บทที่ 8 เสน่ห์
บทที่ 8 เสน่ห์
“สวัสดีค่ะ”
และแล้วการสนทนาของหนุ่มๆ ทั้งสี่ก็ถูกขัดด้วยสาวสวยแต่งตัวโคตรสวยในระดับหนึ่ง ชุดที่หากปนะเมินด้วยสายตาหลากหลายคู่นั้นบอกได้เลยว่ามันสวย พออยู่ในร่างกายของอีกฝ่ายที่เรียกได้ว่าหุ่นดีมันยิ่งสวย ไม้แขวนดีใส่ชุดไหนก็สวย ไม่แปลกหากจะนิยามประโยคนี้ขึ้น ทว่ามันเป็นชุดที่ค่อนข้างโชว์เนื้อหนังมังสาเกินไปหน่อย อีก 30 เปอร์เซ็นต์ก็สามารถเห็นหมดแล้วบนร่างกายของทุกส่วน แล้วเธอยังที่ใจกล้าเดินเข้ามาในดงเสืออย่างพวกเขา สายตาดุจเหยี่ยวต่างสบตากันด้วยความสงสัยแต่ไม่มีใครพูดออกมาเลยสักคนเดียวและแล้วคนที่ทนความเงียบไม่ได้นานอย่างไอ้ยูก็ทนไม่ได้อีกต่อไป
หน้าที่มันเอ่ยแบบนี้ตลอดในทุกครั้ง หากมีคนเข้ามาในกรณีแบบนี้
ส่วนคนอื่น ๆ ไม่ใช่หรอก
“มีอะไรหรือเปล่าครับคนสวย?”
พูดแล้วมันก็ยักคิ้วมาให้ผมเพื่อเป็นเชิงเหนือกว่าอะไรประมาณนั้น มันเป็นความปกติที่คนแบบไอ้ยูมีในสายเลือด ไอ้นี่มันเจ้าชู้ตัวพ่อจริง ๆ ไม่ว่าจะใคร ผู้หญิงแบบไหนเข้ามาขอให้มันไปรับหน้า เอาปากหวาน ๆ แบบนี้เอ่ยพูดรับรองได้ว่าได้ใจในทุกราย คนที่สามารถทำให้ผู้หญิงไม่กล้าสบตา ตอบโดยสายตามองพื้น เมื่อสบตาเข้ากับไอ้ยูแล้วผมก็เคลื่อนสายตมองไปสบสายตาของผู้หญิงคนนั้น ดวงตาที่แวววาวหน่อย ซุกซนขี้เล่นตามประสาแสดงออกไปซึ่งมันเป็นความธรรมดาที่ผสมด้วยความยั่วยวนแว๊บหนึ่ง แต่ก็ไม่พูดอะไรหรือสานต่อได้แต่นั่งแล้วหันไปคุยกับไอ้โจเนสต่อเรื่องที่คุยก็ทั่วๆ ไป เพราะคิดว่าเท่านั้นมันก็พอแล้ว
“พอดีหนูอยากดื่มกับพี่เทน” สายตาสีดำสนิทถูกส่งมาทักทายด้วยแววตาที่กล้าหาญกว่าเดิม การหว่านเสน่ห์ของผมมันติดเอาดื้อ ๆ อย่างงั้นเหรอ ก่อนที่เธอจะถือวิสาสะเข้ามานั่งลงข้างๆ ผมและใช้มือกอดแขนเอาไว้แน่น ราวกับกลัวผมหลุดไปหาคนอื่น แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาติใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เธอก็ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำไป กับเชิดใบหน้าขึ้นพร้อมเอ่ยประโยคหนึ่ง “คงไม่มีใครว่าใช่ไหมคะถ้าแนนอยากนั่งด้วยคน”
เธอเบี่ยงสายตาไปมองผู้ชายทั้งสี่ทุกๆ เป็นเชิงบอกเท่านั้น จนสายตานั้นมาจบอยู่ที่ดวงตาสีเทาหม่นน่าค้นหาดวงแรกที่เป็นเป้าหมาย นั่นก็คือผมเอง
“ได้สิครับ พี่ไม่มีปัญหา”
ผมตอบรับอย่างไม่มีเงื่อนไขพร้อมทั้งยื่นแก้วสีอำพันให้เธอทันที มาที่นี่คงไม่มีใครดื่มนมหรอกมั้ง สถานบรรเทิงไม่ใช่สถานเลี้ยงเด็ก เหล้าที่ให้นั้นเพื่อเป็นการชนฉลองที่ได้เจอกันครั้งแรก โดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำผู้หญิงใจกล้าแบบนี้ผมชอบนะ
ชอบเล่นๆ ด้วย...
ก่อนจะหันหน้าไปยักคิ้วใส่ไอ้ยูอย่างเหนือกว่า ก็เพียงแค่อยากขิงอีกฝ่ายเท่านั้นเอง มันไม่มีอะไรไปมากเกินกว่านั้นด้วยซ้ำไป ในวงเหล้าก็มีแค่เรื่องสนุก ๆ ผ่อนคลาย
“ขอบคุณนะคะพี่เทน ยิ่งดูใกล้ๆ พี่เทนยิ่งหล่อ หล่อมากนะคะเนี่ย”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ?” ผมยิ้มรับคำชมอย่างเขินๆ (มันเป็นการแสดง) ก่อนที่จะหยิบน้ำเมามากระดกลงคอแบบรวดเดียวตามนิสัยส่วนตัว ไม่ได้เก๊กหล่อใด ๆ ทั้งนั้น เพราะมันไม่ถนัดหากจะไปในทืศทางนั้น “หล่อแล้วยังกินได้ด้วยนะ”
ยอมรับว่าตัวเองแรดร่านไม่ต่างจากผู้หญิงเลยสักนิด แต่ครั้งนี้มันก็เป็นแค่การหยั่งเชิงดูท่าทางเธอเท่านั้นแหละ อยากได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายว่าจะเล่นด้วยหรือไม่ แต่หากให้เดาแล้วแน่นอนว่านัยน์ตาของเธอลุกวาวขนาดนั้นไม่มีปฏิเสธอย่างแน่นอน
“ถ้างั้นคืนนี้แนนขอกินได้ไหมคะ?”
“หึ”
นั่นไง ผมว่าแล้ว
รอยยิ้มร้ายผุดออกที่มุมปากเป็นอันรู้กันทั้งกลุ่มว่าความร่านของไอ้เทนได้เริ่มต้นขึ้นแล้วถึงมันจะยังไม่ตอบรับคำแต่ก็ว่าจะไม่ตกลง มันมีระดับความต้องการที่ขีดเส้นชัดเจนอยู่ตลอด ซึ่งไม่มีใครรับรู้ได้ว่าคิดยังไงกับสถานการณ์แบบนี้
“น้องแนนมาเที่ยวที่นี่บ่อยหรอกครับ?”
ไอ้คินถามขึ้นมาบางเพื่อยากรู้อะไรบางอย่างเพราะจู่ ๆ เธอจะเข้ามาในกลุ่มเรามันดูแปลกๆ ยังไงชอบกลอยู่ สถานการณ์ที่เจอมาบ่อยแล้วก็ล้วนว่ามันไม่ปกติเลยด้วยซ้ำ เมื่อกับว่ามีแผนวางไว้ แต่สายตาของน้องเขามันก็สวนทาง แสดงว่าแสดงเก่งพอสมควรหรือไม่ก็พวกเราคิดไปเอง ซึ่งมันก็สามารถเป็นได้เช่นกัน
“บ่อยค่ะ มาดูพี่เทนร้องเพลง... แล้วก็ดูความหล่อวันนี้เลยกล้าเข้ามา”
หึ... คำตอบแนวนี้ยิ่งทำให้ผมเพิ่มความน่าสงสัยไปอีก
สิ่งที่ทำเป็นการตอบรับนั่นคือจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ เหมือนใช้สายตาสำรวจทุกอย่างบนร่างกายที่เธอแต่งมาให้ดู ไม่ใช่ความสวยแต่เป็นความต้องการของอีกฝ่าย บางคนมันบ่งบอกมาตั้งแต่ต้นและคนนี้ก็มีบ้างเช่นการหายใจที่เร็วเกินเหมือนกำลังตื่นเต้น ฝ่ามือที่วางไว้บนตักบีบกำกันแน่นเสมือนกำลังข่มความกลัวอยู่
“แต่วันนี้น่าเสียดายนะครับไอ้เทนมันไม่ร้อง น้องแนนไม่รู้เหรอ มาทุกวันพี่ว่าต้องรู้แล้วนะเนี่ย” เสียงนั่นเป็นของไอ้ยูพูดขัดขึ้นมาก่อนที่มันจะมองหน้าผมแล้วยื่นแก้วไข่ลวกให้ ผมก็เอ๊ะใช่กันกับไอ้พวกนี้ แต่ก็ไม่แสดงอาการอะไรออกไปทั้งนั้น ทำตัวปกติราวกับว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น “อะ..พลังงานทดแทนเสียไปเยอะไม่ใช่หรอวะ เออวันนี้กูกลับก่อนพอดีมีเรื่องด่วนว่ะ บาย”
ไม่ทันได้พูดอะไรไอ้ยูก่อนหันหลังเดินออกไปในทันที ไม่สนใจเรื่องอื่น ๆ หรือการเรียกของเพื่อนในกลุ่มด้วยซ้ำ เรื่องด่วนของมันก็แค่นอนกกสาวอีกตามเคย นั่นไงพูดไม่ทันขาดคำควงไปนู้นแล้วไง ผมส่ายหัวอย่างเอือมๆ
“น้องแนนทานไข่ลวกไหม วันนี้อาจใช้พลังงานเยอะนะครับ”
