บทที่ 5 เข้ากรุง

“ปูไม่อยากไปสอบแล้วค่ะพี่ตุ๊ก” 

“ทำไมล่ะ ไหนว่าอยากไปเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับคุณย่ากุ้งไงล่ะ” ตุ๊กถามยิ้มๆเธอรู้ว่าเทียนหอมเป็นห่วงคุณย่างกุ้งมากกว่า

“ปูก็อยากไปเรียนเหมือนกันค่ะ แต่ปูห่วงคุณย่าไม่มีใครอยู่ด้วย” เด็กสาวบอกความในใจด้วยความเป็นห่วงคุณย่ากุ้ง

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวพี่กับพี่แผ้วพี่สาลี่จะช่วยดูแลท่านเอง” ตุ๊กบอกเด็กสาวให้สบายใจเพราะยังมีคนงานในบ้านของคุณปรียากุลอีกหลายคน

“ไม่ต้องห่วงหรอกปูลมเดี๋ยวลุงให้นังอี้ดมันไปนอนเป็นเพื่อนคุณย่ากุ้งเอง” นายเหลิมบอกเด็กสาวตั้งแต่พ่อแม่จากไปก็มีคุณย่ากุ้งเป็นที่พึ่ง ตัวเขาเองก็อยากจะช่วยเหลือแต่มันไม่ไหวจริงๆเพราะมีภาระต้องส่งลูกชายคนโตรุ่นเดียวกับเทียนหอมที่เรียนโรงเรียนนายเรือและคนเล็กกำลังจะเข้าเรียนมัธยมไหนจะทางบ้านแม่ของภรรยาที่ต้องช่วยส่งเสียเลี้ยงดูพ่อตาแม่ยายอีก

“ถ้าปูเอ็นทรานซ์ติดจริงๆก็ฝากพี่ตุ๊ก ลุงเหลิมและทุกคนช่วยดูแลคุณย่ากุ้งด้วยนะคะ” เทียนหอมพูดกับตุ๊กและนายเหลิมขณะที่รถแล่นไปตามถนนสุขุมวิทเข้าทางด่วนเพื่อจะได้ถึงกรุงเทพเร็วๆซึ่งนายเหลิมก็คุ้นเคยเส้นทางดีเขาขับรถให้คุณปรียากุลเข้ากรุงเทพบ่อยในช่วงสองสามปีแรกที่ท่านมาอยู่สัตหีบ

จากนั้นทุกคนคุยกันไปตลอดทางจนกระทั่งถึงกรุงเทพเมืองที่วุ่นวายที่มีผู้คนจากทุกสารทิศเข้ามาเรียนมาทำงานและมาเที่ยวเพราะเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย

ที่คฤหาสน์หลังใหญ่กลางกรุงเทพตั้งอยู่บนที่ดินห้าไร่ที่เพียบพร้อมทุกอย่างเหมือนบ้านเศรษฐีทั่วไปมีทั้งสระว่ายน้ำ โรงยิม และของเล่นเศรษฐีมีโรงรถยนต์อยู่ด้านหลังบ้านติดกับโรงยิมและสระน้ำก็อยู่หลังเรือนขาวห่างประมาณยี่สิบเมตรมีรั้วต้นไม้สูงแค่เอวเป็นแนวกั้นล้อมรอบบ้านแบ่งอนาเขต

“จำรัสให้เด็กไปทำความสะอาดเรือนขาวเสร็จหรือยัง” นันทิดาถามแม่บ้านที่เธอบอกให้คนไปทำความสะอาดเรือนขาวและจัดหาน้ำดื่มน้ำผลไม้ไปจัดใส่ตู้เย็นตามที่สามีบอก

“ฉันให้นางหวิงกับสมพรไปทำแล้วค่ะ คุณแอ๋วจะไปดูมั้ยคะ” จำรัสถามเจ้านายเพราะเธอบอกให้เด็กไปทำความสะอาดเรือนขาวแล้วปกติก็ให้เข้าไปทำความสะอาดทุกอาทิตย์แต่ไม่มีคนอยู่และวันนี้เด็กเทียนหอมจะมาพักสองคืนจึงให้คนไปจัดที่นอนให้ตามที่เจ้านายสั่ง

“ไม่เป็นไร จำรัสบอกว่าเสร็จเรียบร้อยก็ตามนั้นแหละอีกเดี๋ยวยัยเด็กปูลมมาก็พาไปที่เรือนขาวเลยนะส่วนเรื่องอาหารการกินก็ให้สมพรเอาไปให้ที่โน่นเลย อ้อ แล้วอย่าลืมบอกด้วยล่ะว่าอย่าเดินเพ่นพ่าน” นันทิดาสั่งแม่บ้านเพราะเธอไม่ชอบเทียนหอมเด็กบ้านนอกไม่มีสกุลรุนชาติ แม่สามีของเธอก็บ้าไปรับมาเป็นหลานบุญธรรมยังดีที่ท่านแบ่งสมบัติให้ลูกๆหลานๆกันหมดแล้วแต่ยังเหลือที่บ้านสัตหีบตั้งสิบห้าไร่ทำเลดีมากด้วยไหนจะเงินสดในธนาคารและยังมีรายได้จากค่าเช่าอีกไม่รู้ว่าป่านนี้ยัยเด็กเทียนหอมนั่นได้ไปเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เธอเคยไปคุยกับน้องสาวน้องชายของสามีทั้งวริษากับวิทิตก็ไม่ได้สนใจเพราะเทียนหอมช่วยดูแลแม่หากท่านจะแบ่งให้เด็กสาวบ้างก็ไม่เป็นไรพ่อแม่ของเทียนหอมก็ดูแลบ้านมาให้ตลอดและรำพาก็บอกว่าแค่สมบัติที่ได้มากินทั้งชาติก็ไม่หมดแล้วมีแต่เธอคนเดียวที่มีปัญหา

“ค่ะคุณแอ๋ว” จำรัสก็เป็นไปตามเจ้านายเมื่อนันทิดาไม่ชอบเธอก็ไม่ชอบตามถ้าเทียนหอมมากับคุณปรียากุลก็ไม่มีใครกล้ามายุ่งวุ่นวายกับเด็กสาว

“ไปบอกนายหลอดหน่อยว่าฉันจะออกไปข้างนอก” นันทิดาบอกแม่บ้านก่อนจะเดินขึ้นไปเปลี่ยนชุดเพื่อไปช้อปปิ้งเพราะเทียนหอมไม่มีความสำคัญอะไรไม่จำเป็นต้องอยู่ต้อนรับสู้เธอไปเดินเล่นช้อปปิ้งจะดีกว่า

เทียนหอมใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมงกว่าเพราะช่วงสายรถไม่ติดพอมาถึงบ้านก็ก็เที่ยงกว่ามีแต่คนรับใช้อยู่บ้านและแม่บ้านก็พาเทียนหอมไปส่งที่เรือนขาวมีนายเหลิมกับตุ๊กเดินไปส่ง

“ขอบคุณลุงเหลิมกับพี่ตุ๊กมากนะคะที่มาส่งปู” เทียนหอมยกมือไหว้นายเหลิมกับตุ๊กที่ม่าส่งเธอถึงเรือนขาว

“อยู่คนเดียวได้แน่นะปูลม” ตุ๊กถามเด็กสาวที่นั่งกอดกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้เพราะเห็นท่าทางของแม่บ้านแล้วดูท่าจะไม่ชอบเทียนหอมซึ่งเธอเพิ่งมาเป็นครั้งแรก

“อยู่ได้สบายมากค่ะพี่ตุ๊ก ปูว่าลุงเหลิมกับพี่ตุ๊กรีบกลับบ้านดีกว่านะคะเดี๋ยวรถจะติดแล้วถึงบ้านค่ำค่ะ” เทียนหอมบอกทั้งสองทั้งที่ยังนั่งพักไม่ถึงสิบนาทีและเธอยังไม่ได้เข้าไปดูในบ้านด้วยแต่มีสมพรนั่งอยู่ด้วย

“งั้นพี่ไปนะ ปูลมไม่ต้องไปส่งหรอกเข้าบ้านแล้วพักผ่อนอ่านทบทวนหนังสือสอบเถอะ ขอให้ตั้งใจทำนะพี่ว่าปูลมทำได้สู้ๆจ้ะ” ตุ๊กพูดกับเทียนหอมเธอคิดว่าเด็กสาวทำได้อยู่แล้ว

“โชคดีนะปูลม ดูแลตัวเองด้วยล่ะ”

“สวัสดีค่ะพี่ตุ๊ก ลุงเหลิมขับรถดีๆนะคะ” เทียนหอมยกมือไหว้ขอบคุณนายเหลิมกับตุ๊กและมองตามหลังหน้าละห้อย

“คุณปูลมคะ” 

“อุ้ย, เอ่อ พี่สมพรเรียกปูลมเฉยๆก็พอค่ะ ปูก็ไม่ได้เป็นลูกหลานคุณย่ากุ้งแท้ๆ ปูเป็นแค่เด็กในความอุปการะของคุณย่ากุ้งเท่านั้นค่ะ” เทียนหอมบอกสมพรคนรับใช้ที่ดีกับเธอและยังมีนางหวิงอีกคนส่วนแม่บ้านแม่ครัวและคนรับใช้คนอื่นอีกห้าหกคนไม่ชอบเธอตามเจ้านายประเภทนายว่าขี้ข้าพลอย

“เอาอย่างนั้นเหรอคะ เดี๋ยวคุณท่านได้ยินพี่จะโดนเอ็ดเอาน่ะสิคะ” สมพรยิ้มให้เด็กสาวที่เธอถูกชะตาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกไม่ได้สนใจว่าเจ้านายจะชอบหรือไม่แต่เธอชอบอัธยาศัยของเด็กสาว

“คุณลุงนาวิกไม่ว่าหรอกค่ะ ปูกลัวคุณผู้หญิงเธอได้ยินแล้วพี่สมพรจะถูกดุน่ะสิคะ” เทียนหอมพูดยิ้มๆเธอไม่ได้โกรธนันทิดาเพราะทุกคนมีสิทธิ์จะชอบและไม่ชอบใครก็ได้เป็นเรื่องส่วนตัวแล้วจะให้ทุกคนชอบเธอมันก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน

“ก็ได้จ้ะน้องปูลม” สมพรก็คิดว่าคุณท่านไม่อยู่ก็เรียกแบบนี้ได้หากคุณนันทิดาได้ยินเธอเรียกคุณปูลมมีหวังถูกหักเงินเดือนแน่

“งั้นปูเอาของไปเก็บก่อนนะคะ” 

“พี่ช่วยจ้ะ”

“ขอบคุณค่ะพี่สมพร แต่ไม่ต้องหรอกค่ะเสื้อผ้าของปูมีแค่กระเป๋าเดียวเองค่ะ” เทียนหอมพูดจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้านมองสำรวจตรวจตราไปทั่ว

“น้องปูลมจะให้พี่มานอนเป็นเพื่อนมั้ย” 

“ดีเลยค่ะพี่สมพร ปูกำลังคิดว่าคืนนี้จะนอนยังไง” เธอไม่ได้กลัวเพราะมานอนหลายครั้งแล้วแต่อยู่คนเดียวมันก็เหงาน่ะสิ

“งั้นน้องปูจัดของไปก่อนเถอะมีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกเดี๋ยวพี่ไปช่วยน้าหวิงรีดผ้าก่อน มีขนมอยู่ในตู้เย็นนะคะส่วนอาหารเย็นเดี๋ยวพี่จัดมาให้ค่ะ” สมพรบอกเด็กสาวอย่างเอ็นดูเพราะเธอแอบเอาขนมมาใส่ตู้เย็นให้เด็กสาว

“ขอบคุณค่ะพี่สมพร” เทียนหอมยกมือไหว้ขอบคุณสมพรอย่างน้อยเธอก็ยังเจอคนมีน้ำใจอย่างสมพรกับหวิงส่วนคนอื่นเธอก็เข้าใจดีว่าต้องเชื่อฟังเจ้านายที่เป็นคนจ่ายเงินเดือนมากกว่าเธอ

เมื่อสมพรเดินออกไปจากเรื่อนขาวเทียนหอมก็เดินเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นเคยเพราะมากับคุณย่ากุ้งบ่อยแต่สองปีที่ผ่านมาท่านจะมาเฉพาะงานที่จำเป็นเท่านั้น

“สวัสดีค่ะคุณปู่นิยม ปูขออนุญาตมาพักที่บ้านของคุณปู่นิยมสักสองคืนนะคะพอดีปูจะสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาลัยเดียวกับคุณย่ากุ้งค่ะ คุณปู่อวยพรให้ปูด้วยนะคะ” เทียนหอมยกมือไหว้รูปของคุณนิยมบนผนังห้องที่ติดคู่กับคุณปรียากุลแล้วยิ้มให้ท่าน เด็กสาวก็รู้จักคุณนิยมมาตั้งแต่จำความได้เพราะท่านมักจะพาคุณย่ากุ้งไปสัตหีบบ่อยๆจนกระทั่งท่านจากไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป