บทที่ 9 เอาตัวรอด
บทที่ 9 เอาตัวรอด
ไม่ทันได้พูดอะไรไอ้ยูก่อนหันหลังเดินออกไปในทันที เรื่องด่วนของมันก็แค่นอนกกสาวอีกตามเคย นั่นไงพูดไม่ทันขาดคำควงไปนู้นแล้วไง ผมส่ายหัวอย่างเอือม ๆ
“น้องแนนทานไข่ลวกไหม วันนี้อาจใช้พลังงานเยอะนะครับ”
ถึงแม้มันจะเป็นคำพูดหรือประโยคที่ดูเล่นๆ แต่ประโยคที่ไอ้ยูพูดทิ้งไว้นั้นก่อนกลับออกไปทำให้น่าคิดไม่น้อยเลยด้วยซ้ำ ประโยคสองแง่สามง่ามแบบนั้นหากใครได้ยินเข้ามันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอก ส่วนผมนั้นสุดแล้วแต่เลยว่าใครจะตีความไปในรูปแบบไหน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สมอคนเราคิดเอง ไม่สามารถไปตัดสินใจแทนใครได้เลยด้วยซ้ำ อีกประการที่ผมกำลังคิดนั้นเป็นเรื่องของน้องผู้หญิงคนนี้แหละ ผู้หญิงคนนี้บอกว่ามาฟังผมร้องเพลงบ่อย ๆ แต่ทำไมถึงไม่รู้ละว่าวันนี้เป็นวันหยุดที่ผมไม่ร้อง
แสดงว่าเป็นแฟนคลับไม่จริงหรอก
หากนักร้องที่ชื่นชอบไม่มาจะมาที่นี่ทำไมกัน อีกอย่างผมไม่ได้ทำตารางมาร้านเสียหน่อย ส่วนมากตามใจของตัวเองมากกว่าด้วยซ้ำ
แสดงว่า...
“บ้าพี่เทนก็”
“เมียนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ยังจีบสาวอีกเหรอคะ ผัวขา...”
นั่นไง...
สายตาของทั้งกลุ่มหันไปในทางเดียวกันอย่างรวดเร็วราวกับว่าได้มีการนัดหมายและแล้วสายตาก็ได้ปรากฏร่างสาวนั่งไขว่ห้างอยู่บนที่พิงด้านข้างของโซฟาตรงข้ามกับเทน ประโยคแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้ ใครจะจดจำไม่ได้กัน ในเมื่อคุ้นเคยกันบ่อย อาศัยอยู่ด้วยกันด้วยซ้ำ
ในวันนี้เธอได้สวมชุดรัดแบบพอดีตัว เน้นโชว์สัดส่วนเว้าโค้งของร่างกายที่สมบูรณ์แบบในทุก ๆ อย่าง สีของชุดนั้นประกอบด้วยสีแดงสดสวย เด่นสะดุมสายตาทั้งในระยะใกล้และก็ในระยะไกล ผมยาวสลวยมีสุขภาพดีถูกทำเป็นลอนใหญ่ตรงปลาย ละปล่อยให้ยาวสยายกลางแผ่นหลังขาว ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ที่เปลี่ยนลุคจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ดวงตาสวยหวานคู่นั้นบัดนี้ถูกเปลี่ยนด้วยอายไลน์เนอร์สีดำกรีดชนิดที่เรียกว่าเฉียบเนี๊ยบดุ เด่นประกายด้วยกริดเตอร์เล่นแสงับไฟของร้าน ริมฝีปากเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดมันวาวสะท้อนเล่นกับแสงไฟเพราะถูกเคลือนอีกชั้นด้วยกลอสอย่างดี สามารถเรียกสายตาให้ผู้คนเดินไปมาได้หันมามองได้อย่างดีและก็ไม่ยากเท่าไหร่ด้วย
“…”
ผมเงียบแต่สายตากับจดจ้องมองคนตรงข้าม ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายยิ้มเหยียดเล่นหูเล่นตาแถมยังนั่งไม่นิ่ง สับเปลี่ยนท่าทางเป็นนั่งไขว่ห้าง ทำให้ชุดสั้นบนตัวถดขึ้นโชว์ความขาวพล่าของสีผิดอีกครั้งต่ออีกครั้ง ซึ่งนั่นมันเป็นท่าทางที่ผมล้วนไม่ชอบใจเอาเสียเลย
“พี่มิลล์..”
เสียงของคินและโจเนสพูดขึ้นพร้อมกันอย่างแผ่วเบา ต่างคนต่างเรียกชื่อของฉัน ทำให้ต้องเบี่ยงสายตาไปยิ้มให้ด้วยความมีมารยาทก่อนจะกลับมาที่เดิมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นเป้าหมายเดิมไม่สามารถเปลี่ยนไปได้ด้วยซ้ำ เมื่อฉันยังคงจับจ้องมองเขาแบบนั้นนิ่ง ๆ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้สักประโยคเดียว
“ใครเหรอคะพี่เทน?”
ผู้ที่มาใหม่อย่างแนนคงไม่รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นใคร เพราะไม่บ่อยนักที่เธอจะย่างก้างเข้ามาในคลับแห่งนี้
หกเดือนแล้วสินะที่ไม่ได้มาเลยด้วยซ้ำ....
แล้วนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้เธอมาอีกครั้ง
“…”
ผมไม่สนใจคำพูดที่เข้ามากระทบหูเลยด้วยซ้ำ ผมเอาแต่มองพี่มิลล์อย่างไม่วางสายตา มองแบบนั้นไม่ไปไหนสักที่จนกระทั่งผู้หญิงที่ควงแขนอยู่เริ่มแสดงท่าทีที่จะไม่พอใจขึ้นมาบ้าง ซึ่งในขณะนั้นเองผมก็รู้สึกตัวจึงรีบเบี่ยงสายตาหันไปตอบ แต่เพียงแว๊บเดียวก็กลับมาสนใจพี่มิลล์เป็นจุดหมายเช่นเดิม
เอาง่าย ๆ พี่มิลล์สวย มีเสน่ห์ทุกอย่างที่ผมชื่นชอบ ทั้งท่าทางการนั่ง การแต่งตัวที่ไม่โป๊เปลือยเท่าอีกคนแต่มันดูโป๊ขึ้นมาทันทีเมื่ออีกคนแสดงกิริยาท่าทางขึ้น หุ่นนาฬิกาทรายที่เน้นสะโพกกลมท่าบีบเค้น ขาเรียวที่เหมาะกับการให้ขึ้นมาวางบนไหล่ หน้าอกเนียนเด้งในยามที่แรงกระแทกส่งเข้าไปเยือนมันจะดีดเด้งขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ยอดอกอวบที่น่าดูดกลืนใช้ลิ้นเลีย รวมไปถึงริมฝีปากที่บางแต่พอได้เปล่งเสียงร้องออกมาอย่างกระเส่าเวลาได้นอนคว่ำบนเตียง ทุกอย่างมันดันลงตัวหมด
อ่า... โคตรน่ากระทำเลย
แบบนี้ไงผมถึงไม่ได้ไปไหนสักที เพราะว่าไปไม่รอดเลยสักครั้งเดียว
“เอ่อ..”
“ตอบไปสิคะ ผัวขา....” ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นหน้าด้านกินยางมะตอยเข้าไปหรือไง ถึงไม่ได้ยินที่ฉันพูดกับเทนก่อนหน้า ยังให้ต้องยืนยันอะไรอีก หากไม่รู้แต่พอได้ฟังการสนทนามันก็น่าจะกระจ่างไปแล้ว เช่นคำว่าผัวขา ใครที่ไหนจะเรียกคนอื่นง่าย ๆ หากไม่ใช่คนเป็นเมีย มีหนำซื้อเธอยังมีหน้าขยับตัวเองไปประชิดพร้อมกับการบดเบียดร่างกายละใช้มืออันน้อยนิดเอื้อมเข้าไปเสนอเกาะแขนอีก เหมือนพวกหนวดปลาหมึกยังไงแบบนั้น ท่าทางแบบนี้ กิริยาแบบนี้ฉันไม่ปลื้มเท่าไหร่นักถึงจะพยายามใจเย็นมากกว่าปกติ ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นปลิงชอบเกาะผัวชาวบ้านชาวช่อง "ผัวต้องตอบค่ะ ตอบให้คนอื่นมันรับรู้เรื่อง ไม่ใช่ให้เผยความหน้าด้านอยู่แบบนี้"
“…”
“อ๋อ... แค่เมียเอง แต่หนูไม่สนหรอกค่ะว่าพี่เทนจะมีเมียหรือไม่แค่อยาก สนเพียงแค่ว่าหนูอยากได้ อยากได้ก็แค่จะเอาเท่านั้น!”
ความเงียบงันเริ่มเข้ามาสู่กลุ่ม จากที่เมื่อกี้ยังเฮฮากันอยู่แต่บัดนี้กลับเงียบกริบ ไร้เสียงใด ๆ เมื่อผู้หญิงคนนั้นพูดจบประโยค ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะปริปากพูดออกมา มีแต่แววตาของสองสาวที่ได้แต่มองกันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
“เฮ้ย ไอ้คินกูว่าเผ่นเถอะว่ะ มึงเคยได้ยินไหมความเงียบงันมันมักมาพร้อมกับหายนะเลยนะเว้ย”
