บทที่ 14 บทที่ 13

สองมือของเธอจิกผมเขาแน่น บ่งบอกว่าตอนนี้เธอกำลังเสียวจนไม่สามารถทนได้อีกแล้ว ร่างน้อยสั่นเทาเพราะความเสียวเธอแตกกระจายแล้ว ลมหายใจหอบกระเส่าของเธอและแรงตอดรัดที่ส่งหาเขาทำให้เขารู้ว่าตอนนี้เธอถึงดินแดนหฤหรรษ์แล้ว

“ถึงแล้วเหรอ” เขากระซิบข้างหูพร้อมทั้งจูบซับต้นคอขาวเนียน เสียงครางเบาของเธอบ่งบอกว่าเธอถึงแล้ว พฤกษ์เองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เพียงไม่นานเขาก็ร้องครางต่ำออกมาด้วยความสุขสม

เด็กของเขาเด็ดจริง ๆ ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่

เช้าวันรุ่งขึ้นพฤกษ์ให้เธอเก็บเสื้อผ้าเตรียมไปขึ้นเรือในตอนบ่ายของวันนี้ เธอบอกเขาว่าไม่ไป เขาก็ไม่เชื่อบอกว่าจะได้ไปดำน้ำดูปลาด้วย อีกอย่างคืนนี้เขาจะพาเธอนอนค้างกลางทะเล พริณตาอดดีใจไม่ได้เขารู้ว่าเธออยากขึ้นเรือ รู้ว่าที่เขาทำเพราะอยากเอาใจเธอ

“หมอ เรือไม่เมาใช่ไหมคะ” พริณตาที่ไม่เคยนั่งเรือยอช์ตเลยสักครั้งในชีวิตก็อดกลัวไม่ได้ เธอยิ่งเป็นพวกเมาอะไรง่าย ๆ อยู่ด้วย

“ไม่ เรือนิ่งมากถือแก้วไวน์ยังได้เลย” เขาบอกพร้อมทั้งยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาทำให้เธอรู้สึกดีทุกครั้ง อยู่ด้วยกันมาเข้าเดือนที่ห้าแล้วสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดนอกจากเซ็กซ์เร่าร้อนของเขาแล้วก็คงเป็นรอยยิ้มนี้รอยยิ้มที่เธอชอบ

เขาไม่ใช่ของเธอ อย่าทำตัวล้ำเส้น  

พริณตาได้แต่บอกตัวเองอย่างนั้น เธอรู้ดีว่าเธอเป็นเพียงเด็กที่เขาเลี้ยงไว้ เท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างอาจไม่ได้เป็นแบบนี้แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องคิด สิ่งที่ควรคิดตอนนี้คือตั้งใจเรียน ถ้าเธอได้ทุนเรียนไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรเธอก็ยังมั่นใจได้ว่าเธอจะมีเงินเรียนจนจบ

ทั้งสองพากันนั่งเรือออกมากลางทะเลด้วยบริการสุดพิเศษ อาหารสำหรับบ่ายและเย็นนี้ถูกจัดเตรียมเรียบร้อย ช่วงบ่ายทั้งสองจะไปดำน้ำดูปลา ดูปะการัง ส่วนตอนเย็นก็นอนค้างบนเรือกันหนึ่งคืน ดูดาวกัน ทริปนอนบนเรือยอช์ตเธอก็ได้ยินมาบ้างพอได้มาด้วยตัวเองก็อดตื่นเต้นไม่ได้จริง ๆ

“สวยจังหมอน้ำใสมากเลย” พริณตาโผล่ขึ้นมาจากน้ำแล้วบอกเขาอย่างตื่นเต้นนี่เป็นการดำน้ำตื้นครั้งแรกของเธอ เขาสอนวิธีดำน้ำง่าย ๆ ให้เธอไม่ยุ่งยากเลยและอีกอย่างเธอไม่กลัวเลยเพราะมือของเขาที่คอยประสานมือเธอไว้ตลอด

อีกอย่างเขาอยู่ในสายตาเธอตลอด ทำให้เธออุ่นใจมาก รอยยิ้มของเธอทำเขายิ้มตาม เสียงใสร่าเริงที่เขาได้ยินอยู่เป็นประจำ เขาชินกับเสียงนี้เสียแล้ว ถ้าวันไหนไม่ได้ยินเขาจะเริ่มกังวลหรือไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

“ชอบไหม” พฤกษ์ลูบหัวเธออย่างเอาใจ พริณตาเองได้ทีก็เข้าไปกอดซบอกเขา ไม่ค่อยได้กอดกันเลย โดยเฉพาะตอนอยู่เชียงใหม่ได้กอดแค่ตอนอยู่ในห้องเท่านั้น

“ชอบ หมอหวานอยากมาทุกปีเลย” เขายิ้มให้เด็กน้อยข้างกาย จะมาทุกปีไม่คิดจะไปเที่ยวที่อื่นบ้างเลยหรืออย่างไร เขาไม่ได้พูดอะไรแค่ยิ้มพร้อมทั้งจูบเธออย่างอ่อนโยน

กิจกรรมดำน้ำผ่านไปด้วยความเหนื่อยอ่อนของทั้งคู่ ทั้งสองจึงกลับมานอนพักในห้องนอนส่วนตัว ห้องนอนที่กว้างขวางมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทุกอย่าง ไม่ต่างกับโรงแรมห้าดาวเลยทีเดียว

“หมอเรือนี้แพงไหม” เธออยากรู้ว่าเรือแบบนี้ราคาจะสักเท่าไหร่กันนะ เห็นความหรูหราแล้วก็คิดว่าคงไม่น้อย

“น่าจะเกือบหลายสิบหรือเกือบร้อยล้าน” พฤกษ์พูดขึ้นในขณะที่เขากำลังนอนแล้วเด็กของเขากำลัง นวดหลังให้เขาอยู่ การมีเด็กเลี้ยงนี่ดีจริง ๆ มีนวดให้ส่วนตัวด้วย

“สบายดีจัง เธอนวดเก่งนะหวาน” พฤกษ์เอ่ยชมตอนที่เธอกำลังนวดแผ่นหลังให้เขา

“พ่อชอบปวดเมื่อยบ่อย ๆ เพราะท่านแก่แล้ว หวานเลยชอบนวดให้พ่อชอบมากเลยนะคะ บอกว่าหวานคลายเส้นได้ดี” คนชอบนวดเหมือนพ่อหวาน แต่ไม่อยากแก่เหมือนพ่อหวานและไม่อยากเป็นพ่อถึงกับสะอึกก้อนขม ๆ ลงคอ

“พอเถอะฉันหายปวดแล้ว” เขาบอกพร้อมทั้งลุกขึ้นนั่งอย่างคนไม่ปวดเมื่อย มองหน้าเด็กของเขา นี่ไม่ใช่เธอหลอกด่าว่าเขาแก่ใช่ไหม

พริณตามองหน้าคุณหมอหนุ่มแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ นี่ไม่ใช่งอนคิดว่าเธอว่าเขาแก่ใช่ไหม

“หมองอนเหรอคะ” พริณตากอดเอวซบหน้าลงบนอกเขาอย่างออดอ้อน

“เปล๊า” นั่นไงเสียงสูงขนาดนั้นไม่งอนก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว คนโดนงอนก็ต้องง้อ ปกติเขากับเธอไม่ค่อยมีเรื่องอะไรให้งอนกันมากนัก ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องที่ฟังดูไร้สาระกับอีกคนแต่อีกคนกับเป็นเรื่องจริงจัง นี่เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เธอและเขาเริ่มเรียนรู้ของการอยู่ด้วยกัน

“หวานไม่ได้ว่าหมอแก่นะคะ แค่บอกว่าหวานชอบนวดให้พ่อ” พริณตารีบบอกทันที

“พ่อหวานอายุเท่าไหร่” เขาถามขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พริณตาจำได้ว่าพ่ออายุมากกว่าเธอน่าจะสักยี่สิบปี เพราะพ่อมีเธอตั้งแต่อายุยังน้อยยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ

“น่าจะแก่กว่าหวานสักยี่สิบปีได้ค่ะ” พฤกษ์ถึงกับสะอึก พ่อเธออายุมากกว่าเขาแค่หกปีเอง คำว่าแก่วิ่งมาชนหน้าผากเขาอย่างจัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป