บทที่ 6 บทที่ 5
“ฉันไม่ได้ว่าอะไร ไม่ต้องขอโทษ ฉันก็ชอบเวลามีอะไรกับเธอ แต่ตอนนี้อยากคุยเรื่องเธอก่อน นอกจากชื่อฉันยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย” พฤกษ์บอกออกไปเพราะเห็นสีหน้าสาวน้อยแล้วถ้าไม่อธิบายคงคิดไปไกล
บทที่ 3
พฤกษ์ต้องกลั้นใจไว้ก่อนไม่อย่างนั้นจะคุยไม่รู้เรื่อง มองหน้าคนที่นอนซบอยู่บนอกแล้วพูดขึ้น
“ฉันอยากรู้เรื่องของเธอหวาน เล่าให้ฟังหน่อยทำไมถึงจะโดนขาย” พฤกษ์พูดพร้อมทั้งกดริมฝีปากบนหน้าผากของเธอ
“พ่อหวานตาย เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แม่เลี้ยงที่เคยแสนดีก็เปลี่ยนไปแบบที่หมอเห็นนั่นแหละค่ะ” พริณตาพูดไปมือเธอก็ยังโดนเขาบีบแน่นขึ้น เขากำลังให้กำลังใจเธอ
“พ่อเป็นอะไรถึงเสีย”
“อุบัติเหตุค่ะ” เธอสะอื้นร้องไห้ขึ้นมาเมื่อพูดถึงพ่อ พ่อเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในชีวิตเธอตั้งแต่เธอจำความได้
“แล้วแม่ไปไหนแล้ว”
“แม่เสียไปตั้งแต่คลอดหวานแล้วค่ะ หวานมีแค่พ่อจนเมื่อปีที่แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามา ตอนพ่ออยู่เขาก็ดีกับหวาน” น้ำตาของเธอยังเปียกชื้นบนอกเขา
“อือ ช่างมันเถอะถือว่าหมดเวรหมดกรรมแล้ว หวานอยากเรียนอะไร” เขาถามขึ้น เพราะนี่เป็นข้อตกลงที่ดูเหมือนเธออยากได้ที่สุด เด็กของเขาอย่างน้อยก็รักเรียน
“หวานอยากเรียนออกแบบ คณะวิจิตรศิลป์” เธอมองตาเขาปริบ ๆ เพราะไม่แน่ใจว่าเขาจะอยากให้เรียนไหม
“ทำไมอยากเรียนออกแบบ” พฤกษ์ถามพร้อมทั้งลูบหลังเธอเบา ๆ ผิวกายที่ลื่นมือของเธอทำให้เขาชอบสัมผัสนี้อย่างบอกไม่ถูก
“ชอบวาดรูปชอบขีดชอบเขียน คิดว่าน่าจะเรียนได้ดีค่ะ” เขาพยักหน้าเข้าใจ พฤกษ์ไม่ติดว่าเธอจะเรียนอะไร เขายินดีส่งเรียน พริณตาเม้มปากนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยความเกรงใจเขา
“หวานจะให้คุณหมอจ่ายแค่ค่าเทอมพอค่ะ เดี๋ยวกินอยู่หวานจะทำงานพิเศษเอา” พฤกษ์ยังไม่ได้พูดอะไรต่อเขาแค่ลูบเนื้อตัวเธอ พร้อมฟังว่าเธอจะว่าอะไรต่อ
“แต่หวานเรียนเก่งนะคะ เดี๋ยวจะลองสอบขอทุนดู คุณหมอจะได้ไม่ลำบากมาก” ตอนนี้บอกตามตรงว่าเธอรู้สึกใจไม่ดี กลัวว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจไม่อยากส่งเสียเธอแล้วก็ได้
“ฉันดูจนขนาดนั้นเลยเหรอ เลี้ยงเด็กแค่คนเดียวไม่ทำให้ฉันลำบากหรอก” พฤกษ์พูดขึ้นอย่างขัน ๆ กับความคิดของเด็กน้อยในอ้อมกอด
“เปล่าหวานกลัวคุณเปลี่ยนใจ”
“ฉันบอกอะไรไว้ก็ตามนั้นอยากเรียนอะไรก็เรียนไม่ต้องคิดมาก”
“หวานขอทำงานได้ไหมคะ” เธอกลัวว่าถ้าวันหนึ่งเขาทิ้งเธอไปเหมือนที่พ่อเธอทิ้งเธอไปอีกแล้วเธอจะทำอย่างไร อย่างน้อยการทำงานก็เป็นหลักประกันได้ว่าเธอจะอยู่ได้ถ้าวันหนึ่งเขาหายไปจากชีวิตของเธอ
“อยากทำเหรอ” พฤกษ์ถามเพราะเขาเลี้ยงเธอได้สบาย ๆ เธอไม่จำเป็นต้องทำงานอะไรทั้งนั้น เด็กเลี้ยงแค่คนเดียวเขาเลี้ยงได้อย่างไม่ต้องคิดมาก ตัวแค่นี้จะกินจะจ่ายอะไรนักหนา
“อยากทำ หนูอยากพึ่งตัวเอง” เสียงของเธอเบามากจนพฤกษ์เข้าใจความคิดของเธอ
“เอาอย่างนี้ไหม เธอทำงานพิเศษที่คลินิกฉัน เดี๋ยวฉันให้เงินเดือน” พฤกษ์วางแผนไว้จะเปิดคลินิกอยู่แล้วเมื่อไปถึงเชียงใหม่ พริณตาตาเป็นประกายทันที อยากน้อยก็ไม่ต้องไปหาสมัครงาน
“ทำค่ะทำ”
“เดี๋ยวให้เธอเป็นคนเก็บเงิน ให้เดือนละหมื่นห้าเลย” พฤกษ์พูดไปยิ้มไป ไม่น่าเชื่อว่าการเลี้ยงเด็กสักคนจะทำให้เขามีความสุขขนาดนี้
“โห เดือนละหมื่นห้าเลยเหรอคะ เยอะมาก” พริณตาตกใจกับจำนวนเงินเพราะมันเยอะจนเธอไม่คิดว่าจะหาได้ พฤกษ์ยิ้มในความไร้เดียงสาของเธอ
“ไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะคืนนี้เราต้องไปเชียงใหม่แล้ว” พฤกษ์อดแปลกใจกับโชคชะตาไม่ได้เพราะเพียงแค่วันเดียวที่เขาไปคลินิกวันสุดท้ายก่อนจะให้เพื่อนทำคลินิกต่อ เขากลับได้เจอเธอเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น
“ไปวันนี้เลยเหรอคะ” พริณตาเองอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมทุกอย่างดูรวดเร็วมากจนเธอตกใจ
“ไปวันนี้ ฉันจองตั๋วเครื่องบินให้เธอแล้วเดินทางวันนี้” พริณตาเคยนั่งเครื่องบินอยู่บ้างเมื่อตอนที่พ่อเธอมีชีวิตอยู่
“ส่วนเอกสารการศึกษาของเธอ..” เขาพูดขึ้นเพราะคงต้องใช้เวลาจัดการเรื่องนี้สักพักเพื่อจะขอเอกสารวุฒิการศึกษาใหม่
“หนูมีค่ะ หนูฝากเพื่อนไว้เพราะหนูคิดว่าหนูจะหนีแม่เลี้ยงอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่ช่วย” พริณตาฝากเอกสารสำคัญของเธอไว้ที่ฐิสาเพื่อนสนิทของเธอ
“ฉลาดมาก” พฤกษ์จับหัวเธอส่ายไปมา เด็กเลี้ยงของเขาฉลาดน่าดู
“ขอหนูยืมโทรศัพท์ของคุณหน่อยได้ไหมคะ หนูจะโทร.หาเพื่อน” พริณตาเอ่ยถามเขาอย่างเกรงใจ
“ฉันซื้อมือถือให้เธอแล้ว ใช้ได้เลย” เขาชี้มือไปทางโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ ดูก็รู้ว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดราคาคงหลักหลายหมื่น
“ขอบคุณค่ะ” เธอรีบหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมทั้งเข้าเมนูข้อมูลโทรศัพท์ที่เธอบันทึกไว้บนคลาวด์ เพียงไม่นานข้อมูลหลายอย่างของเธอก็กลับมา ก่อนหน้านั้นเธอก็เคยมีโทรศัพท์หรือไอแพดอะไรต่าง ๆ แต่เพียงแค่อาทิตย์เดียวแม่เลี้ยงของเธอเอาไปขายทั้งหมดบอกว่าพ่อทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ต้องหาทางใช้หนี้
พฤกษ์มองดูเธอดึงข้อมูลที่อยู่ในระบบสำรองข้อมูลหรือที่เรียกว่าคลาวด์แล้วก็รู้ว่าพริณตาเป็นเด็กฉลาดตามยุคตามสมัย เธอไม่ได้อ่อนแอจนเกินไป
