บทที่ 7 หวงสามี
“งั้นก็ตักข้าวเถอะฉันหิวแล้ว เดี๋ยวกินข้าวอิ่มแล้วผมจะลงไปคุยกับหนูปูลมสักหน่อย” วิกรมคิดว่าน่าจะเป็นภรรยาของเขามากกว่าที่ไม่อยากรับประทานอาหารร่วมกับเทียนหอม
“คุณนาวิกจะลงไปทำไมค่ำๆมืดๆมันน่าเกลียดค่ะ เดี๋ยวเด็กในบ้านมันก็เอาไปพูดหรอกพรุ่งนี้ค่อยคุยกับเด็กนั่นก็ได้ค่ะ” นันทิดารีบห้ามสามีเมื่อเขาจะลงไปคุยกับเทียนหอมไม่ใช่ว่าหวงสามีเพราะรู้ว่าเขาไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่แต่เธอไม่อยากให้สามีไปยุ่งกับยัยเด็กนั่นมากไปกว่านี้แค่แม่สามีรักและเอ็นดูเทียนหอมก็ทำให้เธอก็เครียดแล้ว
“นี่คุณแอ๋ว คนในบ้านเยอะแยะใครมันจะเอาไปพูดได้ล่ะไม่มีใครคิดอกุศลอย่างนั้นหรอกนอกจากพวกจิตไม่ปกติเท่านั้นที่จะเอาไปคิดเป็นตุเป็นตะได้” วิกรมว่าภรรยาทำไมเขาจะไม่รู้ว่าว่านนันทิดาหมายความว่ายังไง
“เดี๋ยวผมไปกับคุณพ่อเองครับไม่มีใครว่าแน่แล้วอีกอย่างปูลมไม่ได้อยู่คนเดียวมีพี่สมพรกับพี่หวิงอยู่ด้วยจริงมั้ยคุณแม่บ้าน” ธนาทิปพูดขึ้นแล้วหันไปถามแม่บ้านคนสนิทของแม่
“เอ่อ,ค่ะคุณซี” จำรัสหลบตาเจ้านายน้อยที่มองเธออย่างจับผิดแต่ไม่ได้กลัวเพราะเธอทำตามคำสั่งของคุณผู้หญิง
“พอๆ กินข้าวไปตาซี” นันทิดาบอกลูกชายกินข้าว
ทั้งสามก็กินอาหารค่ำกันอย่างเงียบๆจนกระทั่งอิ่มแล้วสองพ่อลูกก็พากันลงไปที่เรือนขาวเพื่อดูความเป็นอยู่ของเทียนหอม
“ทำอะไรอยู่หนูปูลม” วิกรมส่งเสียงไปก่อนตัวทำให้เทียนหอม สมพร หวิงที่นอนเล่นชานหน้าบ้านลุกขึ้นอย่ารวดเร็ว
“สวัสดีค่ะคุณลุงนาวิก” ร่างเล็กบอบบางแทบจะปลิวลมยกมือไหว้ลูกชายคุณย่ากุ้งอย่างนอบน้อม
“สวัสดีลูก แล้วมานอนทำอะไรกันตรงนี้ล่ะทำไมไม่ไปนอนในบ้าน” วิกรมถามหลานสาวแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้มีเบาะนุ่มรองนั่งและพิงที่พ่อแม่ของเขาชอบมานั่งดื่มชากาแฟด้วยกันจนเป็นที่ชินตาของทุกคนในบ้าน
“พอดีพวกเรากินข้าวอิ่มแล้วก็เลยมานั่งคุยกันแต่เผลอนอนไปตอนไหนก็ไม่รู้ค่ะ แฮ่ะๆๆ..” เทียนหอมยิ้มแหยๆ
“แล้วขาดเหลืออะไรอีกมั้ย พรุ่งนี้ไปสอบจะได้ไม่มีปัญหาเดี๋ยวลุงจะให้คนรถไปส่ง” วิกรมพูดกับเทียนหอมอย่างอ่อนโยน
“พรุ่งนี้ผมว่างจะไปส่งปูลมถึงห้องสอบเลยครับคุณพ่อ” ธนาทิปบอกพ่อเหมือนที่เขาได้บอกเทียนหอมไปเมื่อตอนเย็นว่าจะไปส่งที่มหาวิทยาลัย
“ดีลูก หนูปูลมยังไม่รู้จักถนนหนทางดี ซีก็ไปส่งน้องหน่อย” วิกรมพูดกับลูกชายคนเล็กซึ่งรู้จักสนิทกับเทียนหอมดีส่วนลูกชายคนโตไม่ค่อยจะพูดเท่าไหร่และไม่มีท่าทีรังเกียจเพียงแต่เป็นคนนิ่งๆเท่านั้น
“ครับพ่อ”
จากนั้นวิกรมกับธนาทิปพูดคุยกับเทียนหอมถึงเรื่องสอบพักหนึ่งก็กลับบ้านไปนอนพักเพราะพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า
“คุณไปคุยอะไรกับยัยเด็กปูลมมาเป็นนานสองนาน” นันทิดาถามสามีหลังจากเข้ามาในห้องเขาไปห้องน้ำแล้วมาล้มตัวลงนอนโดยไม่พูดไม่จากับเธอ
“ก็เรื่องไปสอบวันพรุ่งนี้น่ะ ไม่มีอะไรหรอกคุณนอนเถอะ อ้อ พรุ่งนี้ตาซีจะไปส่งหนูปูลมที่มหาวิทยาลัยผมหวังว่าคุณจะไม่ห้ามลูกนะ ยังไงคุณแม่ก็ฝากมาอย่าให้ท่านผิดหวังล่ะ” วิกรมพูดดักคอภรรยาเขารู้ว่านันทิดาเจ้ายศเจ้าอย่างแล้วเทียนหอมเป็นเด็กกำพร้าน่าสงสารทำไมภรรยาของเขาถึงได้ไม่ชอบทั้งที่ทำงานการกุศลสงเคราะห์เด็กด้อยโอกาสเยอะแยะยังทำได้
“เพราะอย่างนี้ไงยัยเด็กปูลมถึงได้ใจทั้งคุณแม่ น้องๆของคุณไหนจะคุณกับลูกชายอีกเอาใจ อยากทำอะไรก็ตามใจค่ะฉันจะไม่ยุ่งด้วย” นินทิดาว่าเทียนหอมที่ใครๆก็เอาใจรวมทั้งสามีกับลูกชายคนเล็กของเธอ
“เลอะเทอะไปกันใหญ่แล้วคุณแอ๋ว” วิกรมลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงมองภรรยาที่ยังนั่งบนเตียงมองเขาอย่างไม่พอใจ “ผมไม่เข้าใจว่าคุณดูแลมูลนิธิทำงานการกุศลเพื่อเด็กด้อยโอกาสและช่วยเหลือให้ทุนการศึกษาเด็กในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าได้ยังไงหรือว่าทำเพื่อเอาหน้ากันล่ะ” วิกรมถามภรรยาตรงๆ
“คุณนาวิกพูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันทำงานนี้มาตั้งนานไม่เห็นคุณว่าอะไรพอยัยเด็กปูลมมาคุณว่าฉันเลยมันหมายความว่ายังไงฮ้า” นันทิดาถามสามีเสียงดังด้วยความโกรธเพราะเด็กปูลมนั่นคนเดียวทำให้สามีต่อว่าเธอ
“ก็คุณจะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ ปูลมเป็นเด็กกำพร้าคุณก็เห็นแกมาตั้งแต่เด็กแล้วพ่อแม่จากไปเหลือตัวคนเดียวญาติๆก็ไม่มีใครรับไปเลี้ยงคุณไม่สงสารเด็กบ้างเหรอ แล้วอย่ามาคิดว่าผมคิดอกุศลกับเด็กถ้าผมไม่เกรงใจคุณผมรับปูลมเป็นลูกบุญธรรมแล้ว เรื่องนี้ผมขอนะคุณแอ๋วเมตตาเด็กมันสักนิดเถอะ” วิกรมไม่อยากว่าภรรยาไปมากกว่านี้ที่ผ่านมานันทิดาก็ไม่ได้มีอะไรบกพร่องเธอทำหน้าที่ภรรยาและแม่ของลูกได้เป็นอย่างดีแม้จะรู้ว่าเธอหวงสมบัติของแม่ไว้ให้ลูกและหลานที่แท้จริงแต่มันก็แล้วแต่แม่ของเขาว่าท่านอยากให้อะไรใครเพราะมันเป็นสมบัติของท่าน
“คุณเห็นฉันเป็นคนใจดำขนาดนั้นเลยเหรอคะ” นันทิดาถามสามีเสียงสั่นเครือพาลโกรธเทียนหอม
“ผมไม่ได้ว่าคุณใจดำ แต่ผมอยากให้คุณเอ็นดูปูลมหน่อยอย่าให้ใครมาว่าภรรยาของผมได้ว่าปล่อยปละละเลยคนในบ้านยังไงปูลมก็ใช้นามสกุลของคุณแม่ที่ผมพูดเพราะผมรักคุณถึงได้ตักเตือน” วิกรมรู้ว่าเขาพูดแรงไปแต่ภรรยาของเขาต้องใช้ยาแรงเบอร์นี้แหละถึงจะเอาอยู่แล้วดึงร่างอวบอิ่มมากอดปลอบ
“ก็ได้ฉันจะทำตามที่คุณขอ” นันทิดายอมอ่อนให้สามีซึ่งเขาก็พูดแทงใจดำเธอที่บอกว่าทำงานการกุศลเพื่อเอาหน้าทั้งที่จริงเธอไม่อยากไปสุงสิงกับเด็กพวกนั้นแต่เพื่อสายสะพายตราตั้งตำแหน่งคุณหญิงที่เธอได้รับการเสนอชื่อให้รับตำแหน่งคุณหญิงก็มาจากงานพวกนี้
“ขอบใจมากคุณแอ๋ว นอนเถอะครับฝันดีครับที่รัก จุ๊บ..” วิกรมบอกฝันดีภรรยาหอมแก้มเบาๆก่อนจะล้มตัวลงนอน
“ฝันดีค่ะที่รัก” นันทิดาหอมแก้มสามีแล้วล้มตัวลงนอนปิดไฟหัวเตียงแล้วหลับตาลงคิดเรื่องที่สามีพูดแล้วหลับไป
เช้าวันถัดมาเทียนหอมตื่นนอนแต่เช้ามืดด้วยความเคยชินต้องมาช่วยแผ้วจัดเตรียมอาหารคาวหวานให้คุณย่ากุ้งใส่บาตรทุกวันทั้งที่นางแผ้ว แจงกับวิภาภรรยาของนายเหลิมช่วยในครัวปกติจะมีหน้าที่ทำความสะอาดบ้านซักผ้าและรดน้ำต้นไม้ดอกไม้ในบ้านส่วนนายเสริมที่ทำหน้าที่ขับรถทำสวนและงานช่างหากเป็นงานใหญ่ก็จะจ้างมืออาชีพซึ่งทุกคนก็ช่วยงานคนละมือละไม้อยู่ด้วยกันถ้อยทีถ้อยอาศัยเหมือนญาติพี่น้องกัน แต่อยู่ที่นี่เธอก็ตื่นมาอ่านหนังสือสอบทบทวนจนกระทั่งหกนาฬิกาก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดนักเรียนมัธยมปลายเพื่อเตรียมตัวไปสอบเอ็นทรานซ์ด้วยความตื่นเต้น
“น้องปูลมคะคุณผู้ชายเชิญไปรับประทานอาหารเช้าที่บ้านใหญ่ค่ะ” สมพรเดินมาบอกหลานสาวคุณท่านที่แต่งตัวเสร็จแล้ว
“แล้วคุณนันทิดาล่ะคะพี่สมพร ปูขอกินที่นี่ไม่ได้เหรอคะ”
“ไม่ได้จ้ะ คุณผู้ชายบอกว่าแต่งตัวเสร็จแล้วก็ไปรับประทานอาหารเช้าจะได้ไปมาหาวิทยาลัยเลยอีกอย่างคุณผู้หญิงมีเสียงเดียวสู้คุณผู้ชายกับคุณซีไม่ได้หรอกจ้ะ คิกกๆๆ..” ตอนท้ายสมพรกระซิบเบาๆแล้วหัวเราะขำเมื่อเห็นหน้าคุณผู้หญิงเมื่อคุณผู้ชายบอกให้เธอมาตามเทียนหอมรับประทานอาหารเช้าและธนาทิปก็เห็นด้วย
