บทที่ 6 EP 2/2 หัวใจมันสั่น

“คุณเทพ...อย่า” เสียงร้องห้ามเปลี่ยนเป็นวอนขอ ใบหน้านวลแดงระเรื่อเมื่อเขาทำท่าจะล่วงเกินมากว่าจูบเดียวดังที่กล่าวอ้าง รับรู้ได้ชัดเจนด้วยสัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าว มันเข้ามาอยู่ใต้เชิ้ตตัวในของเธอเป็นที่เรียบร้อย

ชมจันทร์ใจสั่นไหว ทัศเทพช่างหาญกล้ายิ่งนัก

“คุณจะหน้าด้านเกินไปแล้วนะ! นี่มันลานจอดรถ!” ด่ากลับแต่เสียงนั้นสั่นพร่า

“นิดเดียวน่าจันทร์ฉันขอนะ ตามฉันมานี่เถอะ เร็วสิ” เขาฉวยเอามือบางลากไปทางที่รถจอดอยู่

 เวลาใกล้เที่ยง ลานจอดรถยนต์บนชั้นผู้บริหารเงียบกริบมีเพียงเสียงเดินของทั้งคู่เท่านั้น 

ชมจันทร์ส่ายศีรษะอย่างระอาเมื่อเห็นท่าเดินของลูกเลี้ยง บางสิ่งบางอย่างในเป้ากางเกงคงทำให้เขาเดินไม่ถนัด

“ขึ้นไปสิ” 

เขาร้องสั่งแกมบังคับให้หล่อนขึ้นไปนั่งตอนหลังของรถยุโรปคันหรู

“คุณเทพ ฉัน...”

“ขึ้นไปก่อนที่ฉันจะจับเธอแก้ผ้าตรงนี้!” 

ชมจันทร์จำต้องขึ้นไปนั่งในรถติดฟิล์มดำแต่โดยดี งานนี้ตายแน่ๆ จะทำไงดีเล่าชมจันทร์เอ๋ย

เมื่อขึ้นมาบนรถเรียบร้อย ทัศเทพก็รุกด้วยการสูดดมความหอมที่แก้มนวลแรงๆ ก่อนโน้มกายเข้ามาใกล้แล้วฝังปลายจมูกคมๆ ลงไปตามแนวสาบเสื้อจนชมจันทร์ต้องเอนกายราบไปกับเบาะหลังของรถเมื่อโดนบังคับทางอ้อม

“คุณเทพ อย่าทำอะไรจันทร์เลย จันทร์...กลัว” ชมจันทร์วอนขอ ไม่อยากมาเสียพรหมจรรย์บนรถคันนี้ แถมเสียให้กับลูกเลี้ยงด้วย

“ไม่ต้องกลัว แล้วเธอจะชอบมัน” เขาปลอบประโลม กำลังจะขบเม้มที่เนินอกอวบอิ่ม แต่วลีเด็ดที่ถูกปล่อยออกมาจากริมฝีปากคู่นั้นทำให้เขาต้องหยุดชะงัก

“แต่ฉัน...ฉันเป็นเมียพ่อคุณแล้วนะ” เธอโป้ปด อยากให้คำว่าเมียพ่อ ฉุดดึงสติของเขาให้คืนมา

“ฉันไม่เชื่อ!” ทัศเทพเอ่ยอย่างมั่นใจ

“งั้นคุณต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ถ้าคุณล่วงเกินฉันมากกว่าที่ผ่านมา” 

ชมจันทร์ชักแม่น้ำทั้งโลกมาหว่านล้อม

“ไม่มีทาง ถึงฉันจะไม่แน่ใจว่าเธอเคยมีอะไรกับเตี่ยหรือเปล่า แต่แม่ของลูกฉันต้องไม่มีวันเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินอย่างเธอ” 

ชมจันทร์น้ำตารื้นเมื่อเขากล่าววาจาเชือดเฉือนจิตใจเป็นล้นพ้น ใช่! เธอเห็นแก่เงิน แล้วไงล่ะ ก็ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองอย่างเขานี่นา

“งั้นก็ลุกออกไปจากตัวฉัน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นที่คุณจะหิ้วไปทำอะไรที่ไหนก็ได้ อย่าลืมว่าฉันเป็นแม่เลี้ยงคุณและนี่ก็ยังเป็นบริษัทของพ่อคุณ สามีของฉัน ให้เกียรติคนตายบ้างเถอะคุณเทพ ฉันขอล่ะ” 

“ฉัน...ฉัน” 

ทัศเทพชั่งใจ บิดาเขาตายไปเจ็ดปีแล้วนะหล่อนเพิ่งจะให้เขาให้เกียรติท่านวันนี้หรือ คิดพลางไล้มือเรียวราวอิสตรีของตนไปบนแก้มนวล 

“ฉัน...ไม่สน” เขาตอบฉะฉานแล้วกระทำอย่างที่ใจคิด

“อย่านะ!” 

ชมจันทร์ตวาดลั่นห้ามมือไม้ที่อยู่ไม่สุข มือร้อนๆ ของเขาชอนไชเข้าไปใต้ร่มผ้า บีบเคล้นเนินเนื้อนวลอย่างถือสิทธิ์ ไม่อนาทรร้อนใจต่อกำปั้นน้อยๆ ที่ประท้วงหนักๆ บนเนื้อตัวเขา

ชมจันทร์กระหน่ำทุบตีที่แผงอกหนาแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล แน่ล่ะขนาดยกพ่อเขาขึ้นมาอ้างยังไม่สามารถหยุดเขาได้ เธอตายแน่ชมจันทร์ ตายเพราะความหื่นของลูกเลี้ยงนี่ล่ะ

“ปล่อยนะคุณเทพฉันขอล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลย อย่าทำจันทร์เลย จันทร์กลัว” 

เธอวอนขออีกครั้ง น้ำตาใสๆ ไหลรินที่หางตาเมื่อทัศเทพกระทำต่อเธอเยี่ยงผู้หญิงข้างถนน เยี่ยงโสเภณีไร้ค่าที่เขาอยากจะทำอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ 

“โธ่เว้ย! ร้องไห้ทำไมห๊ะ หมดอารมณ์ฉิบ!” 

ชายหนุ่มสบถ อารมณ์หวามไหวเมื่อครู่พลันหดหายเพียงเพราะหยาดน้ำใสที่ไหลรินเปื้อนเปรอะบนแก้มเนียน

ชมจันทร์รีบตะครุบสาบเสื้อเข้าหากันเมื่อเขาผละห่าง เธอติดกระดุมเสื้อด้วยมืออันสั่นเทาขณะที่เขานั่งหันหลังให้

“เมื่อไหร่คุณจะเลิกทำแบบนี้ซะทีคุณเทพ โกรธเกลียดฉันมากหรือไงถึงต้องเอาคืนฉันด้วยวิธีนี้ หรือเพราะรู้ว่าฉันไม่มีที่ไปใช่ไหม!?” ตัดพ้อเสียงเครือ ป้ายหยาดน้ำตาด้วยมืออันสั่นระริก

ทัศเทพหันกลับมา หล่อนร้องไห้เงียบๆ จนใบหน้าแดงก่ำดูไม่ได้ ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าอยากปลอบหล่อนจัง และเขาคิดว่ากำลังจะทำมันแล้วล่ะ

“ร้องไห้เป็นเผาเต่าไปได้ ทำอย่างกับจะเสียพรหมจรรย์ครั้งแรกอย่างนั้น ฉันไม่หลงกลหรอกน่า ยกผลประโยชน์ให้เธอก็แล้วกันที่ทำให้วันนี้เทพมณีได้งาน ฉันจะไม่ทำอะไรเธอก็ได้ แต่เธอต้องขยับมานั่งใกล้ๆ ฉัน” เขาสั่งอย่างเอาแต่ใจ ชมจันทร์กล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี แล้วสิ่งที่เขากำลังทำก็ส่งผลให้เธอต้องนิ่งอึ้ง เขากอดเธอไว้ด้วยวงแขนล่ำๆ ลูบหลังเบาๆ ปลอบเธอให้หายสะอึกสะอื้น

“ร้องไห้อยู่ได้น่ารำคาญ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป