บทที่ 11 ข้อตกลง
“กระแต อามีเรื่องจะตกลงกับเธอ” พ่อเลี้ยงชนะชลเอ่ยขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังทำแผลให้ หญิงสาวเงยหน้ามองก่อนจะหันกลับมาสนใจแผลตรงหน้าต่อพร้อมกับพูดขึ้น “มีอะไรว่ามาเลย เค้าฟังอยู่”
“การอยู่ด้วยกันมันต้องมีข้อตกลงสำหรับอามีกฎอยู่สามข้อ คือ1เธอจะไปไหนก็ได้แต่ต้องเอาคนของอาไปด้วยแต่ห้ามเที่ยวกลางคืนเพราะมันอันตราย 2ห้ามมีเรื่องมีราวกับใครทำตัวให้คนงานเคารพให้สมกับเป็นนายหญิงเป็นแม่เลี้ยงของที่นี่อย่าให้ใครเอาไปนินทาได้ว่าเธอนะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ และ3 ห้ามดื้อ ห้ามซน ห้ามก่อเรื่อง อย่าเล่นอะไรพิเรนทร์ ๆ อยู่เงียบๆ ถ้าเธอทำได้เราจะอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบ โอเคมั้ย” ชนะชลเอ่ยร่ายยาวก่อนจะถามหญิงสาวโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังโมโหกับคำว่าก่อเรื่อง ทำอย่างกับเธอชอบมีเรื่องกับคนอื่นไปทั่วอย่างนั้นแหละ
“พูดจบแล้วใช่มั้ย?” หญิงสาวเอ่ยถามก่อนจะทำแผลให้ชายหนุ่มจนเสร็จแล้วเอ่ยต่อ
“งั้นเค้าขอพูดบ้าง กฎเค้ามี3ข้อ 1ห้ามบังคับกันเกินไป 2ถ้าไม่มีใครมาหาเรื่องเค้าก็ไม่คิดจะมีเรื่องด้วย เพราะฉะนั้นห้ามให้ใครมายุ่งกับเค้าและข้อสุดท้ายคือไอ้ข้อสามของตัวเค้าทำไม่ได้ อย่า-มา-ออก-คำ-สั่ง ไม่เช่นนั้นเจอดีแน่” กรรณณาราพูดก่อนจะเดินไปอุ้มเจ้าถุงทองแล้วเดินขึ้นไปบนห้องโดยไม่สนใจพ่อเลี้ยงหนุ่มอีกเลย
“ยัยกระแตป่าเอ๊ย คอยดูเถอะสักวันอาจะปราบเธอให้กลายเป็นแมวเชื่องๆ คอยดู” พ่อเลี้ยงชนะชลพึมพำกับตัวเองอย่าคาดโทษคนตัวเล็ก
เช้าวันแรกในบ้านหลังใหม่ในความรู้สึกของกรรณณาราเต็มไปด้วยความสดชื่นและสบายใจกับบรรยากาศกลิ่นดินกลิ่นธรรมชาติและกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ล่องลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งไร่ ถ้าไม่นับว่ามีพ่อเลี้ยงชนะชลอยู่ที่นี่เธอพูดได้เต็มปากว่าชอบที่นี่มากและอยากอยู่ไปนาน ๆ
วันนี้พ่อเลี้ยงชนะชลเข้าไปดูความเรียบร้อยที่ฟาร์มกล้วยไม้เหมือนฝันตั้งแต่รุ่งสางเนื่องจากจะมีลูกค้ามาดูพันธุ์กล้วยไม้ที่ฟาร์มทำให้กรรณณาราสดชื่นขึ้นที่ไม่ต้องเห็นหน้าคนบ้าอำนาจที่สั่งห้ามเธอก่อเรื่อง
“พี่แววจะไปไหนเหรอคะ” นายหญิงคนงามเอ่ยถามหลานสาวของจันทร์ฟองที่กำลังหิ้วตะกร้าออกมาทางหน้าบ้าน
“กำลังจะไปตลาดค่ะนายหญิง เที่ยงนี้ลูกค้าที่มาดูที่ฟาร์มจะมาทานข้าวที่นี่ ป้าจันทร์เลยให้พี่ไปซื้อของน่ะค่ะ” แวววลีเอ่ยบอกก่อนจะลอบมองหน้านายหญิงอย่างเอ็นดู ใบหน้าของนายหญิงนั้นสวยน่าหลงใหลโดยเฉพาะดวงตาที่แม้แต่เธอเองยังหลงเคลิ้มไปเลยแล้วนายของเธอจะตาบอดไม่หลงได้นานแค่ไหนกัน
“ตลาดเหรอคะ น่าสนุกแฮะแตไปด้วยสิ” นางหญิงแห่งไร่แสนรักเอ่ยขึ้นอย่างออดอ้อน แวววลีทำหน้าลำบากใจก่อนจะหันไปมองผู้เป็นป้าที่เดินออกมาได้ยินพอดี
“จะอั้นหือเข้มกะวสาปิ๊กต๋วยนะเจ้า ป้อเฮี้ยงเปิ้นให้สองคนมาดูแลแม่เฮี้ยงนะเจ้า มาพอดีเลย” นางจันทร์ฟองเอ่ยตอบแทนหลานสาวก่อนจะเห็นการ์ดหนุ่มหน้านิ่งกับหญิงสาวที่เรียกได้ว่าเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าที่เดินเข้ามา
“แม่เฮี้ยงจะปิ๊กตลาดกะนังแวว โตสองคนดูแลแม่เลี้ยงต๋วยนะ แม่เฮี้ยงเจ้านี่คมเข้มกับวสาเจ้า” นางจันทร์ฟองเอ่ยแนะนำ กรรณณารามองทั้งสองก่อนจะฉุนในใจ อีตาอาชลเอาพวกเจ้าระเบียบมาเป็นผู้คุมเธอแบบนี้คิดจะข่มขวัญกันชัดๆ ‘เดี๋ยวได้เห็นดีกันอีตาอาชล’
“สวัสดีค่ะพี่เข้ม พี่วสา งั้นเรารีบไปกันดีกว่า มาที่นี่หลายครั้งแล้วแต่ไอ้เพื่อนทรยศไม่พาเที่ยวตลาดสักที” หญิงสาวเอ่ยบอก คมเข้มและวสามองหน้านายหญิงก่อนที่คมเข้มจะออกไปเตรียมรถ
ตลาด...
เสียงเจื้อยแจ้วของแม่ค้าและผู้คนที่จับจ่ายซื้อของอยู่ในตลาดทำให้คนไม่เคยมาที่นี่สักครั้งมองอย่างตื่นตาตื่นใจมาทีเดียว
“เดี๋ยวพี่แววจะไปซื้อของไปทำกับข้าวทางนี้นะคะนายหญิงไม่ต้องไปหรอก ไปเดินเล่นตามสบายเลยค่ะ ดูแลนายหญิงดี ๆ นะพี่เข้ม วสา อย่าให้ยัยมะปรางเน่ามาหาเรื่องเชียว” แวววลีเอ่ยบอกนายผู้หญิงวัยใสก่อนจะหันมากระซิบกำชับเรื่องสำคัญกับคมเข้มและวสา
“ถ้าพี่แววซื้อของเสร็จก็โทรบอกพี่เข้มหรือพี่วสาเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจรอแต” กรรณณาราเอ่ยบอกก่อนที่แวววลีจะเดินออกไปทางโซนที่ขายของสดของคาว
“เราจะไปไหนกันดีค่ะพี่เข้ม พี่วสา” นายหญิงแห่งไร่แสนรักเอ่ยถามเจ้าถิ่นอย่างเป็นกันเอง
“เราไปแถวทางนี่กันแล้วกันค่ะจากตรงนี้ไปเชื่อมต่อกับทุกโซนของตลาด” วสาเอ่ยบอกน้ำเสียงยังคงความเนี้ยบไม่หลุดมาดสาวเท่ที่ต้องการแสดง
“จะเนี้ยบไปไหนคะพี่วสาทำตัวสบายๆ บางก็ได้ พี่เข้มด้วย แตอึดอัดแทน” กรรณณาราเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำสองผู้คุมไป ทิ้งให้คมเข้มและวสามองหน้ากันก่อนจะเดินตามไปเงียบๆ
