บทที่ 10 EP 2/6 หัวใจมันสั่น
“ดูๆ ไปนายนี่ก็น่ารักเหมือนกันเนาะ ถ้าลดปากหมาๆ ของนายออกไป ลบมือปลาหมึกด้วย นายก็ถือว่าเป็นผู้ชายที่ใช้ได้นะ อยากรู้จังว่าเมียนายชอบนายตรงไหนกันฮึ พ่อจอมหื่น” หญิงสาวบ่นพึมพำใกล้ๆ ใบหน้าพ่อจอมหื่น ใบหน้าขาวคมเรียบนิ่งยามหลับไม่ได้ต่างจากบุตรชายเท่าใดนัก เธอนั่งลงที่พื้นข้างเตียง สองมือประสานไว้ใต้คาง เอียงคอเพ่งพินิจดูวงหน้าของกวินด้วยความหลงใหลโดยไม่รู้ตัว ลืมแม้กระทั่งว่าตัวเองยังอยู่ในชุดเสื้อคลุม
แพรวรุ้งยื่นมือออกไปหมายจะสัมผัสใบหน้านั้นด้วยความอยากลองอยากรู้ แล้วทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้
หมับ!
“ว้าย! นี่คุณไม่ได้หลับเหรอ?” เธอร้องลั่นเมื่อมือแกร่งตะปบคว้ามือบางเอาไว้ก่อนที่มันจะสัมผัสถูกใบหน้าเขา
“ชู่ว์...เบาๆ สิคุณลูกผมหลับอยู่” เขาปรามแล้วค่อยๆ ลุกจากที่นอน ลากหล่อนไปเข้าห้องน้ำอีกรอบ ปิดประตูลงกลอนเรียบร้อยท่ามกลางแขนขามือไม้ของหล่อนที่ประทุษร้ายร่างเขา
“พาฉันมาในนี่ทำไม ปล่อยนะ!”
“เมื่อกี้คุณจะทำอะไร?”
“อะไร!? ฉันเปล่า” แก้ตัวเสียงหลง ก้มหน้าหลบสายตาคมที่ส่งมาอย่างจับผิด
“ก็ผมเห็นว่าคุณกำลังจะจับหน้าผม”
“ฉันเปล่า!”
นางแบบสาวเงยหน้าเถียงคอเป็นเอ็นทั้งที่หลักฐานมันชัดเสียยิ่งกว่าอะไร เพราะเมื่อครู่มือบางของเธออยู่ห่างจากใบหน้าเขาแค่คืบเท่านั้น
“แต่ผมรู้ คุณจะแตะหน้าผมทำไม”
“ขี้ตู่! ปล่อยนะ! ใครทำอย่างนั้นมิทราบ นึกว่าตัวเองวิเศษมาจากไหนกัน ไม่มีใครเขาอยากแตะนายหรอกนอกจากเมียโง่ๆ ของนาย โอ๊ย!”
“อย่าก้าวร้าวเมียผม!” กวินร้องใส่หน้า ดวงตาแววโรจน์ด้วยความโกรธ กำข้อมือแพรวรุ้งแน่นหนึบ
“อะไร!? ฉันแค่พูดตามที่คิด รักกันเหลือเกินนะแตะต้องไม่ได้”
“แน่นอน เมียผมสูงส่งกว่าคุณเป็นไหนๆ ไม่มาแก้ผ้าหาเงินเหมือนคุณหรอก”
“อย่าดูถูกฉัน!”
“ทำไม!? อย่างคุณน่ะ กว่าจะได้เป็นซุปเปอร์สตาร์ ทอดสะพานเนื้อสด ให้ใครเขามาบ้างล่ะแพรวรุ้ง”
“ฉันไม่เคย!” เธอแหวกลับไปเสียงขุ่น รู้สึกผิดหวังและน้อยใจอย่างประหลาดที่เขากล่าวหาอย่างนั้น
“ตอแหล!” เขาว่าหล่อน แพรวรุ้งตาลุกวาว
“ปากจัด! ปล่อยฉันนะไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ ปล่อย!”
“เถียงไม่สู้ก็จะหนี”
“เรื่องของฉัน ปล่อยนะ!” ไม่ว่าเปล่าแต่พยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนเขา มันรัดเธอแน่นเหลือเกิน
“ไม่ปล่อย ถึงผมจะไม่รวยเท่าพี่ชายแต่ผมก็มีเงินนะแพรวรุ้ง มันน่าจะซื้อความสุขจากคุณได้บ้าง เพราะฉะนั้นคุณจะเอาเท่าไหร่สำหรับครั้งแรกของเรา”
“ต่ำ! สมองกลวงหรือเปล่า ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่านะ”
“แล้วจะพิสูจน์ยังไงว่าไม่ใช่” เขาเล่นลิ้น อยากให้หล่อนตกหลุมพราง
“ต้องให้ฉันยอมคุณด้วยหรือเปล่าถึงจะพอใจ”
เธอประชด ใบหน้างามเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดพราย
“แน่นอน ยินดีเลยล่ะ ว่าแต่จะเอาเท่าไหร่”
“ฉันไม่เอา แต่ถ้าพิสูจน์แล้วมันไม่เป็นอย่างที่คุณคิด คุณต้องเลิกวุ่นวายกับฉัน” เธอยื่นข้อเสนอโง่ๆ ที่คิดได้เพราะอารามอยากประชด
“ได้! แต่เดาว่าผมกับคุณคงต้องเจอกันไปอีกนานเชียวล่ะ”
“อย่ามั่นใจให้มากนัก บางสิ่งบางอย่างมันตัดสินด้วยตาเปล่าไม่ได้หรอก หึๆ”
แพรวรุ้งแค่นยิ้มเยาะเย้ยเขา
“นั่นไงผมเลยต้องพิสูจน์” ว่าแล้วก็ฉกจุมพิตที่ริมฝีปากคู่งาม
แพรวรุ้งดิ้นขลุกขลักในวงแขน ความมั่นใจเกินร้อยของเขามันช่างท้าทายเหลือเกิน เธอถามตัวเองว่าตัดสินใจแน่แล้วหรือแพรวรุ้ง ตัดสินใจใช้วิธีเยี่ยงคนไร้สมองอย่างนี้เพียงเพื่อกำจัดเขาออกไปจากชีวิต แล้วมันจะคุ้มแน่หรือ?
“ไม่ๆๆ อย่านะ ได้โปรด อ๊ะ!” เธอร้องเสียงหลงเมื่อเขาขบเม้มที่ลำคอขาวผ่อง
“หยุด! พอแล้ว พอ! ฉันเปลี่ยนใจแล้ว!”
นางแบบสาวกลั้นใจหลับตาปี๋ร้องบอกเขา เธอขอเปลี่ยนใจตอนนี้เถอะ
“เสียใจ มันสายไปแล้ว”
ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างหู โจมตีหล่อนด้วยลิ้นร้อนๆ ลากไล้ล้วงลึกเข้าไปในโพรงหูสะอาดจนแพรวรุ้งครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน เสื้อคลุมตัวงามถูกเปลื้องออกในเวลาต่อมา...อย่างง่ายดาย
“บอกแล้วว่าเธอต้องชอบมัน” เขาเย้ยนัยน์ตาพราว
แพรวรุ้งน้ำตาคลอเมื่อเห็นสายตาเยาะหยันนั้น เขานั่งลงตรงหน้าเธอ บรรจงใช้เรียวลิ้นบังคับให้เธอแยกขาออกห่าง ก่อนจะลดใบหน้าลงไปคลอเคลียกุหลาบงาม เคล้าคลึง สูดดม และขบเม้มจนเธอสั่นสะท้าน เขารังแกส่วนบอบบางของเธอด้วยเรียวลิ้นอย่างช่ำชองและเนิ่นนาน ร่างเธอกระตุกไปหลายครั้งเมื่อเขาเน้นตรงส่วนที่เป็นเกสรของกุหลาบสีแดงระเรื่อ
“อย่านะ...ฉันขอล่ะ ยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว...อย่าเอาคืนฉันด้วยวิธีนี้เลย ฉันขอโทษที่พูดล่วงเกินภรรยาของคุณ ฉันขอโทษ!”
แพรวรุ้งสะอื้นฮักต่อหน้าเขาเมื่อความรู้สึกผิดครอบคลุมจิตใจ
กวินถอยห่างเหมือนต้องของร้อน เขาลุกขึ้นยืนกำหมัดแน่นแล้วหันหลังออกไปจากห้องน้ำแสนสวาท ไม่ใช่หยดน้ำตาของแพรวรุ้งที่ทำให้เขาหยุด แต่เพราะคำๆ นั้นต่างหาก ภรรยาของคุณ
[----------]
