บทที่ 4 ไม่ใช่แน่ ๆ เธอมั่นใจ
โทรศัพท์ที่ยกแนบหูขึ้นมาเมื่อครู่ ถูกวางลงเบา ๆ แต่สายตาของเธอนั้นยังคงเลื่อนอ่านตัวอักษรมากมายบนหน้าจอคอมฯ มันเหมือนมีแรงดึงดูดเบา ๆ ราวกับว่าข้อมูลที่ได้มามันยังไม่มากพอ เธออยากรู้มากกว่าเดิม อยากรู้ขึ้นไปอีก อยากมีข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามให้ได้มากที่สุด เพื่อต่อรอง เพื่อทำสัญญาลับระหว่างเราสองคน
แต่แล้ว ...
ข่าวเก่าเมื่อเจ็ดปีก่อนก็แทรกตัวขึ้นมา ดึงความสนใจของเธอ ภาพถ่ายตรงหน้ามีทั้งนพพล ประธานบริษัทฯ เกศรา คิมหันต์ และชายร่างสูงอีกคนที่ยืนใกล้กัน
เธอแปลกใจว่าชายคนนั้นคือใคร จึงตัดสินใจที่จะคลิกลิ้งค์ข่าวนั้นทว่า มันกลับขึ้นหน้าเว็บเออเร่อตอกหน้าให้เจ็บใจเบา ๆ
ความอยากรู้ท่วมท้นทวีคูณ พยายามรีเฟรชหน้าข่าวนั้นรัว ๆ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
มีเพียงคำถามที่วิ่งวนในหัว ชายคนนั้นคือใคร ทำไมถึงได้ยืนร่วมเฟรมกับครอบครัวภูสิทธิ์อุดม ทำไมเขาถึงได้ยืนเคียงข้างคิมหันต์
และทำไมใบหน้าของเขาคล้ายกันกับเกศรา
“พิมพ์ ... ทำไมใส่ชุดนี้ล่ะลูก”
ฝีเท้าของภาพพิมพ์ที่กำลังก้าวยาว ๆ หมายจะเดินไปที่รถยุโรปหรูถึงกลับชะงักลง ก่อนจะหันไปมองหน้ามารดา
“ชุดนี้มันทำไมเหรอคะ”
“เปลี่ยนดีกว่าไหม มันดู ...”
“ดูอะไรคะ” ภาพพิมพ์คลี่ยิ้มราวกับจงใจยียวน ยืนบิดตัวซ้าย ขวา อวดชุดที่เธอตั้งใจสวมใส่เพื่อวันนี้
“พิมพ์จะไปหาคิมหันต์ไม่ใช่เหรอลูก แม่ว่าไปใส่สีอื่นดีกว่าไหม ชุดนี้เหมือนจะ … ไปงานศพใครเลย”
ภาพพิมพ์ก้มมองชุดเดรสแขนยาวสีดำสนิท ตัดเย็บด้วยผ้าไหมอิตาลีชั้นดี ตัวชุดเข้ารูปเน้นช่วงเอวคอดก่อนจะทิ้งชายกระโปรงยาวระหงคลุมข้อเท้า ทันทีที่เธอก้าวเดิน ส้นสูงสีดำพื้นแดงยี่ห้อดังก็ทำหน้าที่ส่งเสียงกระทบพื้นเป็นจังหวะหนักแน่น เธอตั้งใจเลือกชุดนี้มาเพื่อประกาศให้รู้ว่า สำหรับเธอแล้ว การนัดพบครั้งนี้ไม่ต่างอะไรจากการเดินเข้าสู่งานศพของตัวเอง
ยิ่งเธอขุด ยิ่งเธอค้นประวัติว่าที่เจ้าบ่าวเท่าไร ก็ยังพบกับความอัปยศ ความเน่าเฟะของชายมักมากผู้นั้น แต่เธอเลือกอะไรได้ล่ะ ในเมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างตกลงกันไปเรียบร้อยแล้ว
“งานศพเหรอคะ ก็น่าจะใช่” ภาพพิมพ์ยิ้มตอบ ทำเอาภัสราถึงกับทำหน้าฉงน
“อ้าว! ไม่ไปหา—”
แต่ภัสรายังพูดไม่ทันจบเสียงหัวเราะร่วนของภาพพิมพ์ก็แทรกขึ้น
“พิมพ์ไปก่อนนะคะ”
“พิมพ์! เดี๋ยวสิลูก! ชุดล่ะ!”
เสียงของภัสรายังคงตามหลอกหลอน แม้ว่าภาพพิมพ์จะก้าวเท้าขึ้นรถหรูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าเสียงของแม่ยังคงได้ยินอย่างแจ่มชัด ก่อนที่เธอจะสตาร์ทรถ เหยียบคันเร่งเดินหน้าไปทันที
ภาพพิมพ์บังคับพวงมาลัยไปตามถนนหนทางที่ทอดยาวออกนอกตัวเมือง เธอไม่แปลกใจนักหรอกที่คิมหันต์นัดแนะให้เธอไปพบกับเขาที่ร้านอาหารย่านชานเมือง เหตุผลก็คงไม่พ้นการหลบนักข่าว หรือไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาใคร
กว่าสามสิบนาทีที่ประคองพวงมาลัยมายังร้านอาหารหรู ทันทีที่รถของเธอเคลื่อนมาจอด ก็มีชายร่างสูงสวมชุดสูทสีดำสง่า ยืนรอเธออยู่ที่หน้าร้านราวกับเป็นการต้อนรับ
“คุณภาพพิมพ์ใช่ไหมครับ”
ภาพพิมพ์แสยะยิ้มครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเป็นการยืนยันให้เขามั่นใจ และชายหนุ่มก็ผายมือเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าให้เธอเดินไปกับเขาตามทางนั้น
สองเท้าเรียวเดินตามแผ่นหลังชายร่างสูง มองบุคลิกโดยรวมแล้วน่าจะเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว หรืออาจจะเป็นคนขับรถส่วนตัวอะไรเทือกนั้น เขาไม่ปริปากพูดคำใด มีแต่ก้าวเท้าเดินไปตามทางอย่างเงียบ ๆ และระมัดระวัง จนในที่สุดฝีเท้าของเขาก็หยุดอยู่ที่หน้าห้องอาหารส่วนตัวระดับวีไอพี
“เชิญครับ”
ชายหนุ่มเปิดประตูให้เธอ ก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยอาจจะเพราะตามมารยาท หรือหน้าที่
“ขอบคุณค่ะ” ส่วนเธอก็เอ่ยปากขอบคุณเขาไปตามมารยาทเท่านั้น
ดวงตาคู่สวยทอดมองเข้าไปภายในห้องอาหารหรู ที่บัดนี้มีอาหารมากมายจัดเสิร์ฟอย่างละลานตา บนโต๊ะมีทั้งอาหารทะเล เนื้อชั้นดี หรือแม้กระทั้งผัดผักอะไรสักอย่าง มันเยอะเสียจนไม่น่าเชื่อว่ามื้อนี้มีเพียงเราสองคนที่นั่งทานร่วมกัน
ภาพพิมพ์เรียกความมั่นใจ สูดลมหายใจเข้าจนสุดปอด ก้าวเท้าเข้าไปอย่างช้า ๆ ชายตรงหน้ากำลังก้มมองอะไรสักอย่าง โดยไม่แม้แต่เงยหน้าขึ้นมาทักทายเธอ
แต่มันก็ไม่แปลกนักหรอก เท่าที่รู้มาคิมหันต์ไม่ได้ชอบการผูกมัด ไม่เคยรู้จักกับเธอเป็นการส่วนตัว เขาจะเมินเฉยต่อเธอก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจอะไร
“สวัสดีค่ะ”
เธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากทักทายว่าที่สามีก่อน แต่คนตรงหน้ายังคงก้มหน้ามองหน้าจอสี่เหลี่ยมอยู่อย่างนั้น ราวกับว่ามีอะไรที่น่าสนใจกว่าการมาของเธอ
หญิงสาวเป็นฝ่ายดึงพนักเก้าอี้ออกเล็กน้อย หย่อนก้นงามนั่งลงที่ตรงข้ามเขา บรรยากาศภายในห้องอาหารเงียบสงบ มีเพียงเสียงแอร์หึ่ง ๆ ที่ดังคลอเบา ๆ และเสียงหัวใจของเธอที่มันดังชัดเจนว่าอยากจะลุกออกจากห้องนี้เสียแล้ว
“ฉันจะอยู่ในนี้เพียงสิบนาทีแล้วออกไปค่ะ ฉันจะไม่รบกวนนาน แต่ฉันมีเรื่องจะต้องตกลงกับคุณก่อนที่เราสองคนจะต้องแต่งงานกัน”
คำพูดของเธอทำให้ชายตรงหน้าค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาอย่างช้า ๆ แต่ทันทีที่เธอเห็นใบหน้าของเขาชัด ๆ มันกลับทำให้สิ่งที่เตรียมจะเอื้อนเอ่ยออกไป ติดค้างอยู่ในลำคอ
ภาพพิมพ์เบิกตาค้าง ริมฝีปากนุ่มหยุ่นเผยอเล็กน้อย เมื่อชายที่อยู่ในห้องนี้ ไม่ใช่คนที่เธอสืบค้นข้อมูลมาหลายวัน
ไม่ใช่แน่ ๆ ... เธอมั่นใจ
