บทที่ 3: ถูกใส่ร้าย

เมื่อสายตาของทั้งสองประสบกัน ปวีณาก็รีบเดินเข้ามาขวางหน้าธนินท์ไว้ทันที หัวใจของเธอเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ

เธอเป็นกังวลว่าทั้งคู่จะจำกันได้ เพราะความลับในอดีตนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะวางใจได้ว่าไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ

"บ้าจริง! ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ธีรพลที่ไม่ได้เรื่องนั่น! เรื่องราวคงไม่บานปลายมาถึงขนาดนี้หรอก" ปวีณาสบถอยู่ในใจ

ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ปวีณาไม่กล้าบุ่มบ่าม เธอกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะไล่กานดาออกไปได้อย่างแนบเนียน

ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ขัดจังหวะขึ้น ปวีณาจึงส่งเสียงอนุญาต “เข้ามา”

"คุณดูให้ดี ๆ สิ นี่เป็นผลงานที่เธอสร้างขึ้นมาเองเหรอ" ขณะที่ปวีณาเอ่ยถาม ขณะที่สายตาก็คอยส่งสัญญาณบางอย่างให้ชายผู้มาใหม่ตลอดเวลา

“ใช่ครับ เป็นเธอ...”

ชายคนนั้นพูดได้เพียงครึ่งประโยคก็สังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ ของปวีณา เขาเริ่มลังเลจึงลองหยั่งเชิงดูใหม่ “หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ครับ”

“ทำไมพวกคุณไม่ไปเตี๊ยมกันให้ดีก่อนแล้วค่อยมาพูดล่ะคะ” กานดาทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากออกมา

ธนินท์ปรายตามองปวีณาที่กำลังเสียอาการด้วยความรำคาญ เขาโบกมือให้ลูกน้องออกไปก่อนจะปรับอารมณ์แล้วพูดกับกานดา

“คุณคือกานดา คู่หมั้นของผมในตอนนั้นสินะ ไม่คิดเลยว่าการพบกันครั้งแรกของเราจะเป็นที่นี่”

ในใจของปวีณาเหมือนมีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงม สิ่งที่เธอกังวลที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้

“ผมพอจะได้ยินเรื่องราวในอดีตของคุณมาบ้าง บางครั้งการที่คุณทำเรื่องน่าไม่อายแบบนั้น ก็คงโทษคนอื่นที่ดูถูกคุณไม่ได้หรอก คุณว่าไหม”

ธนินท์เคยได้ยินมาว่ากานดาใช้ชีวิตเสเพล ชอบยั่วยวนผู้ชาย ไม่แน่ว่าเมื่อก่อนเขาอาจจะโดนเธอวางแผนเล่นงานก็ได้ โชคดีที่นัชญ์เป็นคนมีเหตุผล ไม่เพียงแต่ไม่ปิดบัง แต่ยังเป็นฝ่ายมาอธิบายและยกเลิกงานหมั้นของเขากับกานดาอีกด้วย

“คุณหมายความว่ายังไง”

กานดาขมวดคิ้ว ทั้งที่เป็นการเจอหน้ากันครั้งแรกแท้ๆ แต่เขากลับแสดงตัวเป็นศัตรูกับเธออย่างชัดเจน

“ไม่มีอะไร ผมแค่รู้สึกว่า ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตเหลวแหลกอย่างคุณ กลับสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่บริสุทธิ์แบบนี้ออกมาได้ มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ”

ปวีณาสูดหายใจเข้าลึกอย่างโล่งอก ดูเหมือนว่าธนินท์จะยังไม่สงสัยเรื่องราวในอดีต

เมื่อรู้ตัวว่าเสียกิริยา เธอจึงรีบปั้นหน้ากู้ภาพลักษณ์กลับคืนมา แล้วพูดว่า “พี่ธนินท์คะ ตอนนั้นพี่สาวก็ยังเด็กอยู่ ชอบแสวงหาความตื่นเต้นเป็นธรรมดา จริง ๆ แล้วเนื้อแท้ข้างในของเธอไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดหรอกค่ะ”

กานดาจ้องมองไปที่ปวีณาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วค่อยแค้นเสียงออกมาอย่างเย็นชา ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นฝีมือของยัยนี่ที่คอยใส่ร้ายป้ายสีเธออยู่เบื้องหลัง

“อะไรกันคะ คนระดับท่านประธานอย่างคุณก็ชอบฟังความข้างเดียวเหมือนกันเหรอคะ ตอนแรกฉันนึกว่าคุณจะเป็นคนทำงานโดยยึดตามหลักฐานความจริงเสียอีก แต่ดูตอนนี้แล้วก็แค่นี้เอง!”

กานดาไม่ใช่ลูกแกะที่ยอมให้ใครเชือดได้ง่าย ๆ อีกต่อไปแล้ว ประสบการณ์หลายปีที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนทำให้เธอได้ตระหนักรู้อย่างลึกซึ้งว่า

การทำตัวให้มีหนามแหลมคมเหมือนเม่นเท่านั้น ถึงจะปกป้องตัวเองจากการถูกทำร้ายได้

“แล้วก็เธอด้วย!”

กานดามองไปที่ปวีณาแล้วสวนกลับอย่างไม่เกรงใจ “เพิ่งจะมานึกอยากรับบทนางเอกผู้แสนดีตอนนี้ มันไม่สายไปหน่อยเหรอหรือเธอคิดว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ จะโง่จนดูไม่ออกว่าคนไหนจริงคนไหนปลอมกันแน่”

เมื่อเห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวของปวีณา เธอก็รู้สึกสะใจ

คำพูดของกานดาทำให้ธนินท์ต้องขมวดคิ้วครุ่นคิดตาม จริงอย่างที่เธอว่า ข้อเสียต่าง ๆ ของกานดาที่ฝังอยู่ในความคิดของเขานั้นล้วนมาจากคำพูดของปวีณาทั้งสิ้น

เขาไม่เคยไปสืบหาความจริงเลย เพราะใครจะไปเสียเวลาสืบเรื่องของคนที่ไม่เคยใส่ใจกันล่ะ

ในเมื่อยังไม่แน่ใจว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร การกระทำของเขาก็ดูจะด่วนสรุปไปหน่อย ธนินท์อดที่จะมองกานดาด้วยความทึ่งไม่ได้ จากบุคลิกและท่าทีที่เธอแสดงออกมาในตอนนี้ ช่างแตกต่างจากพี่สาวที่ไม่เอาไหนอย่างที่ปวีณาเล่าโดยสิ้นเชิง

แต่ถึงอย่างไร ปวีณาก็มีความสัมพันธ์กับเขาแล้ว แม้จะไม่เต็มใจ แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว เขาย่อมไม่อาจทนดูให้กานดามารังแกเธอต่อหน้าต่อตาได้

“คุณกานดาครับ ผมว่าคุณยังไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์พนักงานในบริษัทของผม เพราะตอนนี้คุณยังไม่ได้เป็นพนักงานของบริลเลียนท์อย่างเป็นทางการนะครับ”

เมื่อปวีณาได้ยินธนินท์พูดเข้าข้างตนเองก็แอบดีใจอยู่ในใจ พลางมองกานดาอย่างหยิ่งผยอง ราวกับจะประกาศว่าชาตินี้เธอก็ไม่มีวันสู้ฉันได้

“พี่คะ ตอนนั้นพี่ทำเรื่องน่าอายแบบนั้นจนคุณพ่อโกรธแทบแย่ แล้วนี่ยังจะมาอาละวาดที่นี่อีก พี่อยากจะทำให้คุณพ่อต้องอับอายเหรอคะ”

สิ้นเสียงของปวีณา กานดาก็ขยับกายเข้าไปหาแล้วเหวี่ยงมือตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรงโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว

ปวีณาจะทำอะไรก็ได้ แต่ไม่ควรเอ่ยถึงพ่อต่อหน้ากานดา ถ้าไม่ใช่เพราะคำใส่ร้ายของเธอ กานดาจะถูกพ่อไล่ออกจากบ้านได้อย่างไง เธอจะถูกบังคับให้ไปต่างประเทศได้ยังไง

ความทุกข์ทรมานทั้งหมดที่เธอต้องเผชิญมาตลอดห้าปีนี้ ล้วนเกิดจากน้ำมือของนังสารเลวคนนี้ แต่ตอนนี้มันยังจะมาดูถูกเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก!

กานดาไม่ยอมทนอีกต่อไปแล้ว เธอไม่ใช่คนอ่อนแอคนเดิมอย่างเมื่อห้าปีก่อนอีกต่อไป

เพี๊ยะ! เสียงตบดังสนั่น แก้มของปวีณาบวมแดงขึ้นมาทันที

ธนินท์ที่เพิ่งได้สติถึงกับอึ้งที่เห็นเธอกล้าลงไม้ลงมือต่อหน้าต่อตา เขากระชากข้อมือกานดาไว้ แล้วพูดด้วยสีหน้าโกรธจัด “คุณกล้าดียังไง ขอโทษซะ!”

กานดามองตรงไปที่ธนินท์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า สายตาจับไปที่คิ้วที่ขมวดมุ่นของเขา พร้อมกับได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่โชยมาจากตัวเขา

ทำให้สติของเธอเลือนลางไปชั่วขณะ อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคืนนั้นเมื่อห้าปีก่อน

“อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง!”

น้ำเสียงเย็นชาของธนินท์ดึงสติของเธอกลับมาทันที กานดาสะบัดมือออกจากการเกาะกุมแล้วลูบข้อมือเบาๆ พร้อมกับแค่นยิ้มสมเพชออกมา

“ขอโทษเหรอคะ ถ้าเธอกล้าใส่ร้ายฉัน ก็ต้องเตรียมตัวโดนตบให้ได้สิ”

ดวงตาของปวีณาคลอไปด้วยน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาเต็มเบ้า เธอขยับเข้าไปใกล้ธนินท์พร้อมแสดงท่าทางน่าสงสาร

“พี่ธนินท์คะ ช่างเถอะค่ะ พี่สาวเธอแค่ไม่รู้จักกาลเทศะ เธอคงอยากจะกลับประเทศมาเพื่อขอแบ่งสบบัติของคุณพ่อก็ได้ค่ะ เมื่อก่อนตอนที่เธอขอเงินคุณพ่อครั้งแล้วครั้งเล่า เธอก็ทำตัวไร้มารยาทแบบนี้แหละค่ะ”

ปวีณาหันไปมองกานดา “พี่คะ พี่อยากได้เงินเท่าไหร่ฉันให้ได้นะ แต่พี่จะมาอาละวาดในบริษัทไม่ได้ แล้วก็ห้ามทำตัวไร้มารยาทกับพี่ธนินท์ด้วย บริษัทอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะการสนับสนุนของพี่ธนินท์ พี่ต้องขอโทษพี่ธนินท์นะคะ”

กานดากัดฟันข่มความอยากที่จะพุ่งเข้าไปตบอีกฝ่าย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ถ้าเธอยังกล้าใส่ร้ายฉันอีก ฉันไม่เกี่ยงหรอกนะที่จะทำให้แก้มอีกข้างของเธอบวมขึ้นมาด้วย”

ธนินท์ก้าวเข้ามาขวางหน้าปวีณาไว้ สายตาคมกริบ “ผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ขอโทษซะ!”

“ถ้าเธอขอโทษฉันก่อน ฉันก็อาจจะยอมก็ได้ค่ะ” กานดาไม่เกรงกลัวสายตาของเขา เสียงของเธอเย็นเยียบ “ยอมทุ่มเงินก้อนโตเชิญฉันกลับมาจากต่างประเทศแท้ๆ แต่พอมายืนยันตัวตนกันเรียบร้อยแล้วกลับมาดูถูกเหยียดหยามกันแบบนี้ นี่คือมารยาทในการให้ความสำคัญกับบุคลากรของบริษัทคุณเหรอคะ”

“แล้วอีกอย่าง ถ้ายังไม่ได้สืบหาความจริงก็ไม่มีสิทธิ์พูด เรื่องบางเรื่องอย่ามองแค่ผิวเผิน เพราะมันจะทำให้คุณถูกจูงจมูกเป็นเครื่องมือให้คนอื่นหลอกใช้เอาได้ง่ายๆ”

ปวีณาร้อนใจขึ้นมาทันที เรื่องราวในคืนนั้นมีหลายอย่างที่สืบสาวราวเรื่องไม่ได้ เธอจะยอมให้นังแพศยากานดานี่มาทำลายชีวิตที่เธออุตส่าห์สร้างมากับมือไม่ได้เด็ดขาด

ปวีณาพุ่งตัวจะเข้าไปตบปากกานดา แต่กานดาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างว่องไว ทำให้อีกฝ่ายเสียหลักพลาดท่าล้มลงไปกองกับพื้น

ปวีณาน้ำตานองหน้า พูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น

“พี่ธนินท์! เธอรังแกฉันค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป