บทที่ 3 คนดีเป็นยาก (2) จบตอน

เรามารู้ทีหลังว่าคือพี่ตะเข้คนนั้นหลังจากที่พี่เขาอธิบายพอกอดเราจนพอใจ

“แค่กอดเอง น้องทำเหมือนพี่ไปข่มขืนอ่ะ” เขาตัดพ้อหลังจากที่เรามานั่งคุยกันเราก็นั่งห่างพี่เขาสุดๆ ด้วยความอายปนกลัว

ขะ... ข่มขืนเหรอ!

“ก็... ก็อยู่ๆ พี่ก็มากอดนุ่ม ใครจะไม่กลัวล่ะ” เราพูดพร้อมกับนั่งหลบหลังเอ้ที่ก็มองพี่เขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ พอกัน

“พูดเก่งขึ้นแฮะ” พี่เขาชม เราสะดุ้งนิดหน่อย

“... นิดหน่อยค่ะ”

“เออ ว่าแต่เพื่อนน้องนี่ กลับไปก่อนดิ” พี่ตะเข้เปลี่ยนเรื่องพร้อมกับไล่เอ้กลับหน้าตาเฉย “พอดีจะคุยกะน้องนุ่มอ่ะ ได้ปะ”

“คะ?”

“ถามว่าได้ปะ น้องหูหนวกเหรอครับ” คราวนี้ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มตัวจนเอ้หน้าซีดเผือด เราเลยกระซิบให้เอ้ไปก่อน ไม่เป็นไร เราจะอยู่คุยเองถึงจะกลัวมากก็ตาม

เอ้ยอมกลับไป ในขณะที่พี่เขาก็คว้ามือเรามาจูงทันที

“น้องนุ่ม รู้ปะว่าพี่ขี่มอไซค์มาจากบางนาถึงรังสิตเพื่อมาหาน้องอ่ะ” เขาเริ่มบทสนทนาพร้อมกับบีบมือเราแน่น ท่าทางเปลี่ยนไปจากคนดุเอ้กลายเป็นคนละคน มือหนาที่ชื้นเหงื่อทำให้เรารู้สึกกลัวหนักกว่าเดิม

“ค่ะ ไกลจัง แหะๆ”

“น้องรู้ปะพี่คิดถึงน้องมาก เพ้อหาในเฟสทุกวัน” เราสะดุ้งเมื่อเขาบีบมือเราแน่นพร้อมกับจูงไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง แล้วเราก็เห็นว่าเป็นรถที่เคยเห็นผ่านตาว่าจะเป็นรถที่ท่อดังๆ เหมือนที่เด็กเกเรชอบขับกัน

ว่าแต่ทำไมพี่เขาต้องเพ้อหาเราในเฟสด้วยล่ะ?

“เอ่อ... คือ” เราตั้งท่าจะถามอย่างไม่กล้า เพราะพี่ตะเข้ดูเหมือนจะเป็นคนที่อารมณ์ไม่ดีอยู่ตลอดเวลา ก็ดูหน้าเขาสิ เจาะจมูก เจาะคิ้ว เจาะปากเต็มไปหมด เราอยู่มายี่สิบปีก็เพิ่งเคยเห็นนี่ล่ะ

“แล้วน้อง...” แต่เหมือนพี่ตะเข้ไม่สนใจท่าทางของเรา เขาลูบท้ายทอยตัวเองอย่างเขินๆ ก่อนที่จะถาม “มีแฟนยัง”

“... ยังไม่มีค่ะ”

“เยส! เอ้ย ดีแล้วว่ะน้อง รีบมีไปทำไม ผู้ชายเดี๋ยวนี้แม่งเสี่ยวแดก” เขารีบกลบเกลื่อนท่าทางดีใจที่ออกนอกหน้าของตัวเองแล้วเลื่อนมือขึ้นมาลูบหน้าแรงๆ อีก “ว่าแต่น้องอยู่หอไหนอ่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ นุ่มกลับเองได้ ใกล้ๆ นี่เอง” เราปฏิเสธเพราะไม่อยากนั่งรถคันนั้น เรากลัวมอเตอร์ไซค์มากๆ เพราะเคยนั่งแล้วตกลงมาขาถลอก

“ไม่ได้! เดี๋ยวมีคนมาคาบน้องไปแดกทำไง” พี่ตะเข้ตะโกนออกมา แต่เราไม่ทันฟัง

“อะไรนะคะ?”

“พี่หมายถึงว่า” เขาเหมือนพูดไม่ถูกพอเราจ้องหน้า หูพี่ตะเข้ที่เต็มไปด้วยต่างหูเต็มทั้งสองหูแดงเถือก “เดี๋ยวพี่จะซื้อข้าวให้น้องแดกไม่ได้ค่ะ”

“อ๋อ แหะๆ” เราหัวเราะแหยๆ พี่ตะเข้เป็นผู้ชายที่ชอบพูดคะขากับเราตลอด แต่ก็พูดคำหยาบถี่ตลอดเช่นกัน แบบนี้ไม่ชอบเลย “แต่นุ่มนั่งรถมอเตอร์ไซค์ไม่ได้นะ นุ่มกลัว”

“เอาจริงดิ”

“ค่ะ นุ่มเคยตกลงมาขาถลอก ก็เลยกลัวรถมอเตอร์ไซค์อ่ะ” เราอธิบาย พี่ตะเข้ทำท่าคิด ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนสีหน้าแล้วยกมือเบรกเราไว้ไม่ให้ไปไหน

“แปปนะน้อง” เขาพูดแล้วกดโทรศัพท์โทรหาใครบางคน ก่อนที่จะสบถคำหยาบคายกับคนในสายมากมาย “ไอ้เจ๋ง กูตะเข้ รถมึงเพิ่งออกใหม่ใช่ปะ เอามาให้กูยืมขับก่อน”

“...”

“เออ ของๆ มึงก็คือของๆ กู มีมึงคนเดียวที่อยู่แถวรังสิต” เขาถุยน้ำลายลงพื้น “ถ้าไม่รีบมาในห้านาที กูจะเรียกพวกไปถล่มบ้านมึงให้เละเลยไอ้สัส!”

“...!”

ติ๊ด

“รอแปปนะคะน้องนุ่ม เดี๋ยวเพื่อนพี่เอารถมา” เขาวางหูแล้วฉีกยิ้มสดใสให้กับเราราวกับคนละคนอีกครั้ง หน้าเราซีดเป็นไก่ต้มเลยทีเดียว

เจอกับคนที่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวที่สุดเข้าอีกแล้ว

[พาร์ท : ตะเข้]

หลังจากที่ขู่ไอ้เจ๋ง รุ่นพี่ ม.5 ในอดีตที่ผมเคยไถตังค์แล้วทุกวันนี้มันก็เป็นเบ้ของผมอยู่เสร็จ ผมก็ยืนพิงรถมองหน้าน้องนุ่มอย่างเพลิดเพลิน

ไม่เจอกันสามปี น้องดูโตขึ้นว่ะ

โดยเฉพาะตรงนม เรียกว่าถ้าผมได้เป็นเมียมันจะยิ่งโตกว่านี้อีก

ผมมองหน้าอกน้องนุ่มแล้วหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว

มาพูดถึงชีวิตสามปีที่ผ่านไปของผม ตอนนี้ผมทำงานจิปาถะ เพราะเคยไปทำงานร้านเหล้าที่เป็นกิจการพ่อกับป้าเพทแล้วมีเรื่องกับลูกค้าที่มันเรื่องเยอะมา พ่อเลยไม่ให้ผมทำงานในร้าน แล้วไปหาเงินทางอื่น

ส่วนเรื่องเรียน ผมไม่อยากจะพูด

ผมยังเรียนไม่จบ

เรียกได้ว่าสามปีที่ผ่านไปตัวผมไม่มีห่าไรเปลี่ยนแปลงเลยก็ว่าได้ แล้วไอ้รถคันนี้ผมแม่งก็ยืมมาจากเด็กแถวบ้านเพราะไม่อยากขับรถพ่อมาที่รังสิต เวฟแม่งไม่เจ๋ง เดี๋ยวน้องนุ่มไม่รัก

เอาจริงๆ สิ่งที่แน่วแน่และมั่นคงอย่างเดียวในความคิดผมคือการจีบน้องนุ่มมาเป็นเมีย ส่วนหลังจากนั้นก็ไม่ได้คิดไรต่อ

แล้วไงอ่ะ ชีวิตเราแม่งคิดแค่วันนี้ก็พอแล้ว

ผมทำงานที่เซเว่นแถวบ้าน แต่ทำบางวัน บางวันก็โดด ไปสาย จนเพื่อนที่ทำด้วยกันแม่งเอือมระอา ผมไม่ถนัดเล่นกีต้าร์หรือห่าไรเลยเลยไปสายเดียวกับพ่อเมื่อก่อนไม่ได้ ทำงานอู่ก็ทำอยู่ แต่เป็นลูกจ้างเค้า ได้เงินไม่เยอะเท่าไหร่

เรียกได้ว่าช่วยตัวเองได้นิดนึง ขอพ่อมานิดนึง กับอีกนิดเป็นหนี้เพื่อนไปทั่ว

ชีวิตผมมันก็มีแค่นี้อ่ะ

รอสักพักไอ้เจ๋งก็ขับรถมา ตอนมันลงมาผมตบหัวมันเสียงดังจนน้องนุ่มสะดุ้งเฮือก ก่อนที่ผมจะสบถ

“ช้านะมึง” ผมพูดอย่างเซ็งๆ “มึงเอารถกูขับกลับบ้านมึงไปไว้ก่อน เดี๋ยวกูส่งหญิงเสร็จกูขับไปคืน”

“ระ รถคันนี้ผมต้องใช้นะพี่” ผมแค่นหัวเราะลั่น มันเป็นพี่ผมสามปีนะ แต่เรียกผมว่าพี่ตลอด ตลกดีว่ะ “รีบคืนหน่อยก็ดีนะพี่”

“กูจะคืนตอนไหนก็เรื่องของกู” ผมตบหัวมันไปอีกที ก่อนที่จะหันมายิ้มหวานให้น้องนุ่มที่ยืนหน้าซีดเผือดให้กับความชั่วช้าของผม “ขึ้นมาได้เลยค่ะน้องนุ่ม เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

ไม่เคยได้ยินอ่อ ทำเหี้ยให้หญิงสนใจอ่ะ เธอจะได้รู้ว่าผมแม่งเฟี้ยวฟ้าวมะพร้าวแก้วขนาดไหน

“เอ่อ... ค่ะ” น้องนุ่มมองไอ้เจ๋งอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วขึ้นมานั่งข้างๆ ผม ผมเหลือบมองตอนน้องนุ่มปิดประตู ชุดนักศึกษาเธอนี่แม่ง “พี่... พี่ไม่ทำรุนแรงกับคนเมื่อกี้ไปเหรอคะ?”

น้องนุ่มถามผม ผมหัวเราะออกมา

“มันเป็นเพื่อนพี่ค่ะน้องนุ่ม” ผมโกหกเพื่อที่จะได้ไม่ดูผิดมากมายในสายตาเธอ “เพื่อนรักเลยรู้ปะ มันให้พี่ยืมรถตลอดนั่นแหละค่ะ”

“อะ อ๋อ”

“แต่บางนาถึงรังสิตแม่งไกลจริงนะ” ผมชวนเธอคุยตอนที่ขับปาดรถอีกคันไปอย่างช่ำชอง ยังไงก็ตามเลนนั้นกูต้องได้ก่อนว่ะ “น้องนุ่มว่าปะ”

“อะ อื้อ”

“ถ้าน้องนุ่มนึกสงสารพี่สักนิด” ผมกระตุกยิ้มแล้วหันมามองร่างเล็กอย่างคนที่มีความคิดเหี้ยๆ เป็นล้านแปดอยู่ในหัว

“...”

“ก็ให้พี่นอนค้างหอน้องนุ่มสักคืนดิคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป