บทที่ 7 บทที่ 6

“นี่ค่ะผลการเรียนหนู” เธอยื่นภาพถ่ายผลการเรียนของเธอให้เขาดู เธอเรียนเก่งอย่างที่เธอบอกจริง ๆ

“ขี้โม้ ไปอาบน้ำได้แล้ว” พฤกษ์พูดพร้อมทั้งอุ้มเธอขึ้น พริณตาร้องโวยวายด้วยความตกใจเมื่อร่างถูกยกขึ้นสูง ดีที่เธอกำมือถือไว้แน่น กลัวว่าจะตกใจจนโทรศัพท์ราคาแพงจะหล่นแตก

ทั้งสองพากันอาบน้ำในห้องน้ำเกือบสามสิบนาที ไม่มีกิจกรรมเร่าร้อนเกิดขึ้นเพราะเขาคงต้องงดสักพักเดี๋ยวจะไม่มีแรงขึ้นเครื่องบิน

“หมอคะ เพื่อนถามว่าหนูอยู่กับใคร บอกว่าอยู่กับอาได้ไหมคะ” อยู่ ๆ เขาก็กลายเป็นอาด้วยวัยเพียงสามสิบสองแถมยังมีหลานที่อายุสิบแปด อามันจะแก่ไปไหมแต่เขากับเธอก็อายุห่างกันตั้งสิบสี่ปีนะ...จะเป็นพี่ได้ไหมนะ  

“อือ ตามใจ” ก็เขาบอกเธอเองว่าไม่ให้แสดงความเป็นเจ้าของแล้วจะให้เธอบอกเพื่อนว่าอย่างไรนอกจากว่าเขาเป็นญาติ เธอไม่กล้าบอกใครหรอกว่าเธอเป็นเด็กเลี้ยงของเขา มันน่าอายเกินไป

พริณตาพิมพ์ข้อความบอกเพื่อนว่าเธอจะไปเรียนที่เชียงใหม่เพราะคุณอาย้ายไปทำงานที่นั่นแล้วเธอจะแจ้งที่อยู่ในการส่งเอกสารอีกครั้ง ฐิสาก็เข้าใจและไม่เซ้าซี้ถามเพื่อนมากกว่านี้

“ชุดพอดีเลยนะคะ” เธอพูดพร้อมทั้งหมุนซ้ายหมุนขวาให้เขาดู พฤกษ์เองก็ดูพอใจกับสิ่งที่เขาเลือกให้เธอ เพิ่งรู้ตัวว่าแค่การมองเธอแต่งตัวก็เพลินตาและมีความสุขแล้ว

“อือ ใส่พอดีเลยฉันเลือกเก่งไหม”

“เลือกเก่งค่ะ คุณอาหมอ” เธอยิ้มให้เขาเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาชมตัวเอง            

“อยู่กันสองคนเรียก หมอ เฉย ๆ ก็ได้ไม่ต้องเรียกอาหรอก”

ทั้งสองยิ้มให้กันอีกครั้ง ก่อนที่จะช่วยกันเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเดินทางไปเชียงใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ของพวกเขา

@เชียงใหม่

พฤกษ์ตัดสินใจซื้อบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างทางไปอำเภอแม่ริม เขาเลือกที่นี่เพราะเป็นบ้านอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรที่ค่อนข้างได้มาตรฐาน โรงพยาบาลที่เขาทำงานเป็นโรงพยาบาลของรัฐซึ่งเขายังดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ผู้สอนนักศึกษาแพทย์อีกด้วยซึ่งถือว่าเป็นสาเหตุหลักที่เขาตัดสินใจย้ายมาที่เชียงใหม่

“ชอบบ้านหลังนี้ไหม” พฤกษ์ถามพริณตาซึ่งกำลังยืนตะลึงอยู่หน้าบ้านสองชั้นหลังโต มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เห็นแล้วเธอก็อดยิ้มไม่ได้ บ้านหลังนี้เหมือนบ้านที่เธอเคยจินตนาการไว้นานมาแล้ว ว่าวันหนึ่งเธออยากมีบ้านแบบนี้ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่จริง ๆ

บ้านที่เธอเคยอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงทาวน์โฮมสองชั้นธรรมดา แต่มันก็เป็นบ้านที่อบอุ่นสำหรับเธอ เสียดายที่ไม่รู้ตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

“หวาน หวาน ชอบไหม”

“ชอบค่ะชอบ เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ” ทั้งสองคนพากันเข้าไปในบ้าน บ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดสามห้องนอนสี่ห้องน้ำ มีห้องนอนใหญ่ที่พฤกษ์สั่งทำเป็นพิเศษที่กินพื้นที่ขนาดใหญ่มากกว่าอีกสองห้องรวมกัน

“ห้องนอนหนูห้องไหนคะ” พริณตาเอ่ยถามเมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นบน

“ไม่นอนห้องเดียวกันเหรอ” พฤกษ์ทำหน้างงเมื่อเห็นเธออยากแยกห้องนอน

“เออ เออ ถ้าเกิดฐิสามาหาหนูที่เชียงใหม่แล้วหนู หนู” เธออ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ในการตอบ พฤกษ์เลยตัดบทโดยการชี้ไปยังห้องขนาดกลางที่อยู่ตรงข้ามห้องเขา บางทีเธออาจอยากมีพื้นที่ส่วนตัว

“ห้องนั้นแล้วกัน แต่ถ้าฉันอยากเธอต้องมาหาฉันที่ห้อง จำไว้” พฤกษ์พูดพร้อมทั้งเดินไปห้องใหญ่กระแทกประตูปิดอย่างไม่พอใจ เขาอุตส่าห์ให้เธอนอนห้องเดียวกับเขา เตียงเดียวกับเขาแล้วนี่อะไรอยากมีห้องเป็นของตัวเองไม่อยากนอนด้วยกัน เวลานอนกอดกันก็ออกจะดีไม่ใช่เหรอ

“ทำไมกูหงุดหงิดวะ” พฤกษ์พูดกับตัวเองอย่างโมโห

พฤกษ์จัดการเรื่องที่เรียนของพริณตาและจัดการเรื่องตึกสำหรับเปิดคลินิกเรียบร้อยในเวลาหลายเดือนต่อมา พริณตาทำงานที่คลินิกของเขาในฐานะหลานสาวของคุณอาหมอหนุ่มหล่อ

คลินิกของพฤกษ์มีผลประกอบการค่อนข้างดีเพราะลูกค้าเยอะ กว่าเขาและพริณตาจะได้กลับบ้านบางวันก็เกือบสามทุ่ม อย่างวันนี้ก็เช่นกันคนไข้เยอะมากเพราะว่าพรุ่งนี้คลินิกจะปิดสามวันเพราะคุณหมอเจ้าของคลินิกต้องเดินทางไปเที่ยวทะเลตามที่ได้สัญญากับนักศึกษาปีหนึ่งไว้ว่าถ้าเกรดเทอมแรกได้มากกว่าสามจุดห้าเขาจะพาเธอไปเที่ยวทะเล

พริณตาผู้ชอบเรียนอยู่แล้วยิ่งตั้งใจเรียนกว่าเดิม เพราะอยากไปเที่ยวทะเล เธอเคยไปเที่ยวทะเลครั้งสองครั้งแต่ก็นานมาแล้ว เธอพยายามจนได้เกรดเฉลี่ยสามจุดเจ็ดมาครอบครอง

“หวาน”

“คะคุณอา” เมื่ออยู่ที่คลินิกเธอจะเรียกเขาแบบนี้เพราะนอกบ้านเธอคือหลานสาวของคุณอา ที่ไม่มีนามสกุลเดียวกันเลย พริณตาเดินเข้ามาในห้องตรวจหลังจากปิดคลินิกด้านหน้าเรียบร้อย

“เหนื่อยมาก” เขากวักมือให้เธอเดินเข้ามาหาเขาพร้อมทั้งตบมือลงบนหน้าขาของตัวเอง พริณตาเดินไปนั่งบนตักพิงแผ่นหลังบางกับอกแกร่งของเขา

“เดี๋ยวก็ได้หยุดแล้วค่ะ” พริณตาเอ่ยอย่างเอาใจ มือของเขาลูบไล้ต้นขาขาวของเธอ กระโปรงพลีทร่นขึ้นมาตามมือของเขา ลมหายใจของแพทย์หนุ่มเริ่มติดขัดเมื่อเธออ้าขาออกให้เขาได้ลูบไล้ส่วนกลางกาย ก็เป็นเสียอย่างนี้เธอไม่เคยห้ามเขา ทั้งสองเข้ากันได้ดีจนพฤกษ์เองก็กลายเป็นคนเอาแต่ใจมากขึ้น เรียกร้องมากขึ้นทุกที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป