บทที่ 21 EP 5/4 ลูกสาวเจ้าพ่อขอทวงบัลลังก์

“หนูเล็ก มานั่งทำอะไรตรงนี้ แดดยังแรงอยู่นะถึงจะบ่ายแก่ๆ แล้วก็เถอะ ย้ายที่ได้แล้วเดี๋ยวจะไม่สบาย” 

เสียงอบอุ่นของพี่ชายท้วงทักอย่างห่วงใย เขากำลังเดินตรงมาทางนี้ ว่าที่คุณแม่เลยต้องย้ายร่างของตนเข้าไปหลบแดดใต้ชายคาศาลาริมน้ำอย่างช่วยมิได้ คฤหาสน์เจ้าสัวกว้างขวางนัก มีสนามหญ้าเขียวขจี มีดอกไม้บานสะพรั่ง มีบึงเล็กๆ เพิ่มความสดชื่นยามแดดร้อนๆ อย่างนี้

“หนูเล็กแค่ตั้งท้องนะเฮีย ไม่ได้เป็นโรคร้าย โดนแดดนิดๆ หน่อยๆ จะได้พลอยไม่สบาย” เธอแก้ต่าง ฝืนทำร่าเริงได้อย่างแนบเนียนจนพี่ชายไม่นึกสงสัย

“อย่าเถียงสิ” คนเป็นพี่ว่ากลับ ดีใจเหลือเกินเมื่อเห็นน้องสาวต่อปากต่อคำได้เหมือนเคย

“เถียงที่ไหนล่ะ เฮียอย่ามาหาเรื่องนะ หนูเล็กอยู่ดีๆ”

“โอเคๆ ยอมๆๆ” 

คนเป็นพี่ยกมือยอมแพ้ด้วยว่าขี้เกียจต่อความกับน้องสาว เวลาเดียวกันนั้น บิดาของคนทั้งสองก็เดินเข้ามาสมทบ

“เอ้า? คุณชายใหญ่ขอรับ ไม่ทราบว่าวันนี้คุณชายใหญ่จะให้เกียรติไปงานเลี้ยงเป็นเพื่อนกระผมได้หรือเปล่าขอรับ อุตส่าห์ตามหาเสียทั่วบ้าน ที่แท้มาอยู่กับคุณหนูเล็กนี่เอง แกล้งคนแก่ให้เดินหาจนเหงื่อท่วม มันน่าจะให้โทนี่ตัดนิ้วลงโทษดีไหมฮึ” ผู้เป็นบิดาบ่นแกมประชด นึกเคืองเจ้าลูกชายตัวดีขึ้นมาตงิดๆ มันเล่นตัวยิ่งกว่าสาวๆ ขนาดใกล้เวลาเตรียมตัวไปงานแล้วก็ยังไม่ยอมตกปากรับคำ 

เมฆาเบะปากให้น้องสาวเมื่อได้ฟังคำขู่ของบิดา เกล็ดมุกหัวเราะร่า อวดฟันเรียงสวยเมื่อเห็นสีหน้าปุเลี่ยนของพี่ชาย

“ป๋าเลือกเลยว่าจะเอานิ้วไหน แต่ถ้าไม่มีใครเอาลูกชายป๋าไปทำพันธุ์ละก็ อดเลี้ยงหลานปู่ไม่รู้ด้วยนะ” เมฆาว่าอย่างเป็นต่อ ลูบคางที่รกไปด้วยหนวดเคราอย่างพออกพอใจ

เจ้าสัวยิ้มค้างเมื่อกาลกลับตาลปัตร เจ้าลูกชายตัวดีมันเจ้าเล่ห์จริงๆ

“แล้วอย่างนี้ป๋าจะควงใครไปงานล่ะ ฮึ่ม!” ท่านครางฮึ่มๆ ในลำคออย่างขัดใจ

“โธ่...ก็คนมันขี้เกียจโกนหนวดนี่นา” 

เมฆาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ไม่ได้นึกพิสมัยงานสังคมหรูหราที่ว่าเลยสักนิด ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ คืนนี้เขามีงานช้างที่ต้องไปจัดการ

 “แล้วก็ไม่บอกแต่เนิ่นๆ ป๋าจะได้ให้โทนี่หาสาวๆ ให้สักคนสองคน” 

เจ้าสัวแกล้งยั่ว ท่านรู้ดีว่าสองศรีพี่น้องหวงพ่ออย่างกับอะไร

“ไม่ได้!” 

เกล็ดมุกออกอาการ จะให้บิดาควงสาวงั้นหรือ ฝันไปเถอะ

“หนูเล็กไปเอง” เธอโพล่งขึ้น เรียกสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามจากทั้งบิดาและพี่ชาย “จริงๆ นะ หนูเล็กแข็งแรงดีแล้วทั้งร่างกายและจิตใจ” ยืนยันเสียงหนักแน่น ยังเห็นแววเคลือบแคลงในดวงตาของบุรุษที่รักทั้งสอง

“แน่ใจหรือหนูเล็ก ป๋าแน่ใจว่าคนพวกนั้นคงไม่พลาดงานนี้แน่ๆ”

“หนูเล็กแน่ใจค่ะ ลูกสาวเจ้าพ่อต้องเข้มแข็ง นี่คือบททดสอบ ต่อให้วาคิมควงผู้หญิงมายืนอยู่ตรงหน้า หนูเล็กก็ไม่หวั่นหรอกค่ะ” 

ใช่! เธอต้องทำให้ได้ ต้องทำให้คนที่เธอรักทั้งสองได้มั่นใจว่าเธอเข้มแข็งแล้ว แม้ว่าความจริงมันจะตรงข้ามกันก็ตาม

“ถ้าอย่างนั้นไปก็ไป นักข่าวคงได้เล่นข่าวสนุก ว่าเจ้าสัวแห่งเพิร์ลควงสาวสวยเข้างาน เฮ้อ...ใครเขาจะมาเชื่อว่าหนูเป็นลูกป๋า” 

เจ้าสัวมากวัยบ่นพึมพำ เพราะทั้งบุตรสาวและบุตรชาย ไม่มีใครถอดแบบท่านมาเป๊ะๆ เลยสักคน ทั้งคู่เหมือนภรรยาของท่านมากกว่า ที่สำคัญก็คือ ลูกทั้งสองไม่ชอบออกงานสังคม แน่นอนว่าข่าวเกี่ยวกับคุณหนูทั้งสองของเพิร์ลจึงมีน้อยมากๆ ยิ่งเป็นคนน้องด้วยแล้ว แทบไม่เคยมีสื่อเจ้าไหน ได้รูปเจ้าหล่อนไปลงเลย

“ช่วยไม่ได้นะครับ ถ้าจะไม่มีใครเชื่อว่าน้องเป็นลูกป๋า ก็น้องไม่ชอบออกงานสังคมนี่นา แต่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ป๋าจะได้เลิกควงลูกชายออกงานซะที หึๆๆ” 

เมฆาหันมายิ้มกับน้องสาว วันนี้นายเหมืองหนุ่มเอาฤกษ์เอาชัยด้วยการปลดแอกการเป็นคู่ควงของเจ้าสัวแห่งเพิร์ลได้สำเร็จแล้ว 

“ถ้าอย่างนั้นหนูเล็กไปแต่งสวยก่อนนะคะ รับรองว่าคืนนี้คุณป๋าสนุกแน่ๆ” คนสวยลอบยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วเดินตัวปลิวเข้าบ้าน คิดไปตลอดทางว่าจะสวมชุดอะไรดี 

เจ้าสัวใหญ่มองตามจนบุตรสาวเดินหายเข้าไปในบ้าน ก่อนจะหันมาเอ่ยบางอย่างกับบุตรชาย

“แม่หนูที่ชื่อวารินทร์น่ะ น่าเอ็นดูดีนะ” 

ท่านเอ่ยลอยๆ เมฆาลมหายใจสะดุด ตกใจไม่น้อยที่บิดาเอ่ยชื่อวารินทร์

“ป๋ารู้เรื่องวารินทร์ได้ยังไง”

“ป๋ารู้ทุกเรื่องที่อยากจะรู้ โทนี่เป็นมือขวาที่ยอดเยี่ยมเสมอ ลื้อนั่นแหละระวังตัวให้ดี กำลังทำอะไรอยู่ก็เก็บหลักฐานให้เรียบร้อย ป๋ายังไม่อยากให้ลื้อต้องไปนอนเล่นในคุกนะ คุณชายใหญ่” น้ำเสียงล้อเล่นเมื่อครู่ ปลาสนาการไปสิ้น เมื่ออดีตเจ้าพ่อต้องเอ่ยประโยคนี้กับบุตรชาย

“ตกลงว่าโทนี่เป็นบอดี้การ์ดหรือนักสืบกันแน่ครับ หูตานี่ยิ่งกว่าสับปะรด”

“มันช่วยไม่ได้ ลื้อเองนั่นแหละที่ไม่ปรึกษาป๋าก่อน ทำการใหญ่มันต้องรอบคอบ ครั้งนี้ป๋าจะปล่อยลื้อไปก่อน ไปทำงานให้สำเร็จ ที่สำคัญ อย่าให้ระแคะระคายถึงหูยัยหนูเล็กเข้าเชียว” ท่านกำชับ

“ครับ รับรองว่าไม่พลาดแม้แต่เรื่องเดียว งานนี้ไอ้วาคิมมันกระอักเลือดแน่!” 

สองพ่อลูกสบตากันอย่างมีเลศนัย รอยยิ้มร้ายฉายบนวงหน้าของคนทั้งคู่ โดยเฉพาะเจ้าสัวผู้มากมากวัย 

‘ถ้าจะโทษก็โทษที่เกิดมาเป็นน้องไอ้เลวนั่นก็แล้วกันนะแม่หนู’

วูบหนึ่งที่เจ้าสัวเมฆินทร์รู้สึกผิดต่อหญิงสาวผู้นั้น แต่ถ้ามันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ท่านหายแค้น มันก็ช่วยไม่ได้!

[----------]

บทก่อนหน้า
บทถัดไป