บทที่ 22 EP 5/3 ผมแต่งงานกับคุณไม่ได้
“ปล่อยฉันนะ!” ตวาดแหว น้ำตาใสๆ รื้นในหน่วยตาเมื่อความเจ็บจุกที่ใจกลางร่างตอกย้ำว่า ณ บัดนี้ เธอไม่ใช่แพรวรุ้งคนเดิมอีกต่อไป
“ชู่ว์...เงียบๆ สิ จะพาไปนอน นิ่งไว้ อย่าโวยวาย”
เขาเอ่ยเสียงอ่อนลง ลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาห่อร่างตัวเอง ก่อนจะดึงแพรวรุ้งให้นั่งที่ขอบอ่างแล้วหยิบผ้าเนื้อนุ่มมาซับหยดน้ำให้หล่อน
แพรวรุ้งพูดไม่ออกเมื่อถูกปรนนิบัติจากคนที่ทำลายความสาวของเธอ
“เดี๋ยวไปเอาชุดนอนมาให้ อยู่ในตู้ใช่หรือเปล่า”
พอถูกถาม แพรวรุ้งก็พยักหน้า น้ำตาซึมเอ่อขึ้นมาเพียงเพราะได้ยินถ้อยคำอ่อนโยนที่ไม่เคยได้ฟัง
“แพรว...” กวินครางชื่อหล่อนเมื่อเห็นหยดน้ำใสคลออยู่ในหน่วยตาคู่สวย
“ฉัน...ไม่เป็นไร ขอเสื้อผ้าก็พอ”
เธอตอบเสียงเครือ น้ำตาที่รินไหลไม่ใช่เพราะสูญเสียสิ่งที่หวงแหน แต่รินไหลเพราะสูญเสียมันให้กับเขา คนที่ไม่เห็นคุณค่า คนที่ไม่เคยรักใครนอกจากภรรยาผู้ล่วงลับ คนที่ไม่ได้รักเธอ!
แพรวรุ้งปาดน้ำตาเมื่อเขาเดินเข้ามาอีกรอบ
“นี่คุณ!” หยดน้ำตาแทบจะแห้งเหือด เขากวนประสาทด้วยการจับเธอแต่งตัวราวกับเด็กเล็กๆ
“อะไร” ถามกลับหน้าตาย ขณะสวมเสื้อนอนสีหวานลงทางศีรษะให้หญิงสาว
“ฉันยังไม่ได้ใส่ชั้นใน” ตอบเขาหน้าแดงก่ำ
“ไม่ต้องใส่หรอก เดี๋ยวก็นอนแล้ว”
“ใครจะนอน ฉันเพิ่งตื่น”
“เรา-จะ-นอน”
เขาพูดช้าๆ ชัดๆ อุ้มร่างของแพรวรุ้งไปวางลงข้างเจ้าหนูมีน วันนี้ลูกชายช่างเป็นเด็กดีอย่างเหลือเชื่อ หลับสนิทไม่ตื่นมากวนใจพ่อเลย
และไม่นานต่อจากนั้น คนที่บอกว่าไม่อยากนอนก็หลับสนิทด้วยอ่อนเพลีย
กวินนอนเอามือก่ายหน้าผากอย่างปลงไม่ตก เขาทำอะไรลงไป ใบหน้าหวานของภรรยาที่รักลอยวนอยู่ตรงหน้า สลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของคนที่นอนอยู่อีกฟากของบุตรชาย เขาจะทำอย่างไรดี จะทำอย่างไรกับแพรวรุ้งดี
[----------]
รุ่งเช้า กวินอุ้มเอาเจ้าลูกชายออกจากห้องของนางแบบสาว ก่อนที่จะมีคนเห็น ไม่ใช่เห็นเจ้าตัวแสบ แต่เกรงว่าจะเห็นเขานี่แหละ ดูท่าว่าเช้านี้เขาคงต้องเร่งจัดการบางเรื่องก่อนเป็นอันดับแรก และเรื่องนั้นต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับแพรวรุ้ง
[----------]
แพรวรุ้งตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่เช้าด้วยสภาพอิดโรยเต็มที วันนี้มีถ่ายแบบเครื่องเพชรอีกชุดใหญ่ๆ ให้ตายเถอะ! เมื่อวานเธอว่าจะขอให้ช่างแต่งหน้าโปะแป้งหนาๆ ที่ซีกแก้ม มันคงพอลบรอยฝ่ามือเขาได้ แต่ตอนนี้เธอคิดว่าควรยกเลิกงานไปเลยดีกว่า เพราะรอยคิสมาร์กที่เขาทำไว้มันเกลื่อนอยู่ทั่วเนื้อตัวของเธอจนยากจะทาแป้งปกปิด
“ตื่นแล้วหรือยะยัยคุณแพรว”
เสียงเจ๊แจงโผล่หน้ามาทักทาย เจ๊คนงามร่างถึกอยู่ในชุดเสื้อผ้าทะมัดทะแมงประหนึ่งกำลังจะเดินทางไกล แถมยังลากกระเป๋าเดินทางใบโตติดมือมาด้วย
“เจ๊! แต่งตัวจะไปไหน” แพรวรุ้งร้องถามอย่างใคร่รู้ อย่าบอกนะว่าจะย้ายกอง แต่ถ้าย้ายก็ดีนะ เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแล้ว
“เอ้า? เจ๊ก็จะกลับกรุงเทพน่ะสิ เรื่องมากจริงๆ บริษัทนี้ เดี๋ยวให้ถ่ายที่ทะเล เดี๋ยวน้ำตก นี่ให้ยกกองกลับไปที่สตูดิโออีกรอบ แถมยัง...”
“อะไรเจ๊ บอกมาไวๆ”
“อ่า...คือว่า เขาเปลี่ยน...เปลี่ยนตัวนางแบบน่ะ เป็นเด็กใหม่ของเจ๊เอง แหะๆ” เจ๊แจงบอกอย่างเกรงๆ
“ได้ไง!? แล้วแพรวล่ะ!”
“โธ่...ก็คุณกวินบอกว่าหล่อนถ่ายแบบต่อไม่ได้ เลยขอให้เจ๊เปลี่ยนตัวนางแบบแล้วยกกองกลับไปถ่ายต่อที่กรุงเทพฯ” เจ๊แจงตอบอย่างหนักใจ
“ทำไม! ทำไมแพรวจะถ่ายต่อไม่ได้ แพรวไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยดูสิ!” เธอกางแขนออกห่างตัวให้เจ๊แจงพิจารณาว่าเธอไม่เป็นอะไรจริงๆ ทว่าแขนที่เหยียดออกกลับทำให้เสื้อคลุมเปิดเผยร่อยรอยอัปยศ
“คุณพระ! อกกะเทยจะแตกตาย ยัยคุณแพรว! แม่หล่อนเอาฉันตายแน่! หล่อนไปโดนหมาที่ไหนฟัดมายะ”
เจ๊แจงเข้ามาดึงทึ้งเสื้อคลุมของแพรวรุ้งเพื่อดูให้ชัดๆ รอยช้ำเป็นจ้ำๆ อยู่ทั่วเนินอก ลำคอและท่อนแขนของสาวเจ้า
“เจ๊! เจ๊อย่าบอกแม่นะ แพรวขอ ห้ามบอกเด็ดขาด” แพรวรุ้งน้ำตาคลอ จับมือเจ๊แจงมาเกี่ยวก้อยสัญญาเพื่อความมั่นใจ
“เออๆ ไม่ต้องมาตีบทโศกหรอกน่า ฉันรู้ว่าคนมัน ‘คัน’ ห้ามกันไม่อยู่หรอก”
“เจ๊! แพรวเปล่าคันนะ!” แพรวรุ้งท้วง
“เหรอ...โดนข่มขืนมาว่างั้น”
แพรวรุ้งส่ายหน้า น้ำตาซึมเมื่อสำนึกได้ถึงความใจง่ายของตัวเอง หากว่าเธอขัดขืนจนถึงที่สุด เรื่องทั้งหมดก็คงไม่ลงเอยแบบนี้
“โธ่เอ๋ยเด็กน้อย มานี่มา อย่างนี้ละ เกิดเป็นผู้หญิงมันก็มีแต่เสียกับเสีย พวกผู้ชายน่ะเล่ห์เหลี่ยมรอบตัว ลูกคุณหนูอย่างหล่อนไม่ทันพวกมันหรอก ยัยคุณแพรวเอ๊ย!”
เจ๊แจงปลอบใจด้วยคำพูดและอ้อมแขนแมนๆ แกลืมไปด้วยซ้ำว่าตัวเองก็ยังเป็นผู้ชายทั้งแท่ง
แพรวรุ้งร้องไห้อย่างไม่อาย ไม่รู้ว่าน้ำตามาจากไหน แต่มันไหลรินจนอกเสื้อของผู้จัดการเปียกชุ่ม
“ถ้าไม่อยากโดน ‘ลงแขก’ ก็เอาแขนล่ำๆ ของพี่ออกไปจากตัวของแพรวรุ้ง เดี๋ยวนี้!”
เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นที่หน้าประตู ผู้จัดการร่างยักษ์ขนลุกซู่ หันไปดูก็เจอเข้ากับคุณกวินรูปหล่อ คงไม่ต้องเดาแล้วละว่า ใครเป็นเจ้าของรอยคิสมาร์กบนเนื้อตัวแพรวรุ้ง
“เขาลืมไปหรือเปล่ายะ ว่าฉันเกลียดชะนี ขี้หวงชะมัด เช็ดน้ำตาซะสิ หล่อนดูไม่ได้เลย เดี๋ยวโดนฟันแล้วทิ้งจะหาว่าฉันไม่เตือนนะ” เจ๊แจงกระซิบกระซาบ
