บทที่ 3 สวมแหวน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ใบหน้าหวานฉีกยิ้มกว้างสร้างภาพว่าไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นขณะก้าวลงจากบันไดเพื่อมาเข้าพิธีทั้งที่ในใจทั้งหงุดหงิดที่เจ้าบ่าวคนก่อนก่อเรื่องไว้ ทั้งรำคาญไอ้ชุดเจ้าสาวยาวพรืดพันแข้งพันขาไม่รู้ว่าคนสมัยก่อนแต่งชุดไทยแบบนี้กันได้ยังไง เธอนี่แทบจะล้มหัวฟาดเพราะเหยียบชายผ้าอยู่แล้ว
“เดินดี ๆ ฉีกยิ้มกว้าง ๆ” แม่เลี้ยงกานดาที่เดินตามหลังมากำชับคนเดินนำหน้า ในใจนึกกลัวลูกสาวที่ไม่ค่อยมีความกุลสตรีของตัวเองเหยียบชายกระโปรงจนล้มคว่ำให้ขายขี้หน้าแขกเหรื่อเสียจริง ในใจภาวนาแต่ว่าอย่าให้มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นเลย
ทว่าคำวิงวอนของแม่เลี้ยงกานดาหาได้สัมฤทธิ์ผลไม่เมื่อในที่สุดกรรณณาราก็สะดุดชายกระโปรงเข้าจนได้
“ว้าย”
“คุณพระ” แม่เลี้ยงเจ้าของบ้านอุทานลั่นก่อนจะยกมือปิดหน้าไม่อยากเห็นสภาพลูกสาวตัวเองทว่ากลับได้ยินเพียงเสียงโห่แซวฮือฮาแทนการหัวเราะจนต้องเปิดตามอง
สภาพที่แม่เลี้ยงกานดาได้เห็นไม่ได้แย่อะไรนักเมื่อร่างบางที่ร่วงลงไปถูกรับไว้ทันก่อนจะถึงพื้น ในใจคนเป็นแม่โล่งขึ้นทันที
ขณะที่อยู่ ๆ กรรณณาราก็คิดถึงละครน้ำเน่าขึ้นมาได้เรื่องหนึ่งขณะที่ลืมตาขึ้นและได้พบว่าตัวเองถูกรับไว้ด้วยฝีมือของใครบางคน ละครน้ำเน่าเรื่องหนึ่งที่เธอเคยดูมีฉากที่นางเอกจะล้มหรือจะตกบันไดอะไรสักอย่างนี่ล่ะแต่แล้วพระเอกก็มารับไว้ทัน เกิดเป็นซีนสบตาน้ำเน่าได้ใจคนดูขึ้นมา
ใช่ เธอว่าบรรยากาศรอบ ๆ ก็คล้ายจะเหมือนคนดูละครหรอกนะแต่ซีนนี่เธอที่เหมือนนางเอกไม่ได้สบตาหวานซึ้งกับพระเอกหรอกนะ อย่างคนที่มารับเธอไว้นี่ไม่ใช่พระเอกหรอก
“ซุ่มซ่าม” น้ำเสียงแข็งกระด้างเอ่ยเบา ๆ ก่อนจะปล่อยร่างบางให้ยืนเคว้ง
นั่นไงล่ะ จะมีซีนสบตาเหมือนในละครที่ไหนพระเอกตำหนินางเอกด้วยเสียงแบบนี้กันเล่า มีแต่ตัวร้ายเท่านั้นล่ะที่ทำ
“ฮึย” ทำไมไอ้เพื่อนบ้าถึงยัดเยียดคนนิสัยเสียนี่ให้เธอด้วย ใช่...เจ้าคนที่มารับเธอไว้ทันทั้งยังว่าเธอซุ่มซ่ามไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้าบ่าวตัวแทนที่ชัชรินทร์หามาแทนนั่นเอง เอาคนแบบนี้มาแต่งงานกับเธอ คิดจะแกล้งกันชัด ๆ มันน่าตายนัก
“ใกล้ฤกษ์แล้วพาเจ้าสาวไปนั่งเถอะชล” พ่อเลี้ยงชนะชัยเอ่ยกับน้องชายก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ แม่เลี้ยงชนิสาผู้เป็นแม่ที่เข้าไปนั่งรออยู่แล้ว มือของท่านมีทั้งพัดและยาดม เดาได้ไม่ยากเลยว่าเมื่อครู่ท่านลุ้นขนาดไหน โชคดีที่ชนะชลเข้าไปรับร่างบางไว้ทัน ไม่อย่างนั้นละก็...ไม่อยากจะคิดเลย
จะมีเจ้าสาวสักกี่คนที่ต้องมานั่งอารมณ์ไม่ดีในงานแต่งงานของตัวเองแบบที่เธอกำลังทำอยู่ กรรณณาราได้แต่คิดพร้อมกับลอบเหลือบมองไปที่ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผู้เป็นต้นเหตุของความหงุดหงิดอารมณ์เสียของเธอ
กะอีแค่สวมแหวนให้จบ ๆ ไปทำไมต้องคิดนาน เหอะ...ระลึกความหลังครั้งเก่าที่เกือบจะได้แต่งงานกับแม่ยอดยาหยีแต่เจ้าสาวกลับโป๊ะแตกแพ้ท้องลูกของผู้ชายคนอื่นกลางงานอยู่ล่ะสิ โธ่ ๆ น่าเห็นใจ
“ชล” แม่เลี้ยงชนิสากระซิบเรียกบุตรชายที่นั่งนิ่งไม่หยิบแหวนมาสวมให้กับเจ้าสาว พอจะเดาได้ว่าอะไรหลาย ๆ อย่างมันสะกิดใจลูกชายอยู่ไม่น้อยแต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาหวนคิดเรื่องเก่า อีกอย่างแขกเหรื่อก็เริ่มมองอย่างสงสัยแล้ว
ลำพังแค่เจ้าบ่าวไม่ใช่ชัชรินทร์แต่เป็นชนะชลก็สร้างความตกตะลึงได้ไม่น้อยแล้ว หากว่าเจ้าบ่าวไม่รีบสวมแหวนให้เจ้าสาวมีหวังแตกตื่นซุบซิบกันไปหนักกว่าเดิมเป็นแน่
ชนะชลสูดลมหายใจลึกก่อนจะยื่นมือไปหยิบแหวนเพชรเม็ดโตที่ถูกนำมาแทนที่แหวนวงเดิมซึ่งพี่ชายเขาสั่งทำพิเศษไว้ให้คนจะมาเป็นลูกสะใภ้ เมื่อที่สุดแล้วงานนี้ไม่ใช่งานแต่งงานของลูกชายแหวนจึงถูกนำกลับไปเก็บ ส่วนแหวนวงใหม่นี้เป็นแหวนที่ตกทอดมาจากคุณย่าของเขาที่มอบให้เขาไว้เพื่อมอบให้กับคนจะมาเป็นคู่ชีวิตของเขา แหวนวงนี้เคยเกือบจะตกเป็นของคนคนหนึ่งแต่ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นเสียก่อนจนทุกอย่างพังลงเขาจึงตัดสินใจฝากแหวนวงนี้ไว้กับมารดาเพราะไม่อยากคิดถึงเหตุการณ์นั้นอีก
แน่นอนว่าแม่เลี้ยงชนิสาเก็บติดตัวไว้ตลอดเมื่อต้องเปลี่ยนแหวนจึงได้โอกาสหยิบแหวนวงนี้มาแทนที่
ดวงตาคมมองเลยแหวนวงสวยที่หยิบมาถือไว้ไปที่มือบางของเจ้าสาวที่สาวเจ้ายังคงเก็บไม้เก็บมือมิดชิด พอส่งสายตาไปหญิงสาวยังลอยหน้าลอยตา ชนะชลถอดใจก่อนจะหันไปหาแม่เลี้ยงกานดาที่นั่งอยู่เบื้องหลังเจ้าสาวแทน
แม่เลี้ยงกานดายิ้มรับก่อนจะมีเสียงร้องหลุดออกมาจากเรียวปากสวย ไม่ต้องคิดให้มากความคนแถวนี้คงจะโดนปูหนีบไม่ผิดแน่ ‘สมน้ำหน้า’
“กระแตน้อยยื่นมือให้พี่เขาสิลูก”
“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับเสียงเบาก่อนจะยื่นมือซ้ายออกไปด้วยท่าทีส่ง ๆ
เมื่อฝ่ายหนึ่งยื่นมาแบบส่ง ๆ อีกฝ่ายก็รับมาและสวมแหวนเข้าไปอย่างลวก ๆ เช่นกัน
“กราบที่ตักพี่เขาด้วย” แม่เลี้ยงกานดาคอยกำกับแม้ว่าลูกสาวจะส่ายหน้ากลับมาแต่ก็ไม่สามารถขัดได้ กรรณณารามีท่าทีไม่พอใจไม่น้อยแต่ก็ต้องก้มกราบหนุ่มใหญ่อย่างเสียมิได้ ชนะชลกระตุกยิ้มก่อนจะลูบศีรษะหญิงสาวราวกับผู้ใหญ่ลูบหัวเด็กก่อนจะยิ้มเยาะใส่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น
‘หน็อยแน่ะ เจตนาสื่อว่าเราเป็นเด็กน้อยใช่มั้ยอิตาอาชลเนี่ย’
