บทที่ 3 ผู้มีพระคุณ

“วันนี้อาจารย์ให้กลับมาอ่านหนังสือสอบเอ็นทรานซ์ค่ะ คุณย่ากุ้งขาถ้าปูสอบเอ็นทรานซ์ไม่ได้จะทำยังไงดีคะ” เด็กสาวกังวลใจกลัวว่าจะทำให้ผู้ปกครองผิดหวัง

เทียนหอม ภาพพิรุณ นามสกุลจริงของพ่อแล้วเปลี่ยนมาเป็น เทียนหอม วรางค์กุล หรือปู ปูลม เด็กสาววัย18ปี เป็นหลานบุญธรรมของคุณย่ากุ้งหลังจากที่พ่อแม่จากไปเพราะออกไปหาปลาในทะเลแล้วเจอพายุหลบเข้าเกาะไม่ทันจึงทำให้เรือล่มกว่าจะเจอร่างของทั้งสองก็ไม่มีลมหายใจแล้ว เด็กสาวก็อยู่ในความดูแลของคุณย่ากุ้งเพราะญาติๆของพ่อแม่ไม่มีใครยอมให้เธอไปอยู่ด้วยอ้างว่าฐานะไม่ดีไม่มีปัญญาเลี้ยงเพราะมีลูกต้องดูแลเธอจึงอยู่ในความดูแลของคุณย่ากุ้งมาตลอดทำให้เธอรักท่านเหมือนย่าแท้ๆและท่านยังให้เธอเปลี่ยนมาใช้นามสกุล วรางค์กุล ขอท่านอีกด้วย

“ถ้าปูลมทำเต็มที่แล้วไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เรียนที่มหาวิทยาลัยไหนก็ได้ลูก” คุณปรียามลบอกเด็กสาวอย่างอ่อนโยนและที่ท่านกลัวก็คือเทียนหอมเป็นห่วงท่านอาจจะทำให้สอบไม่ได้เพื่อจะได้เรียนใกล้บ้าน

“ที่จริงปูเรียนที่บางแสนก็ได้นะคะคุณย่ากุ้ง ปูจะได้มีเวลาช่วยงานของพี่ตุ๊ก ด้วยค่ะ” หากเรียนที่บางแสนวันไหนเรียนเสร็จไวเธอก็กลับบ้านได้หรือไม่ก็ตื่นเช้านั่งรถเมล์ไปกลับก็ได้ยิ่งตอนนี้มีรถตู้วิ่งก็สะดวกเธอยอมเหนื่อยเพื่อจะได้มีเวลาดูแลคุณย่ากุ้งและช่วยงานของท่าน

“ปูลมฟังย่านะลูก ที่ย่าให้สอบเอ็นทรานซ์เข้ามาหาวิทยาลัยที่ย่าจบมาก็เพื่ออนาคตของปูลมจะได้มีงานทำที่ดีและมั่นคงย่าจะได้นอนตายตาหลับไปบอกนัดดากับจักรีได้ พ่อแม่ของปูลมจะได้หมดห่วงนะลูก” คุณปรียามลพูดเสียงสั่นจนถึงวันนี้ท่านก็ยังทำใจไม่ได้ที่คนสนิทจากไปก่อนวัยอันควรซึ่งทั้งสองขยันขันแข็งทำงานดูแลบ้านและอพาร์เมนท์กับบ้านเช่าที่ท่านสร้างให้นายทหารเช่าและยังออกเรือหาปลาอีกเพื่อเก็บเงินไว้ให้ลูกสาวเรียนสูงๆและตอนนี้ท่านก็สานต่อให้ความหวังของทั้งสองแล้ว

“ปูจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ ปูรักคุณย่ากุ้งค่ะ” เทียนหอมกราบที่ตักของคุณย่ากุ้งผู้มีพระคุณของครอบครัวเธอมาตลอดและเธอเห็นท่านมาตั้งแต่เด็กๆน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจที่ท่านเมตตาเด็กกำพร้าอย่างเธอ

“ดีมาก หลานย่ากุ้งต้องเข้มแข็งรู้มั้ยลูก ไม่ว่าชีวิตวันข้างหน้าจะเป็นยังไงเราต้องก้าวผ่านไปให้ได้” เสียงแหบนุ่มสอนหลานสาวนอกไส้อย่างอ่อนโยน

“ค่ะคุณย่ากุ้ง” 

“งั้นไปอ่านหนังสือเถอะลูก” 

“ค่ะคุณย่ากุ้ง” เทียนหอมลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้านที่เธอย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้กับคุณย่ากุ้งตั้งแต่พ่อแม่จากไปและคนในบ้านก็เอ็นดูเธอเหมือนเดิมแม้จะได้เป็นหลานบุญธรรมของท่านแต่เด็กหญิงเทียนหอมก็ยังทำตัวน่ารักอ่อนน้อมถ่อมตนกับลุงป้าพี่ๆคนงานในบ้านของคุณปรียามลเอ็นดู

“ป้าแผ้วคะ มีอะไรให้ปูช่วยบ้างคะ” เทียนหอมเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ลงมาถามแม่ครัวฝีมือดีที่มาอยู่ตอนที่คุณย่ากุ้งของเธอมาอยู่ที่บ้านเพราะเธอต้องทำงานให้เสร็จก่อนแล้วถึงจะไปอ่านหนังสือ

“ป้าทำกับข้าวเสร็จแล้วจ้ะหนูปู คุณท่านบอกว่าคุณนาวิกจะมาป้าก็เลยรีบทำกลัวจะเสร็จไม่ทันน่ะ” นางแผ้วบอกเด็กสาวกำพร้าที่คุณปรียารับเป็นหลานบุญธรรมอย่างเอ็นดูเพราะรู้จักกับพ่อแม่ของเทียนหอมเป็นอย่างดีและเป็นโชคดีของเด็กสาวที่คุณท่านเมตตาและทุกคนในบ้านก็เอ็นดูเทียนหอมทุกคน

“ไม่เห็นคุณย่ากุ้งบอกปูเลยว่าคุณลุงนาวิกจะมา” เด็กสาวพูดพึมพำคนเดียว

“คุณท่านลืมมั้ง หนูปูลมอย่าลืมไปดูห้องพักที่อาพาร์ทเมนท์นะมีเมียคุณทหารมาบอกว่าน้ำไม่ไหลป้าให้นายเหลิมไปดูแล้วไม่รู้ว่าเสร็จหรือยังคุณตุ๊กตาก็ไม่อยู่ด้วยสิ” นางแผ้วบอกเด็กสาวที่ช่วยดูแลอพาร์ทเมนท์และบ้านเช่าที่คุณปรียาสร้างขึ้นตอนที่กลับมาอยู่ที่สัตหีบและให้พวกนายทหารเช่าอยู่ในราคาถูกมีบ้านพักสิบหลังและอพาร์เมนท์สี่ชั้นสี่หลังอยู่บริเวรด้านหน้าติดถนนสิบไร่และที่เหลือก็ปลูกบ้านพักตากอากาศห้าหลังจัดสวนดอกไม้และปลูกต้นมะพร้าวไว้สุดแนวยาวตามเขตแดนที่ดินของท่านซึ่งมีเศรษฐีมาขอซื้อท่านไม่ขายเก็บไว้ให้ลูกหลานไว้มาพักผ่อนนอนริมทะเล

“งั้นปูไปดูลุงเหลิมก่อนนะคะป้าแผ้ว” เทียนหอมพูดจบก็เดินไปที่จักรยานคันเก่งของเธอที่พ่อแม่ซื้อให้เป็นของขวัญในวันเกิดครบสิบขวบที่เธอก็ใช้มาจนถึงทุกวันนี้และเป็นที่ชินตาของทุกคนในละแวกนี้จะเห็นเด็กสาวปั่นจักรยานไปช่วยดูแลความเรียบร้อยที่อพาร์เมนท์ช่วยผู้จัดการแทนคุณย่ากุ้งของเธอ

วิกรมนั่งคุยโทรศัพท์เรื่องงานมาตลอดทางตั้งแต่กรุงเทพจนมาถึงสัตหีบเพื่อมาเยี่ยมแม่ตามปกติของเขาถึงจะยุ่งแค่ไหนก็จะหาเวลามาดูแลแม่เสมอ

“นั่นหนูปูลมนี่นายดม” วิกรมมองร่างเล็กปั่นจักรยานหน้าตั้งออกมาจากบ้านพอเห็นรถของเขาก็จอดรอ

“ใช่ครับคุณท่าน” นายดมพูดจบก็จอดรถตรงที่เด็กสาวจอดรอ

“หนูปูลมจะไปไหน” วิกรมถามเด็กสาวอย่างอ่อนโยน

“สวัสดีค่ะคุณลุงนาวิก ลุงดม ปูกำลังจะไปดูอพาร์ทเมนท์ค่ะคุณลุงนาวิก เมียพี่ทหารเขาแจ้งป้าแผ้วว่าน้ำไม่ไหลลุงเหลิมไปซ่อม พอดีพี่ตุ๊กกลับบ้านค่ะ” เทียนหอมตอบลูกชายคนโตของคุณย่ากุ้งที่เอ็นดูเธอต่างจากภรรยาที่ไม่ชอบเธอโดยไม่รู้สาเหตุอาจเป็นเพราะคุณย่ากุ้งรักและเอ็นดูเธอมากกว่าคนอื่นและยังได้อยู่ดูแลท่านอย่างใกล้ชิดคงจะกลัวเธอได้สมบัติของท่านซึ่งเธอไม่เคยคิดเลยแค่ท่านส่งเสียเลี้ยงดูเธอก็ไม่รู้จะชดใช้บุญคุณของท่านยังไงไหวแล้ว

“งั้นไปเถอะลูก ลุงจะเข้าบ้านไปหาคุณย่ากุ้งก่อน” วิกรมบอกเด็กสาวอย่างอ่อนโยนและเอ็นดูที่ขาดพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก

“ค่ะคุณลุงนาวิก” เทียนหอมพูดจบก็ยกมือไหว้ทั้งสองแล้วปั่นจักรยานไปที่อพาร์ทเมนท์เพื่อดูว่าลุงเหลิมซ่อมท่อน้ำเสร็จหรือยัง

เมื่อนายดมจอดรถตรงหน้าบ้านวิกรมลงจากรถมองไปรอบบ้านที่เขามาพักผ่อนตอนปิดเทอมอยู่กับตายายและวันหยุดเขาก็ขอพ่อมาเที่ยวทำให้เขาผูกพันกับที่นี่ต่างจากน้องสาวน้องชายที่ไม่ค่อยได้มาเพราะชอบอยู่กรุงเทพมากกว่าจึงมีแต่เขามาบ่อยจนถึงทุกวันนี้บ้านก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่างและมีบ้านพักตากอากาศของเขากับน้องสาวน้องชายที่แม่สร้างให้และยังมีบ้านรับรองแขกที่ท่านดูแลอย่างดี

“มาถึงแล้วทำไมไม่เข้าบ้านล่ะลูก” คุณย่ากุ้งถามลูกชายที่ยืนมองไปรอบๆบ้าน

“สวัสดีครับคุณแม่” วิกรมยกมือไหว้แม่แล้วเดินไปสวมกอดท่านหอมแก้มเบาๆ

“เข้าบ้านกันลูก” คุณปรียาบอกลูกชายแล้วเดินเข้าบ้านท่านไม่ได้น้อยใจลูกๆที่ไม่มาหาเพราะรู้ว่าแต่ละคนก็ทำงานและหลานๆก็เรียนจึงไม่ค่อยมีเวลาแล้วท่านเองก็เป็นคนมาอยู่ที่นี่เองทั้งที่ลูกๆหลานๆห้ามแต่ท่านอยากใช้ชีวิตบั้นปลายเงียบๆสงบได้ไปวัดทำบุญใส่บาตรเพราะวัดอยู่ใกล้มีพระสงฆ์มาบิณฑบาตทุกเช้าและอากาศก็บริสุทธิ์

“คุณแม่แข็งแรงดีนะครับ” วิกรมมองแม่ของเขาในวัยเจ็ดสิบหกที่ยังเดินเหินไปไหนมาไหนในบ้านได้หน้าตาผ่องใส 

“ที่นี่อากาศดีได้ออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์แค่นี้ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วล่ะลูก คนเราอยู่ดีกินดีมีชีวิตดีกว่าคนอื่นก็หมั่นทำบุญทำทานคิดดีทำดีสะสมไว้ชาติหน้าจะได้เกิดมาในภพภูมิที่ดี” คุณย่ากุ้งพูดกับลูกชายยิ้มๆสามีของท่านทำธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่เขาก็ตั้งมูลนิธิแสงไทขึ้นเพื่อนจะได้ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากและล้างบาปเพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นของมึนเมาหากดื่มในปริมาณพอดีก็ไม่เป็นไรแต่ดื่มเยอะก็มีโทษมหันต์เช่นกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป