บทที่ 6 EP 2/2 เพราะรักจึงยอม

“คุณวาเป็นอะไรคะ หรือว่าโกรธที่มุกทำให้เสียเวลา ขอโทษนะคะ...นะ” เธออ้อนหน้าซื่อตาใส สองมือเกาะกุมแขนแกร่งอย่างประจบ

“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง” 

เขาถามเสียงขุ่น ใบหน้าบึ้งตึงเปลี่ยนเป็นเรียบสนิทเมื่อรู้ตัวว่าเอาเรื่องของหล่อนมาเป็นอารมณ์

เกล็ดมุกคลี่ยิ้มสดใส เมื่อรู้ถึงสาเหตุของเสียงขุ่นๆ นั้น

“ที่แท้คุณวาก็ห่วงมุก”

“อย่าสำคัญตัวเองมากไป ฉันไม่เคยมีความรู้สึกบ้าๆ แบบนั้น ฉันแค่เวทนาที่เธอไม่รู้จักประมาณตน เสนอตัวช่วยเด็กนั่นทั้งที่ตัวเองก็เจ็บมากกว่าด้วยซ้ำ เธอคิดว่าตัวเองเป็นแม่พระผู้อารีหรือไง!” เขากล่าวโทษในความดีที่หล่อนกระทำ

เกล็ดมุกยิ้มค้างหน้าชา ประหนึ่งถูกฉีดยาชาสักร้อยเข็ม ทำไมคำตอบที่ได้ฟังมันถึงห่างไกลเหลือเกินกับที่เธอคิดเอาไว้ ห่างไกลราวคนละซีกโลก

“ขอโทษค่ะ มุกพูดไร้สาระไปหน่อย มุกสำนึกอยู่เสมอว่าความห่วงใยของคุณไม่เคยเหลือเผื่อแผ่มาถึงมุก มุกคิดไปเองว่าคนที่นอนเตียงเดียวกันก็คงจะมีความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ ให้กันบ้าง แต่มุกคงลืมคิดไปว่าคนคนนั้นคงไม่ใช่คุณ” เอ่ยวาจาประชดประชันด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะความรักตัวเดียวแท้ๆ ที่ทำให้เธอต้องอดทน ทนกับวาจา ท่าที และสายตาของเขาที่ไม่เคยสะท้อนเงาของเธอเลย

วาคิมล้วงเอาสมาร์ตโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกง เมื่อมันส่งเสียงกรีดร้อง ยังผลให้เจ้าของร่างบางที่ยืนคอแข็งเมื่อครู่เดินหนีไปขึ้นรถ เขาเดินตามไปติดๆ ขึ้นมานั่งหลังพวงมาลัยในขณะที่มือถือเครื่องบางยังแนบหู

“ได้สิ...อย่างเดียวใช่ไหม น้องจะเอาอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่า” เขาถามคนปลายสาย ทั้งสีหน้าและแววตาอ่อนโยนจนคนที่นั่งเบาะข้างๆ นึกอิจฉา

“ได้จ้ะ เย็นนี้เจอกันนะคนสวย” 

วาคิมวางสายน้องสาวสุดที่รัก สองมือขาวจัดจับหมุนพวงมาลัยรถยนต์เพื่อให้มันได้เคลื่อนออกจากตัววัด และเมื่อผ่านไปหลายนาทีความเงียบงันก็ยังเป็นเสียงเดียวที่หูของเขาได้ยิน 

ดวงตาคู่คมเหลือบแลเกล็ดมุกเล็กน้อย เขาอยากรู้นักว่าต้นไม้รายทางนอกหน้าต่างรถ มันมีอะไรดี หล่อนถึงได้มองมันแทนที่จะหันมามองเขา

“วันนี้ฉันค้างที่บ้าน เธอคงรู้ใช่ไหม” ถามเสียงเรียบ ความไม่พอใจลดลงไปกว่าครึ่งเมื่อแลเห็นเสี้ยวหน้าหงอยๆ ของหล่อน มันคงเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เขายังคุยโทรศัพท์กับน้องสาว

“ค่ะ มุกว่าจะขออนุญาตคุณวากลับบ้านเหมือนกัน ถ้ายังไงวันจันทร์เจอกันที่ GB เลยก็แล้วกันนะคะ” เธอหันมามองหน้าเขา แต่เขากลับเพ่งสายตาตรงไปยังถนนเบื้องหน้า

“อืม...ก็ได้ ความจริงเธอไม่จำเป็นต้องขออนุญาต อยากไปไหนก็ไป เธอก็รู้ว่าฉันไม่ใส่ใจ” เขาพูดโดยไม่หันมองคนที่นั่งข้างๆ สายตายังจดจ่ออยู่กับท้องถนนเบื้องหน้า

เกล็ดมุกน้ำตาซึม ต้องหันหน้ากลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง เก็บเอาความเศร้าความสุขที่เกิดขึ้นภายในวันเกิดปีนี้ บันทึกเอาไว้ในความทรงจำเพื่อรอวัน...ทวงคืน!

...oooo...

ความเงียบงันครอบคลุมภายในรถยนต์คันงาม ราวกับว่ามันได้สิงสถิตในนั้น กระทั่งเข้าเขตเมือง หญิงสาวจึงขยับยืดตัวตรงแล้วกล่าวกับเขาในที่สุด

“จอดหน้าห้างก็ได้ค่ะ” เธอบอกสั้นๆ หยิบกระเป๋าถือมาแนบกาย ไม่มองหน้าเขาแม้แต่น้อย

วาคิมจอดรถตามคำขอ นึกสงสัยว่าบ้านของหล่อนอยู่แถวนี้หรืออย่างไร ในประวัติของพนักงานบอกว่าไม่ใช่แถวนี้นี่นา เขาไม่ได้เอ่ยถามในสิ่งที่ข้องใจ เมื่อหล่อนลงจากรถ เขาก็หมุนพวงมาลัย ขับรถต่อไปในทันที

เกล็ดมุกถอนใจเฮือกใหญ่ เธออยากให้เขาออกปากว่าจะไปส่ง แต่ว่าคงฝันเฟื่องเกินไป เธอหันซ้ายแลขวา ก่อนจะเดินเข้าไปหลบแดดใต้ต้นไม้ใกล้ๆ มือเรียวล้วงเอาสมาร์ตโฟนออกมากดเบอร์ที่บ้าน ไม่นานนักรถยุโรปคันหรูก็วิ่งมาเทียบริมฟุตบาท 

เกล็ดมุกก้าวขึ้นไปนั่งด้วยท่าทีของนางพญา บ่าตั้งหลังตรง ใบหน้าเนียนเชิดน้อยๆ ไม่ได้ใกล้เคียงท่าทางของเกล็ดมุกคนเมื่อสักครู่สักกระผีก และหากใครทันสังเกตก็จะเห็นว่าที่ด้านข้างของตัวรถนั้น มีสัญลักษณ์อย่างหนึ่งสามารถการันตีฐานะความมั่งคั่งของคนที่เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ‘เพิร์ล’ 

...oooo...

วาคิมกลับถึงคฤหาสน์กิติบวร ในตอนใกล้ค่ำ น้องสาวคนสวยร่างบอบบาง ยืนชะเง้อคอยาวเป็นยีราฟอยู่ที่หน้าประตู เหมือนว่ากำลังรอคอยบางอย่างด้วยใจจดจ่อ เขามั่นใจทีเดียวว่า วารินทร์ ไม่ได้รอเขาอย่างแน่นอน หล่อนรอคอยขนมเค้กเจ้าประจำ ที่เขากำลังหิ้วมันอยู่ต่างหาก

“มาช้าตั้งชั่วโมง น้องวางอนพี่วาแล้ว” สาวสวยค้อนขวับทำแก้มป่อง เหมือนเมื่อครั้งเด็กๆ ผิดกับความเป็นจริงที่หล่อนเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว บริสุทธิ์และงดงามปานดอกไม้แรกแย้ม

“ว้า...น่าเสียดายจัง คนสั่งมาเค้างอนไม่อยากกินแกแล้วล่ะ เจ้าขนมเค้กตกกระป๋อง เรารึก็ไม่ชอบกินของหวานซะด้วย อืม ถ้าอย่างนั้น ให้จิ๋วไปก็แล้วกัน” ชายหนุ่มรู้ทัน หยิบถุงขนมยี่ห้อดังออกมาแกว่งไปมายั่วน้ำลายคนยืนรอ 

สาวใช้นามว่าจิ๋วยิ้มแป้นหน้าบานรอรับลาภปาก ทว่าก็ต้องรอเก้อ เมื่อคุณหนูคนงามของบ้านตรงรี่เข้าไปคว้าถุงนั้นไปต่อหน้าต่อตา

“บ้าน่าพี่วา น้องล้อเล่นหรอกน่า” วารินทร์แก้ตัว รีบคล้องแขนตนเองเข้ากับแขนของพี่ชายอย่างประจบ วาคิมส่ายหน้าระอา น้องสาวเขาไม่รู้จักโตเสียที ทั้งที่ตอนนี้เรียนจบ ป.โท มาได้เกือบปีแล้ว

“เข้าบ้านดีกว่าค่ะ คุณหญิงกำลังรอทานข้าว ท่านเข้าครัวเองเลยนะจะบอกให้”

วาคิมตาโตกับคำบอกเล่าของน้องสาว มารดาคงดีใจมากถึงขนาดเข้าครัวเอง ทั้งที่ท่านบอกเสมอว่าไม่ถนัดด้านนี้

...oooo...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป