บทที่ 4 เข้าหอ

การแลกแหวนแต่งงานดำเนินต่อไปเจ้าสาวสวมแหวนวงใหญ่ให้เจ้าบ่าวด้วยท่าทีเสียมิได้ก่อนจะเสร็จสิ้นพิธีท่ามกลางเสียงยินดีของแขกเหรื่อที่มาร่วมงานแม้ตอนแรกจะสงสัยอยู่บ้างแต่ก็พากันยินดีที่พ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่ผู้เป็นที่รักของชาวบ้านสละโสดสักทีแต่ก็มีเพื่อนสนิทบางคนที่เย้าแหย่เจ้าบ่าวสายฟ้าแลบว่าเป็น โคแก่กินหญ้าอ่อน ทั้งที่ปากบอกไม่ชอบกินเด็ก จนชนะชลต้องรู้สึกอับอายขึ้นมา ได้แต่นึกแช่งชักหักกระดูกหลานชายในใจ’ ไอ้หลานไม่รู้จักโตขอให้แกได้เมียโหดดัดนิสัยไม่รู้จักโต เอาให้จ๋อยไปเลย’ 

พิธีต่าง ๆ ดำเนินไปและผ่านพ้นไปด้วยความลุ้นระทึกของครอบครัวคู่บ่าวสาว แน่นอนว่าไม่มีใครนิ่งนอนใจ ทุกคนต่างก็กลัวว่าไม่เจ้าบ่าวก็เจ้าสาวจะอาละวาดขึ้นในสักพิธีการ ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าเอาแน่เอานอนกับคนไม่ชอบขี้หน้ากันสองคนนี้ไม่ได้ แต่ทว่าทุกพิธีก็เสร็จสิ้นลงได้โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

เมื่อจบพิธีต่าง ๆ เสร็จสิ้นไปก็ถึงเวลาเข้าหอ แม่เลี้ยงชนิสานั่งลงตรงหน้าลูกชายคนเล็กและลูกสะใภ้ (โดยบังเอิญ) ด้วยรอยยิ้มหลังจากเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจชนะชลเมื่อเกือบ10ปีก่อนเธอก็ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้

วันที่จะได้เห็นลูกชายคนเล็กได้เป็นฝั่งเป็นฝาได้มีคู่ครองแม้จะเป็นความจำเป็นแต่เธอและลูกชายคนโตรวมถึงครอบครัวเจ้าสาวปรารถนาที่จะให้ชีวิตคู่ของทั้งสองยาวนานจนแก่เฒ่าไปพร้อม ๆ กัน

“แม่ฝากลูกชายคนนี้ด้วยนะหนูกระแต ถึงแม้ว่าลูกสองคนจะแต่งงานกันเพราะจำเป็นแต่หนูก็คือสะใภ้ของสัตยรังสรรค์และจะเป็นแบบนั้นตลอดไป” แม่เลี้ยงชนิสาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานก่อนจะหันไปมองลูกชาย 

“สิ่งที่ผ่านมาแล้วอย่าเก็บมาคิดให้เจ็บปวดแม่ขอให้ชลอยู่กับปัจจุบันและอนาคตที่จะต้องมีหนูกระแตอยู่เคียงข้างนะลูก ลืมไม่ได้ก็อย่าให้มันกลับมาทำลายชีวิตคู่ แม่อยากจะเห็นชลของแม่แต่งงานแค่ครั้งเดียว” แม่เลี้ยงวัยชราเอ่ยบอกมือหยาบกร้านลูบผมของลูกชายเบาๆ อย่างรักใคร่ พ่อเลี้ยงชนะชลมองมารดาโดยไม่ได้ตอบโต้ก่อนที่ทั้งสองจะก้มลงกราบเท้ามารดาของชายหนุ่มพร้อมกัน 

“พี่ฝากยัยกระแตด้วยนะชล เมื่อจำใจรับไปแล้วอย่าเอามาคืนนะพี่ไม่รับ” พ่อเลี้ยงกรณ์เอ่ยเย้าแต่แฝงไปด้วยความต้องการฝากแก้วตาดวงใจไว้กับน้องชายคนนี้ ชนะชลไม่ตอบว่าอย่างไรแต่คนเป็นเจ้าสาวกลับทำหน้าย่น อะไรคือการที่ให้แล้วไม่รับคืน นี่เธอเป็นลูกสาวนะ ลูกสาวคนเดียวด้วย อย่าไม่รับคืนสิ

“หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะลูก มีอะไรก็หันหน้าเข้าคุยกัน พี่ฝากกระแตน้อยของพี่ด้วยนะชลถ้าดื้อจะตีไม่ว่าแต่อย่าเอามาคืนนะพ่อลูกเขย” แม่เลี้ยงกานดาเอ่ยสั่งสอนก่อนจะกำชับอีกครั้งว่าห้ามเอามาคืนหรือก็คือไม่ว่าจะยังไงสถานะสามีภรรยาของเธอกับเขาจะไม่มีทางสิ้นสุด คู่บ่าวสาวก้มลงกราบพ่อเลี้ยงกรณ์และแม่เลี้ยงกานดาก่อนที่ทั้งหมดจะออกจากห้องไปเพื่อให้คู่บ่าวสาวได้พักผ่อน

เวลาต่อมา

มือบางยกสมาร์ตโฟนหรูขึ้นมากดโทรศัพท์หาตัวการใหญ่อย่างโมโหเกือบทั้งวันที่ผ่านมาเธอต้องแกล้งฉีกยิ้มหวานจนเมื่อยปากกว่าที่งานจะจบ และที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเจ้าบ้าชัชรินทร์เพื่อนรักทรยศนั่นเอง 

“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่ในภายหลัง” เสียงหวานๆ ที่ดังแว่วมาจากสมาร์ตโฟนเกือบทำให้เธอปาของในมือทิ้ง ก่อเรื่องไว้แล้วปิดเครื่องหนีกันแบบนี้ได้ยังไงกัน 

ตืด ตืดดดด 

เสียงสั่นของสมาร์ตโฟนเครื่องหนึ่งที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียงทำให้กรรณณาราเอี้ยวตัวไปมองอย่างสงสัยก่อนที่เจ้าของมันจะเดินมารับ 

“ได้เรื่องมั้ยเมฆ...ไม่เป็นไรหาไปเรื่อย ๆ ไปดูที่ไร่ไพรพนาด้วยนายชัชอาจไปที่นั่น เพิ่มคนอีกก็ได้ฉันอนุญาต วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็ได้ไม่ต้องเครียด” พ่อเลี้ยงชนะชลเอ่ยบอกปลายสายทั้งคู่สนทนากันสักพักก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสายก่อนจะเอ่ยคาดโทษคนก่อเรื่องอย่างโมโหกับความไม่รู้จักโตของหลานชาย ‘กลับมาล่ะน่าดูไอ้เด็กนิสัยเสีย’ 

“ไม่ใช่ตรงนี้นะ!” 

เสียงหวานตวาดขึ้นเมื่อเห็นหนุ่มเกือบใหญ่ทำท่าจะทรุดตัวลงนอนบนเตียง พ่อเลี้ยงชนะชลมองภรรยาหมาดๆ ของตัวเองก่อนจะเอ่ยขึ้น “รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่บ้างกรรณณารา อาจะนอนตรงนี้ก็ไม่มีใครห้ามอาได้” 

“แต่เค้าเป็นเจ้าของห้อง ตัวเป็นแค่คนอาศัย เค้าว่าไม่ก็คือไม่” เด็กไม่รู้จักสัมมาคารวะในสายตาพ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ ที่ผ่านมาเธอกับเขาไม่ค่อยจะลงรอยกันในหลายๆ เรื่องและตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม 

“ยัยกระแตป่า อย่าหวงนักเลยน๊ากะอีแค่เตียงเนี่ยเก็บความเอาแต่ใจไว้หวงอย่างอื่นดีกว่า อาเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนอนซะ พรุ่งนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ” พ่อเลี้ยงชนะชลเอ่ยบอกก่อนล้มตัวลงนอนเพราะเขาวิ่งวุ่นตั้งแต่เช้าทั้งเรื่องความเรียบร้อยของขบวนขันหมากพานขันหมาก ตามหาหลานชายจนกระทั่งต้องเข้าพิธีแทนพ่อหลานชายตัวดีทำให้เหน็ดเหนื่อยจนไม่อยากต่อปากต่อคำกับเด็กที่ไม่รู้จักโต’ ไว้จบเรื่องแล้วกลับถึงไร่ของเขาเมื่อไหร่รับรองเขาจะเคี่ยวเข็ญจนเป็นผู้ใหญ่ที่มีสัมมาคารวะและเรียบร้อยไม่ซนเป็นลิงเอาแต่ใจแบบนี้แน่’ 

“ชิ ตาแก่ขี้โมโห คอยดูนะแม่จะป่วนให้ป่วยไปเลย แบร่” หญิงสาววัยใสเอ่ยก่อนจะแลบลิ้นใส่คนที่นอนหันหลังอยู่ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้าก่อนจะหลับไปในเวลาไม่นาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป