บทที่ 10 พ่อเลี้ยงเดี่ยว

“ยูต้องกินข้าวก่อนนะเทรย์ไม่งั้นคืนนี้แด๊ดจะไม่ให้เล่นเกมส์” เสียงถกเถียงกันระหว่างพ่อลูกดังอยู่ในห้องอาหารเพราะเด็กน้อยไม่ยอมกินอาหารตรงหน้า

“เทรย์ไม่ชอบกินไอ้นี่มันแหวะ เทรยอยากกินไข่เหลือง” เด็กชาย เทรย์ แสงไท มองสบตาผู้เป็นบิดาอย่างไม่ยอม

ธามไท แสงไท วัย26ปีมองลูกชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่ได้สีผมจากแม่แต่ใบหน้าตาคิ้วคางสีผิวได้เขาเขาไปหมดชายหนุ่มไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นพ่อที่ดีได้เพราะยังอยู่ในวัยเรียนแต่เมื่อพลาดไปแล้วเขาก็ยอมรับในเมื่อแม่ของลูกไม่พร้อมจะเลี้ยงดูและหายเข้ากลีบเมฆจนตอนนี้ก็สี่ปีแล้วเขายังไม่เจอเลนนี่เลยแต่มันก็ดีแล้วเพราะเขาไม่ได้อยากเจอเลนนี่ ตอนนี้เขากับลูกชายสบายดีและจะกลับเมืองไทยเดือนหน้าซึ่งที่บ้านไม่มีใครรู้ว่าเขามีลูก

“คืนนี้เทรย์ต้องกินโจ๊กก่อนแล้วพรุ่งนี้แด๊ดจะทำไข่เหลืองให้กินโอเคมั้ย” คุณพ่อสุดหล่อหลอกล่อลูกชายซึ่งนับวันเทรย์เหมือนเขาเข้าไปทุกทีหากไม่ชอบใจอะไรก็จะนิ่งเงียบและชอบกินไข่เจียวที่สุด

“ก็ได้ แด๊ดดี้ทำอันใหญ่ๆเลยนะ” เทรย์ยิ้มออกตอบพ่อ

ธามไทก็ลืมไปว่าไข่หมดไม่ได้ฝากพี่เลี้ยงของลูกไปซื้อซึ่งบางครั้งเขาต้องพึ่งป้ามอลลี่ภรรยาบอดี้การ์ดของลุคส์มาช่วยเลี้ยงลูกในขณะที่เขาไปเรียนส่วนกลางคืนเขาเลี้ยงเองจนมาถึงตอนนี้ก็สี่ปีกว่าแล้ว

“ตกลงครับลูกชาย”

“ที่บ้านแด๊ดดี้มีคนเยอะมั้ยครับ” เด็กน้อยถามพ่อที่บอกว่าจะพาเขากลับบ้านที่อยู่ไกลมากต้องนั่งเครื่องบินจนตูดด้านเลย

“เยอะสิลูก บ้านของแด๊ดดี้มีคุณปู่คุณย่าลุงป้าน้าอาเยอะแยะเลย แล้วเทรย์ต้องพูดเพราะๆด้วยจะได้มีคนรักเยอะรู้มั้ยครับ” คุณพ่อสุดหล่อสอนลูกชายคนอื่นเขาไม่ห่วงกลัวแต่แม่จะไม่ยอมรับเพราะท่านถือตัวเจ้ายศเจ้าอย่างและขอเขาไว้ว่าอย่ามีเมียฝรั่งซึ่งเขาก็ไม่มีเมียฝรั่งตามที่ท่านขอ เขาแค่มีลูกชายคนเดียวเท่านั้นแต่ไม่ได้หนักใจ

“ครับแด๊ดดี้” เทรย์เลอร์พูภาษาไทยชัดพอๆกับพูดภาษาอังกฤษไฟแลบเหมือนพ่อทั้งที่อายุแค่สี่ขวบกว่าแต่เด็กน้อยฉลาดหลักแหลมมากทีเดียวและยังเข้าโรงเรียนตั้งแต่สองขวบครึ่งตอนนี้อาบน้ำแต่งตัวเองได้แล้ว

“เทรย์จำที่แด๊ดพูดได้มั้ยลูก ถึงเทรย์จะไม่มีแม่แต่แด๊ดก็รักเทรย์มากที่สุดในโลก” ตอนนั้นเขาอยู่ในวัยรุ่นและมีแต่เพื่อนฝรั่งส่วนคนไทยก็มีแค่อนันดาหนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกาส่วนวริทกับราเมนทร์เรียนที่อังกฤษและมีเพื่อนสนิทอีกคนคือลุคส์

“เทรย์ก็รักแด๊ดดี้ที่สุดในจักรวาลครับ” เด็กน้อยไม่ยอมแพ้พ่อทั้งสองสนิทกันมากแต่ก็มีบ้างที่เทรย์ดื้อทำให้เขาโมโหชายหนุ่มก็เลือกเดินหนีไปสงบอารมณ์ก่อนแล้วกลับมาคุยกับลูกด้วยเหตุผลและตอนนี้เทรย์โตขึ้นเข้าใจในสิ่งที่พ่อสอนและป้ามอลลี่สอนจึงทำให้พ่อลูกเข้าใจกันและบางครั้งธามไทต้องไปปาร์ตี้กับเพื่อนบ้างก็จะฝากลูกชายกับมอลลี่และให้เงินพิเศษซึ่งมอลลี่ก็รับบ้างไม่รับบ้างบอกว่าเลี้ยงเทรย์เหมือนหลานชายไปแล้วหากกลับไปอยู่เมืองไทยเธอคงคิดถึงแย่

“คืนนี้แด๊ดดี้กลับดึกมั้ยครับ” เทรย์ถามพ่อหน้าละห้อยเขาอยากนอนกับพ่อแต่นอนกับป้ามอลลี่ก็ได้

“ไม่ดึกมั้ง แต่พรุ่งนี้เช้าเทรย์ตื่นมาเจอแด๊ดแน่นอน” คนเป็นพ่อบอกลูกชายเพราะคืนนี้เขาต้องไปงานปาร์ตี้วันเกิดของผู้จัดการที่เขาทำงานด้วยและตอนนี้ลาออกเรียบร้อยแล้วเพื่อเตรียมตัวกลับเมืองไทยจึงนัดลุคส์กับอนันดาไปด้วย

“ทุกทีเลย ถ้ามีม่ามี้อยู่ด้วยก็คงดี เอ่อ เทรย์ขอโทษครับแด๊ดดี้”

“ไม่เป็นไรลูก เทรย์ไม่ต้องขอโทษแด๊ดหรอก ม่ามี้เขาอยู่บนสวรรค์แล้วแต่เราก็อยู่สองคนพ่อลูกได้นี่นาจริงมั้ย” ธามไทเลือกบอกลูกว่าแม่ของเทรย์นั้นอยู่บนสวรรค์เพื่อที่ลูกชายจะได้เข้าใจง่ายและจะได้ไม่ถามถึงแม่แต่ก็มีบ้างนานๆครั้ง

“จริงครับแด๊ดดี้” เด็กน้อยยิ้มออกเมื่อพ่อไม่โกรธก่อนจะกินโจ๊กจนหมดชามแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะไปแปรงฟัน

ธามไทเก็บชามไปล้างแล้วเดินไปดูลูกชายที่เดินไปเล่นเกมส์แล้วชายหนุ่มก็เข้าไปแต่งตัวและรอมอลลี่ที่กลับบ้านไปอาบน้ำมานอนเป็นเพื่อนลูกชายซึ่งบ้านของมอลลี่อยู่ชั้นยี่สิบนี่เองซึ่งทั้งชั้นเป็นที่อยู่ของบอร์ดี้การ์ดของลุคส์

“ฝากตัวแสบด้วยนะครับป้ามอลลี่”

“ค่ะคุณไท เที่ยวให้สนุกนะคะ” มอลลี่ยิ้มให้หนุ่มไทยเพื่อนของเจ้านายสามีที่ขอเธอช่วยเลี้ยงดูลูกชายของเขามาตั้งแต่แบเบาะจนตอนนี้สี่ขวบกว่าแล้วก็รักเหมือนหลานเพราะลูกๆของเธอเธอก็โตมีครอบครัวกันแล้วแต่ทำงานคนละรัฐจึงไม่ได้เจอกันบ่อยนอกจากเทศกาลหรือฮอลิเดย์เท่านั้น

“แด๊ดดี้สัญญาแล้วนะว่าเทรย์ตื่นมาจะเจอแด๊ดดี้” ลูกชายทวงสัญญาจากพ่ออีกครั้ง

“ครับลูกชายสุดที่รัก จุ๊บ ไปนอนได้แล้ว กู้ดไนท์ลูกรัก” ธามไทหอมแก้มลูกชายก่อนจะเดินออกจากเพนท์เฮ้าส์ที่เขาอาศัยมาตลอดสี่ปีตั้งแต่เทรย์มาอยู่ด้วยและยังจ่ายเพื่อนไม่หมดเลยทั้งที่เขาเอาเงินปันผลในบัญชีที่เมืองไทยมาจ่ายได้สบายมากแต่เขาอยากซื้อเพนท์เฮ้าส์นี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองและเพื่อนก็ลดราคาให้เยอะแล้วยังบอกว่าไม่เอาเงินที่เหลือแล้วยกให้หลานแต่เขาไม่ยอมอย่างน้อยให้เขาได้ภูมิใจว่าซื้อเพนท์เฮ้าส์ห้องนี้ให้ลูกชายสุดที่รักลุคส์จึงยอม

ธามไทเป็นหนุ่มไทยหน้าคมผิวขาวรูปร่างสูงใหญ่หุ่นดีกล้ามเป็นมัดๆเพราะออกกำลังกายชายหนุ่มเป็นลูกผสมพ่อของเขามีเชื้อจีนแม่ของเขาก็มีชาติมีตระกูลเป็นลูกหลานผู้ดีเก่าฐานะร่ำรวยไม่แพ้พ่อของเขา แต่ชายหนุ่มก็ทำตัวปกติไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนลูกเศรษฐีที่มีรถหรูขับเรียนทั้งที่มาเรียนไม่กี่ปีเขาก็ยังใช้รถมือสองที่ซื้อต่อจากพ่อบ้านของลุคส์เป็นรถเอสยูวีที่เหมาะสำหรับมีเด็กไปไหนมาไหนได้สะดวก ตอนที่เขายังไม่มีเทรย์เขาก็ใช้จักยานเพราะพักอยู่ในอพาร์ทเมนท์ในมหาลัยพอเลนนี่หิ้วตะกร้าใบใหญ่มีเทรย์นอนอยู่มายื่นให้เขาชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปทันทียังดีที่มีเพื่อนทั้งสองอยู่ข้างๆคอยช่วยเหลือจนเขาผ่านมาได้หากกลับเมืองไทยพ่อแม่พี่น้องของเขาทุกคนคงตกใจที่เห็นเทรย์

“เฮ้ไท” ลุคส์โบกมือให้เพื่อนว่าเขาอยู่ตรงนี้

“หวัดดีลุคส์ อนัน” ธามไททักเพื่อนทั้งสองแล้วมองหาผู้จัดการกับเพื่อนร่วมงานที่มาจัดปาร์ตี้วันเกิดที่นี่

“นั่งก่อนมั้ยล่ะ” อนันดาถามเพื่อนที่มองหาเจ้าของปาร์ตี้คืนนี้เจอแล้ว

“ขอเอาของขวัญไปให้ผู้จัดการก่อนนะ”

“ตามสบายเพื่อน” ลุคส์มองตามเพื่อนก่อนจะมองสาวสวยเซ็กซี่กลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามาในคลับหรูซึ่งพวกเธอเป็นชาวเอเชียแน่แต่ชาติไหนเท่านั้นแหละ

“แจ่มๆทั้งนั้นเลยว่ะลุคส์” อนันดามองสาวสวยทั้งห้าคนแล้วยกมือลูบปากดูเหมือนว่าพวกเธอก็สนใจเขากับเพื่อนเหมือนกัน

“งั้นไปชนแก้วเลยมั้ยล่ะ” สองหนุ่มลุกขึ้นทันทีเดินตรงไปหากลุ่มดาราสาวที่กำลังจะสั่งเครื่องดื่ม

“ขออนุญาตให้ผมกับเพื่อนเลี้ยงเครื่องดื่มได้มั้ยครับคุณผู้หญิง” อนันดาถามสาวสวยทั้งห้าเป็นภาษาอังกฤษซึ่งหน้าตาของเขาก็ฝรั่ง

“ว่าไงพวกแก ฮีบอกจะเลี้ยงเหล้าพวกเราน่ะ” ซอนย่านางแบบสาวชื่อดังขอความเห็นเพื่อนๆ

“ก็ไม่น่าจะมีปัญหาจริงมั้ยพวกแก” สมาพรตอบเพื่อนแล้วหัวเราคิกคักก็หนุ่มฝรั่งทั้งสองหล่อแซ่บมาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป