บทที่ 1 คำโปรย
คำโปรย
เสียงครางของหญิงสาวในท่ามอบคลานอยู่กับพรมในห้องรับแขกกว้างขวางหรูหรา หน้าของเธอแนบลงกับพื้นพรม ก้นงอนงามกำลังแดงก่ำเพราะแรงกระแทกจากเขาอย่างบ้าคลั่ง กระโปรงนักศึกษาถูกดึงร่นไปกองอยู่ตรงเอวคอด
“หมอหวานเจ็บ” เสียงร้องครางของหญิงสาวดังแข่งกับเสียงเนื้อที่กระทบกันของเขาและเธอ
“เจ็บหรือเสียว” เสียงของคุณหมอที่กางเกงหลุดไปจากร่างแล้วเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเขาคุกเข่าอยู่ด้านหลังเธอและกระหน่ำแทงไม่หยุดตั้งแต่เธอกลับมาถึงห้อง
“เสียว...อ๊า...เสียว..ทั้งเสียวทั้งเจ็บ อ๊า..ทั้งจุก” พริณตาร้องบอกเขาไม่เป็นภาษากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เขาไม่เคยอ่อนโยนกับเธอ เขามันพวกเอาแต่ใจ ขี้โมโห
“อ๊า..อย่าขยี้ติ่งมันเสียว อู้ย..เสียว เสียว” เสียงร้องครางหนักของเธอเมื่อเขาใช้มืออีกข้างขยี้ส่วนอ่อนไหวของเธอ เพียงไม่นานเสียงกรีดร้องของเธอก็ดังขึ้นน้ำหวานถูกปล่อยออกมาเปียกพื้นพรม รูรักก็เต็มไปด้วยน้ำเฉอะแฉะ เขาชอบแบบนี้ที่สุดชอบมาก
“หมออย่า...อ๊า...อ๊า..” เขาถอดตัวตนออกพร้อมจับเธอพลิกหงายเปิดเปลือยดอกไม้ของเธอให้เขาได้ใช้ลิ้นละเลง ตรงติ่งเสียวของเธออย่างบ้าครั่งภาพที่ไอ้รุ่นพี่คนนั้นมันจับแขนเธอทำให้เขาแทบบ้า เขาหวง ของของเขาใครจะมายุ่งไม่ได้ถ้าเขายังไม่เบื่อ
เขาดูดและกัดเบาตรงกลีบดอกไม้บานฉ่ำของเธอ ยิ่งดูดแรงมากขึ้นเท่าไหร่น้ำหวานจากกายสาวก็ไหลออกมามากขึ้นกว่าเดิม หวานแอ่นอ้าดอกไม้ของเธอให้เขาได้เข้ามามากขึ้น แบะอ้า ส่ายร่อนเพราะความเสียวที่เขามอบให้ ถึงเธอจะเสร็จติด ๆ กันหลายต่อหลายครั้งแต่เธอสู้ไม่ถอย
“เอาหวาน หมอเอาหวาน เอาแรง ๆ อ๊ากก” เสียงร้องของพริณตาดังไม่หยุด ตอนนี้เธอทั้งเสียว เธอทั้งอยากให้เขากระแทกตัวตนของเขามากขึ้น หญิงสาวครางไม่หยุดน้ำหวานไหลเยิ้มเต็มพื้นพรม
“หวานยืน” เขาดึงเธอขึ้นมายืนทั้งที่ขาสองข้างเธอยังสั่นเทาเพราะความเสียว ที่พึ่งเดียวของเธอคือพนักพิงของโซฟาตัวใหญ่ขาข้างหนึ่งถูกพาดไว้ที่โซฟา
“อ๊า หมอ” เธอร้องเสียงดังเพราะโดนกระแทกจากด้านหลังจนสุดทางในคราวเดียว เสียวซ่าน เจ็บ จุก แต่ถึงใจ
“เธอรู้ว่าฉันโกรธแล้วจะโดนอะไร อ๊า” เสียงคุณหมอหนุ่มหล่อกระแทกกระทั้นไม่หยุดเขาเข้าสุดออกสุดทุกครั้ง
“หวานเสร็จอีกแล้วหมอ ...อ๊า อ๊า” เสียงของพริณตา เธอครางออกมาอย่างสุขสม เธอรู้ว่าเขาโกรธแล้วเธอจะโดนอะไร แต่เธอชอบ ชอบให้เขาโกรธ ชอบโดนเขาเอาเธอแรง ๆ แบบนี้...อ๊า...
บทที่ 1
สามปีก่อนหน้านี้
หวานหรือพริณตา เธออายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้นต้องถูกแม่เลี้ยงใจร้ายพามาตรวจพรหมจรรย์เพียงเพราะพรรณีต้องการพาเธอไปขายแก่เสี่ยชัด ไอ้เสี่ยบ้ากาม มันต้องการเพียงเด็กสาววัยขบเผาะเท่านั้น พริณตาหวาดกลัวอย่างมากเพราะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของมันมาอย่างดีว่าโรคจิตแค่ไหน
“ฉันอยากได้ใบรับรองว่ามันยังบริสุทธิ์อยู่ค่ะ” พรรณีบอกคุณหมอหนุ่มที่นั่งอยู่ในห้องตรวจ คุณหมอหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนพูดและเด็กสาวอีกคนที่นั่งก้มหน้างุด
“มันเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลเจ้าตัวเขายอมไหมครับ” พฤกษ์คุณหมอหนุ่มวัยสามสิบสองพูดขึ้นอย่างสุภาพ
“มันเป็นลูกฉัน มันก็ต้องยอมสิ แกยอมใช่ไหมอีหวาน” แม่เลี้ยงใจร้ายหันไปทำเสียงดุกับเด็กหญิงข้างกาย
“ค่ะ ค่ะ” เธอรีบตอบ ในหัวกำลังคิดหาทางว่าจะหนีจากแม่เลี้ยงใจร้ายและไอ้เสี่ยบ้ากามนั้นได้อย่างไร
“งั้นเชิญญาติคนไข้ไปรอข้างนอกก่อนนะครับ” คุณหมอหนุ่มผายมือให้นางพรรณีออกไปนอกห้องตรวจ
“เออ ฉันขอคุยกับคุณหมอตามลำพังได้ไหมคะ” พริณตาพูดขึ้นเพราะเธออยากเจรจากับคุณหมอหนุ่มตรงหน้า เวลานี้คงไม่มีใครช่วยเธอได้อีกนอกจากเขาเท่านั้น พยาบาลผู้ช่วยสาวไม่แน่ใจหันไปมองหน้าคุณหมอหนุ่ม
“ตามเข้ามาข้างใน” คุณหมอหนุ่มพูดขึ้นพร้อมทั้งเดินเข้าไปในห้องตรวจ เห็นเตียงขาหยั่งแล้วพริณตาก็เสียวสันหลังวาบ
“มันไม่ใช่แม่หนู” พริณตาพูดขึ้นเสียงเครือ
“แล้วทำไมถึงมาด้วยกัน” พฤกษ์ถามขึ้น เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยากรับรู้เรื่องของเธอด้วยในเมื่อไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตเขา
“มันจะเอาหนูไปขายให้เสี่ยชัด ไอ้เสี่ยบ้านั่นมันอยากได้ผู้หญิงบริสุทธ์”
พฤกษ์อยากจะหัวเราะกับความคิดแสนโบราณที่ให้ค่ากับผู้หญิงเพียงเพราะเยื่อบาง ๆ นั่น
“คุณหมอช่วยหนูหน่อยได้ไหมคะ” พริณตานั่งลงกับพื้นไหว้เขาอย่างวิงวอน เธอไม่เหลือใครแล้วถ้าต้องไปเป็นเมียของเสี่ยชัดเธอยอมตายเสียดีกว่า
“ช่วยยังไง” คุณหมอหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างใจเย็น อยากรู้เหลือเกินว่ากระต่ายน้อยผู้ตื่นกลัวคนนี้อยากจะให้เขาช่วยอะไรบ้าง
“ช่วยบอกว่าหนูไม่บริสุทธิ์และมีโรคติดต่อร้ายแรงได้ไหมคะ” พริณตารีบบอกความต้องการของเธอออกไปให้เขาทราบ
“เธอกำลังหาเรื่องเดือดร้อนให้ฉันรู้ไหม นั่นมันคือการผิดจรรยาบรรณของแพทย์เลยนะ” คุณหมอหนุ่มยังพูดอย่างใจเย็น
“ช่วยหนูสักครั้งนะคะหมอ หนูยินดีรับใช้หมอไปจนตายเลยค่ะ” พริณตาเสนอตัวเองรับใช้เขาไปจนตายไม่ว่าเขาจะให้เธอทำงานบ้านหรืองานอะไร
