บทที่ 2 ประชด
บทที่ 2 ประชด
ปึก!
“เฮ้ย! ยัยมิลล์เป็นไรไหม?”
เสียงอันน่าตกใจองเพื่อนสนิทเอ่ยขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง ถ้าหากไม่มียัยนาซีรีบปรี่เข้ามาช่วยประคองไว้ร่างของฉันเอาไว้ แน่นอนว่ามันก็คงต้องร่วงไปกองอยู่ตรงพื้น ต่อหน้าสายตานักศึกษาหลายคนที่มองดูเหตุการณ์นี้ด้วยความตกใจและสนใจไปในคราวเดียวกัน ไม่มีใครไม่มองหรอกถ้าหากมีเสียงและการกระทำให้เป็นที่ซึ่งเป็นจุดรวมของสายตาทุกคน
“ไม่เป็นไร ขอบใจแกมากที่ช่วยมารับ ไม่อย่างงั้นฉันกองตรงพื้นแน่” ฉันพูดขึ้นกับยัยนาซีเพื่อนสนทิและจัดการกับตัวเองให้ยืนได้ด้วยตัวเองแบบมั่นคง จากนั้นก็มองไปสบตากับผู้หญิงที่กำลังยืนยิ้มเหยียดตรงมุมปากด้วยความสะใจในการกระทำของตัวเอง ทั้งที่มันเป็นการกระทำที่ดูไม่น่าต้องภูมิใจด้วยซ้ำไป แต่แปลกคนที่สามารถทำให้อีกฝ่ายทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำว่าสามัญสำนึกของคน “ตาบอดหรือไง ถึงมองไม่เห็นคนอื่น”
ประโยคถัดไปฉันพูดกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่พอใจอย่างแรง ถึงจะรับรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจก็เถอะ ก็ขอด่ามันหน่อยแล้วกันเพื่อความสะใจ ไม่ได้จะมองว่ามองต้องเอ่ยคำขอโทษหรือเอ่ยอย่างอื่นเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองนั้นผิด รู้ไหมมันเป็นใคร ฉันรับรู้ดีเลยแหละ มันชื่อว่าแพทชาหรือเรียกว่าอีแพท เราเป็นคู่แข่งกันทุกอย่างตั้งแต่เข้ามาปีหนึ่งจนถึงปัจจุบันปีสามก็ยังไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอดไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม ซึ่งหากประเมินด้วยสายตาเปล่าจะมองว่าปกติทว่ามันไม่ใช่หรอก นานเข้าอีแพทนั้นยิ่งเอาใหญ่ เหิมเกิมขึ้นในทุกการกระทำ
“ไม่ก็แค่อยากชน”
คำพูดส่งมาพร้อมกับสายตาที่ท้าทายอย่างเปิดเผยส่งมาให้กับฉัน อยู่ดีๆ คงไม่ชอบ รู้ว่าแข่งอะไรกับคนอย่างฉันผลออกมาก็ต้องแพ้ แพ้ตลอดเรื่องเทนก็ใช่กัน
“สงสัยมีปัญหาทางจิต ตรวจบ้างนะจะได้ไม่สายเกินที่จะรับการรักษา”
คิดหรอว่าคนอย่างฉันจะยอมไม่มีทางเป็นอย่างแน่นอน
“นังมิลล์!”
“อะไรนังแพท!”
ตาต่อตาที่จ้องกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไม่รู้ว่าไปแค้นอะไรกันมานักหนาในขนาดที่ฉันเป็นคนกลางและคนใกล้สุดที่อยู่ในเหตุการณ์ก็รู้สึกหวั่นๆ ศึกระหว่างยัยมิลล์กับนังแพท ยังไงที่นี่ก็มหาลัยจะให้มีเรื่องกันมันไม่เหมาะจริงๆ
“มิลล์ไปเถอะอย่ามีเรื่องเลยวะ”
ยัยนาซีเข้ามากระชากต้นแขนของฉันเพื่อที่ต้องการจะห้ามทัพ ถ้าฉันคิดจะตบกับนังแพทป่านนี้ก็คงลุยไปแล้วล่ะ ลองเจอข้างนอกไม่เหลือแน่ที่ไม่ตบตอนนี้ก็ถ้ามีเรื่องอีกครั้งได้ออกจากมหาลัยแน่ครั้งนี้ต้องใจเย็น
“…”
“เหอะ! ที่แท้ก็ไม่แน่จริง”
เสียงแพทพูดดังขึ้นเหมือนจงใจที่จะพูดยั่วอารมณ์ของคู่ปรับของตัวเองที่ใจร้อนใช่เล่น
“คนอย่างฉันแน่อยู่แล้วถ้าไม่แน่คงไม่ได้เทนมาครอบครองหรอกว่าไหมเอ๊ะ! แต่เท่าที่จำได้เหมือนเขาจะทิ้งแกมานะ”
“…”
มันเป็นคำพูดที่กวนประสาทของนังแพทได้มากถ้าพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นสีแดงกร่ำเพราะความโกรธ
“จริงไหมล่ะ?”
ริมฝีปากสวยยกยิ้มขึ้นอย่างเหยียดๆ ไม่บอกก็รับรู้ได้ว่าเธอเป็นต่อมากแค่ไหน ความสมเพชที่ถูกส่งออกมาจากแววตายิ่งเป็นชนวนให้คู่แข่งเดือดจนระงับอารมณ์ไม่อยู่
“นังมิลล์!”
“จุ๊ๆ ไม่เอานะ อย่าเดือดไปอย่าลืมสิสายของเทนมีอยู่ทั่วนะ” ฉันเข้าไปใกล้ประชิดนังแพทให้ได้ยินกันสองคน “โถ่ ..ช่างน่าสงสาร”
ปึก!
“อุ้ย ซุ่มซ่ามอีกล่ะเรา ของโทษนะแพท ไม่เป็นไรใช่ไหมจ๊ะหนังเธอด้านบวกหนาเสียด้วยแค่นี้คงไม่สะเทือน” ด้านสตอของฉันก็มีเหลือเฟื้อนะจะบอกให้ขอเพียงให้ได้งัดมาใช้เถอะ “ไปกันเถอะยัยนาซี ยืนอยู่ที่นี่นานอาจจะกลายเป็นหมาที่ถูกทิ้งเหมือนคนบางคน!”
คอนโด TM เวลา 02.45
แกร็ก!
“ทำไมไม่กลับห้องไปกับเด็กอีกแล้วใช่ไหม?”
ใบหน้าหวานราวกับผู้หญิงเงยขึ้นจากพื้นเล็กน้อยเผยให้เห็นสายตาสีเทาหม่นเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะหลุบกลับไปเหมือนเดิม เขาผลักผู้หญิงหุ่นสวยที่ยืนขวางหน้าออกไปให้พ้นทางอย่างเบื่อหน่ายเพื่อจะมุ่งหน้าไปยังเตียงนอนที่แสนโหยหา
“…”
หมับ!
“ตอบพี่มาเดี๋ยวนี้นะเทน!”
มือเล็กกระชากแขนใหญ่สีซีดขาวด้วยความแรงเพื่อให้เขาได้หันหน้ามาคุยกันให้รู้เรื่องในคดีที่ก่อเอาไว้เมื่อคืนนี้ สายตาสีน้ำตาลเข้มพยายามสบสายตาสีเทาหม่นด้วยอารมณ์ที่คุกกรุ่นยากจะกู่กลับมา
ฉันอยากจะฆ่าเทนให้ตายไปคามือซะตอนนี้เลยรวมวันนี้ก็สองวันแล้วที่ได้พึ่งเห็นหน้าเพราะเวลานี้มันล่วงวันใหม่มานานมากแล้วยิ่งเขาแสดงกิริยาท่าทางที่เฉยเมยแบบนี้มันยิ่งทำให้เกิดอารมณ์โมโห ทั้งๆ ที่ฉันเป็นคนที่นั่งอดหลับอดนอนเพื่อรอผู้ชายคนนี้เพราะรู้ว่าคนอย่างเทนไม่เคยออกจากห้องแล้วไม่กลับเกินสองวันเป็นแน่
“ไปไกลๆ ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ น่ารำคาญ...”
ผมมองไปยังใบหน้าของพี่มิลล์อย่างช้าๆ ด้วยความเบื่อหน่าย มันมีความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นตั้งแต่ที่เราคบกันมาได้สักพักหรือว่าเป็นผมมันมีนิสัยขี้เบื่อเอง..
แทนที่จะมีเหตุการณ์รุนแรงถึงขึ้นได้นองเลือดตามข่าวที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของผัวเมียทะเลาะกันแต่เปล่าเลยมือเล็กที่จับแขนใหญ่กับปล่อยออกอย่างช้าๆ ราวกับถอดใจในสิ่งที่หูได้ยินเหมือนกับเมียคนอื่นๆแต่สายตาสีน้ำตาเข้มยังคงจดจ้องด้วยความไม่ยอมแพ้สมองยังคงสั่งการให้เธอคิดวิธีเอาชนะผู้ชายคนตรงหน้าด้วยวิธีอันชานฉลาดร้อยทั้งร้อยผู้ชายต้องยอมแพ้เป็นแน่
“อ๋อ คงกินเชอรรี่อิ่มแล้วสิถ้างั้นออกไปหากินผู้ชายบางดีกว่า..”
