บทที่ 7 ตอนที่ 7 งานแต่งที่ไม่มีคำว่ารัก
ตอนที่ 7
งานแต่งที่ไม่มีคำว่ารัก
ข้อความสั้น ๆ บนหน้าจอโทรศัพท์ยังคงสว่างอยู่ในความมืดหากยังอยากให้แม่มีชีวิตอยู่ อย่าแต่งงานกับสายฟ้า
ลลินจ้องประโยคนั้นอยู่นานจนดวงตาเริ่มปวด ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศแผ่ซึมผ่านผิวกาย ทว่าไม่อาจเทียบได้กับความหนาวเย็นซึ่งกำลังก่อตัวอยู่ภายในอกเธอกดโทรกลับไปยังหมายเลขดังกล่าวทันทีไม่มีสัญญาณตอบรับเสียงจากระบบแจ้งว่าหมายเลขปลายทางไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
หญิงสาววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนยกมันขึ้นมาอีกครั้งเพื่อบันทึกภาพหน้าจอและส่งต่อให้กวินตรวจสอบ เธอไม่ได้เขียนข้อความอธิบายยืดยาว มีเพียงประโยคเดียวช่วยตรวจสอบหมายเลขนี้ให้ลินด้วย ห้ามบอกใคร โดยเฉพาะคนของเอสเคกรุ๊ป
ไม่ถึงนาที กวินโทรกลับมา
“ลินอยู่กับน้าหรือเปล่า”น้ำเสียงร้อนรนของชายหนุ่มทำให้ลลินหันไปมองประตูห้องมารดา ก่อนลดเสียงลง
“แม่หลับแล้ว พี่วินไม่ต้องกังวล ตอนนี้ยังไม่มีใครเข้ามาในบ้าน และประตูทุกบานล็อกเรียบร้อย”
“ข้อความแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ คนส่งรู้ทั้งเรื่องแต่งงานและรู้ว่าน้าคือจุดอ่อนของลิน พี่จะไปหาเดี๋ยวนี้ แล้วคืนนี้พี่จะให้คนมาเฝ้าหน้าบ้านจนกว่าเราจะรู้ว่าใครเป็นคนส่ง”
“อย่าเพิ่งมาค่ะ หากมีคนกำลังจับตาดูอยู่ การที่พี่รีบมาหาฉันกลางดึกอาจทำให้เขารู้ว่าฉันตื่นตระหนก”
“แล้วลินไม่กลัวหรือ”
“กลัวค่ะ แต่ความกลัวไม่ได้แปลว่าฉันต้องรีบทำทุกอย่างให้คนส่งเห็นว่าเขาควบคุมฉันได้”
กวินเงียบไปเล็กน้อย เขารู้จักลูกพี่ลูกน้องของตนดีพอจะเข้าใจว่า เมื่อเธอพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งเช่นนี้ แปลว่าตัดสินใจบางอย่างลงไปแล้ว
“ลินยังคิดจะแต่งงานอยู่ใช่ไหม”
“ตอนแรกฉันคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงข้อตกลงที่น่ารังเกียจ แต่ตอนนี้มีคนถึงขั้นข่มขู่ชีวิตแม่เพื่อไม่ให้ฉันเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น ยิ่งเขาพยายามห้าม ฉันยิ่งมั่นใจว่าภายในเอสเคกรุ๊ปมีบางอย่างที่เขากลัวว่าฉันจะค้นพบ”
“แต่นั่นก็หมายความว่าอันตรายกว่าที่เราคิดมาก ลินอาจไม่ได้กำลังเข้าไปค้นหาเอกสารธรรมดา แต่อาจกำลังเดินเข้าไปอยู่ท่ามกลางคนที่เคยฆ่าคนเพื่อรักษาความลับ”
ลลินมองข้อความลับด้านหลังจดหมายอีกครั้ง
อย่าไว้ใจคนที่ช่วยเธอมากที่สุด เพราะคนคนนั้นอาจเป็นผู้ฆ่าพ่อของเธอ คำเตือนนั้นทำให้แม้แต่คนซึ่งยืนอยู่ข้างเธอมานานหลายปีกลายเป็นบุคคลที่ไม่อาจไว้วางใจได้อย่างสนิทใจรวมถึงกวินความคิดนั้นทำให้ลลินรู้สึกผิด แต่เธอไม่อาจมองข้ามคำเตือนของคนตายได้
“เพราะอันตราย ฉันถึงต้องเข้าไปค่ะ หากคนคนนั้นยังมีอำนาจและสามารถส่งคนมาข่มขู่ถึงบ้าน ต่อให้ฉันปฏิเสธการแต่งงาน เราก็ไม่ได้ปลอดภัยขึ้น เขารู้แล้วว่าฉันกำลังสืบคดีพ่อ วันหนึ่งเขาก็ต้องหาทางหยุดฉันอยู่ดี”
“อย่างน้อยบอกสายฟ้าเรื่องข้อความนี้ เขามีคน มีอำนาจ และมีระบบรักษาความปลอดภัยมากพอจะคุ้มครองลินกับน้า”
“เรายังไม่รู้ว่าสายฟ้าอยู่ฝ่ายไหน”
“จากที่ลินเล่า เขาดูเหมือนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคดีเก่า”
“ความไม่รู้ของเขาอาจเป็นเรื่องจริง หรืออาจเป็นสิ่งที่เขาต้องการให้ฉันเชื่อก็ได้ ผู้ชายคนนั้นปกป้องบริษัทเหนือทุกอย่าง หากวันหนึ่งเขารู้ว่าความจริงสามารถทำลายชื่อเสียงครอบครัว เขาจะเลือกช่วยฉันหรือเลือกปิดปากฉัน พี่วินตอบได้หรือคะ”
กวินตอบไม่ได้ ลลินจึงพูดต่ออย่างหนักแน่น
“ช่วยตรวจหมายเลขนี้ให้ฉันก่อน และพรุ่งนี้ตรวจสัญญาทุกข้อให้ละเอียด ฉันต้องการให้แน่ใจว่าสายฟ้าหรือคนในครอบครัวเขาไม่มีสิทธิ์แตะต้องทรัพย์สิน เอกสารส่วนตัว หรือการรักษาของแม่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน”
“ลินคิดจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจริง ๆ หรือ”
“สามปีค่ะ ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตกับเขาไปตลอดชีวิต”
“สามปีอาจนานมาก หากต้องอยู่กับคนที่เราไม่ไว้ใจ”
ลลินนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนมองภาพถ่ายของบิดาบนโต๊ะ
“สิบเจ็ดปีที่พ่อถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรนานกว่านั้นมากค่ะ หากสามปีแลกกับการคืนชื่อที่บริสุทธิ์ให้พ่อได้ ฉันยอม”
กวินถอนหายใจหนัก“พี่รู้ว่าห้ามลินไม่ได้ แต่สัญญากับพี่อย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเจออะไร อย่าเก็บไว้คนเดียว หากรู้สึกว่าชีวิตตกอยู่ในอันตราย ออกมาทันที อย่าคิดว่าต้องทนเพราะสัญญาหรือเพราะความจริง”
“ฉันสัญญาค่ะ”
หลังวางสาย ลลินลบประวัติการโทรออก แต่เก็บภาพหน้าจอและสำรองข้อมูลไว้ในพื้นที่ออนไลน์ซึ่งมีเพียงเธอกับกวินรู้รหัสเธอไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน
ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเปลวไฟซึ่งไม่เคยเห็นด้วยตาตนเองกลับปรากฏขึ้นในความคิด เธอเห็นบิดายืนอยู่ท่ามกลางควันดำ เห็นสายฟ้าในวัยเด็ก และเห็นเงาของใครบางคนยืนอยู่หลังเปลวเพลิงคนคนนั้นอาจกำลังมองดูเธออยู่ในตอนนี้และอีกไม่กี่ชั่วโมง เธอกำลังจะเซ็นชื่อผูกชีวิตกับครอบครัวซึ่งซ่อนเขาไว้
