บทที่ 13 บทที่ 12
“ไม่ค่อยได้เที่ยวหรอก งานฉันยุ่งเธอก็รู้” พฤกษ์พูดพร้อมทั้งใช้นิ้วมือเกี่ยวผมให้เธอทัดหู เขาอ่อนโยนเสมอ เธอยิ้มให้เขา เขาก็ยิ้มให้เธอ เธอไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวของเขา ไม่รู้ว่าเขามีครอบครัวไหม เธอรู้แค่ว่าเขาเป็นอาจารย์หมอที่เธอเรียน เธอรู้ชื่อจริงของเขา นอกนั้นเธอไม่รู้อะไรอีกเลย
“เป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น” พฤกษ์มองดูสีหน้าไม่สบายใจของเธอ ก็ทำให้รู้ว่าเด็กน้อยของเขาต้องมีเรื่องไม่สบายใจแน่
“หวานแค่คิดว่า หวานไม่รู้เรื่องของหมอเลย” เธอพูดขึ้นพร้อมมองออกไปทางทะเล เธอกำลังทำตัวน่าเบื่อ เธอกำลังทำนอกเหนือข้อตกลง
พฤกษ์เงียบไปตั้งแต่คำพูดของเธอตอนนั้น ทั้งคู่ต่างคนต่างจมอยู่ในห้วงของความคิดของตัวเอง จนเวลาล่วงเลยพระอาทิตย์เกือบตกดินแล้วตอนนี้ พริณตาจึงเอ่ยชวนพฤกษ์ไปเดินเล่น เธอไม่น่าพูดให้เสียบรรยากาศเลย
“หมอ ไปเดินเล่นกันค่ะ”
เธอเดินจับมือเขาเดินเล่นน้ำที่ชายหาด แสงแดดกำลังดี อยากถ่ายรูปกับเขาสักรูปตั้งแต่อยู่กับเขามารูปคู่สักใบก็ไม่เคยมี มากสุดคือรูปที่เธอแอบถ่ายเขาในมุมต่าง ๆ
“ถ่ายรูปไหมเดี๋ยวฉันถ่ายให้”
พริณตาส่ายหน้าทันที เธอไม่ชอบลงรูปตัวเองกลัวว่าแม่เลี้ยงใจร้ายจะรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนทำอะไรอยู่ สิ่งที่พริณตาทำคือตัดขาดจากโลกใบเดิมของเธอ มีเพียงฐิสาเท่านั้นที่รู้จักโลกของเธอทั้งสองใบ
“เขามีล่องเรือด้วยเหรอคะ”
เธอมองเรือยอช์ตลำใหญ่กลางทะเล เธอเคยเห็นเพื่อนที่สาขาคุยกันเรื่องนี้ ในชีวิตนี้เธอก็อยากนั่งสักครั้งเคยอ่านว่าถ้าเหมาลำก็หลายหมื่นอยู่แต่ก็มีที่เป็นแบบราคาคนละพันกว่าบาท
“อยากไปเหรอ เอาสิน่าสนุก”
“ไม่เอาหมอไม่ไปค่ะ” เธอรีบปฏิเสธทันทีเพราะรู้ว่าราคาของมันแพงไม่ใช่เล่น ไม่อยากให้เขาต้องมาเสียเงินไร้สาระกับเรื่องพวกนี้
“หน้าเธอบอกว่าอยากไป ทำไมไม่ยอมไปฮึ หรือคิดว่าฉันจน”
“เปล่าค่ะหมอ หวานเกรงใจแค่มาเที่ยวนี่ก็หมดเยอะแล้ว” ยายเด็กเลี้ยงของเขานี่ก็เจียมเนื้อเจียมตัวดีจริง เขาน่าจะดีใจนะที่เธอควบคุมง่ายรักษาสัญญาเสมอ แต่ทำไมเขารู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก ดูเธอไม่ได้อยากออกตัวเป็นเจ้าของเขาเลย เหมือนเธอทำตามหน้าที่เธอเป็นอย่างดี ดีจนเขากลัว กลัวใจของตัวเองและใจของเธอ
“ฉันอยากให้เธอมีความสุขในทุก ๆ วันที่อยู่ด้วยกัน” พฤกษ์พูดพร้อมทั้งจูงมือของเธอเดินไปตามชายหาด เธอมีความสุขอยู่แล้วอยากอยู่กับเขาในทุก ๆ วัน ความสุขของเธอคือการอยู่กับเขา อยากเป็นคนที่เหมาะสมกับเขา อยากเป็นคนที่เขาภูมิใจ นับวันเธอก็ยิ่งโลภมากขึ้น
“หวานมีความสุขมากเลยค่ะหมอ ขอบคุณนะคะ” เธอพูดพร้อมทั้งกอดแขนเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม
“หมอ หวานอยากขี่หลัง” ดู ๆ เดี๋ยวนี้เริ่มใช้เขาแล้วเนี่ย พฤกษ์ย่อตัวลงให้เธอขึ้นขี่บนหลังเขา
“อ้วนขึ้นเปล่าเนี่ยหนักเชียว”
“หมอ”
“พูดเล่น จับไว้แน่น ๆ นะ” พฤกษ์พูดพร้อมกับวิ่งลงทะเล เสียงกระโดดลงน้ำตูมของเขาทำให้พริณตาเปียกน้ำไปทั้งตัว เมื่อเห็นเธอสำลักน้ำทะเลเขายิ่งชอบใจ เสียงหัวเราะของเขาวันนี้ไม่เหมือนคุณอาหมอตอนที่อยู่เชียงใหม่เลย
“หมอเล่นอะไรเนี่ยเปียกหมดแล้ว”
“ก็มาเที่ยวทะเลก็ต้องเปียกเป็นธรรมดา” เขาพูดพร้อมดึงเธอเข้าไปกอดและจูบอย่างนุ่มนวล เขาไม่เคยแสดงออกมากขนาดนี้ถ้าอยู่ข้างนอก
“หมอเดี๋ยวคนเห็น”
“ไม่เห็นเป็นไร ทำไมต้องแคร์” เขาพูดออกมาอย่างไม่แคร์ ใครจะเห็นก็ช่างปะไร
“หมออุ้มหน่อยน้ำมันลึก หวานกลัว” เธอพูดพร้อมทั้งสวมกอดเขาอย่างเอาใจพร้อมจูบแผ่วเบาตรงคาง เสื้อยืดของเธอเวลาโดนน้ำทำไมมันแนบลำตัวขนาดนี้เนี่ยเห็นแล้วเขาก็ใจไม่ดีขึ้นมาอีกเท่าตัว
พริณตาใช้สองขาของเธอโอบรอบเอวเขาดีนะที่รองเท้าเขาวางมันไว้บนชายหาดแล้ว เนื้อผ้าเมื่อโดนน้ำความแนบสนิทของเขาและเธอก็มากขึ้น เธออดโมโหตัวเองไม่ได้ที่ตอนนี้เธอกำลัง....อยาก
น้ำทะเลลึกแค่อกของเขาแต่เกือบท่วมหัวเธอ แต่ตอนนี้เธอกำลังมีอารมณ์ พริณตาซบหน้าลงกับไหล่ของเขา เขาพาเธอเดินไปอีกนิดหน่อยหลังโขดหิน ที่ไร้ผู้คน ความมืดเริ่มปกคลุมเพราะพระอาทิตย์ตกดินไปสักพักแล้ว รีสอร์ตส่วนตัวที่ไม่ค่อยมีผู้คน แต่ข้างหลังโขดหินน้ำท่วมอกของชายหนุ่ม
บนตักของเขามีหญิงสาวกำลังกอดเขาแน่น ร่างทั้งสองกำลังเบียดเสียด สอดแทรกเข้าหากันแรงคลื่นส่งแรงให้เขาและเธอต้องอดกลั้นเสียงคราง ทั้งตื่นเต้น ทั้งเสียดเสียว บรรยากาศแสนรัญจวนใจกับบทรักกลางแจ้ง กลางหาดทราย
“หมอไม่ไหวแล้ว” พริณตาเอ่ยเสียงหวานข้างหูเขา เขาเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ความตื่นเต้นทำให้เธอตอดรัดเขาแน่นจนเกินไปแต่เขายังไม่อยากไปถึงจุดหมายตอนนี้ อยากยืดเวลาแห่งความสุขออกไปก่อน
“หวาน ใจเย็น ๆ ก่อนอย่าเพิ่งแตก กำลังดีตอนนี้ อ๊า”
เสียงครางต่ำของพฤกษ์ยิ่งทำให้เธอทนไม่ไหว สุดท้ายเธอก็ต้องประกบปากตัวเองเข้าหาเขาเพื่อปลดปล่อย เสียงครางหวานถูกดูดกลืนด้วยรสจูบแสนเร่าร้อนของเขา เธอยังคงขย่มและบดเบียดเข้าหาเขา แรงของคลื่นที่ปะทะแผ่นหลังของเธอยิ่งสร้างความเสียดเสียวให้ทั้งคู่
