บทที่ 10 ต้องสวมชุดเก่า

“หึ ไม่เอาหรอกแม่ โซ่ยังไม่มีแฟนไม่รู้จะแต่งกับใคร” หญิงสาวส่ายหน้ายิก สมฤดีหันไปมองหน้าสามี

“ก็เพราะพ่อนั่นล่ะ ตั้งชื่อลูกว่าโซ่ เหมือนชื่อเด็กผู้ชาย ลูกเราถึงได้ห้าวเหมือนผู้ชายแบบนี้ แล้วคราวนี้ใครเขาจะมาจีบลูกสาวเราล่ะพ่อ” นางต่อว่าสามี

“แม่ก็บ่นเรื่องนี้อีกแล้ว ก็แม่เป็นคนบอกเองให้พ่อตั้งชื่อเล่นแล้วแม่ตั้งชื่อจริงไง ทีแม่เอาชื่อนางเอกนิยายจำเลยรักมาตั้งชื่อให้ลูก พ่อยังไม่ว่าอะไรสักคำเลย พ่อก็ตั้งชื่อให้มันคล้องกับชื่อจริงไง โส กับ โซ่ มันพ้องเสียงกัน แล้วโซ่ก็มีความหมายว่าลูกคือโซ่ทองคล้องใจ ดูสิความหมายดีจะตาย ยังจะมาว่าพ่ออีก หรือแม่จะเปลี่ยนใหม่เป็นโสดีล่ะ” ประทีปถามภรรยา แต่คนเป็นลูกทำตาโตกับชื่อใหม่

“ไม่เอานะพ่อ โซ่ชอบชื่อนี้มันเท่ดี โซ่ไม่อยากชื่อโส เกิดใครเรียกโซ่ว่าคุณโสมันฟังดูแปลก ๆ นะพ่อ เดี๋ยวเขาคิดว่าโซ่ทำอาชีพอย่างว่า” หญิงสาวส่ายหน้าหวือจนผมปลิว

“เห็นไหมล่ะแม่ ลูกมันชอบชื่อนี้” ประทีปหันไปบอกกับภรรยาอย่างเป็นต่อ

“เอาเถอะ ๆ ก็เรียกมาแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว ให้เปลี่ยนแม่ก็คงเรียกไม่คุ้นปากหรอก รีบกินข้าวกินปลากันเถอะ เดี๋ยวแม่จะไปช่วยงานศพคนงานพม่าแถวนี้หน่อย เขาไม่มีญาติมิตร มาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองลูกก็ยังเล็ก เมียก็ยังสาวไม่ประสีประสา”

“อ้อ คนที่ไปหาปลาแล้วจมน้ำตายน่ะรึ เขาไว้ศพที่วัดหรือแม่ พ่อคงไปไม่ได้วันนี้ต้องเข้าสวนสักหน่อย งั้นพ่อฝากซองช่วยงานเขาสักพันแล้วกัน” ประทีปบอกกับภรรยา

“หือ ศพคนงานพม่าไม่ได้เป็นญาติอะไรกับเราสักหน่อย พ่อให้ตั้งพันนึงเลยเหรอคะ” โสรยาทำตาโต

“อือ เขาไม่มีญาติพี่น้องที่นี่ จัดงานกันตามมีตามเกิด คงมีแขกเหรื่อไม่มาก เราช่วยเขาเยอะหน่อยเขาจะได้มีเงินจัดงาน อย่างงานบวชงานแต่งเราให้เขาน้อยก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะเจ้าของงานเขาเตรียมตัวจัดงานมาแล้ว แต่งานศพถ้าพ่อมีพ่อช่วยเต็มที่ เพราะพวกเขาไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน บางทีก็จ่ายค่ารักษาพยาบาลกว่าคนป่วยจะตายลูกหลานก็หมดเนื้อหมดตัวไปตาม ๆ กัน งานแบบนี้เราควรให้เขามากหน่อย” ประทีปบอกกับบุตรสาว

เขาอธิบายอย่างใจเย็นเพราะการส่งลูกสาวไปเรียนห่างบ้านตั้งแต่เด็ก ๆ จึงทำให้ไม่ค่อยรู้ธรรมเนียมและวิถีชีวิตของคนในชนบทที่ต้องอยู่แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โสรยาได้แต่นั่งนิ่ง เพราะเธอไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้มาก่อน หญิงสาวจึงนั่งรับประทานอาหารเงียบ ๆ ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้น

“งั้น ถ้าพ่อเข้าสวน โซ่ยืมรถมอเตอร์ไซค์พ่อหน่อยนะ จะไปบ้านไอ้หวัน มันบอกให้ไปเป็นเพื่อนมันเช่าชุดแต่งงาน”

“แล้วทำไมไม่เอารถยนต์ไปล่ะลูก” สมฤดีถามบุตรสาว

“โซ่ชอบขับมอเตอร์ไซค์มากกว่า บ้านเราอากาศดี ได้กินลมชมวิวด้วย” คนตอบยิ้มตาใส

“งั้น จะเอาคันไหนก็เอาไปเถอะ ขับระวัง ๆ ด้วยล่ะ อย่าซิ่งเหมือนพ่อก็แล้วกัน แม่กลัว” สมฤดีว่า คนเป็นลูกสาวได้แต่อมยิ้มแต่ไม่รับปาก เพราะเธอไม่อยากเป็นบาปกับการต้องโกหกมารดา

โสรยาขับรถมอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าบ้านชั้นเดียวหลังเล็กอยู่ติดริมถนน ไม่มีรั้วบ้าน ซึ่งเป็นบ้านของดาหวัน เธอเดินเข้าไปในบ้านที่มีเพียงห้องนอนเดียว ภายนอกเป็นโถงโล่ง มีเก้าอี้ไม้ที่ต่อเองแบบง่าย ๆ ตั้งไว้ต้อนรับแขก วางโทรทัศน์รุ่นเก่าซึ่งเปิดรายการข่าวทิ้งไว้บนชั้นวางทีวีฝั่งตรงข้าม  เตียงนอนขนาดกลางตั้งชิดผนังห้องไว้อีกด้านหนึ่ง ส่วนด้านหลังเป็นห้องครัวกับห้องน้ำ

“หวัน ๆ อยู่ไหม” โสรยาตะโกนถาม

“อยู่ รอแป๊บนึง ฉันแต่งตัวอยู่” ดาหวันชะโงกหน้าออกมาจากห้องนอน

โสรยาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ดูข่าวทีวีไปพลาง เพียงไม่นานดาหวันก็ออกมาจากห้องนอน ซึ่งเป็นห้องที่เธอนอนกับน้องสาว ส่วนเตียงนอนด้านนอกเป็นของพ่อกับแม่

หลังจากทักทายกัน ทั้งสองคนรีบออกจากบ้านทันที ดาหวันไม่รู้สึกอะไรนักกับการที่ต้องซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ เพราะตอนอยู่กรุงเทพฯ โสรยาจะพาเธอซ้อนมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไปกับกลุ่มเพื่อนของเธอบ่อย ๆ ในวันหยุด ซึ่งเพื่อนกลุ่มนี้โสรยารู้จักผ่านอินเตอร์เน็ตเพราะเป็นคนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน จึงมีการจัดทริปขับรถท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ อยู่เสมอ

เมื่อไปถึงร้านให้เช่าชุดวิวาห์ ดาหวันได้เข้าไปเลือกชุดแต่งงาน ซึ่งเป็นชุดสีขาวหลากหลายแบบสวยงามละลานตาไปหมด เธอเลือกชุดที่ถูกใจมาสองสามชุดแล้วเข้าไปที่ห้องลองเสื้อผ้า ก่อนจะออกมาในชุดเจ้าสาวจนคนเป็นเพื่อนตาค้าง เมื่อเห็นหญิงสาวผมหยักศกผิวสีน้ำผึ้งใบหน้าเรียวหวานอยู่ในชุดวิวาห์สีขาวเกาะอก ทิ้งชายยาวกรุยกรายลากพื้น

“เฮ้ย สวยมากเลยไอ้หวัน” เสียงทักอย่างตื่นเต้นของเธอทำให้ดาหวันถึงกับยิ้มอย่างเขินอาย ปกติเธอไม่ค่อยเห็นดาหวันแต่งตัวสวยมากนัก ชุดไปทำงานก็ใส่ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เพียงไม่กี่ชุด จนบางทีเธอก็เอาชุดที่ซื้อมาแล้วไม่ชอบให้ดาหวันบ่อยๆ เพราะเพื่อนเธอเป็นนักบัญชีที่ประหยัดตัวยง จนเธอเห็นแล้วรำคาญตา แม้ว่าเสื้อผ้าของเพื่อนไม่ได้ดูสกปรกมอมแมม แต่เธอชอบเห็นอะไรที่ใหม่ ๆ อยู่เสมอ มันเป็นความรู้สึกตื่นเต้นไม่จำเจ

ดาหวันเข้าไปลองชุดอยู่สองสามชุดแล้วเลือกชุดที่โสรยาบอกว่าสวยที่สุด ส่วนตัวของโสรยาเธอไม่เช่าชุดเพื่อนเจ้าสาวอย่างที่เพื่อนเสนอ เพราะไม่ชอบสวมเสื้อผ้าที่มีคนอื่นใส่มาก่อน เลยเลือกเอาชุดราตรีสีครีมทองที่เคยใส่ไปงานเลี้ยงเมื่อนานมาแล้วมาใส่แทน

แม้ออกจะระแวงว่าจะมีใครเห็นเธอใส่ชุดนี้ออกงานไปแล้ว แต่ในเมื่อเธอไม่มีเงินซื้อใหม่ และไม่อยากเช่าชุด จึงจำเป็นต้องตัดใจสวมชุดเก่าอย่างจำยอม จะขอเงินพ่อกับแม่มาซื้อชุดใหม่ก็เกรงว่าท่านจะรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังเป็นหนี้หัวโต

บทก่อนหน้า
บทถัดไป