บทที่ 15 EP 4/1 เมียข้าอย่าแตะ

[----------]

[4]

เมียข้าอย่าแตะ

[----------]

รุ่งเช้าวันใหม่ 

ชมจันทร์ยังคงลงมาทำหน้าที่ของเธออย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง ทำอย่างไรได้ล่ะ มาอาศัยบ้านเขาอยู่มันก็ต้องทนๆ กันไป ความจริงเธอจะหนีไปอยู่ที่อื่นก็ได้ แต่ทว่าคงหนีบุพการีผู้แสนดีของเธอไม่พ้น อย่างน้อยๆ อยู่กับทัศเทพ บารมีของเขาก็ยังช่วยเธอให้รอดพ้นจากคนทั้งสองที่พยายามจะขายลูกกินอยู่ร่ำไป

ร่างอรชรของแม่เลี้ยงสาว หยิบจับข้าวของอยู่ในส่วนของครัวแบบฝรั่งที่มุมหนึ่งของคฤหาสน์เทพมณี เธอต้องเตรียมกาแฟไว้ให้ลูกเลี้ยงเทวดาเฉกเช่นทุกวัน

“นี่หล่อน ฉันขอกาแฟแก้วสิ” 

คำสั่งนั้นดังมาจากร่างเย้ายวนของสตรีนางหนึ่งซึ่งเป็นคู่นอนของทัศเทพ พักนี้มีมาบ่อยแต่ไม่ค่อยซ้ำหน้านัก เจ้าหล่อนก้าวลงบันไดมาด้วยท่าทางอ่อนระโหยโรยแรง ไม่บอกก็รู้ว่าเมื่อคืนผ่านศึกรักมากี่สมรภูมิ

แม่เลี้ยงคนงามปรายตามองเหยียดๆ 

“ขอโทษ อยากได้ก็ทำเอง ฉันไม่ใช่คนใช้” ตอกกลับขณะรอผงกาแฟที่กำลังบดออกมาจากเครื่อง เธอต้องชงกาแฟให้ตัวเองก่อน ดื่มแล้วจะได้มีกำลังวังชาปะทะฝีปากกับผู้หญิงของลูกเลี้ยง

“เอ้า? แล้วหล่อนเป็นใครยะ! มาอยู่ที่บ้านของที่รักของฉันได้ยังไง!” แม่สาวแซ่บที่นมโตเท่าลูกมะพร้าว ขึ้นเสียงสูงถามไถ่ 

คนถูกถามต้องละมือจากเครื่องบดกาแฟมาปกป้องแก้วหูของตัวเอง

“ฉันเป็นใครน่ะเหรอ อยากรู้ก็ถามที่รักของเธอดูสิ” 

ชมจันทร์สะบัดหน้าตอบ ไม่ชอบใจเลยที่ต้องมาคอยรบรากับพวกบรรดาที่รักของเขา ยิ่งเมื่อเห็นเนื้อตัวของสาวเจ้าที่โผล่พ้นชุดนอนสุดวาบหวิวออกมา มันก็ยิ่งปวดใจ ร่องรอยที่ตีตราบนเนินอกนั่นมันคล้ายกับของเธอไม่มีผิด คงเพราะมันเกิดจากผู้ชายคนเดียวกัน

แม่เลี้ยงคนงามหันหลังให้แม่สาวทรงโต เธอจัดการชงกาแฟใส่แก้วแล้วยกมันขึ้นกระดกเสียเกือบครึ่งราวกับว่าเป็นน้ำเปล่า น่าดีใจนักที่มันทำให้เธอกระปรี้กระเปร่าพร้อมรบ

“มีอะไรเหรอพิงค์กี้” 

เสียงทุ้มอย่างอารมณ์ดีของบุรุษในชุดนอนผ้าไหมสีนิลสนิท ดังขึ้นขณะที่เจ้าตัวเดินลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทางโรยแรงไม่แพ้กัน

“ก็คุณคนนี้สิคะ พิงค์กี้ขอแค่กาแฟสักแก้วเธอก็ไม่ยอมทำให้ ตอนนี้พิงค์กี้อยากดื่มกาแฟมากๆ เลยนะคะ ดื่มแล้วมันจะได้สดชื่น เราจะได้ขึ้นไปต่อบนนั้นกันอีกสักยกสองยกไงคะ ที่รักขา...” 

สาวสวยทำตาหวานเยิ้มส่งให้ ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าหมายถึงเรื่องอะไร แล้วเขารึจะกล้าปฏิเสธ เขาเดินลงไปหาหล่อนที่เชิงบันได โอบเอวคอดของหล่อนไว้แล้วจ้องไปยังชมจันทร์

“เอ้า? ยืนเฉยอยู่ทำไมล่ะคุณแม่เลี้ยง ชงกาแฟให้พิงค์กี้สิ” 

“อยากได้ก็ชงเอง” ชมจันทร์โต้คืน หน้าตึงเมื่อเห็นเขาเอาใจแต่คู่ขา 

ทัศเทพส่ายหน้าน้อยๆ เดินลงมาหาชมจันทร์แล้วหยิบถ้วยกาแฟของหล่อนมาดื่มรอหน้าตาเฉย

“นี่! นั่นมันแก้วของฉันนะ!” ว่าเขาเสียงเขียว

“เรื่องมาก! ชงกาแฟเดี๋ยวนี้!” 

เขาสั่งอีกหน ขยับไปชิดร่างเย้ายวนในชุดสูททำงานที่แสนจะมิดชิด ขัดใจชะมัด!

“คุณเทพขา พิงค์กี้ง่วงจัง ฮ้าว...” สาวทรงโตยกมือขึ้นปิดปากหาวหวอดๆ 

ชมจันทร์เลี่ยงการคุกคามของลูกเลี้ยงจอมหื่นด้วยการนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งในครัว

“จันทร์! ชงกาแฟให้พิงค์กี้ซะ” 

ใบหน้าสวยเชิดใส่ ทำไมเขาต้องรังแกเธออย่างนี้ด้วย ไม่คิดถึงจิตใจกันบ้างเลย มีอย่างที่ไหนให้ผู้หญิงคนนั้นมาสั่งเธอยิกๆ ทั้งที่เธอไม่ใช่คนรับใช้ แค่ต้องคอยปรนนิบัติพัดวีเขาคนเดียวก็แทบไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว

“จันทร์!” เขาเรียกอีก แต่ชมจันทร์ยังทำเมิน 

“โอเค! ฉันชงเองก็ได้” ทัศเทพหมดความอดทนที่จะร้องขอ กะอีแค่เครื่องชงกาแฟทำไมเขาจะใช้มันไม่เป็น

“ที่รักขา พิงค์กี้ไปรอบนห้องนะคะ” สาวทรงโตบอกแล้วขึ้นบันไดไป

“ครับๆ คนสวย เดี๋ยวกาแฟตามไปจ้า” เขาร้องไล่หลังสาวเจ้า ก่อนจะหันมาสนใจเครื่องชงอีกรอบ มันจะยากสักแค่ไหนกันเชียว ปกติถ้าชมจันทร์ไม่ว่างก็จะเป็นสาวใช้ที่คอยชงกาแฟให้เขา แต่วันนี้ไม่รู้หายหัวไปไหนกันหมด กาแฟสำเร็จรูปมันก็ไม่อร่อย ต้องกาเฟสดแบบนี้เท่านั้น

“สาวใช้ก็ไม่รู้หายหัวไปไหน” เขาบ่นพึมพำ ตักกาแฟที่ถูกบดเป็นผงใส่ด้ามชงแล้วกดให้แน่นอีกนิดด้วยแท็มเปอร์ ก่อนจะใส่ด้ามชงเข้ากับเครื่อง นิ้วชี้ของชายหนุ่มชี้ซ้ายทีขวาทีที่หน้าเครื่อง เอาละสิ กดปุ่มไหนดี

“สาวใช้กับแม่ครัวลากลับบ้านหมด เหลือแค่เด็กส้ม ตอนนี้คงซักผ้าอยู่หลังบ้าน หัดใส่ใจคนในบ้านบ้างก็ดีนะคะคุณลูกเลี้ยง” 

แม่เลี้ยงว่าให้ เห็นท่าทางเก้กังของเขาอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟแล้วชักกลัว เขาจะใช้เป็นไหม เครื่องมันเก่าแล้วด้วย

“เธอก็ใส่ใจไปสิ เธอเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป