บทที่ 6 น้องสาวนอกไส่
เมื่อไหว้คุณปู่นิยมเสร็จเด็กสาวก็เดินไปที่ห้องนอนที่จัดเตรียมที่หลับที่นอนให้เธอเรียบร้อยซึ่งปกติที่มากับคุณย่ากุ้งเธอจะปูที่นอนข้างเตียงท่านเพราะเรือนขาวมีห้องนอนเดียวบางทีเธอก็นอนดูทีวีที่ห้องนั่งเล่นก็หลับที่นั่นบ้าง เมื่อจัดเตรียมที่นอนของตัวเองแล้วเทียนหอมก็เอาหนังสือมาอ่านทบทวนเพื่อสอบในวันพรุ่งนี้จนกระทั่งสิบหกนาฬิกาก็ไปอาบน้ำเพราะง่วงนอนแล้วเธอก็ตาสว่างขึ้นมาออกมานั่งอ่านหนังสือต่อที่ศาลากลางน้ำเพราะแสงแดดลับต้นไม้ไปแล้วจึงทำให้ร่มรื่นเย็นสบายก่อนจะเห็นรถสปอร์ตหรูสีเหลืองแล่นเข้ามาจอดในบ้านใหญ่แล้วเจ้าของรถก็เดินตรงมาหาเธอที่ศาลา
“ไฮปูลม คิดถึงจังเลย” เสียงห้าวดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงที่เด็กสาวนั่ง
“สวัสดีค่ะคุณซีสุดหล่อ” เทียนหอมยกมือไหว้ลูกชายคนเล็กของวิกรมและยิ้มให้ตาหยี
“พูดถูกใจมากเดี๋ยวให้กินหนมพันหนึ่งคนสวย หึๆๆ” ธนาทิปยกมือขยี้ผมเด็กสาวอย่างเอ็นดูเพราะเทียนหอมกำพร้าพ่อแม่แล้วตัวเขาเองก็รู้จักพ่อแม่ของเทียนหอมดีเวลาไปพักผ่อนทีสัตหีบทีไรเขากับพี่ชายก็ออกไปตกหมึกกับพ่อของเด็กสาวเป็นประจำจึงทำให้เขารักเด็กสาวเหมือนน้องแม้แม่ของเขาจะไม่ชอบเทียนหอมแต่เขาคนละคนกับท่าน
“งั้นเอามาเลยค่ะ หอมจะได้เอาไว้เป็นค่าแท็กซี่ไปสอบพรุ่งนี้” เทียนหอมแบมือรอแกล้งลูกชายคนเล็กของคุณลุงนาวิก
“แป้ะๆ..”
“แปะโป้งไว้ก่อน พรุ่งนี้ไปมหาลัยกับพี่อย่าให้เสียชื่อคุณย่าอดีตดาวมหาลัยและเดือนอย่างพี่ล่ะขายหน้าเขาตาเลย" ธนาทิปพูดกับน้องสาวนอกไส้ยิ้มๆสมัยก่อนย่ากุ้งเป็นถึงดาวคณะนิเทศฯและตอนนี้เขาก็เป็นเดือนคณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี
“ปูไม่รบกวนพี่ซีดีกว่าค่ะ ปูไปเองได้ค่ะ” เทียนหอมตอบเธอไม่อยากมีปัญหากับแม่ของเขา
“ไม่ต้องกลัวแม่พี่จะว่าหรอกเดี๋ยวพี่จะพูดต่อหน้าคุณพ่อรับรองว่า ส.บ.ม.ย.ห ครับ” เขารู้อยู่แล้วว่าเทียนหอมไม่อยากมีปัญหากับแม่แต่เรื่องแค่นี้เองเขาไม่เห็นว่าจะเสียหายอะไรยังไงก็ไปมหาลัยและเขาไม่สามารถใจดำกับยัยเด็กหน้าตาบ๊องแบ้วน่ารักตรงหน้าได้
“ขอบคุณค่ะพี่ซี” เทียนหอมยกมือไหว้ขอบคุณธนาทิปที่เอ็นดูเธอไม่เปลี่ยน
“งั้นอ่านหนังสือไปเถอะไม่เข้าใจอะไรก็ถามพี่นะครับคนสวย”
“พี่ซีเรียนการตลาดแล้วปูเรียนนิเทศฯจะไปกันได้เหรอคะ” เทียนหอมถามยิ้มๆเธอกลัวจะสับสนมากกว่าน่ะสิ
“เอ่อจริงด้วยงั้นสู้ๆครับ พี่ไปนะ” ธนาทิปพูดจบก็ลุกขึ้นเดินกลับบ้าน
เทียนหอมมองตามหลังธนาทิปแล้วยิ้มก็มีลูกชายของคุณลุงนาวิกนี่แหละที่คุยกับเธอส่วนลูกหลานคนอื่นถ้าเจอกันก็ถามสองสามคำก็จบแต่ไม่ได้รังเกียจหรือเกลียดชังเธอและลูกสาวลูกชายของคุณย่ากุ้งก็ฝากให้เธอดูแลท่านแล้วเวลาไปสัตหีบก็ให้เงินเธอไว้ใช้เป็นประจำแล้วเห็นรถแม่ของธนาทิปมาพอดีใจจริงอยากไปสวัสดีเจ้าของบ้านแต่กลัวคุณนันทิดาไม่พอใจยังไงเย็นนี้เธอก็ต้องไปสวัสดีก่อนก้มอ่านหนังสือที่เธอจะสอบวันพรุ่งนี้
นันทิดานั่งรถเข้ามาก็เห็นลูกชายเดินมาจากเรือนขาวน่าจะไปหาเด็กปูลมมาแน่ๆทั้งที่เธอบอกแล้วว่าอย่าไปสุงสิงกับเด็กนั่นเดี๋ยวมันก็ลามปามยกตัวมาเสมอลูกๆของเธอเพราะถือว่าเป็นหลานบุญธรรมของแม่สามี
“ตาซีจะไปไหน” นันทิดาลงรถได้ก็เรียกลูกชายที่กำลังเดินเข้าบ้าน
“ไปอาบน้ำครับ คุณแม่มีอะไรครับแล้วนี่ไปซื้ออะไรมาอีกครับเนี่ย” ธนาทิปเห็นถุงเครื่องประดับโลโก้แบรนด์ดังระดับโลกในมือของแม่แล้วทำหน้าเบื่อนี่แม่ของเขาไม่เบื่อบ้างหรือไงกันซื้อได้ทุกวี่ทุกวัน
“เรื่องของแม่ ว่าแต่ลูกไปทำอะไรที่เรือนขาว” นันทิดาถามลูกชายแล้วเดินเข้าบ้านไปด้วยกัน
“ไปทักทายยัยปูลมมาครับ คุณแม่เรียกซีเพื่อถามแค่นี้เหรอครับ”
“ใช่สิลูก แม่บอกซีแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวสุงสิงกับเด็กนั่นทำไมไม่ฟังแม่บ้างนะตาซี” นันทิดาว่าลูกชายอย่างหงุดหงิดที่ไม่ฟังเธอ
“คุณแม่ครับ ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะครับ อีกอย่างผมก็เห็นปูลมเป็นน้องและผมสงสารที่กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็กทำไมคุณแม่ถึงไม่ชอบปูลมทั้งที่เธอก็ช่วยดูแลคุณย่าให้พวกเราผมไม่เข้าใจจริงๆ” ธนาทิปถามแม่เขาไม่ได้ว่าท่านแต่แปลกใจเพราะเทียนหอมไม่มีอะไรให้รังเกียจเลยนอกจากสงสารเท่านั้น
“ลูกไม่รู้อะไรน่ะสิตาซี ยัยเด็กนั่นมันแผนสูงเอาใจคุณย่าหวังสมบัติของคุณย่าน่ะสิ แม่ไม่ยอมหรอกนะหากคุณย่าเป็นอะไรไปสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของลูกหลานแท้ๆทุกคนไม่ใช่หลานกาฝากอย่างแม่ปูลมนั่น” นันทิดาพูดกับลูกชายคนเล็กที่ทำหน้าเบื่อหน่ายกับความคิดของแม่เท่าที่มีอยู่ก็กินทั้งชาติไม่หมดแล้วแม่ของเขาจะงกไปถึงไหนแต่ไม่พูดออกมา
“ก็แล้วแต่คุณแม่จะคิดครับ แต่อย่ามาบอกให้ผมคิดเหมือนคุณแม่นะครับ จุ๊บๆ” ธนาทิปหอมแก้มแม่แล้วเดินผิวปากขึ้นบันได้วนไปขั้นสองโซนขวามือที่มือที่มีห้องของเขากับพี่ชายส่วนฝั่งซ้ายเป็นห้องของพ่อแม่และตรงไปเป็นห้องพักแขกซึ่งมีทั้งชั้นบนชั้นล่างแยกเป็นโซนเพื่อความเป็นส่วนตัว
“ตาซีนะตาซีทำไมถึงได้ไปสนใจยัยเด็กนั่นด้วยนะ จำรัสอยู่ไหน” เสียงแหลมเรียกหาแม่บ้านคนสนิททั้งที่เธอมาถึงแล้วยังไม่ออกมารับ
“ขาคุณแอ๋ว พอดีฉันอยู่ในห้องน้ำค่ะ” จำรัสบอกเจ้านายที่มาถึงจังหวะเธอเข้าห้องน้ำพอดี
“ยัยเด็กปูลมนั่นเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ปกติค่ะคุณแอ๋ว ฉันให้สมพรไปดูเด็กปูลมแล้วกำชับว่าให้อยู่แต่ในบ้านห้ามออกมาเดินเพ่นพ่านส่วนอาหารเย็นจะให้สมพรมันยกไปให้ค่ะ” จำรัสรายงานเจ้านายตามที่เธอได้รับคำสั่งมา
“ขอบใจ เอาของนี่ไปเก็บให้ฉันด้วย” นันทิดายื่นถุงกระดาษแบรนด์ดังให้คนสนิทเอาไปเก็บบนห้องแล้วตัวเธอก็เดินไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นดูทีวีฆ่าเวลารอสามีที่บอกว่าจะมาถึงประมาณห้าโมงเย็น
เวลา 19.00น.
ซึ่งเป็นเวลาอาหารค่ำของบ้านหลังใหญ่ที่ตอนนี้ลูกชายคนโตเป็นผู้ครอบครองเพราะผู้เป็นพ่อได้วายชนม์ไปแล้วส่วนผู้เป็นแม่ก็กลับไปอยู่บ้านเกิดทำโน่นทำนี่ตามที่ท่านชอบซึ่งลูกๆก็ไม่มีใครห้ามเมื่อเป็นความสุขของท่านแล้ววิกรมก็กลับมาจากต่างประเทศในเวลาสิบเจ็ดนาฬิกา
“อ้าว,หนูปูลมล่ะ” วิกรมถามถึงเทียนหอมเมื่อไม่เห็นที่โต้ะอาหารเพราะเขากลับมาถึงบ้านก็ไปอาบน้ำคิดว่าจะมาคุยกับเทียนหอมหลังกินอาหารเย็นแล้ว
“คือคุณปูลมเธอขอกินข้าวเย็นที่เรือนขาวค่ะ อิฉันก็เลยให้สมพรมันจัดอาหารไปให้แล้วค่ะ” จำรัสตอบคุณผู้ชายที่ถามหาเทียนหอม
“จริงหรือคุณแอ๋ว”
“คงอย่างนั้นมั้งคะ” นันทิดาพูดเหมือนไม่รู้เรื่องทั้งที่ตัวเองเป็นคนสั่งแม่บ้านคนสนิทจัดการไม่ให้เทียนหอมขึ้นมากร่วมโต้ะอาหารค่ำด้วย
