บทที่ 12 ต้องหาผู้ชายสักคนมาแต่งงานด้วย
หลังจากพิธีการในงานเสร็จสิ้นลง ทุกคนไปส่งบ่าวสาวที่บ้านของพิทยาที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของดาหวันนัก ที่นั่นจัดเป็นเรือนหอ ซึ่งทำให้โสรยาถึงกับแปลกใจที่บ้านไม้หลังเก่าของพิทยา กลายเป็นบ้านปูนหลังขนาดย่อม ตกแต่งภายในไว้อย่างสวยงาม มีข้าวของเครื่องใช้ในบ้านครบครัน
เธอเพิ่งรู้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่เจ้าบ่าวสร้างไว้เพื่อเซอร์ไพรส์เจ้าสาวของเขา เธอเห็นดาหวันยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เมื่อเจ้าบ่าวของเธอบอกว่านี่คือสิ่งที่เขาสร้างไว้รอ โสรยาอดยินดีกับเพื่อนไม่ได้
อย่างน้อยเธอก็หมดห่วง เพราะกลัวมาตลอดว่าเพื่อนจะต้องกลับมาอยู่บ้านอย่างยากลำบาก เนื่องจากเธอฝังใจมาตลอดว่าพิทยาฐานะไม่ดี ถึงขั้นยากจนก็ว่าได้ ไม่มีที่ทางเป็นของตัวเอง มีแค่บ้านไม้เก่า ๆ อยู่หลังเดียวสร้างบนที่ดินผืนเล็ก ๆ ซึ่งอาศัยอยู่กับย่าที่ตาบอด หาเช้ากินค่ำ จบชั้นประถมแล้วไม่ได้เรียนต่อ
เมื่อตอนเช้าของอีกวันหนึ่งมาถึง โสรยารีบมาหาเพื่อนที่บ้านของพิทยา เธอเห็นละไมซึ่งเป็นย่าตาบอดของพิทยากับน้องสาวและพ่อแม่ของดาหวันนั่งอยู่ในบ้าน
“หวัดดีค่ะ ยายละไม น้าทับ น้าลำดวน” หญิงสาวยกมือไหว้ทุกคนที่นั่งล้อมวงกันอยู่
“อ้อ หนูโซ่ เข้ามานั่งด้วยกันสิจ๊ะ” ลำดวนขยับที่ทางให้โสรยาเข้ามานั่งข้างๆ
“ทำอะไรหรือคะน้องแวว” โสรยาถามแววดาวน้องสาวของดาหวัน ที่กำลังแกะกล่องกระดาษ
“อ้อ กำลังจะนับเงินซองงานแต่งพี่หวันค่ะพี่โซ่” ว่าพลางดึงเอาซองจำนวนมากมาวางไว้บนเสื่อที่ปูไว้
“อ้าว แล้วหวันไปไหนล่ะจ๊ะ น้าลำดวน” โสรยาถามพลางกวาดสายตามอง
“ออกไปกับพ่อหมึกโน่นล่ะ ตั้งแต่เช้าแล้ว เห็นบอกว่าเอาชุดไปคืนที่ร้าน แล้วแวะไปจ่ายค่าตงค่าเต็นท์ที่เช่ามาด้วย สักพักคงจะมากันล่ะ” พูดไม่ทันขาดคำเสียงรถก็มาจอดที่หน้าบ้าน แล้วเห็นดาหวันกับพิทยาเดินเข้ามาในบ้าน
“อ้าว มาสิพ่อหมึก แม่ลำดวนเขารอนานแล้วจะได้นับซองสักที” ละไมผู้เป็นย่าของพิทยาเอ่ยเรียกหลานชาย พิทยานั่งลงข้าง ๆ ย่า แล้วดึงมือภรรยาให้นั่งลงข้าง ๆ
“นั่งดูด้วยกันสิหวัน อ้าว โซ่ก็อยู่ด้วย มานานแล้วเหรอจ๊ะ” พิทยายังจับมือดาหวันไว้ไม่ปล่อย แต่ปากก็หันไปถามโสรยาที่นั่งอยู่ข้างลำดวน ดาหวันนั่งลงติดกับสามี
“นับเลยครับแม่ ที่จริงไม่ต้องรอผมกับหวันก็ได้” พิทยาบอกกับลำดวน ทั้งหมดจึงเปิดซองนับกันไปคุยกันไป ลำดวนแกะซองมานับพร้อมกับบอกให้โสรยาช่วยจดว่าแต่ละซองใส่จำนวนเงินมาเท่าไหร่
“ทำไมต้องจดไว้ด้วยล่ะคะน้าลำดวน” โสรยาทำหน้ากังขา เพราะคิดว่าแค่แกะซองแล้วนับว่าได้เท่าไหร่ก็ถือว่าน่าจะจบแล้ว
“ต้องจดไว้สิจ๊ะหนูโซ่ ถ้าไม่จดไว้ คราวหน้าถ้าหากบ้านเขามีงานเราก็ไม่รู้สิว่าเราควรจะใส่ซองใครเท่าไหร่ เขาให้เรามาเท่าไหร่ เราก็ต้องใส่ให้เขาไปเท่านั้น หรือมากกว่าที่เขาใส่มาให้เรา ถ้าเราจำไม่ได้แล้วให้เขาน้อยกว่าที่เขาเคยให้เราก็น่าเกลียดแย่สิจ๊ะ” ลำดวนอธิบาย โสรยาจึงต้องนั่งจดชื่อและจำนวนเงินที่แขกใส่ซองมาให้ลงในสมุดจนกระทั่งถึงคนสุดท้าย ก่อนจะเอาเครื่องคิดเลขมาคำนวณยอดเงิน
“โห ได้ตั้งสี่แสนกว่าแน่ะ” โสรยาทำตาโตกับยอดเงินจำนวนมาก
“แต่เราต้องหักค่าใช้จ่ายด้วย ทั้งค่าอาหาร ค่าเช่าเต็นท์ และค่าอื่น ๆ อีกจิปาถะ” ลำดวนว่าพลางควักเอาบิลค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกมาแล้ววางไว้ตรงหน้าของทุกคน ก่อนจะบอกให้โสรยากดเครื่องคิดเลข แล้วหักออกจากจำนวนเงินในซองที่ได้มา
“สองแสนเจ็ดหมื่นห้าพันสามร้อยบาทค่ะ ได้กำไรเยอะเลยนะคะ” โสรยาทำตาโต
“โธ่ นี่แค่นิดเดียวเองนะจ๊ะหนูโซ่ ยายหวันเขาจัดงานเล็ก น้าก็เลยแจกการ์ดแขกไม่กี่ร้อยคน พ่อหมึกเขาก็แจกการ์ดไม่เยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกเถ้าแก่สวนยางที่รู้จักกัน เลยได้ซองละพันสองพันจำนวนเงินเลยเยอะหน่อย ลองหนูโซ่แต่งสิจ๊ะ น้ารับประกันได้เลยว่าได้เยอะกว่ายายหวันหลายเท่า เพราะทั้งพ่อประทีป และแม่ฤดีเขาทั่วถึง งานไหนงานนั้นไปทุกงานไม่มีเว้น แถมใส่ซองหนัก ๆ ทั้งนั้น น้าว่าเผลอ ๆ อาจจะได้เป็นล้านเชียวนะทำเป็นเล่นไป” ลำดวนว่าพลางเก็บเงินรวบรวมให้เป็นก้อนเดียวกันไปพลาง
“เป็นล้านเชียวหรือคะ” โสรยาทำตาโตยิ่งกว่าเดิม ค่าตัวเธอมันมากเป็นล้านเชียวหรือนี่ คิดถึงเงินล้านแล้วดวงตาคู่สวยของเธอก็เต้นไหวระริก
“ใช่จ้าหนูโซ่ ยิ่งแจกการ์ดเยอะก็ยิ่งจะได้เงินเยอะ”
“แล้วเงินในซองนี่เอาไปไหนคะ น้าลำดวน” โสรยาเอ่ยถาม
“หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว แม่ก็ให้แม่หวันกับพ่อหมึกเขาไว้เป็นทุนทำกินนั่นล่ะ ไม่เอาไปทำอะไรหรอก เอา... เอาไปสิพ่อหมึกฝากธนาคารไว้ก่อนเผื่อจะเอาไปลงทุนทำอะไร” ลำดวนเอาเงินปึกใหญ่ส่งให้พิทยา แต่ชายหนุ่มบ่ายเบี่ยง
“แม่แบ่งไว้ใช้บ้างเถอะครับ ที่เหลือก็ให้หวันเก็บไว้ก็แล้วกัน ต่อไปผมจะให้หวันเขาจะเป็นคนคอยทำบัญชีให้ผม” พิทยาตอบพลางดันเงินคืนไปให้ลำดวน นางหยิบเอาไปปึกหนึ่งเพื่อไม่ให้ลูกเขยเสียน้ำใจก่อนจะผลักเงินส่วนที่เหลือไปให้ดาหวัน ซึ่งมีโสรยามองตาไม่กระพริบ
“แม่เก็บไว้สักสองหมื่นก็แล้วกัน ที่เหลือพ่อหมึกกับแม่หวันเก็บไว้เป็นทุนก็แล้วกันนะ” ดาหวันหยิบเงินปึกใหญ่มาถือไว้ ในขณะที่คนเป็นเพื่อนกำลังคิดแผนการต่าง ๆ เป็นฉาก ๆ อยู่ข้าง ๆ
‘ถ้าแกแต่งงาน... ได้ค่าซองเป็นล้านเชียวนะไอ้โซ่ พอจ่ายหนี้ได้สบายเลย... ว่าแต่...จะเอาใครมาแต่งด้วยวะ’ แล้วดวงตาคู่โตของเธอก็อ่อนแสงลงเมื่อเจอทางออกทั้งที กลับยังหาเป้าหมายไม่เจอ
แต่ในเวลานี้ เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า... จะต้องหาผู้ชายสักคนมาแต่งงานด้วยให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้เอาเงินใส่ซองในงานแต่งงานมาใช้หนี้ก้อนโต!
