บทที่ 5 ความหวานของมิลล์
บทที่ 5 ความหวานของมิลล์
ลำคอยาวระหงส์ซ่อนความสวย หากมองไล่ลงมาตามแนวไหล่รับกกับกระดูกไหปลาร้าที่แสนสะดุดสายตา ประจวบลงมามองยังเนินอกขาวราวกับหยวกกล้วยอ่อน สองเต้าเด่นเต่งตึ่งอวบอิ่มแถมชูเม็ดสีชมพูสวยหลอกล่อสายตาคมให้สนใจในทุกครั้งที่มันเคลื่อนไหวขึ้นลงตามแรงกระแทกที่ส่งเข้ามา ลำตัวยาวรับเข้ากับเอวเล็กขอดราวกับเอวของมด มองอีกครั้งคราวนี้มองจรดลงไปยังสะโพกมนกลมที่ได้รูปราวกับผลลูกพีชน่าทาน
มันหอมหวานไปหมด กับร่างกายนี้
ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายเคลื่อนตัว เสน่ห์ทุกอย่างก็เข้ามาสร้างให้น่าดูเพิ่มอีกเป็นเท่าตัว หากได้ฟังเสียงหวานครางอีกทุกอย่างจะยิ่งทำให้น่าหลงใหลเพิ่มขึ้นอีก ความธรรมชาติ ความธรรมดา ของอีกฝ่ายนี้ถือว่าเป็นความพิเศษที่เลียนแบบได้ยากและผมเองก็ชื่นชอบมัน ที่มาจากพี่มิลล์คนเดียวเท่านั้นเอง
[ฮัลโหล ๆ ฮัลโหลๆ เทน เทน! ได้ยินหรือเปล่าคะ หรือนังมิลล์จริง ๆ ที่อยู่ด้วย บอกมานะ นังมิลล์ใช่ไหม?]
เสียงไม่พอใจบวกกับน้ำเสียงที่มีอารมณ์คุกกรุ่นทำให้ปลายสายพูดออกมาไม่ต่างกับการตะคอกใส่หูของเทน มือใหญ่จึงรีบเอาออกเพื่อเว้นระยะห่างเอาไว้ สิ่งที่ได้ยินกลับมานั้นทำเอาผมถอนหายใจยาวทันที ใบหน้าเกิดท่าเบื่ออาการเบื่อขึ้นมากกว่าเดิม เพราะไม่ชอบกับการจิกหัวเรียกชื่อคนอื่นแบบนี้ และก็อีกคนคงไม่ชอบด้วย
“แพทแค่...”
อุ๊บส์
ไม่ทันพูดตอบอะไรทั้งนั้น ก็มีริมฝีปากเรียวบางก็เข้ามาประกบปากของผมทันทีโดยไม่ทันได้ตั้งตัวสักนิด แถมดันเรียวลิ้นเล็กร้อนผ่าวค่อย ๆ ขยับและชโลมเลียไปรอบ ๆ ริมฝีปากเหมือนจงใจแกล้งให้ความอยากได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ไร้ความรุนแรงในการจูบ มีแต่ความแผ่วเบาก่อนที่จะเริ่มเข้าไปชิมความหวานฉ่ำในโพรงปากราวกับต้องการหาน้ำผึ้งมาหล่อเลี้ยงร่างกายให้ได้ตื่นตัว ชกชิมมันอยู่ซ้ำ ๆ แบบนั้นด้วยความใจเย็น
ยังไม่พอเพียงแค่นั้นนานเข้าลิ้นเล็กเข้าไปล่อลวงลิ้นใหญ่อย่างมีความมุ่งหมั่น ตั้งใจกระทำในสิ่งที่ต้องการ จนตอนนี้คนตัวใหญ่ก็เผลอหลงใหลในสัมผัสที่เธอเป็นคนมอบให้อย่างไม่ลืมหูลืมตา
ความต้องการ ความหลงไหล ความอดกลั้น ล้วนรวมมากองเป็นความหิวโหยในเรื่องอย่างว่า ยิ่งมีร่างกายสวยเข้ามาเป็นสื่อสายตาทำให้สภาวะของร่างกายไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เกินการต้านได้ยากเอามากมาย ท้ายสุดแล้วก็ต้องแพ้พ่ายให้กับมันในทันที
อื้ม...
มือเล็กข้างขวาของฉันค่อย ๆ ลูบไล้คงมายังแผงอกสีขาวเนียนที่อยู่ใต้ผ้าคลุมใหญ่ ก่อนที่จะปลดสายรัดที่ถูกมัดเอาไว้ตรงเอวแกร่งอย่างลวก ๆ ให้รวดเร็วเพราะความต้องการที่เป็นคนจุดเองมันรีรอไม่ได้แล้ว พอสำเร็จก็ลูบไล้วนขึ้นไปอีกครั้งจนจรดปลายนิ้วมือข้างซ้ายที่ถือโทรศัพท์อยู่จากนั้นก็คว้าเอามาคอบครองได้อย่างสำเร็จ เมื่อสิ่งที่ต้องการอีกอย่างหนึ่งเข้ามาอยู่ในมือด้วยความง่ายดาย ท้ายสุดแล้วริมฝีปากบางก็ยกขึ้นยิ้มตรงมุมปากแบบรวดเร็ว จากนั้นก็กลับมาเป็นปกติที่สุด
เมื่อเห็นว่าเทนเขาไม่สนใจมันแล้วเพราะบัดนี้มือใหญ่ได้เข้าไปเกาะกุมเอวขอดของตัวเองเอาไว้ทั้งสองข้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังจูบ บดเบียดริมฝีปากดูดคลึงกันอย่างดูดดื่มด้วยความหื่นกระหาย บวกด้วยความต้องการที่มากล้นเกินควบคุมในนาทีนี้
มิลล์ยังไม่จบกับความต้องการนั้น ในเมื่อจุดหมายยังไม่บรรลุผลอย่างชัดเจน ก็ต้องสานต่อให้มันจบ
“ใจเย็นสิคะเทนขา อ๊ะ... อารมณ์แรงเชียว อือ... ” ฉันผละออกจากริมฝีปากใหญ่ก่อนที่จะพูดออกมาอย่างหวาน ๆ กับมารยาที่สร้างขึ้นมาแทนที่ ถึงแม้อีกฝ่ายจะรับรู้แล้วแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธใด ๆ ทั้งสิ้น แสดงว่าสามารถทำต่อไปได้อย่างไม่โดนว่า เพราะมีคนให้ความร่วมมือ คนที่เป็นตัวแปรของเรื่องนี้ที่จะสามารถทำให้ปลายสายนั้นกระอักเลือดเมื่อได้ยินว่าทั้งฉันและก็เทนตอนนี้พวกเรากำลังมีความสุขกัน "อูบส์ ... อ๊ะ อ๊ะ อ่าส์..."
ฉันรัดแขนข้างซ้ายที่กอดลำคอของเทนเอาไว้แน่นเมื่อความเสียวซ่านเข้ามาแทน ร่างกายที่ต้องการเอาชนะคนที่อยู่ปลายสายซึ่งบัดนี้ยังไม่วาง ยังคงถือสายค้างเอาไว้
ได้สิ... ในเมื่อต้องการได้ยินเรื่องบนเตียงของผัวเมีย
ก่อนที่ริมฝีปากใหญ่ของเทนเข้ามาครอบครองอกอันอวบอิ่มที่เด่นชูช่ออยู่แล้ว ยิ่งเมื่อฉันแอ่นอกตอบรับการกระทำของเขามันยิ่งเป็นสิ่งยั่วอารมณ์เป็นเท่าตัว ปากร้อนกระหน่ำไล่เลียยอดอกของฉันอย่างเอาเป็นเอาตัว สลับกับการทั้งดูดทั้งคลึงส่งความเสียวเพิ่มขึ้นทีละนิด ๆ ท้ายสุดแล้วมันแทบปะทุขึ้นดั่งลาวาที่ไหลออกมาจากยอดปล่องของภูเขาไฟ
อ่าส์...
“พี่มิลล์..”
เสียงเรียกกระเส่าสั่นเครือของผมดังขึ้นมา ผมก็เหมือนกับผู้ชายทั่วไป ยิ่งเมื่อเห็นแบบนี้ ได้สัมผัส ใกล้ชิดขนาดเนื้อแนบเนื้อ ใครมันจะไปอดทนไหววะ ยิ่งไม่ใช่พระอิฐพระปูน เป็นคนที่มีความรู้สึกต้องการเป็น
ยิ่งตอนนี้พี่มิลล์เธอได้เปลี่ยนท่ามานั่งควบบนลำตัวของผมเอาไว้ตรงกลางอีก เมื่อเห็นแบบนั้นมีเหรอที่จะปฏิเสธ มีแต่จะสนองความต้องการที่มีอยู่เท่านั้น ในเมื่อขึ้นมาทำให้สนองต่อหน้า ท้าทายอารมณ์แบบไม่กลัว
มือใหญ่ที่เกาะกุมเอวขอดเอาไว้แน่นทั้งสองข้าง ก็เปลี่ยนเป็นกอดข้างเดียวก่อนที่มือข้างขวาจะเข้าไปลูบไล้ขาอ่อนเรียวขาวจนถึงจุดอ่อนไหวที่สุด
อื้อ...
“เทนขา อ๊ะ มะ ไม่ไหวแล้วน๊า..อ๊ะ”
เสียงสั่นเครือของฉันดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้มือที่ถือโทรศัพท์รีบเอามาคล้องคอเทนอีกครั้งหนึ่ง เอาไปใกล้ ๆ ริมฝีปากของเขาให้คนในสายได้ยินดัง ๆ เผื่อจะได้รู้สำนึกในการกระทำของตัวเองว่ามันอยู่จุดที่ไม่ควรทำ
“อือ เดี๋ยวก่อนคะเทน เทนรักมิลล์ไหมคะ”
