บทที่ 2 บทที่1
“เธอทำอะไรได้บ้าง” ชายหนุ่มมองหน้าเด็กสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ให้ตายสิ เขาสบถในใจ ปกติเขาไม่มีอารมณ์กับคนไข้ แต่ทำไมกับเธอเขามีอารมณ์
“ทำได้ทุกอย่างถ้าหมอให้หนูทำ” เด็กสาวถึงจะไม่เคยผ่านเรื่องอย่างว่ามา แต่เธอก็ไม่ไร้เดียงสาจนมองไม่ออกว่าตอนนี้คุณหมอหนุ่มรู้สึกอย่างไร
“คุณพยาบาล ไปเรียกแม่คนไข้มาหน่อย”
“ค่ะ” เสียงพยาบาลข้างนอกห้องขานรับ
“มีอะไรคะ คุณหมอ” นางพรรณีเดินเข้ามาในห้อง พร้อมถามขึ้น พริณตานั่งก้มหน้าอยู่ตรงพื้น สภาพเสื้อของชายหนุ่มหลุดออกจากกางเกงและยับยู่ยี่
“คุณค้าประเวณีเหรอถึงให้เด็กนี่มาเสนอขายให้ผม” คุณหมอหนุ่มพูดขึ้นเสียงดัง อย่างโมโห
“อะไรนะคะ” นางพรรณีก็งงไม่ต่างกับพยาบาลที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ก็เด็กนี่มาเสนอขายให้ผม แค่นี้ก็คงไม่ต้องตรวจแล้วเยื่อพรหมจรรย์อะไรนั่น” คุณหมอหนุ่มยังคงพูดอย่างโมโห
“อีหวานมึงขายเหรอ อีกะหรี่ไม่ต่างจากแม่ของมึงเลย หมอฉันไม่รู้เรื่องนะ” นางพรรณีรีบโวยวายอยากจะเข้าไปกระชากผมนังลูกเลี้ยงไม่รักดี แต่ก็ทำไม่ได้เพราะกลัวว่าเรื่องราวจะใหญ่โตกว่านี้
“ผมจะแจ้งความทั้งคุณทั้งเด็กนี่อย่าหวังว่าจะรอด” คุณหมอหนุ่มยังคงไม่ลดน้ำเสียงเขาโมโหจนนางพรรณีกลัว
“ฉันไม่รู้เรื่องนะคะ อีหวานมันขายเองไม่เกี่ยวกับฉัน ถ้าคุณจะจับก็จับมันเลย ฉันไม่ได้เป็นแม่มัน” นางพรรณีละล่ำละลักบอกอย่างลนลาน
“อีหวาน อีกะหรี่ มึงไม่ต้องกลับมาบ้านกูเลยนะ” นางพรรณีหันไปด่าพริณตาพร้อมทั้งรีบออกจากห้องไป เรื่องอะไรที่เธอต้องไปยุ่งเกี่ยว ลูกก็ไม่ใช่เป็นแค่ลูกติดผัว
เมื่อนางพรรณีออกไปจากห้อง คุณหมอหนุ่มก็สั่งพยาบาลผู้ช่วยให้กลับบ้านได้เลย เขาเดินออกจากห้องตรวจจัดการล็อกประตูและกลับมาพูดกับเด็กสาว
“ตามขึ้นมาถ้าอยากจะตอบแทน” คุณหมอหนุ่มพูดขึ้นพร้อมเดินออกจากห้อง
เธอเดินตามเขาขึ้นไปชั้นบน ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นห้องนอนพักเวลาเขาไม่ได้กลับบ้าน เพราะไม่มีอุปกรณ์อะไรมากนัก มีแค่เตียงนอนเท่านั้น เขาตบมือลงตรงที่นอนส่งสัญญาณให้เธอนั่งตรงข้างนั้น พริณตาเดินเข้าไปนั่งแต่ไม่ได้ใกล้เขามากนัก เพราะเธอก็กลัวเขาจะจับเธอส่งตำรวจเหมือนที่เขาขู่แม่เลี้ยงของเธอ
“อายุเท่าไหร่แน่” เขาถามพร้อมแบมือขอบัตรประชาชน พริณตาควักบัตรประชาชนจากกระเป๋าสตางค์ใบเก่าให้เขาดู
“อายุสิบแปดวันพรุ่งนี้” พริณตาบอกเสียงเบา เพราะเธอจะครบสิบแปดวันพรุ่งนี้นังแม่เลี้ยงใจร้ายมันก็คิดจะขายเธอทันที
“แล้วไม่มีญาติที่ไหน” พฤกษ์ยังถาม ระหว่างนั้นเขาก็ส่งรูปบัตรประชาชนของเธอให้กับทนายจัดการเรื่องนี้
“ไม่มีค่ะ” พริณตามองหน้าเขาอย่างชั่งใจ เขาอาจจะหลอกเธอไปขายเหมือนอย่างแม่เลี้ยงของเธอก็ได้แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เธอเชื่อใจเขา เชื่อว่าเขาจะไม่มีทางทำแบบนั้นกับเธอ
“ฉันกำลังจะย้ายไปทำงานที่เชียงใหม่ เธอจะไปด้วยไหม” พฤกษ์มีแผนจะย้ายไปทำงานที่นั่นตามคำชวนของเพื่อนรุ่นพี่ ตอนนี้เขากำลังเบื่อเมืองหลวงแห่งนี้ อยากไปให้พ้นคนใจดำ
“ไปค่ะ นายให้หนูไปไหนหนูก็ไปหมดค่ะ หนูไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ ” น้ำตาของเด็กสาวรื้นขึ้นมา เห็นแล้วพฤกษ์ก็อดสงสารไม่ได้
“รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ได้ใจดีขนาดนั้น ถ้าอยู่กับฉันก็ต้องตอบแทนฉัน ฉันจะเลี้ยงดูส่งเสียเธอจนเรียนจบ ระหว่างที่มีฉันเธอห้ามมีใคร แต่ถ้าเธออยากจะเลิกสัญญานี้ฉันก็พร้อมทุกเมื่อ ถ้าฉันมีคนที่รักฉันจะบอกเธอเองแล้วฉันจะให้เงินเธอก้อนหนึ่งเธอจะไม่ลำบาก” เขาเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรถ้าจะต้องเลี้ยงดูคนสักคนเขาก็ต้องได้อะไรตอบแทนบ้าง
“ค่ะ” พริณตาพยักหน้า ขอแค่ให้ได้เรียนเขาจะให้เธอทำอะไรก็ได้ ขอแค่มีความรู้ติดตัว
“เธอไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวฉัน ห้ามหึง ห้ามหวง” พฤกษ์อยากขีดเส้นให้ชัดเจนเขาไม่อยากมีปัญหาในอนาคต
“ค่ะหวานเข้าใจ” เธอพยักหน้าเข้าใจ สิ่งที่เขาต้องการสื่อความหมาย ก็เธอไม่ได้เป็นเด็กไร้เดียงสาขนาดนั้น รู้ว่าผู้ชายที่จะเลี้ยงดูเด็กสาวที่ไม่ใช่ญาติ คงเป็นแค่นางบำเรอเท่านั้นแหละที่เขาจะเลี้ยงไว้
“เข้าใจก็ดีแล้ว ฉันไม่อยากมีปัญหาเรื่องหึงหวงในอนาคต”
“ค่ะ”
“ยังไม่เคยใช่ไหม” เขาถามอย่างใจเย็น ถึงข้างในจะร้อนเพียงไรก็ตาม ไม่อยากให้เธอคิดว่าเขาช่วยเพราะหวังแต่เรื่องอย่างว่าในตัวเธอ
แต่มึงก็หวังแต่เรื่องอย่างว่าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่ะ
ความคิดในหัวที่เถียงออกไป ก็ใช่สิเขาคิดแต่เรื่องอย่างว่ากับเธอทั้งที่ไม่เคยมีความรู้สึกกับคนไข้มาก่อน แต่กับเธอเขากลับมีมากเสียจนอยากจับเธอกระแทกตั้งแต่เธอเดินเข้าห้องมาแล้ว
“อื้อ..” เสียงครางของสาวน้อยวัยแรกแย้มดังขึ้น เมื่อเขาลูบไล้ต้นขาของเธอพร้อมมอบจูบแสนหวานให้เธอ เด็กสาวตื่นเต้นกับรสจูบที่ไม่เคยได้พบเจอ หัวใจของเธอเต้นระส่ำ มือหนาลูบไล้แผ่นหลังของเธออย่างเบามือและเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่ออารมณ์ปรารถนากำลังเพิ่มมากขึ้น เมื่อเขาได้สัมผัสผิวกายอ่อนนุ่มของเธอ ความนุ่มนิ่มและสู้มือของทรวงอกคัดแน่นสู้ฝ่ามือของเขา
