บทที่ 10 EP.10 จีบเพื่อนเธอ?
อึก อึก อึก
ร้องไห้จนเจ็บกลางทรวงอก มิลลิเดินออกมาพร้อมทั้งกระดกเหล้าเพียวที่วางไว้ ปล่อยให้แอลกอฮอล์ชำระล้างบาดแผลที่เจ็บตรงหัวใจ ยังไม่ทันที่ความเศร้าได้ผ่อนคลาย ก็เหลือบเห็นมองเพื่อนสนิทอย่างมะปรางกอดคล้องคอยืนเต้นอยู่กับไมยราพอย่างสนิทสนม ใบหน้าแทบจะแนบชิดติดกัน ถ้าสิงร่างได้ก็คงทำไปแล้ว
หมับ!
มิลลิเดินมากระชากแขนของมะปราง
"เรากลับกันเถอะมะปราง" เสียงแหลมตะโกนเพราะเพลงในห้องนี้ดังมาก
"อะไร..ยังสนุกอยู่เลย" มะปรางเริ่มเมา
"ตอนนี้ดึกมากแล้ว เราควรจะกลับได้แล้ว"
"อยู่จนถึงตีหนึ่งไม่ได้เหรอ"
"ไม่ได้หรอกเดี๋ยวคุณพ่อเธอดุอีก"
เหมือนเพื่อนสนิทไม่อยากจะกลับ แถมยังซบใบหน้าสวยไว้แนบชิดแผงอกแกร่งกำยำของไมยราพซึ่งยืนถือแก้วเหล้าสงสัยตาเจ้าเล่ห์
"ถ้าเธอไม่ไป งั้นฉันกลับก่อนนะ"
มิลลิไม่อาจทนเห็นภาพบาดตา คว้ากระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน แต่แล้วมะปรางก็เปลี่ยนใจจะกลับพร้อมกัน เนื่องจากไมยราพพูดคุยเจรจาเพื่อจะพากลับไปส่งเอง
บนรถ
แน่นอนว่ามะปรางสั่งให้เพื่อนสาวคนสนิทนั่งเบาะหลังส่วนเธอนั่งเบาะเคียงข้างไมยราพชายหนุ่มผู้เป็นคนขับ เสียงเมาพูดคุยไม่เป็นภาษา
"ถึงแล้ว" ไมยราพบอกมะปราง "ไหวแน่นะ"
"ถ้าไม่ไหวพี่ไมยราพจะอุ้มมะปรางหรือคะ"
"เดี๋ยวพ่อเธอก็ออกมายิงกบาลฉัน ฮ่าๆ"
"พ่อมะปรางไม่ดุขนาดนั้นหรอกค่ะ อย่าไปเชื่อคำพูดของมิลลิมาก ถึงยังไงก็ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์ขับรถมาส่ง ทั้งที่กำลังสนุกแท้ๆ"
คำพูดส่อเสียดไม่พอใจสาดไปยังด้านเบาะหลัง แต่ก่อนจะก้าวขาลงรถ มะปรางพุ่งริมฝีปากจูบแก้มของไมยราพ "ฝันดีค่ะ"
ไม่คิดจะร่ำลาเพื่อนอย่างมิลลิด้วยซ้ำ
"มานั่งข้างหน้า" ไมยราพออกคำสั่ง
"หนูนั่งตรงนี้ก็ได้ค่ะ"
"ฉันไม่ใช่พนักงานขับรถของใคร"
"ค่ะ"
สาวน้อยเปิดประตูลงไปนั่งเบาะหน้าพร้อมกับคาดเบลล์เพื่อความปลอดภัย ชายหนุ่มขับรถหรูแล่นออกไประหว่างทางก็ชวนพูดคุย
"พ่อของเธอไปไหน"
"ตายแล้วค่ะ"
"ตายตั้งแต่เมื่อไหร่! แล้ว..เธออยู่กับใคร"
"หนูอยู่กับป้าค่ะ"
แน่นอนว่าเป็นเรื่องโกหก ตอนนี้เธอพักอาศัยและดำรงชีพด้วยตัวคนเดียวต่างหาก ไม่อยากให้ไมยราพเข้ามาวุ่นวาย จึงพูดปลดมดเท็จ
"เพื่อนเธอน่ารักดีนะ..ฉันจีบได้ไหม?" รถจอดติดไฟแดงไมยราพเอ่ยถามพร้อมเลิกคิ้วให้
"ถ้าจริงจังกับเพื่อนหนูก็จีบได้ แต่ถ้าเห็นเป็นแค่ของเล่นหรือของตาย ห้ามยุ่งเด็ดขาด!"
"แน่ใจเหรอว่าเธอห้ามฉันได้ หึ"
บ้านเช่า
ไม่อยากมองหน้าแฟนเก่าที่ทำร้ายจิตใจ สาวน้อยลงจากรถรีบจ้ำอ้าวเข้าไปยังบ้านเช่าที่เปิดเพียงไฟด้านนอกสว่างไสว แต่ยังไม่ทันได้ไขกุญแจปรากฏว่าบ้านที่ล็อกไว้ถูกเปิด?
แกร๊ก
'เชี่ยยย!'
'กรี๊ดดดดดด!'
เสียงชายร่างสูงผอมผิวคล้ำสบถ ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของมิลลิ ปรากฏว่าเขาถือถุงบางอย่างขนาดใหญ่กำลังเก็บข้าวของใส่ไว้ด้านใน
หมับ
ยังไม่ทันได้ตั้งสติ ชายแปลกหน้าวิ่งเข้ามาใช้มือปิดปากมิลลิเพราะเสียงกรีดร้องเริ่มดังสนั่น
โต้มมม!
"เฮ้ย! ทำห่าอะไร" โชคดีที่ไมยราพยังไม่ทันได้ขับรถออกไป แต่วิ่งถือปืนเข้ามาภายในบ้าน "ปล่อยมือโสโครกจากมิลลิเดี๋ยวนี้!! ไม่งั้นกูยิง"
"ยะ อย่าเพิ่งยิงผมนะครับ!" ชายผอมรีบถอย
"เข้ามาทำไมที่นี่วะ โจรใช่ไหม"
"ผะ ผม"
"พูดสิวะ!!"
ปืนพกพาสีดำจ่อเล็งไปที่ชายหนุ่มพร้อมทั้งใบหน้าหล่อที่ดุดัน สักพักเสียงวิ่งเข้ามาจากทางด้านหลังบ้านปรากฏว่าเป็นผู้หญิงอีกคน
"ขอโทษอีกครั้งนะคะ" ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาของชายผอมสูง ทั้งคู่คือผู้เช่าบ้านคนก่อนที่ถูกไล่ออกเนื่องจากไม่จ่ายค่าเช่า แต่ลืมของเอาไว้จึงรีบมาเก็บโดยใช้กุญแจสำรองที่มีไขเข้า
หลังจากขอโทษขอโพยยกมือไหว้ มิลลิก็ไม่อยากถือสาเอาความอะไรเพราะเห็นว่าเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำธรรมดา ไมยราพโทรเรียกช่างกุญแจให้มาเปลี่ยนแม่กุญแจทุกดอกในบ้าน
เวลาเที่ยงคืน
กว่าจะเคลียร์ทุกอย่างเสร็จสรรพ เรียกได้ว่าไมยราพโมโหจนเลือดขึ้นหน้าเกือบจะสาดกระสุนเจาะกะโหลกของผู้บุกรุกที่เข้ามา
"ไหนบอกว่าอยู่กับป้า? ดึกขนาดนี้ป้าไปไหน" ไมยราพถามอย่างข้องใจ
"คือว่า..." มิลลิเลิ่กลั่ก
"นี่เธอคงไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม"
"เปล่านะคะ! หนูอยู่กับป้าจริงๆ"
หมับ!
'อักกกก'
เสียงร้องเจ็บเมื่อชายหนุ่มตัวสูงกระชากเอวบางเข้ามาสวมกอดไว้อย่างแน่น กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมผสานน้ำหอมราคาแพงของตัวเขาโชยปะทะจมูกอย่างจัง ไมยราพพูดกระซิบ "เธอนี่มันตอแหลไม่เปลี่ยนเลยนะมิลลิ"
"ไม่ใช่นะคะ!" เสียงแหลมตะเบ็ง แต่ยังไม่ได้พูดอะไรต่อก็โดนพุ่งประกบจูบปาก ทันทีที่อีกฝ่ายเริ่มรุกรานสาวน้อยก็ผลักออกเต็มแรง
"รังเกียจฉันเหรอ"
"ใช่ค่ะ เพราะพี่เพิ่งเอากับผู้หญิงคนอื่น ปากนั่นคงจูบอะไรต่อมิอะไรมาด้วย มันน่าแขยง ฉะนั้น..ถอยไปซะ!! หนูขยะแขยง"
