บทที่ 3 3
“ทำไมต้องปกป้องเด็กนั่นด้วย นี่อย่าบอกนะ ว่าเควิน หลงชอบเด็กนั่นไปแล้ว บอกนิต้ามา” ปาณิสราหันขวับจ้องมองพี่ชายตน ไม่ให้คลาดเคลื่อนไปจากสายตา หวังจับพิรุธ
“เปล่าสักหน่อย อย่ามาเดามั่วๆ สิ เธอก็รู้นี่ ว่าแดนหลงรักเธอ ถ้าเธอไปยุ่งเกี่ยวกับญาติของเขา เขาต้องเจ็บปวดแค่ไหน ลองคิดดูสิ” เควินได้ที พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายรุกบ้าง
“เควินก็รู้นี่ ว่านิต้าไม่ได้ชอบคุณแดนอย่างคนรัก นิต้านับถือเขาในฐานะพี่ชาย ในฐานะเพื่อนพี่ชายเท่านั้น และสักวัน คุณแดนเขาต้องเจอคนที่ดีกว่านิต้า ไม่ต้องมาจมปลักกับผู้หญิงที่มีแต่บาดแผลภายในใจเหมือนนิต้า” หญิงสาวพูดเสียงแผ่วๆ พร้อมเอนตัวซบอกแกร่งของผู้เป็นพี่ชาย ด้วยหัวใจที่อ่อนล้า
“แดนเขารู้ เขายินดีเติมเต็มทุกอย่างให้กับนิต้าเอง” เควินได้เล่าทุกเรื่องราว เกี่ยวกับตัวปาณิสราให้ณัฐดนัยฟัง ไม่อยากให้เพื่อนรักของเขาต้องตกใจ หากวันใด พบเจออารมณ์ร้ายราวกับพายุของปาณิสรา
“แต่นิต้าไม่ได้รักเขา สิบปีแล้วนะ ที่นิต้ารู้จักกับคุณแดน ถ้านิต้ามีใจให้ คงมีไปนานแล้ว เควินอย่ามาเกลี้ยกล่อมนิต้าเสียให้ยากเลย” ปาณิสรารู้ว่าพี่ชายตนหวังดี อยากให้คนดีๆ มาดูแล แต่ตอนนี้หัวใจเธอ ไม่มีไว้เพื่อรัก หัวใจเธอมีไว้เพื่อแก้แค้นเท่านั้น
“นิต้าไม่ยอมเปิดใจต่างหากเล่า”
“เราอย่าพูดถึงเรื่องนี้กันเลยนะคะ เอาไว้เป็นเรื่องของอนาคต เควินช่วยให้ลูกน้องจัดการตั๋วกลับเมืองไทยให้นิต้าด้วยนะ”
“จะกลับ กลับไปทำไมนิต้า ไปหาใครในเมื่อ...” คำพูดนักธุรกิจหนุ่มถูกกลืนหายไปในลำคอ ทันทีที่เห็นแววตาคู่สวยสลดวูบลง
“เอ่อ...นิต้า พี่ขอโทษ” เควินรีบกล่าวขอโทษเสียงรัวเร็ว รู้สึกผิดที่ไปพูดตอกย้ำ
“ขอโทษทำไมคะ ก็ในเมื่อนิต้าไม่มีญาติพี่น้องจริงๆ มีก็เหมือนไม่มี แม่กับยาย และคนในครอบครัวนั้น ก็ไม่มีใครต้องการนิต้า ไม่มีใครต้องการนิต้าเลยเควิน” หญิงสาวกล่าว แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด จนเควินต้องดึงร่างเล็กมาสวมกอดไว้แน่น พลางยกฝ่ามือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังบางเบาๆ
“แต่นิต้ายังมีพี่ มีคุณแม่ มีแด๊ดดี้ ที่ต้องการนิต้า ทุกคนรักนิต้า”
“นิต้าก็รัก คุณลุง คุณป้าและเควิน” หญิงสาวพึมพำกับอกแกร่งเหมือนคนกำลังหมดแรง ถึงแม้คคนางค์กับนิโคลัสจะพยายามเติมเต็มความรักทั้งหมดที่มีให้ อาจจะมากกว่าเควินได้รับด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับปาณิสรา ที่ยังโหยหา จากบิดามารดาผู้ให้กำเนิด
“ตัดสินใจแน่แล้วใช่มั้ย ที่จะไปเผชิญหน้ากับคุณหญิงประภัสสร” ชายหนุ่มก้มลงถามคนในอ้อมกอด ใจจริงเขาอยากจะจับเธอขังไว้ที่คฤหาสน์นัก ไม่อยากให้ปาณิสราออกไปสร้างเรื่อง ให้ตัวเองต้องเจ็บปวดใจอีก
“ใช่ค่ะ กลับไปเจอกันคราวนี้ เขาอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่ายังมีนิต้า ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเขาอีกคน แต่ก็ดี เขาจะได้ไม่ทันระวังตัว” ปาณิสราเค้นยิ้มอย่างขมขื่น ยามนึกถึงมารดาผู้ให้กำเนิด
“ได้ เดี๋ยวพี่สั่งโทมัสไปจัดการให้ แต่พี่ไม่ได้ให้เราไปทำอะไรตามอำเภอใจเพียงอย่างเดียวนะนิต้า” เควินถือโอกาสนี้ ให้ปาณิสราเข้าไปศึกษางานกับบริษัทแห่งใหม่ ที่บิดาตนตัดสินใจ ลงทุนร่วมหุ้นกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชีย
“หมายความว่ายังไงคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นถาม
“จำที่ประชุมสัปดาห์ก่อนได้มั้ย ที่แด๊ดดี้บอกว่าได้ไปร่วมหุ้น ลงทุนกับนักธุรกิจรายใหญ่รายหนึ่งที่เมืองไทย เปิดบริษัทผลิตรถยนต์”
“อ๋อๆ จำได้แล้วค่ะ อย่าบอกนะ ว่าจะให้นิต้าไปดูแลที่นั่น” ดวงตาคนพูดขยายกว้าง ด้วยอารามตกใจ
“อืม...ใช่”
“ไม่ดีมั้งคะ นิต้ากลัวจะทำให้บริษัทคุณลุงต้องขาดทุน” ถึงเธอจะทำงานเกี่ยวกับธุรกิจผลิตรถยนต์มาหลายปี แต่ไม่ได้เชี่ยวชาญ รู้ทุกเรื่อง แก้ไขทุกปัญหาได้อย่างเควิน กลัวจะไปทำให้บริษัทของนิโคลัสที่กำลังเปิดใหม่ ต้องขาดทุนย่อยยับด้วยน้ำมือเธอ
“ไม่ต้องห่วง ผู้ถือหุ้นทางเมืองไทยเขาจะช่วยดูด้วย นิต้าแค่ไปดูงานเท่านั้น ในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้นบริษัทแม็คคาเวล” เควินไม่ยอมบอก ว่าคนที่บิดาตัดสินใจลงทุนด้วยนั้น คืออธิป อัครอนุพูนชัย เขาอยากให้เธอได้ไปรับรู้ด้วยตัวเอง
“ต้องให้นิต้าไปทำอะไรบ้าง แล้วเขาจะใจดีเหมือนเควิน หรือเปล่า” หญิงสาวกล่าวกังวลสารพัด
“มั่นใจหน่อยสิน้องรัก นิต้าของพี่เก่งอยู่แล้ว อย่าคิดอะไรมาก แค่ไปศึกษางาน ไม่ได้ไปทำงานสักหน่อย”
“ก็ได้ค่ะ แล้วเรื่องบ้านคุณพ่อที่กรุงเทพฯ ล่ะคะ เควินขอซื้อคืนมาได้หรือเปล่า” บ้านซึ่งเป็นความทรงจำอันเลวร้ายที่สุดในชีวิต แต่เธอก็ยังอยากจะซื้อกลับมา เพราะเป็นบ้านที่บิดาสร้างขึ้นมากับมือ
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง พี่ให้แดนช่วยจัดการให้แล้ว ตอนนี้กำลังปรับปรุงซ่อมแซม บ้านทรุดโทรมลงไปมาก เจ้าของบ้านคนเก่า เขาไม่ค่อยดูแลสักเท่าไหร่”
“ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยจัดการทุกเรื่องให้กับนิต้า” ปาณิสราก้มลงกราบที่อกแกร่งของพี่ชาย รู้สึกซาบซึ้งใจ ไม่มีครั้งไหนที่พี่ชายคนนี้ จะทำเพื่อน้องสาวเช่นเธอไม่ได้
“ขอบคุณอะไรกันฮึ นิต้าเป็นน้องของพี่ พี่ย่อมทำทุกอย่างเพื่อน้องอยู่แล้ว แต่ถ้าอยู่ทางนั้น มีอะไรไม่สบายใจ ก็ขอให้รีบบอก อย่าเก็บไว้คนเดียวเข้าใจมั้ย” สองมือใหญ่จับลงตรงหัวไหล่บางทั้งสองข้าง ให้หญิงสาวหันหน้ามามอง
“ค่ะเควิน นิต้าจะนึกถึงเควินเป็นคนแรก”
“ดีมากน้องรัก ตกลงต้องการเดินทางกลับเมืองไทยตอนไหน พี่จะได้ให้คนจัดการตั๋วเครื่องบินได้ถูก” เควินวกกลับมาถามเรื่องนี้อีกครั้ง
“นิต้าอยากเคลียร์งานที่ต้องรับผิดชอบให้เสร็จเสียก่อน ค่อยเดินทางกลับไปเมืองไทยทีเดียว อาจจะต้องไปอยู่ที่นั่นพักใหญ่”
“อืม...แต่ในระหว่างนี้ พี่อยากให้นิต้ากลับไปคิดทบทวนให้ดี แล้วค่อยมาบอกพี่ เรื่องตั๋ว จัดการเมื่อไหร่ก็ได้”
“นิต้ามั่นใจแล้วค่ะเควิน” หลังจากปาณิสราได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณหญิงประภัสสร ที่กล่าวถึงปรียาวดีบุตรสาว เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้น ได้สร้างความเจ็บช้ำใจให้กับลูกที่ถูกลืมเช่นเธอยิ่งนัก เธอต้องการกลับไปแสดงตัวตน ให้คุณหญิงประภัสสรได้รู้ ว่ายังมีเธอเป็นลูกอีกคน ที่ยังมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
“พี่เคารพการตัดสินใจของนิต้าเสมอ แต่จำไว้ ถ้าทนไม่ไหว ขอให้กลับมา หรือโทร.มาหาพี่ พี่จะไปรับน้องกลับบ้านด้วยตัวเอง” เควินรู้ว่าการไปในครั้งนี้ หญิงสาวอาจจะต้องเจ็บปวดแสนสาหัส ทั้งการกระทำของตนเอง และผู้อื่น โดยเฉพาะคุณหญิงประภัสสร ที่มีผลต่อจิตใจของปาณิสราค่อนข้างมาก
“ค่ะเควิน นิต้าจะนึกถึงเควินเป็นคนแรก นิต้าให้สัญญา”
“ไปอยู่ทางโน้นต้องดูแลตัวเองนะ หรืออยากให้ใครเดินทางไปเป็นเพื่อนมั้ย”
“ไม่ละ นิต้าดูแลตัวเองได้ นิต้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ และนั่นก็บ้านเกิดของนิต้าด้วย”
“ทำเก่ง ไปถึงขี้คร้านจะร้องไห้กลับมาที่เยอรมนี” นักธุรกิจหนุ่มกล่าวเย้า
“ชิส์! นิต้าไม่ใช่เด็กสามขวบสักหน่อย” หญิงสาวทำปากยื่นออกมาเล็กน้อยอย่างแง่งอน
“จ้าแม่คนเก่ง” เควินโยกศีรษะเล็กไปมา แต่เขาไม่มีทางปล่อยให้ปาณิสรา เดินทางไปเมืองไทยเพียงลำพังหรอก เห็นทีงานนี้ คงต้องให้มารดาช่วยพูดอีกแรง รับรองปาณิสราไม่มีทางปฏิเสธได้อย่างแน่นอน พลางก้มลงยิ้มให้ร่างเล็กในอ้อมกอด ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ โดยอีกฝ่ายไม่มีโอกาสล่วงรู้
