บทที่ 9 ลูกใครหว่า
“ดีมาก เดี๋ยวพี่ไปส่งปูลมแล้วจะไปนั่งรอที่ห้องสมุดกับไอ้ทนง ปูลมสอบเสร็จก็โทรหาพี่นะ” ธราทิปบอกน้องสาวขณะเดินไปส่งที่ตึกสอบซึ่งมีนักเรียนมาสอบกันมากมาย
“ตื่นเต้นจังเลยค่ะพี่ซี”
“หายใจเข้าลึกๆทำใจให้สบายพี่เชื่อว่าปูลมทำได้แน่เข้าห้องสอบได้แล้ว สู้ๆ..” ธราธิปผลักร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องสอบแล้วชูสองนิ้วให้
“สู้ๆค่ะ” เทียนหอมชูสองนิ้วแล้วเดินเข้าห้องสอบซี่งมีเวลาให้สองชั่วโมงจึงทำให้เด็กสาวตั้งใจสอบจนกระทั่งสอบเสร็จก็ออกจากห้องสอบแล้วโทรหา ธนาทิป
ทั้งสองก็พากันไปเดินเล่นที่ห้างหรูกลางเมืองซึ่งเทียนหอมปฏิเสธธนาทิปไม่ได้จำต้องเดินตามเขาต้อยๆทั้งที่อยู่ในชุดนักเรียน
“กลับกันเถอะค่ะพี่ซี ปูว่าจะกลับบ้านวันนี้เลยค่ะ” เทียนหอมบอกพี่ชายสุดหล่อที่พาเธอมาเดินเล่นดูวิถีชีวิตคนเมืองหลวงว่าเป็นยังไงซึ่งแตกต่างที่บ้านของเธอมากที่จริงพรุ่งนี้คุณลุงนาวิกจะไปส่งแต่เด็กสาวเกรงใจ
“จะรีบกลับทำไมล่ะ เอ้ะ อาทิตย์นี้พี่ไม่มีเรียนงั้นพี่ไปส่งปูลมดีกว่าจะได้ไปหาคุณย่าด้วย งั้นไปกันเถอะ” ธนาทิปมาคิดดูแล้วว่าเขาไม่มีเรียนยาวจนถึงวันศุกร์จึงคิดว่าไปนอนเล่นที่สัตหีบสักสองสามคืนน่าจะดี
“ไปจริงเหรอคะ”
“จริงสิเร็วเข้า” ธนาทิปก็ลากแขนน้องสาวไปที่รถแล้วขับกลับบ้านเพื่อจะเดินทางไปส่งเทียนหอมที่สัตหีบซึ่งแม่ของเขาก็ห้ามไม่ได้เพราะลูกชายคนเล็กรั้นยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุไม่เหมือนลูกชายคนโตที่จะฟังเงียบๆ
ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
“ติ่งต่องๆๆๆ..”
“ฮืม ใครมาแต่เช้าวะ” เสียงห้าวพูดอย่างหงุดหงิดเมื่อถูกรบกวนเวลานอนในตอนเช้าก่อนจะลุกขึ้นงัวเงียไปเปิดประตูห้อง
“นี่ของยู” สาวฝรั่งหน้าสวยยื่นตะกร้ามาให้เขา
“อะไรอ่ะ” ธามไทมองหน้าเลนนี่สาวฝรั่งอดีตคู่ควงเมื่อปีก่อนที่เลิกกันไปแล้วเธอก็หายหน้าไปไม่เจออีกเลยแล้วมองตะกร้าใบใหญ่ตรงหน้าเห็นเด็กตัวน้อยนอนหลับอยู่ในนั้น
“ลูกของยูไงล่ะ”
“ห๊า,ตลกแล้วเลนนี่ ไอไม่ขำนะ” ธามไทตื่นเต็มตาตั้งแต่เห็นเด็กน้อยในตะกร้าแล้วชายหนุ่มไม่เชื่อว่าจะเป็นลูกของเขา
“ไอก็ไม่ขำนะไท นี่ลูกยูจริงๆเข้าไปคุยกันในห้องเถอะไอหนักนะ” เลนนี่บอกอดีตคู่ควงหนุ่มหล่อที่มีความสัมพันธ์กันโดยไม่ป้องกันตอนงานเลี้ยงวันเกิดลุคส์เธอคิดว่าจะกินยาคุมฉุกเฉินแต่ทำไปทำมาก็ลืมแล้วท้องทำให้เลิกกับแฟนใหม่และเธอใจดำไม่พอที่จะเอาเด็กออกทำให้เจ้าเด็กน้อยในตะกร้านี่ได้ลืมตาดูโลกและเธอหมั่นใจว่าเป็นลูกของธามไท
“ลูกไอจริงเหรอเลนนี่ ไม่อยากเชื่อเลยยูหายไปตั้งนานแล้วจู่ๆหิ้วไอ้ตะกร้านี่มาแล้วบอกว่าเป็นลูกไอใครเชื่อแม่งมันไม่โง่ก็บ้าแล้วล่ะ” ธามไทยื่นมือไปรับตะกร้ามาช่วยถือแล้วปิดประตูเดินเข้ามาในห้องวางตะกร้าลงบนโต้ะอย่างเบามือเพราะกลัวเด็กน้อยตื่น
“ยูไม่เชื่อก็ไปตรวจดีเอนเอก็ได้ จำคืนปาร์ตี้วันเกิดของลุคส์ได้มั้ยคืนนั่นแหละที่ทำให้เด็กน้อยนี่เกิดมาและไอก็ไม่เลวพอที่จะเอาเขาออกแต่ไอก็ไม่อยากเลี้ยงเขาก็คิดว่ายูน่าจะดูแลเด็กนี่ได้ก็เลยยอมอุ้มท้องจนคลอดแล้วเอามาให้ยูนี่แหละ” เลนนี่บอกหนุ่มหล่อตรงหน้าขนาดตื่นนอนใหม่ก็ยังเซ็กซี่ซึ่งเธอรู้ดีว่าลีลารักของเขาร้อนแรงแค่ไหนแต่เธออยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้
“ไหนว่ายูกินยาคุมฉุกเฉินไงเลนนี่ ให้ตายสิมันต้องไม่ใช่แบบนี้” ธามไทมองเลนนี่เขม็งอยากให้เธอหายวับไปกับตาแต่เธอยังนั่งอยู่ตรงหน้าเขา
“ไอลืมไงไทถึงได้เป็นแบบนี้น่ะ แต่ไอไม่ได้อยากมาอยู่กับยูนะไอต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้เด็กนี่เป็นลูกยูก็เลี้ยงเขาเองละกันไอไม่ยุ่งด้วยหรอก” เลนนี่พูดเหมือนกับว่าไม่ได้อุ้มท้องลูกคลอดออกมาอย่างนั้นแหละ
“เดี๋ยวนะเลนนี่ ยูจะมาพูดๆแล้วทิ้งเด็กนี่ไว้ให้ไอไม่ได้นะ” ธามไทก็ชักไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าที่เลนนี่พูดจริงแค่ไหน
“แล้วจะเอายังไงล่ะ ถ้ายูไม่เลี้ยงไอจะเอาไปไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กนะเพราะไอก็ไม่เลี้ยงเหมือนกันไม่มีทางที่ไอจะเอาชีวิตมาทิ้งกับเด็กนี่แค่ยอมอุ้มท้องมาให้ยูก็ดีแค่ไหนแล้ว” เลนนี่พูดตรงๆเพราะเธอก็ไม่อยากทำร้ายเด็กและเธอไม่พร้อมจะเลี้ยงลูกตอนนี้เธอกำลังจะเดินตามความฝันของตัวเองและจะไม่ยอมพลาดอีกหลังจากคลอดลูกแล้วเธอก็ทำหมันเลยเพราะกลัวพลาดเหมือนครั้งนี้อีก
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ โธ่เว้ย” ชายหนุ่มถึงกับกุมขมับที่จู่ก็มีผู้หญิงหิ้วตะกร้ามาให้แล้วบอกว่าเด็กน้อยในตะกร้าเป็นลูกของเขา
“ถ้ายูไม่เชื่อก็ตรวจดีเอ็นเอสิไท” เลนนี่เสนอเพราะมันเป็นทางเดียวที่ธามไทจะรับเด็กนี่เป็นลูกไม่งั้นเธอคงต้องเอาเขาไปไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะพ่อแม่ของเธอก็ไม่รู้ว่าเธอท้อง
“มันเรื่องจริงใช่มัยเนี่ย กูอยากจะบ้า” ธามไทมองเด็กน้อยในตะกร้าที่คงคลอดได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์หรือสองอาทิตย์น่าจะได้ “แน่นอนอยู่แล้ว ไอต้องตรวจดีเอ็นเอถ้าไม่ใช่ลูกไอก็ไม่รับหรอก” ใครจะโง่เลี้ยงลูกคนอื่นวะยังไงเขาก็มีปัญญาทำเองและไม่รู้ว่าในตะกร้านี่จะใช่ฝีมือของเขาจริงหรือเปล่า
“งั้นไปอาบน้ำสิจะได้ไปกันเลย”
“ยูอย่าเล่นตลกนะเลนนี่ ไม่งั้นเป็นเรื่องแน่” ธามไทคาดโทษสาวฝรั่งหากเขาไปอาบน้ำแล้วเลนนี่ทิ้งเด็กไว้เขาก็ซวยสิ
“ไมหรอกไท ไออยากแน่ใจว่าเด็กนี่ได้อยู่กับพ่อหากยูไม่เลี้ยงไอจะเอาไปให้สถานเลี้ยงเด็กยังไงไอก็ไม่เลี้ยงเด็ดขาด”
“งั้นรอแป๊บนะ แล้วระหว่างที่รออย่าคิดหนี” ธามไทพูดจบก็โทรหาเพื่อนทั้งสองซึ่งอนันดาพักอยู่อพาร์ทเมนท์ของญาติไม่ไกลจากเพนท์เฮ้าส์ของลุคส์จึงบอกเพื่อนทั้งสองให้มาหาเขาเร็วที่สุด
หลังจากนั้นธามไทก็พาเลนนี่และเด็กน้อยไปตรวจดีเอ็นเอและรอฟังผลเร็วสุดสองวันระหว่างที่รอเขาก็ให้เลนนี่พักอยู่ที่ห้องแล้วให้บอดี้การ์ดของลุคส์มาเฝ้าไว้กลัวว่าสาวฝรั่งจะทิ้งลูกของเธอไว้ให้เขาเลี้ยงสุดท้ายแจ็คพอตแตกที่เขาจริง ธามไท เลนนี่และเด็กน้อยเป็นพ่อแม่เด็กจริง ชายหนุ่มก็ให้พ่อของลุคส์ช่วยทำเขามีสิทธิ์ในตัวลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีสิทธิ์ชอบธรรมในตัวของลูกชายคนเดียวโดยที่แม่เซ็นยินยอมยกให้และจะไม่เรียกร้องอะไรซึ่งเขาได้ทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่และทนายความหลังจากจบเรื่องเลนนี่ก็หายตัวไปทันที
เวลาผ่านไปสี่ปีกว่า
ตึกสูงสี่สิบชั้นย่านธุรกิจกลางเมืองนิวยอร์กราคาแพงลิบมีตั้งแต่ขนาดหนึ่งห้องนอนสองห้องนอนและเป็นเพนท์เฮาส์สุดหรูซึ่งเจ้าของตึกเป็นถึงทายาทสายการบินระดับประเทศที่มีทั้งแบ่งเช่าและขายไปซึ่งเจ้าของอยู่ชั้นสามสิบเก้าถึงสี่สิบเป็นเพนท์เฮาส์สุดหรูที่มีตั้งแต่ชั้นยี่สิบขึ้นไป ชั้นใต้ดินถึงชั้นห้าเป็นที่จอดรถชั้นหกชั้นเจ็ดเป็นร้านอาหารหรูระดับมิชลีนชั้นแปดถึงสิบเป็นฟิตเนส สระว่ายน้ำและคลับหรูสำหรับชนชั้นสูงและชั้นสิบเอ็ดถึงถึงสิบเก้าก็เป็นห้องพักระดับไฮคลาสราคาแพงจึงมีแต่เศรษฐีมาซื้อทิ้งไว้พักและให้ลูกหลานแล้วเพนท์เฮ้าส์ชั้นยี่สิบห้าก็มีเจ้าของเป็นชายหนุ่มชาวไทยที่มาเรียนต่อที่นี่และรู้จักผู้เป็นเจ้าของตึกเรียนด้วยกันจนสนิทกันถึงได้รู้ว่าเพื่อนเป็นเจ้าขอ
