บทที่ 4 ตอนที่ 4 ต่อรอง
ตอนที่ 4
ต่อรอง
สายฟ้ามองหญิงสาวอย่างพิจารณา เขาไม่คิดว่าเธอจะมองเห็นรายละเอียดเหล่านี้ทันที
“ตลอดระยะเวลาสามปี ผมจะไม่ทำสิ่งใดให้เกิดข่าวฉาวซึ่งกระทบชื่อเสียงคุณ”
“ฉันต้องการให้เขียนลงในสัญญา หากฝ่ายใดมีความสัมพันธ์กับคนอื่นจนสร้างความเสียหายต่ออีกฝ่าย ผู้เสียหายมีสิทธิ์ยุติสัญญาโดยไม่เสียผลประโยชน์”
“คุณกำลังตั้งเงื่อนไขกับผม?”
“คุณเป็นคนเสนอให้ฉันแต่งงาน ไม่ใช่ฉันเดินไปขอร้องคุณ หากต้องการให้ฉันเซ็นชื่อ คุณย่อมต้องฟังเงื่อนไขของฉัน”
สายฟ้าเอนหลังพิงพนัก สีหน้าเริ่มเย็นลง
“อย่าลืมว่าฝ่ายที่ได้ประโยชน์ทางการเงินคือคุณ”
“และอย่าลืมว่าฝ่ายที่กำลังจะเสียหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์คือคุณ”ประโยคนั้นทำให้ความเงียบตกลงกลางห้อง
สายฟ้าไม่ชอบผู้หญิงที่แสดงท่าทีรู้ทัน โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายพูดถูกอย่างไม่มีช่องให้โต้แย้ง
“คุณอารัญบอกเรื่องหุ้นกับคุณแล้ว”
“เขาบอกเพียงว่าคุณต้องแต่งงานตามพินัยกรรม แต่ฉันอ่านเงื่อนไขจากเอกสารที่คุณวางอยู่ตรงหน้าแล้วค่ะ หากฉันไม่ยอมแต่งงาน คุณไม่ได้เสียเพียงเจ้าสาวที่ไม่ต้องการ แต่กำลังเสี่ยงเสียอำนาจในบริษัท ส่วนฉันยังสามารถใช้ชีวิตแบบเดิมต่อไปได้ แม้จะลำบาก แต่ไม่ได้สูญเสียสิ่งที่มีอยู่”
“คุณกำลังใช้เงื่อนไขของพ่อผมต่อรอง”
“ไม่ต่างจากที่คุณกำลังใช้ค่ารักษาของแม่ฉันต่อรองกับฉัน”
ดวงตาของทั้งสองคนปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมหลบ
สายฟ้าเคยเจรจากับนักลงทุนระดับโลก เคยทำให้คู่แข่งซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าเขาหลายสิบปียอมลงนามในข้อตกลงที่ได้เปรียบเอสเคกรุ๊ป เขาอ่านความกลัว ความโลภ และความลังเลของคนอื่นได้อย่างรวดเร็วแต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับไม่แสดงสิ่งเหล่านั้นออกมา
เขาเห็นความเหนื่อยล้าในดวงตา เห็นความกังวลเมื่อนึกถึงมารดา และมั่นใจว่าเธอต้องการเงิน แต่ลลินไม่ได้ยอมให้ความจำเป็นทำลายศักดิ์ศรี
“คุณต้องการอะไร” เขาถามตรง ๆ
“สิทธิ์เข้าทำงานในฝ่ายตรวจสอบภายในของเอสเคกรุ๊ป”
สายฟ้าขมวดคิ้ว “คุณมีประสบการณ์ แต่ตำแหน่งในบริษัทไม่ได้แจกให้เพราะแต่งงานกับประธาน”
“ฉันไม่ได้ขอตำแหน่งบริหาร และไม่ต้องการให้ใครจ่ายเงินเดือนโดยที่ฉันไม่ทำงาน ฉันต้องการสิทธิ์ตรวจสอบเอกสารทางบัญชีย้อนหลัง รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกองทุนสวัสดิการคนงานและเหตุเพลิงไหม้เมื่อยี่สิบห้าปีก่อน”
“นั่นคือเหตุผลที่คุณยอมแต่งงาน?”
“เป็นหนึ่งในเหตุผลค่ะ”
“คุณคิดจะพิสูจน์ว่าพ่อของคุณบริสุทธิ์”
“ฉันไม่ได้คิด ฉันทำเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว”
สายฟ้าหัวเราะเบา ๆ“คดีสิ้นสุดไปแล้ว ผู้ต้องหารับสารภาพ ศาลมีคำพิพากษา และพ่อคุณเสียชีวิตในเรือนจำ คุณคิดว่าเอกสารเก่าอายุยี่สิบห้าปีจะเปลี่ยนความจริงได้หรือ”
ใบหน้าของลลินซีดลงเล็กน้อย แต่ดวงตากลับแข็งขึ้น
“สิ่งที่ศาลได้รับในวันนั้นอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด”
“คนผิดทุกคนย่อมมีครอบครัวที่อยากเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์”
“และคนที่ได้รับประโยชน์จากคำพิพากษาย่อมอยากเชื่อว่าคดีจบลงอย่างถูกต้อง เพราะการยอมรับว่ามีผู้บริสุทธิ์ถูกทำลายหมายความว่า สิ่งที่ตัวเองครอบครองอยู่อาจสร้างขึ้นจากความอยุติธรรม”
สายฟ้ากดริมฝีปากเข้าหากัน“ระวังคำพูดของคุณด้วยลลิน การกล่าวหาบริษัทโดยไม่มีหลักฐานอาจทำให้คุณต้องรับผิดชอบมากกว่าที่คิด”
“ฉันจึงต้องการเข้าไปหาหลักฐาน ไม่ใช่หรือคะ”
“หากไม่มีอะไรอยู่ในเอกสารเหล่านั้น คุณจะยอมรับหรือไม่ว่าพ่อของคุณผิดจริง”
ลลินมองเขาอยู่นาน ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“หากฉันตรวจสอบทุกอย่างอย่างอิสระและพบหลักฐานชัดเจนว่าพ่อทำผิด ฉันจะยอมรับความจริงด้วยตัวเอง แต่ตราบใดที่ครอบครัวของคุณยังปิดกั้นเอกสาร และทุกคนที่เกี่ยวข้องยังตอบคำถามด้วยคำว่า ‘เรื่องจบไปแล้ว’ ฉันไม่มีเหตุผลต้องเชื่อว่าความจริงถูกเปิดเผยครบถ้วน”
สายฟ้าพยายามอ่านแววตาของเธอ“พ่อผมเขียนอะไรไว้ในจดหมาย”
“เป็นจดหมายถึงฉัน”
“ผมถามว่าเขียนอะไร”
“และฉันตอบว่ามันเป็นจดหมายถึงฉัน หมายความว่าฉันไม่มีหน้าที่ต้องรายงานเนื้อหาให้คุณทราบ”
“พ่อผมเป็นคนเขียน”
“แต่เขาเลือกส่งให้ฉัน ไม่ใช่คุณ”
สายฟ้าไม่เคยถูกปฏิเสธข้อมูลในลักษณะนี้ ความไม่พอใจจึงปรากฏชัดในแววตา
“คุณกำลังเล่นเกมที่ตัวเองอาจรับมือไม่ไหว”
“ฉันอยู่กับตราบาปของคนเป็นลูกฆาตกรมาตั้งแต่อายุสิบเอ็ดปี ผ่านวันที่ไม่มีใครจ้างแม่ทำงาน ผ่านวันที่บ้านถูกปาก้อนหิน และผ่านวันที่ต้องไปเยี่ยมพ่อในเรือนจำโดยมีคนคอยมองเหมือนฉันเป็นเชื้อโรค หากสิ่งเหล่านั้นยังไม่ทำให้ฉันพัง ฉันไม่คิดว่าการรับมือกับท่านประธานซึ่งเชื่อว่าทุกอย่างซื้อได้จะยากเกินไปค่ะ”
สายฟ้ารู้สึกเหมือนถูกคำพูดของเธอแทงเข้าตรงศักดิ์ศรี
“คุณกำลังดูถูกผม”
“ฉันกำลังบอกสิ่งที่เห็น คุณเข้ามาในบ้านฉันพร้อมสัญญาและตัวเลขสามสิบล้าน โดยไม่ถามสักคำว่าฉันต้องการแต่งงานหรือไม่ คุณเสนอค่ารักษาแม่ราวกับรู้ว่ามันคือจุดอ่อนที่ใช้บีบให้ฉันยอมได้ และคุณพูดถึงพ่อฉันเหมือนเขาไม่มีสิทธิ์ได้รับความยุติธรรม เพียงเพราะคุณเชื่อคำพิพากษาที่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัวตัวเอง”
“ครอบครัวผมช่วยเหลือคุณมาตลอดหลายสิบปี อย่าพูดเหมือนเราเป็นคนทำร้ายคุณฝ่ายเดียว”
ลลินลุกขึ้นเดินไปยังตู้ไม้ เธอเปิดลิ้นชักและหยิบแฟ้มเก่าออกมาวางตรงหน้าเขา
ภายในเป็นสำเนาใบเสร็จ ค่าทนาย ค่ารักษา และหลักฐานการรับเงินทุกก้อนจากครอบครัวสายฟ้า
“เงินทุกบาทที่ครอบครัวคุณส่งมา แม่ฉันลงบัญชีไว้ทั้งหมด ส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นค่าทนายเพื่อยื่นอุทธรณ์คดีพ่อ อีกส่วนใช้รักษาพยานซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ เราไม่เคยนำเงินเหล่านั้นไปซื้อบ้านใหม่ ไม่เคยซื้อรถหรู และไม่เคยใช้ชีวิตสบายอย่างที่คุณอาจจินตนาการ”
“แล้วบ้านหลังนี้”
“เป็นบ้านที่พ่อซื้อไว้ก่อนเกิดคดี ปัจจุบันติดจำนองเพราะแม่ต้องนำไปค้ำประกันค่าต่อสู้คดี หากคุณคิดว่าเราร่ำรวยจากบุญคุณของครอบครัวคุณ คุณคงผิดหวังที่เห็นฉันยังต้องคำนวณเงินทุกบาทก่อนพาแม่ไปโรงพยาบาล”
สายฟ้าก้มมองเอกสาร รายละเอียดทุกอย่างถูกบันทึกอย่างเป็นระเบียบ มีลายมือของมารดาลลินกำกับอยู่ในหลายรายการ
“เอกสารทำขึ้นภายหลังก็ได้”
ลลินนิ่งไป ความเจ็บปวดวาบผ่านดวงตา ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา
“ฉันไม่คิดว่าคุณจะเชื่ออยู่แล้วค่ะ เพราะการเชื่อว่าครอบครัวฉันโลภง่ายกว่าการตั้งคำถามว่าเงินเหล่านั้นถูกส่งมาเพื่อชดเชยอะไร”
“ชดเชยอะไร”
“นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการค้นหา”
เสียงบางอย่างดังมาจากห้องด้านใน ลลินหันกลับทันทีและรีบเดินเข้าไป
สายฟ้านั่งอยู่ตามลำพัง เขามองแฟ้มเอกสารตรงหน้าด้วยความรู้สึกซึ่งอธิบายไม่ได้
ไม่กี่นาทีต่อมา ลลินพามารดาซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นออกมาจากห้อง หญิงสูงวัยมีสีหน้าซีดเซียว แขนข้างหนึ่งวางนิ่งอยู่บนตัก แววตาของเธอเปลี่ยนไปทันทีเมื่อมองเห็นสายฟ้า
ร่างกายซึ่งเคลื่อนไหวได้ยากกลับสั่นขึ้นอย่างชัดเจน
“แม่คะ ไม่เป็นไรนะคะ เขามาคุยเรื่องงานกับลินเท่านั้น”
ลลินคุกเข่าลงข้างรถเข็น พยายามปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
มารดาจ้องสายฟ้าไม่วางตา ริมฝีปากขยับเหมือนอยากพูดบางอย่าง แต่เปล่งออกมาได้เพียงเสียงขาดห้วง
“ฟะ…ไฟ…”
สายฟ้าชะงักเสียงนั้นเบามาก แต่เขาได้ยินชัดเจน ไฟ คำเพียงคำเดียวกลับทำให้ภาพบางอย่างวาบขึ้นในความทรงจำ เปลวเพลิงสีส้ม ควันดำหนาทึบ เสียงคนร้อง และแขนแข็งแรงของใครบางคนที่อุ้มเขาไว้หัวใจของสายฟ้ากระตุกแรงอย่างไม่มีเหตุผล
“แม่คะ มองลินนะคะ อย่าฝืนพูด หายใจช้า ๆ ก่อน”
ลลินลูบหลังมือมารดา ขณะที่หญิงสูงวัยยังคงมองสายฟ้าด้วยแววตาซึ่งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเกลียดชัง
“แม่คุณรู้จักผมหรือ” เขาถาม
“แม่เคยเห็นคุณตอนเด็ก แต่หลังจากเกิดคดี เราไม่ได้พบครอบครัวคุณอีก”
“เธอพูดคำว่าไฟเพราะอะไร”
ลลินเงยหน้าขึ้น แววตาของเธอเต็มไปด้วยการปกป้อง
“ฉันไม่ทราบ และแม่ไม่อยู่ในสภาพที่คุณควรซักถาม”
“ผมเพียงต้องการรู้...”
“สิ่งที่คุณต้องการไม่ได้สำคัญกว่าสภาพจิตใจของแม่ฉันค่ะ กรุณารออยู่ตรงนี้”
เธอพามารดากลับเข้าห้อง ทิ้งให้สายฟ้าจมอยู่กับความทรงจำเลือนรางซึ่งเขาไม่เคยพยายามรื้อฟื้น
หลังเหตุเพลิงไหม้เมื่อยี่สิบห้าปีก่อน เขาใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลนานหลายเดือน แพทย์บอกว่าความทรงจำบางช่วงขาดหายเพราะความตกใจรุนแรง
ครอบครัวเล่าเพียงว่า คนงานช่วยเขาออกมาจากอาคาร และธนาเป็นผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ทั้งหมด
แต่หากมารดาของลลินมองเห็นเขาแล้วนึกถึงไฟทันที เรื่องในอดีตอาจมีบางอย่างเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เขารู้
ลลินกลับออกมาหลังจัดให้มารดานอนพัก เธอปิดประตูห้องเบา ๆ ก่อนนั่งลงที่เดิม
“เราคุยกันต่อได้ค่ะ”
“แม่คุณกลัวผม”
“แม่กลัวหลายสิ่งหลังผ่านเรื่องร้ายมามาก”
“เธอรู้เรื่องคืนเกิดเพลิงไหม้หรือไม่”
“ฉันไม่ทราบ แม่ไม่สามารถสื่อสารเป็นประโยคได้ตั้งแต่ป่วย”
“แต่คุณกำลังพยายามหาคำตอบ”
“ใช่ค่ะ”
สายฟ้ามองเธออย่างหนักแน่น
“ผมยอมให้คุณเข้าทำงานในฝ่ายตรวจสอบได้ แต่การเข้าถึงเอกสารต้องอยู่ภายใต้กฎของบริษัท คุณไม่มีสิทธิ์นำข้อมูลออกไปภายนอก และทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคดีเก่าต้องแจ้งผมก่อน”
“ฉันยอมรับเรื่องการรักษาความลับ แต่ไม่ยอมให้คุณมีสิทธิ์เลือกว่าฉันจะเห็นเอกสารใด หากคุณสามารถซ่อนเอกสารได้ การตรวจสอบก็ไม่มีความหมาย”
“คุณกำลังขออำนาจเข้าถึงข้อมูลระดับเดียวกับผู้บริหาร”
“บิดาคุณเป็นคนกำหนดว่าการเป็นภรรยาของคุณจะทำให้ฉันมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลบางประเภท ฉันต้องการให้เขียนขอบเขตไว้ชัดเจนในสัญญา”
“คุณรู้รายละเอียดมากกว่าที่ผมคิด”
“เพราะฉันอ่านทุกบรรทัดก่อนตัดสินใจ ไม่ได้มองเพียงตัวเลขผลประโยชน์”
สายฟ้าเริ่มเข้าใจว่า ผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้ตอบรับข้อเสนอง่ายอย่างที่เขาคาดไว้ หากต้องการรักษาหุ้น เขาต้องยอมเปิดประตูบริษัทให้เธอเข้าไปค้นหาบางสิ่งแต่หากปฏิเสธ เขาอาจสูญเสียอำนาจควบคุมเอสเคกรุ๊ปให้ชยุต
“คุณต้องการเงื่อนไขอื่นอีกไหม” เขาถาม
“ทรัพย์สินของเราต้องแยกจากกัน ฉันไม่รับเงินสามสิบล้านของคุณ”
สายฟ้าเลิกคิ้ว “คุณปฏิเสธเงิน?”
“ฉันไม่ต้องการให้คุณใช้เงินก้อนนั้นเป็นหลักฐานว่าฉันขายตัวเองเพื่อแต่งงาน”
“แต่คุณต้องการให้ผมรับผิดชอบค่ารักษาแม่”
“ฉันจะออกค่าใช้จ่ายเท่าที่กำลังของฉันทำได้ ส่วนที่เกินจากนั้นให้ถือเป็นเงินกู้ ฉันจะชำระคืนหลังจบสัญญา”
“คุณคงไม่สามารถชำระค่ารักษาระดับนั้นได้ง่าย ๆ”
“นั่นเป็นปัญหาของฉัน”
“ความหยิ่งไม่ได้ทำให้ชีวิตคุณสะดวกขึ้น”
“แต่ช่วยให้ฉันยังมองหน้าตัวเองในกระจกได้”
สายฟ้ากำกรามเล็กน้อย
“ได้ ผมจะไม่โอนเงินสามสิบล้านให้คุณ แต่ค่ารักษามารดาคุณผมจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยไม่ถือเป็นหนี้ เพราะหากเราจดทะเบียนสมรส เธอก็ถือเป็นคนในครอบครัวของผม”
“ฉันไม่ต้องการ....”
“นี่ไม่ใช่การซื้อคุณ แต่เป็นเงื่อนไขด้านความปลอดภัย หากอาการแม่คุณทรุดเพราะขาดการรักษา แล้วคุณต้องถอนตัวกลางคัน ผมจะเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ คิดเสียว่าผมกำลังปกป้องการลงทุน”
ถ้อยคำของเขาเย็นชา ทว่าลลินกลับมองเห็นบางอย่างซ่อนอยู่ใต้เหตุผลเชิงธุรกิจ แม้ไม่แน่ใจว่ามันคือความเมตตาหรือเพียงความต้องการควบคุมสถานการณ์
“ส่วนหนี้บ้าน ฉันจะเป็นคนชำระเอง”
“ตามใจคุณ”
“ฉันจะไม่ทำหน้าที่ภรรยาในเรื่องส่วนตัว เว้นแต่สิ่งที่เราตกลงกันไว้ต่อหน้าสังคม”
“ผมไม่ได้สนใจบังคับผู้หญิงที่ไม่เต็มใจ”
“ดีค่ะ เพราะต่อให้มีทะเบียนสมรส คุณก็ไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายฉัน”
“ผมทราบกฎหมายดี”
“ฉันไม่ได้พูดเพราะคิดว่าคุณไม่รู้กฎหมาย แต่พูดเพื่อให้แน่ใจว่าคุณรู้จักขอบเขตของคนอื่นด้วย”
ความอดทนของสายฟ้าเริ่มถูกท้าทายจนถึงขีดสุด
“คุณชอบพูดเหมือนผมเป็นผู้ชายที่ไร้มารยาทและใช้อำนาจบังคับทุกคน”
“ฉันยังไม่รู้จักคุณมากพอจะตัดสินทั้งหมด แต่จากหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา คุณยังไม่ได้ทำให้ฉันเห็นเป็นอย่างอื่น”
เขาจ้องใบหน้าสงบนิ่งของเธอ รู้สึกทั้งไม่พอใจและประหลาดใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้หวาดกลัวอำนาจของเขา และยิ่งเขาพยายามกดดัน เธอกลับยิ่งยืนตรงขึ้น
“คุณคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายคุมการเจรจานี้หรือ”
“ไม่มีใครคุมค่ะ เราต่างมีสิ่งที่ต้องการ คุณต้องการรักษาหุ้น ส่วนฉันต้องการค้นหาความจริง หากข้อตกลงเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายเราก็เซ็น หากไม่ใช่ คุณกลับไปหาวิธีอื่น ส่วนฉันจะดูแลแม่และสืบเรื่องพ่อต่อไปด้วยวิธีของฉัน”
“คุณพูดเหมือนปฏิเสธผมได้โดยไม่เสียดาย”
“ฉันควรเสียดายอะไรคะ เงินของคุณ ตำแหน่งภรรยาท่านประธาน หรือโอกาสได้อยู่กับผู้ชายที่ตัดสินครอบครัวฉันว่าโลภตั้งแต่ยังไม่เคยฟังความจริง”คำถามนั้นทำให้สายฟ้านิ่งไป
เขาไม่เคยมีผู้หญิงคนใดพูดต่อหน้าว่า ตำแหน่งภรรยาของเขาไม่มีคุณค่ามากพอให้เสียดายผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้ามาในชีวิตล้วนต้องการบางอย่างจากเขา บางคนต้องการเงิน บางคนต้องการชื่อเสียง บางคนต้องการอำนาจจากการอยู่เคียงข้างประธานเอสเคกรุ๊ปแม้แต่พิมพ์พิชา ซึ่งคบหากับเขามานาน ก็ไม่เคยปิดบังว่าการแต่งงานระหว่างทั้งคู่จะช่วยเชื่อมโยงสองครอบครัวและสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจมากเพียงใดแต่ลลินกลับมองสิ่งเหล่านั้นเหมือนเป็นเพียงเปลือกนอกที่ไม่มีความหมาย
“หากเราแต่งงานกัน คุณต้องย้ายไปอยู่บ้านของผม” เขากล่าว
“ฉันจะพาแม่ไปด้วย”
“บ้านผมมีเจ้าหน้าที่ดูแลและมีห้องพักเพียงพอ”
“ฉันต้องมีสิทธิ์เลือกแพทย์และคนดูแลแม่เอง ไม่มีใครในบ้านคุณสั่งเปลี่ยนการรักษาโดยไม่ผ่านฉัน”
“ตกลง”
“ฉันยังต้องการพื้นที่ทำงานส่วนตัว ซึ่งคุณหรือใครในครอบครัวไม่มีสิทธิ์เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต”
“คุณกำลังจะเข้าไปอยู่ในบ้านผม แต่ตั้งกฎห้ามเจ้าของบ้าน”
“คุณเองก็คงไม่ยอมให้ฉันเข้าไปเปิดเอกสารบนโต๊ะทำงานโดยไม่ขออนุญาต การเคารพพื้นที่ส่วนตัวควรใช้กับทั้งสองฝ่าย”
“ได้”
“ทุกเงื่อนไขต้องเขียนในสัญญา และฉันจะให้ทนายของตัวเองตรวจสอบก่อนลงนาม”
“คุณมีทนาย?”
“กวินเป็นญาติของฉันและทำงานด้านกฎหมาย เขาจะตรวจเอกสารให้”
เมื่อได้ยินชื่อผู้ชายคนอื่นออกจากปากเธออย่างสนิทสนม สายฟ้ารู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“เขาไว้ใจได้หรือ”
“อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยเดินเข้ามาตีราคาชีวิตฉันเป็นเงินสามสิบล้านค่ะ”
สายฟ้าขบกราม เขาปิดแฟ้มลงแรงกว่าปกติเล็กน้อย
“ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายแก้สัญญาตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน และส่งให้ทนายของคุณภายในคืนนี้ หากไม่มีปัญหา เราจะจดทะเบียนภายในสามวัน”
“ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะเซ็น”
“คุณต้องการเข้าถึงเอกสาร และผมต้องการรักษาหุ้น เราเสียเวลาพอแล้ว”
ลลินมองเอกสารตรงหน้า ก่อนเหลือบไปยังประตูห้องของมารดา
ภาพบิดาในชุดนักโทษยังติดอยู่ในความทรงจำ ภาพมือหยาบกร้านยื่นผ่านช่องกระจกเพื่อแตะมือเธอ และคำพูดสุดท้ายในวันที่ได้พบกันยังชัดเจน
“ลินต้องเชื่อพ่อนะ พ่อไม่ได้ทำ”
ตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมา เธอใช้ชีวิตเพื่อรักษาคำมั่นว่าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้เขา แต่ทุกประตูที่พยายามเปิดล้วนถูกปิด เอกสารสูญหาย พยานปฏิเสธ และคนมีอำนาจเลือกเงียบ
การแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นประตูเพียงบานเดียวที่เหลืออยู่แม้อีกด้านของประตูจะมีผู้ชายเย็นชาและครอบครัวซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของทุกสิ่งรออยู่ก็ตาม
“ฉันจะเซ็น หากสัญญาแก้ไขครบถ้วนตามที่ตกลงกัน และคุณลงนามยืนยันว่าฉันมีสิทธิ์ตรวจสอบเอกสารย้อนหลังโดยไม่มีใครขัดขวาง”
สายฟ้ามองเธอ “คุณแน่ใจหรือ”
“คุณต่างหากที่ควรถามตัวเองว่าแน่ใจหรือไม่ เพราะหลังฉันเข้าไปในบริษัท หากพบความจริงที่ทำให้ครอบครัวคุณเสียหาย ฉันจะไม่หยุดเพียงเพราะเป็นภรรยาคุณ”
“ถ้าหลักฐานพิสูจน์ว่าพ่อคุณผิด คุณก็ต้องหยุดเช่นกัน”
“ฉันจะหยุดเมื่อพบความจริงทั้งหมด ไม่ใช่เมื่อคุณบอกว่าควรพอ”
สายฟ้ายื่นมือออกไปตรงหน้า“ตกลง”
ลลินมองมือของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือไปจับ
ฝ่ามือของสายฟ้าอุ่นและแข็งแรง ขณะที่มือของเธอเย็นกว่าที่เขาคาด ความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านผิวสัมผัสชั่วขณะ จนทั้งคู่ต่างชะงักโดยไม่รู้ตัว
ลลินเป็นฝ่ายดึงมือกลับก่อน“ยังมีเรื่องหนึ่งค่ะ”
“อะไรอีก”
“คุณดูถูกพ่อฉันได้ในวันนี้ เพราะฉันยังไม่มีหลักฐานมากพอหยุดคุณ แต่หลังแต่งงาน อย่าพูดถึงพ่อฉันด้วยถ้อยคำเช่นนั้นต่อหน้าแม่เด็ดขาด หากคุณทำ ฉันจะยุติข้อตกลงทันที ต่อให้ต้องเสียทุกอย่าง”
สายฟ้ามองเห็นความรักและความเจ็บปวดในดวงตาของเธออย่างชัดเจน
“ผมรับปากว่าจะไม่พูดต่อหน้าแม่คุณ”
“ไม่ใช่เพราะคุณเชื่อว่าพ่อบริสุทธิ์ แต่เพราะคุณควรมีความเป็นมนุษย์มากพอจะไม่ซ้ำเติมผู้หญิงป่วยคนหนึ่ง”คำพูดนั้นทำให้เขาไม่พอใจอีกครั้ง
“คุณพูดเหมือนตัวเองรู้จักผมดี”
“ฉันยังไม่รู้จักค่ะ แต่ในเมื่ออีกสามวันต้องแต่งงานกัน ฉันคงมีเวลามากพอจะค้นพบว่าภายใต้ตำแหน่ง ทรัพย์สิน และอำนาจที่คุณภาคภูมิใจ คุณเหลือความเป็นมนุษย์อยู่มากเพียงใด”
สายฟ้าลุกขึ้นยืน ร่างสูงทอดเงาปกคลุมพื้นที่ตรงหน้าเธอ
“คุณควรระวังความมั่นใจของตัวเอง ลลิน ผู้หญิงหลายคนเคยคิดว่าตัวเองรับมือกับผมได้ สุดท้ายไม่มีใครอยู่ในชีวิตผมได้นาน”
ลลินลุกขึ้นเผชิญหน้าเขา แม้ส่วนสูงต่างกันมาก แต่แววตาไม่ได้อ่อนลง
“คุณไม่ต้องกังวลค่ะ ฉันไม่ได้อยากอยู่ในชีวิตคุณนานกว่าสามปีแม้แต่นาทีเดียว”
สายฟ้ารู้สึกเหมือนมีบางอย่างกระแทกเข้ากลางอก ทั้งที่ไม่ควรใส่ใจว่าเธออยากอยู่หรือจากไป
เขาจึงเลือกใช้ถ้อยคำร้ายกาจปกปิดความรู้สึกประหลาดนั้น
“อย่ามั่นใจเกินไปว่าเมื่อถึงวันนั้น คุณจะยังอยากจากไป ผู้หญิงจำนวนมากพูดว่าไม่สนใจผม จนกระทั่งได้รู้ว่าสิ่งที่ผมให้ได้มีมากกว่าที่พวกเธอเคยฝัน”
ลลินยิ้มบาง ๆ แต่รอยยิ้มนั้นไม่มีความอ่อนหวาน
“ฉันยอมแต่งงานเพราะสิ่งที่สำคัญกว่าเงินของคุณ และคุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะหลงรักค่ะ เพราะผู้ชายที่ดูถูกบิดาของฉันตั้งแต่พบกันครั้งแรก ไม่มีคุณสมบัติมากพอจะได้หัวใจฉัน”บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด
ดวงตาของสายฟ้ามืดลง ถ้อยคำของเธอกระทบศักดิ์ศรีซึ่งไม่เคยมีใครกล้าท้าทาย
