บทที่ 9 ตอนที่9 ไม่มีใครได้รับคำตอบชัดเจน
ตอนที่9
ไม่มีใครได้รับคำตอบชัดเจน
งานแต่งถูกจัดขึ้นในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเมืองในเย็นวันเดียวกัน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สมบูรณ์แบบเกินกว่าจะมองออกว่าเป็นงานซึ่งเตรียมภายในเวลาเพียงสามวัน ทีมงานของเอสเคกรุ๊ปใช้ดอกไม้สีขาวและสีทองตกแต่งทั่วบริเวณ แขกที่ได้รับเชิญล้วนเป็นนักธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง นักการเมือง และคนในสังคม
สื่อมวลชนได้รับอนุญาตให้บันทึกภาพเฉพาะช่วงพิธีและงานเลี้ยงด้านนอก ไม่มีใครได้รับคำตอบชัดเจนว่า เหตุใดท่านประธานหนุ่มผู้ไม่เคยมีข่าวเรื่องแต่งงานจึงประกาศวิวาห์อย่างกะทันหันกับผู้หญิงซึ่งแทบไม่มีใครรู้จัก คำตอบอย่างเป็นทางการมีเพียงว่า ทั้งคู่รู้จักกันผ่านครอบครัวมานานและต้องการจัดงานแบบเป็นส่วนตัว
ลลินยืนอยู่หน้ากระจกในห้องแต่งตัว ชุดเจ้าสาวสีงาช้างแนบรับกับรูปร่างอย่างพอดี เนื้อผ้าเรียบหรู ไม่มีการประดับเพชรพลอยมากเกินจำเป็น ทว่าทำให้ความงามสงบนิ่งของเธอยิ่งโดดเด่น
ช่างแต่งหน้าจัดปอยผมข้างแก้มเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนยิ้มอย่างชื่นชม
“คุณลลินสวยมากเลยค่ะ ท่านประธานเห็นคงต้องตะลึงแน่นอน”
ลลินมองหญิงสาวในกระจกคล้ายกำลังมองคนแปลกหน้า
“เขาคงตะลึงที่งานเดินตามกำหนดมากกว่าค่ะ”
ช่างแต่งหน้าหัวเราะเบา ๆ เพราะคิดว่าเจ้าสาวเพียงพูดเล่น ประตูห้องเปิดออก สายฟ้าเดินเข้ามาโดยไม่ได้เคาะทุกคนในห้องหยุดการเคลื่อนไหวทันที
เขาอยู่ในชุดสูทสำหรับเจ้าบ่าวสีดำเข้ม เสื้อเชิ้ตสีขาวและเนกไทสีเดียวกันยิ่งขับให้ใบหน้าคมคายดูโดดเด่น สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ลลินครู่หนึ่ง
แม้เตรียมใจไว้ว่าเธอเป็นผู้หญิงสวย แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขานิ่งไปอย่างไม่คาดคิด
ลลินไม่ได้มีความงามอ่อนหวานเหมือนผู้หญิงที่เขาเคยควงออกงาน หากเป็นความงามสุขุมและสง่างาม ดวงตาคู่เรียวภายใต้เครื่องสำอางบางเบายังคงเต็มไปด้วยความระวัง ไม่มีความตื่นเต้นของเจ้าสาวและไม่มีความหวังต่อชีวิตคู่
เธอดูเหมือนผู้หญิงซึ่งสวมชุดเกราะสีขาวมากกว่าสวมชุดแต่งงาน
“ขอเวลาส่วนตัวสักครู่”
สายฟ้ากล่าวกับทีมงาน ทุกคนรีบออกไปโดยไม่มีใครกล้าถาม
เมื่อลับร่างคนอื่น ลลินจึงหันกลับมามองเขาผ่านกระจก
“คุณควรเคาะประตูก่อนเข้าห้องผู้หญิงนะคะ”
“อีกไม่ถึงชั่วโมง คุณต้องยืนจับแขนผมต่อหน้าคนนับร้อย ความเป็นส่วนตัวในวันนี้เหลือไม่มากนัก”
“การต้องแสดงต่อหน้าคนอื่นไม่ได้แปลว่าฉันไม่มีสิทธิ์กำหนดว่าใครจะเข้ามาในห้องแต่งตัว”
สายฟ้าไม่สนใจคำตำหนิ เขาเดินมายืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว
“ผมมาทบทวนสิ่งที่เราต้องทำในงาน คุณต้องยิ้มให้สื่อ ตอบคำถามตามข้อความที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เตรียมไว้ และห้ามพูดเรื่องพินัยกรรม สัญญาสามปี หรือคดีของพ่อคุณ”
“ฉันจำข้อตกลงได้ค่ะ”
“เมื่ออยู่ต่อหน้าแขก คุณต้องทำให้ทุกคนเชื่อว่าเราแต่งงานด้วยความสมัครใจ”
“ฉันแต่งงานด้วยความสมัครใจจริง เพียงแต่เหตุผลไม่โรแมนติกอย่างที่พวกเขาคาดหวัง”
“ผมไม่ได้ขอให้คุณแสดงความรักจนเกินจริง แค่ยืนข้างผมและอย่าสร้างปัญหา”
ลลินหันกลับมาเผชิญหน้า“ส่วนคุณก็ต้องทำตามสัญญา ห้ามพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาสร้างความอับอายให้ฉัน ไม่ว่าจะก่อน ระหว่าง หรือหลังงาน”
ดวงตาของสายฟ้าหรี่ลงเล็กน้อย
“คุณกำลังกังวลเรื่องพิมพ์พิชา?”
“ฉันกำลังกังวลเรื่องศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ว่าเธอหรือผู้หญิงคนไหน หากเข้ามาแสดงความสัมพันธ์เกินขอบเขตต่อหน้าฉัน คุณต้องจัดการ ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันรับมือเพียงลำพัง”
“คุณกลัวว่าจะแพ้เธอหรือ”
“ฉันไม่ได้แข่งขันกับใครเพื่อแย่งคุณค่ะ ผู้หญิงที่จะชนะหรือแพ้เพราะผู้ชายคนเดียวไม่ใช่ฉัน”
“ถ้าไม่สนใจ เหตุใดต้องตั้งเงื่อนไข”
“เพราะการที่ฉันไม่ต้องการหัวใจคุณ ไม่ได้หมายความว่าฉันยินยอมให้ใครเหยียบย่ำเกียรติของฉัน คุณต้องแยกให้ออกระหว่างความหึงกับการเคารพตัวเอง”
สายฟ้ามองใบหน้าของเธอ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังสร้อยคอเรียบหรูซึ่งทีมงานเตรียมไว้ให้
“คุณปฏิเสธเครื่องประดับชุดที่ผมส่งมา”
“มันมีราคาสูงเกินกว่าความจำเป็น และฉันไม่ต้องการสวมของที่อาจถูกมองว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับการแต่งงาน”
“มันเป็นเครื่องประดับประจำครอบครัว เจ้าสาวทุกคนควรสวม”
“ฉันไม่ได้เป็นเจ้าสาวเพราะความรัก จึงไม่จำเป็นต้องสวมสิ่งที่มีความหมายเป็นมรดกของครอบครัว”
“คนภายนอกไม่รู้เรื่องนั้น หากคุณไม่สวม พวกเขาจะตั้งคำถาม”
“ถ้าเช่นนั้นบอกว่าฉันเลือกแบบเรียบง่าย เพราะไม่ชอบความฟุ่มเฟือย”
“ทุกอย่างในงานนี้เป็นตัวแทนภาพลักษณ์เอสเคกรุ๊ป ไม่ใช่เรื่องรสนิยมส่วนตัวของคุณเพียงคนเดียว”
ลลินถอนหายใจ ก่อนหันไปหยิบกล่องกำมะหยี่ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ภายในเป็นสร้อยเพชรน้ำงาม มูลค่าน่าจะมากกว่าบ้านของเธอหลายเท่า
“ฉันจะสวมในพิธี แล้วคืนให้หลังจบงานค่ะ”
“คุณไม่จำเป็นต้องคืน มันเป็นของคุณ”
“ไม่มีสิ่งใดเป็นของฉันเพียงเพราะคุณพูดว่าให้ หากฉันรับของราคาแพงทุกชิ้นที่คุณมอบ วันหนึ่งคุณจะใช้มันเป็นหลักฐานว่าฉันเข้ามาเพราะเงิน”
สายฟ้าก้าวเข้ามาใกล้ หยิบสร้อยออกจากกล่อง
“หันหลัง”
“ฉันใส่เองได้”
“ถ้าคุณใช้เวลาโต้เถียงทุกเรื่อง งานคงเริ่มพรุ่งนี้เช้า”
ลลินมองเขาผ่านกระจก ก่อนยอมหันหลังอย่างไม่เต็มใจ
สายฟ้ายกสร้อยขึ้นคล้องรอบลำคอให้ ปลายนิ้วสัมผัสผิวบริเวณต้นคอโดยบังเอิญ ความเย็นจากเพชรตัดกับความอุ่นจากมือของเขา ทำให้ลลินเผลอเกร็งตัว
สายฟ้ารับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นเช่นกัน
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อเกี่ยวตะขอ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมของเธอลอยผ่านจมูก ระยะห่างที่ใกล้เกินไปทำให้ภาพในกระจกดูคล้ายสามีกำลังสวมสร้อยให้ภรรยาด้วยความอ่อนโยน
ทั้งที่ความจริงไม่มีความอ่อนโยนอยู่ในความสัมพันธ์นี้
เมื่อเกี่ยวตะขอเสร็จ เขายังไม่ถอยออกทันที
ลลินจึงเอ่ยขึ้น“เสร็จแล้วหรือยังคะ”
“คุณตัวสั่น”
“ในห้องหนาวค่ะ”
“หรือคุณกลัวการอยู่ใกล้ผม”
เธอหันกลับมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ใบหน้าทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงคืบ
“ฉันไม่ได้กลัวคุณ”
“ดี เพราะหลังคืนนี้เราต้องอยู่บ้านเดียวกัน คุณคงหลบผมไม่ได้ตลอดเวลา”
“ฉันไม่คิดจะหลบ แต่จะไม่เข้าใกล้เกินกว่าที่จำเป็นเช่นกัน”
สายฟ้ามองดวงตาคู่เรียว ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ
“อย่าลืมว่าต่อหน้าคนอื่น คุณต้องดูเหมือนอยากอยู่ใกล้ผม”
“ฉันแสดงได้ค่ะ ขอเพียงคุณอย่าสำคัญผิดว่ามันเป็นความรู้สึกจริง”
“ผมไม่เคยสำคัญตัวผิดเรื่องผู้หญิง”
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นค่ะ เพราะฉันไม่อยากเสียเวลาย้ำกับคุณทุกวันว่า การเป็นสามีตามกฎหมายไม่ได้ทำให้คุณกลายเป็นผู้ชายในหัวใจฉัน”
สายฟ้าถอยออกช้า ๆ สีหน้าเย็นลงอีกครั้ง
“คุณไม่จำเป็นต้องย้ำ ผมไม่ได้ต้องการหัวใจคุณ”
“ดีค่ะ”คำตอบสั้น ๆ ซึ่งปราศจากความเสียดายกลับทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งกว่าการโต้เถียงยาวนาน
เสียงเคาะประตูดังขึ้น กรณ์แจ้งว่าพิธีกำลังจะเริ่ม
สายฟ้ายื่นแขนให้“ได้เวลาแล้ว”
ลลินมองแขนของเขา ก่อนวางมืออย่างสุภาพ
“จำไว้นะคะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนอกประตูเป็นเพียงการแสดง”
“คุณเองก็ควรจำว่า การแสดงที่ไม่แนบเนียนอาจทำให้เราทั้งคู่เสียหาย”
“ฉันทำงานตรวจสอบบัญชีมาหลายปี ต้องนั่งยิ้มต่อหน้าคนที่กำลังโกหกโดยไม่ให้เขารู้ว่าฉันจับผิดได้ การแสดงเป็นภรรยาที่รักคุณคงไม่ยากไปกว่านั้น”
สายฟ้าหันมามองเธอด้วยแววตาแข็งขึ้น“คุณชอบเปรียบผมกับคนโกหก”
“ฉันยังไม่รู้ว่าคุณโกหกหรือไม่ค่ะ แต่รู้ว่าคุณเก็บความจริงบางอย่างไว้ แม้บางทีคุณอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ”
ประตูเปิดออกก่อนที่เขาจะตอบ แสงแฟลชจากกล้องจำนวนมากสาดเข้ามาทันที
ลลินเปลี่ยนสีหน้าในชั่วพริบตา รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก เธอขยับเข้าใกล้สายฟ้าอย่างเหมาะสมและวางมือบนแขนเขาด้วยท่าทีสง่างาม
สายฟ้าเหลือบมองหญิงสาวข้างกาย เธอแสดงได้ดีอย่างที่พูดจริง ๆ ดีเสียจนเขาไม่แน่ใจว่า รอยยิ้มใดของเธอเป็นของจริงและรอยยิ้มใดเป็นเพียงหน้ากาก พิธีบนเวทีดำเนินไปท่ามกลางเสียงชื่นชมของแขก ทั้งคู่แลกแหวน ถ่ายภาพ และรับคำอวยพรจากผู้ใหญ่ คุณหญิงวิภาดานั่งอยู่แถวหน้าในชุดหรูสีเข้ม ใบหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาที่มองลลินไม่มีความยินดีอยู่แม้แต่น้อย
เมื่อถึงช่วงกล่าวคำขอบคุณแขก สายฟ้ารับไมโครโฟนและพูดอย่างมืออาชีพ เขาขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน กล่าวถึงการเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ และยืนยันว่าการแต่งงานไม่กระทบต่อการบริหารบริษัท
จากนั้นเขาส่งไมโครโฟนให้ลลิน สายตาหลายร้อยคู่จับจ้องมา รอให้หญิงสาวซึ่งไม่มีใครรู้จักเปิดเผยตัวตน
ลลินรับไมโครโฟนด้วยมือมั่นคง“ฉันขอบคุณแขกทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ค่ะ การแต่งงานซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอาจทำให้หลายคนประหลาดใจ แต่ดิฉันเชื่อว่า ชีวิตมีหลายช่วงเวลาที่เราไม่สามารถเตรียมพร้อมได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ทำได้คือก้าวเข้าไปด้วยสติและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเองให้ดีที่สุด”
คำพูดของเธอไม่ได้กล่าวถึงความรักแม้แต่คำเดียว แต่ฟังดูเหมาะสมพอที่ไม่มีใครจับผิดได้
สายฟ้ามองเธออยู่ข้าง ๆ เขาเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ เธอกำลังประกาศว่าการแต่งงานเป็นการตัดสินใจซึ่งเธอจะรับผิดชอบ ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ความรัก และไม่ใช่คำสัญญาว่าจะอยู่ตลอดไป
