บทที่ 2 ตอนที่2 กำหนดเปิดพินัยกรรม

ตอนที่2

กำหนดเปิดพินัยกรรม

อารัญวางกระเป๋าเอกสารลงบนตัก สีหน้าของเขาเคร่งเครียดกว่าปกติ

“ผมต้องขออภัยที่เพิ่งมาแจ้งเรื่องนี้ แต่เป็นคำสั่งของคุณพ่อคุณโดยตรง ท่านระบุว่าต้องเปิดพินัยกรรมส่วนนี้หลังจากท่านเสียชีวิตครบหกเดือนเท่านั้น”

สายฟ้าเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมมองคนตรงหน้าอย่างประเมิน

“พ่อทิ้งทรัพย์สินอะไรไว้อีก”

“ไม่ใช่ทรัพย์สินเพิ่มเติมครับ แต่เป็นเงื่อนไขในการถือครองหุ้นบางส่วนที่คุณได้รับไปแล้ว”ความเงียบปกคลุมห้องทันที

“อธิบายมา”

อารัญเปิดกระเป๋า หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลซึ่งมีตราประทับของสำนักงานกฎหมายออกมา เขาวางเอกสารตรงหน้าสายฟ้า แต่ยังไม่ปล่อยมือจากมันในทันที

“หุ้นจำนวนยี่สิบเปอร์เซ็นต์ซึ่งคุณได้รับจากคุณพ่อ เป็นหุ้นที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขครับ ภายในสามสิบวันนับจากวันที่เปิดพินัยกรรมส่วนนี้ คุณต้องจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงที่ท่านระบุชื่อไว้ และต้องรักษาสถานะสมรสต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี”

สายฟ้ามองทนายเหมือนเพิ่งได้ยินเรื่องไร้สาระที่สุดในชีวิต

“พ่อบังคับให้ผมแต่งงาน?”

“ครับ”

“กับใคร”

อารัญนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยชื่อซึ่งทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงกว่าเดิม

“ลลินครับ”

สายฟ้าขมวดคิ้ว เขารู้สึกคุ้นชื่อ แต่ยังนึกไม่ออกในทันที

“ลลินคือคนไหน คือใคร”

“บุตรสาวของคุณธนาครับ”

ใบหน้าของสายฟ้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ชื่อธนาไม่ใช่ชื่อที่ถูกพูดถึงในครอบครัวบ่อยนัก แต่เขาเคยได้ยินมารดากล่าวถึงอยู่หลายครั้ง ชายคนนั้นเคยเป็นพนักงานระดับสูงของบริษัท ก่อนถูกจับในคดียักยอกเงินกองทุนและวางเพลิงโกดังเอกสารเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน มีคนงานเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้หลายคน ส่วนธนาเสียชีวิตในเรือนจำหลังรับโทษได้ไม่กี่ปี สิ่งเดียวที่ทำให้ครอบครัวของเขายังคงส่งเงินช่วยเหลือภรรยาและบุตรสาวของผู้ต้องหามาตลอด เป็นเพราะธนาเคยช่วยบิดาของเขาไว้ในช่วงก่อตั้งบริษัท มารดาเรียกเงินเหล่านั้นว่าเงินตอบแทนบุญคุณ และมักพูดด้วยความไม่พอใจว่า ครอบครัวของธนาใช้เรื่องในอดีตเป็นข้ออ้างเรียกร้องไม่รู้จบ

“ลูกสาวของคนที่ขโมยเงินบริษัทและทำให้คนตายอย่างนั้นหรือ”

อารัญมีสีหน้าไม่สบายใจ “คดีถูกตัดสินเช่นนั้นครับ”

สายฟ้าจับถ้อยคำผิดปกติได้ทันที“คุณพูดเหมือนไม่เชื่อคำตัดสิน”

“หน้าที่ของผมวันนี้คือแจ้งเงื่อนไขในพินัยกรรม ไม่ใช่ออกความเห็นต่อคดีในอดีตครับ”

“ถ้าพ่อสั่งให้คุณเก็บเรื่องนี้ไว้หกเดือน เขาคงบอกเหตุผลด้วยว่าทำไมผมต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น”

“ท่านไม่ได้ระบุเหตุผลไว้ในเอกสารฉบับที่ผมถืออยู่ครับ”

“แล้วถ้าผมไม่ทำตาม”

อารัญจึงเลื่อนเอกสารมาตรงหน้าเขา“หุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์จะถูกโอนไปให้คุณชยุตโดยอัตโนมัติครับ”

สายฟ้านิ่งไป ปัจจุบันเขาถือหุ้นของเอสเคกรุ๊ปอยู่สี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ชยุตถือยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในมารดา กองทุนครอบครัว และผู้ถือหุ้นรายย่อย หากหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ถูกโอนไปให้ชยุต อาของเขาจะมีหุ้นรวมถึงสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ เท่ากับจำนวนที่เขาเหลืออยู่หลังถูกตัดหุ้นส่วนดังกล่าวออก เมื่อรวมเสียงสนับสนุนจากผู้บริหารเก่าบางส่วน ชยุตอาจกลายเป็นผู้มีอำนาจควบคุมบริษัทแทนเขาได้ทันที

“พ่อเอาหุ้นของบริษัทมาใช้บังคับให้ผมแต่งงานกับลูกสาวนักโทษ” สายฟ้ากล่าวช้า ๆ คล้ายยังไม่เชื่อว่าบิดาจะทำเรื่องเช่นนี้ “เขาคิดอะไรอยู่”

“ผมไม่ทราบครับ”

“หรือครอบครัวนั้นเป็นคนเรียกร้อง”

“ไม่มีหลักฐานว่าคุณลลินหรือมารดาของเธอเคยรู้เรื่องเงื่อนไขนี้มาก่อนครับ”

“ไม่มีหลักฐาน ไม่ได้แปลว่าไม่เคยรู้”

อารัญมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาหนักใจ

“ผมรู้ว่าคุณไม่พอใจ แต่ก่อนตัดสินใจ ผมอยากให้คุณไปพบคุณลลินด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ควรฟังว่าเธอคิดอย่างไร”

“ผมไม่จำเป็นต้องฟังความคิดของผู้หญิงที่กำลังจะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุด”

“คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะยอมแต่งงานหรือไม่”

สายฟ้าหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ปราศจากความขบขัน

“ผู้หญิงซึ่งครอบครัวรับเงินจากเรามาตลอดหลายสิบปี จะปฏิเสธโอกาสแต่งงานกับประธานเอสเคกรุ๊ปอย่างนั้นหรือ คุณอารัญคิดว่าผมไม่รู้จักธรรมชาติของคนมากพอหรือครับ”

“บางครั้งการตัดสินคนจากสิ่งที่เราได้ยิน อาจทำให้เราพลาดความจริงที่อยู่ตรงหน้า”

“ผมตัดสินคนจากผลประโยชน์ เพราะผลประโยชน์ซื่อสัตย์กว่าคำพูดเสมอ”

สายฟ้าหยิบพินัยกรรมขึ้นมาอ่านอย่างรวดเร็ว ตัวอักษรทุกบรรทัดถูกเขียนขึ้นอย่างชัดเจนและรัดกุม ไม่มีช่องว่างให้ตีความเป็นอย่างอื่น

เขาต้องจดทะเบียนสมรสกับลลินภายในสามสิบวัน ต้องรักษาสถานะสมรสเป็นเวลาอย่างน้อยสามปีหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต เงื่อนไขถือว่าสิ้นสุด

หากหย่าก่อนครบกำหนดโดยไม่มีเหตุจำเป็นที่กฎหมายรับรอง หุ้นจะถูกโอนไปให้ชยุตทั้งหมด

สายฟ้ากำกระดาษแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

แม้พ่อจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ยังหาวิธีเอื้อมมือกลับมาควบคุมชีวิตของเขาได้สำเร็จ

“คุณมีข้อมูลของผู้หญิงคนนั้นไหม”

อารัญหยิบแฟ้มบาง ๆ ออกมาวางตรงหน้า

“มีเฉพาะข้อมูลพื้นฐานครับ คุณลลินอายุยี่สิบแปดปี ทำงานเป็นนักตรวจสอบบัญชีอิสระ เคยทำงานกับบริษัทตรวจสอบระดับสากล แต่ลาออกเมื่อสองปีก่อนเพื่อดูแลมารดาที่ป่วย ปัจจุบันรับงานเป็นโครงการและเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทขนาดกลางหลายแห่ง”

สายฟ้าเปิดแฟ้มดู ภาพถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษ

ลลินไม่ได้แต่งหน้าเข้ม ไม่ได้สวมเครื่องประดับราคาแพง และไม่ได้มีท่าทางอ่อนหวานชวนให้มองเหมือนผู้หญิงหลายคนที่เขาคุ้นเคย ใบหน้าของเธอสวยอย่างสงบนิ่ง ดวงตาคู่เรียวทอดมองกล้องด้วยแววตาซึ่งเหมือนซ่อนความคิดไว้มากกว่าที่แสดงออกมา

สิ่งที่ทำให้สายฟ้าหยุดมองนานกว่าปกติไม่ใช่ความงาม แต่เป็นแววตาที่ไม่มีความประจบอยู่แม้แต่น้อย

“เธอมีหนี้เท่าไร”

“จากข้อมูลที่เปิดเผยได้ มารดาของเธอมีค่ารักษาต่อเนื่อง ส่วนบ้านถูกใช้ค้ำประกันเงินกู้กับธนาคาร ยอดคงเหลือประมาณสี่ล้านบาทครับ”

“ครอบครัวผมส่งเงินให้พวกเขามาตลอด ทำไมยังมีหนี้”

“เรื่องนั้นคุณควรถามเธอเอง”

สายฟ้าปิดแฟ้มลง“จัดนัดให้ผมวันนี้”

“วันนี้เลยหรือครับ”

“ผมมีเวลาไม่ถึงสามสิบวัน และผมไม่ชอบปล่อยให้เรื่องที่ควรจบค้างอยู่บนโต๊ะ”

อารัญถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพยักหน้า

“ผมจะติดต่อเธอให้ แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่คุณควรรู้ คุณพ่อคุณฝากจดหมายอีกฉบับไว้ให้คุณลลินโดยเฉพาะ ผมต้องส่งให้เธอในวันนี้เช่นกัน”

“ในจดหมายเขียนว่าอะไร”

“ผมไม่ทราบครับ ซองถูกปิดผนึกและระบุว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่เปิดได้”

สายฟ้ามองแฟ้มตรงหน้าอีกครั้ง ความไม่พอใจเริ่มกลายเป็นความระแวง

พ่อของเขาผูกหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ไว้กับการแต่งงาน แล้วยังฝากจดหมายส่วนตัวให้ลูกสาวของชายซึ่งเคยทำลายชื่อเสียงบริษัท ไม่ว่าจะมองจากมุมใด เรื่องทั้งหมดก็ไม่ใช่ความเมตตาธรรมดามันต้องมีบางสิ่งที่เขายังไม่รู้และสายฟ้าเกลียดการมีสิ่งใดอยู่นอกเหนือการควบคุมของตัวเองมากที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป