนอื่นจะเห็นน้องน้อยเธอหรือเปล่า ฮืออ คนบ้าเอ๊ย! ทำอะไรอ่อนโยนแบบชาวบ้านเขาไม่เป็นหรือไง อีกอย่างเธอก็ไม่ได้อยากให้เขามาอุ้มเลยสักนิด น่าโมโหที่สุดเลย ฮึ่ม!
“ทำหน้าอะไรของเธอ คิดว่าฉันอยากจะอุ้มหรือไง ตัวหนักอย่างกับลูกหมู” เรียวจิแสยะยิ้มและก้าวขาขึ้นรถอีกครั้งอย่างไม่สะทกสะท้านกับสีหน้าไม่พอใจของร่างบาง
“พี่เรียว!” ไอริณเรียกเขาเสียงดังอย่างคนโมโหแต่เธอทำอะไรเขาไปมากกว่านี้ไม่ได้ ทำได้แค่ยกมือค้างไว้บนอากาศ เธออยากจะทุบเขาให้หลังหักสักทีแต่ก็ไม่กล้าทำอย่างที่ใจคิดเพราะเธอกลัวว่าเขาจะจับเธอโยนลงจากรถแทนน่ะสิ
“หึ ขาก็สั้น ตอนเด็กไอ้อิฐแย่งกินนมหมดหรือไง” เรียวจิยังคงไม่หยุดกลั่นแกล้ง เขาได้ยินเสียงเธอหายใจฟึดฟัดอย่างไม่พอใจแต่เขาก็ไม่คิดสนใจอยู่แล้ว อยากให้เขาไปส่งนักเขาก็จะไปส่งแต่จะถึงแบบปลอดภัยมั้ยก็อีกเรื่องนึงเพราะดูท่าทางแล้วเธอน่าจะไม่เคยนั่งบิ๊กไบก์ถึงได้นั่งตัวเกร็งขนาดนั้น
เห็นเธอนั่งเงียบ เรียวจิจึงหยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาสวมใส่และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ทำการขับรถออกไปจากมหาวิทยาลัยด้วยความรวดเร็วจนไอริณแทบจะหงายหลังเพราะยังไม่ทันตั้งตัว เธอรีบจับชายเสื้อเขาไว้แน่นก่อนจะเริ่มสวดมนต์ภาวนาขอให้ตัวเองมีชีวิตรอดปลอดภัย ขับรถเร็วขนาดนี้ไม่กลัวโดนตำรวจจับหรือไงกัน อ๋อ..ลืมไปว่าเขามันเส้นใหญ่เส้นโต ใครจะไปทำอะไรเขาได้
บรึ้นน!
“กรี๊ดด” เธอแหกปากร้องลั่นทันทีเมื่อเขาจงใจบิดคันเร่งเพิ่มความเร็วราวกับว่ากำลังสนุกสนานที่ได้กลั่นแกล้งเธอแต่ความเป็นจริงแล้วเขาขับรถเร็วแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว นี่ก็ช้าลงให้นิดนึงแล้วนะเพราะกลัวว่าเธอจะหัวใจวายตายไปซะก่อน
“ช้าหน่อยได้มั้ยคะ ไอกลัว” เธอตะโกนบอกเขาเสียงดังเพราะตอนนี้ลมตีใส่หน้าเธอแรงมากและเขายังใส่หมวกกันน็อกปิดทึบอีกด้วย หากไม่ตะโกนบอกไม่มีทางที่เขาจะได้ยินเสียงเธอ
บรึ้นนน!! แต่ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุเพราะเขาขับเร็วมากกว่าเดิมอีกจนเธอผวาเข้าไปกอดเอวเขาเอาไว้แน่น เขาอยากจะด่าอะไรก็เชิญเถอะเพราะตอนนี้เธอกลัวมาก ถ้าไม่กอดเขาเอาไว้มีหวังเธอได้ตกรถจริงๆ แน่ เรียวจิยังคงขับรถด้วยความเร็วสูงแต่มีความมั่นคงตามประสาคนเจนถนนและคุ้นเคยกับการขับแบบนี้ส่วนคนด้านหลังได้แต่นั่งตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าไปและสติหลุดไปแล้ว
“ฮือ พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยหนูด้วย” เธอได้แต่พึมพำอยู่คนเดียว ใบหน้าแนบไปกับแผ่นหลังกว้างอย่างคนหวาดกลัว ยิ่งเขาขับออกมาไกลมากเท่าไรเธอก็ยิ่งกลัวเพราะเหมือนว่าเขาจะขับรถเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำหูน้ำตาเธอไหลไปกับสายลมหมดแล้ว หมดกันเครื่องสำอางที่เติมมา ตอนนี้ได้แต่นั่งภาวนาขอให้ถึงสนามบินเร็วๆ ซึ่งเธอคิดว่าไม่น่าจะเกินสิบนาทีเพราะถ้าขับเร็วขนาดนี้ยังไม่ถึงเธอก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
เรียวจิไม่ได้สนใจคนนั่งตัวสั่นอยู่ข้างหลังเพราะเขาสนุกที่ขับรถแบบนี้ มันผ่อนคลายและรู้สึกเป็นอิสระดีเพราะชีวิตเขาหากไม่มาอยู่เมืองไทยก็คงไร้ซึ่งอิสระแบบนี้ แม้จะไม่ชอบใจที่คนตัวเล็กกอดเอวเขาเอาไว้แน่นแต่ก็ไม่ได้ใจดำถึงกับดึงมือเธอออกเพราะเขารู้ว่าเธอกำลังหวาดกลัวมากไม่งั้นคงไม่กล้ากอดเขาแน่นแบบนี้หรอก เอาเถอะจะยอมให้เด็กน่ารำคาญกอดสักวันก็แล้วกัน
ด้านไอริณได้แต่นั่งหลับตาและกอดเอวเขาเอาไว้แน่นอย่างไม่คิดจะคลายออก เธอสวดมนต์และภาวนาในใจว่าอย่าให้ตัวเองเป็นอะไรไปเพราะถ้าเธอตกลงไปศพเธอต้องไม่สวยมากแน่ๆ ซึ่งเธอยอมไม่ได้จริงๆ หากต้องตายก็ขอให้ตายแบบสวยๆ สิ อีกอย่างชีวิตนี้ยังไม่เคยมีแฟนกับเขาเลย เธอจะมาตายแบบอนาถแบบนี้ไม่ได้นะ พอคิดได้ดังนั้นก็พยายามตั้งสติและขยับตัวไปนั่งดีๆ เธอกอดเอวเขาเอาไว้อย่างมั่นคงมากขึ้นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อย่างข่มความกลัว เอาวะถ้าเขาพาเธอล้มเขาก็ต้องเจ็บตัวเหมือนกันเพราะงั้นเธอจะยอมเชื่อใจเขาสักครั้งก็แล้วกัน
ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีตามที่คิดเอาไว้เรียวจิก็พาคนตัวเล็กขับรถมาถึงสนามบินอีกทั้งยังมาถึงแบบปลอดภัยอีกด้วย ร่างสูงจอดรถเทียบทางเข้าสนามบินให้เธอแต่จอดอยู่นานแล้วคนตัวเล็กด้านหลังก็ไม่มีทีท่าว่าจะลงจากรถสักที
“ลงไปสิ ไม่รีบแล้วหรือไง” เรียวจิเปิดกระจกหมวกกันน็อกขึ้นเพื่อมองเธอ แววตาดุๆ ของเขาทำเอาไอริณนึกโมโห คนพึ่งผ่านความเป็นความตายมาจะให้เธอปรับสภาพจิตใจได้เร็วขนาดนั้นเลยหรือไง
“ไอลงไม่ได้ ขามันสั่น” แต่สุดท้ายก็ยอมบอกเขาถึงสาเหตุที่เธอไม่ยอมลงจากรถเพราะคิดว่าเขาอาจจะเห็นใจเธอขึ้นมาบ้าง
“ฟู่ว! ภาระฉิบหาย” พูดจบก็ขยับตัวลงจากรถและอุ้มเธอลงมายืนที่พื้นอีกครั้ง ร่างสูงกอดอกมองคนตัวเล็กที่เนื้อตัวสั่นเทาอย่างขบขันแต่พอเห็นสีหน้าซีดเซียวแล้วก็อดสงสารไม่ได้จึงเพียงยืนมองนิ่งๆ แทนเท่านั้น
ไอริณยืนปรับสภาพจิตใจอยู่ครู่นึงก็ยกมือไหว้ขอบคุณเขาเพราะถึงจะโกรธเคืองที่เขาขับรถเร็วจนเธอหวาดกลัวแต่ก็ปฏิเสธความมีน้ำใจที่เขามาส่งเธอไม่ได้ ต่อให้เขาจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ เธอก็ต้องขอบคุณเขาอยู่ดี
“ขอบคุณนะคะที่มาส่งไอ นี่ค่าน้ำมันค่ะ” เธอยื่นแบงก์พันให้เขาด้วยมือที่ยังสั่นเทาอยู่ เธอรู้ว่าเขารวยมากคงไม่มาคิดเล็กคิดน้อยกับเงินจำนวนนี้หรอก แต่ที่เธออยากให้เพราะอยากแสดงให้เขาเห็นว่าเธอไม่ได้จะรบกวนเขาฟรีๆ เธอเองก็เกรงใจเขาเหมือนกัน
“เก็บไว้ซื้ออาหารแมวเถอะ เงินแค่นี้เติมน้ำมันรถฉันไม่พอหรอก” เขาบอกเธออย่างไม่ใส่ใจก่อนจะก้าวขาขึ้นรถบิ๊กไบก์ตัวเองอีกครั้ง ร่างสูงมองเธอเพียงนิดและปิดกระจกหมวกกันน็อกลงจากนั้นก็ขับรถออกไปจากสนามบินอย่างรวดเร็วทิ้งให้ไอริณมองตามอย่างหมั่นไส้
เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะเมื่อสักครู่เธอนึกว่าตัวเองจะไม่รอดจนมาเจอน้องเอวาซะแล้ว เอวาคือชื่อที่เธอตั้งเอาไว้ให้น้องแมวของเธอ พอคิดถึงเจ้าเหมียวตัวน้อยที่รอเธออยู่ด้านในก็ทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีได้อีกครั้ง…
