บทที่ 2 ผู้ชายมีกล้าม

ดาหวันถอนใจหนัก เพราะรายได้ของเพื่อนที่มากกว่าเธอเกือบเท่าตัวแต่กลับไม่มีเงินเก็บแม้แต่น้อย

ในขณะที่เธอเงินเดือนเพียงสามหมื่นกว่าบาทแต่กลับมีเงินเหลือเก็บ ทั้ง ที่ยังต้องส่งเงินให้พ่อแม่ใช้จ่ายอีกเดือนละหลายพันบาท ไหนจะค่าเช่าคอนโดหรูที่เพื่อนของเธออยากให้ดูดีเลยชวนเธอมาเช่าอยู่ในถิ่นคนสังคมชั้นสูง ซึ่งค่าเช่าที่นี่เดือนละหลายหมื่นบาท

แต่เพราะเจ้าของห้องเป็นคนรู้จักกันและตอนนี้ไปอยู่เมืองนอกต้องการคนเช่าที่ช่วยดูแลห้องหับให้ด้วย ถึงให้คนที่ไว้วางใจกันเช่าในราคาแปดพันบาทต่อเดือน ซึ่งทำให้เธอกับโสรยาได้มีโอกาสแชร์ค่าห้องหรูนี่อยู่คนละสี่พันบาทต่อเดือน

ดาหวันได้แต่ส่ายหน้าเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเธอก็ไม่ทันได้นับ ก่อนเอ่ยถามเรื่องเลนส์กล้องถ่ายรูปที่เพื่อนเพิ่งซื้อมาเมื่อสองเดือนก่อน

“เออ แล้วไอ้เลนส์กล้องตัวใหม่แกน่ะ ถ่ายรูปแล้วเป็นยังไงบ้าง ซื้อมาตั้งแสนกว่าฉันอยากรู้ ถ่ายแล้วมีคนเขามาขอซื้อรูปแกบ้างหรือยัง” ดาหวันถาม เพราะโสรยาเคยบอกว่าถ้าได้เลนส์ใหม่มาเธอจะถ่ายรูปขายหารายได้ แต่เธอก็ไม่เคยเห็นเพื่อนเอาไปถ่ายอะไรสักเท่าไร มีแต่เอาไปส่อง ๆ ที่ระเบียงหลังห้อง แล้วเห่อถ่ายรูปมดแมลงอยู่พักหนึ่งก็เงียบหายไป

“แกอย่าซ้ำเติมฉันหน่อยเลยน่า ฉันชอบถ่ายรูปแกก็รู้ นั่นมันรางวัลชีวิตที่ฉันทำงานหนัก แถมยังทำให้ฉันประหยัดเงินลงตั้งหกหมื่นเชียว”

“ประหยัด! ประหยัดยังไง” ดาหวันทำตาโต

“ก็ถ้าฉันซื้อตอนนั้นมันราคาแค่หนึ่งแสนสองหมื่นเก้าพันบาท แต่ถ้าหมดโปรมันก็ต้องขึ้นไปที่หนึ่งแสนเก้าหมื่นเก้าพันบาทเชียวนะแก เห็นไหมล่ะประหยัดกว่าเห็นๆ” ตอบอ้อมแอ้ม เพราะเลนส์แสนกว่าที่ซื้อมาร่วมสองเดือนแล้ว แต่เธอเพิ่งเอามันไปถ่ายรูปจริงจังแค่สองครั้ง และการซื้อครั้งนั้นเธอก็ซื้อจากการเอาบัตรเครดิตทุกใบไปรูดซื้อเพื่อรวมยอดเงินให้ได้ตามจำนวนราคาเลนส์ที่ได้มา

“งั้นก็กินข้าวกินปลาให้เสร็จเถอะ ฉันไม่อยากเถียงกับแก เห็นทีจะพูดกันไม่รู้เรื่องเพราะตรรกะคำว่าประหยัดของแกกับฉันมันต่างกัน ว่าแต่แกเมาขนาดนี้ขับรถกลับมาได้ยังไง” สิ้นเสียงของดาหวัน โสรยาก็เบิกตากว้างเมื่อนึกถึงรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ Ducati Monster แสนรักราคากว่าครึ่งล้านที่เธอยังผ่อนไม่หมด

“ขับรถ! ตายล่ะ ฉันฝากรถไว้ที่ร้านข้าวต้มแล้วนั่งแท็กซี่มา เออ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วจะรีบไปเอา”

“เมื่อไหร่แกจะเป็นผู้หญิงกับเขาซะทีวะไอ้โซ่ ฉันละเหนื่อยใจจริง ๆ” คนเป็นเพื่อนส่ายหน้าอย่างระอา

“ฉันก็เป็นผู้หญิงอยู่เนี่ย แกไม่เห็นหรือยังไง ฉันไม่ได้ชอบผู้หญิง ฉันไม่ใช่ทอม ฉันชอบผู้ชายมีกล้ามปึ๊ก ๆ เห็นแล้วใจละลายแกก็รู้ แล้วตั้งแต่แกอยู่กับฉันมาตั้งหลายปี นอนเตียงเดียวกับฉันทุกคืน ฉันเคยลวนลามแกมั้ย แล้วฉันไม่เป็นผู้หญิงตรงไหน ถาม!” คนโดนกล่าวหาว่าไม่เป็นผู้หญิงขึ้นเสียงสูง

“ก็การใช้ชีวิตของแกไง มันไม่เหมือนผู้หญิง ชอบทำอะไรโลดโผนเกินที่ผู้หญิงเขาทำกัน แกออกไปเอารถเสร็จก็รีบกลับแล้วกัน ไม่ต้องแวะที่ไหน และไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากฉันด้วย ไม่งั้นแกก็ได้หมดตัวกลับบ้านมาอีก”

“เออ พูดถึงผู้ชายมีกล้าม เดี๋ยวฉันแวะดูหนังที่เมเจอร์ก่อนแล้วกันแก คิดถึงพี่เว่น จะไปดูจูราสสิค เวิร์ล สักหน่อย” พูดจบก็ยิ้มตาเป็นประกายคิดถึงซิ๊กแพ็กบึ๊ก ๆ ของโอเว่นพระเอกหนุ่มที่แม้ในเรื่องจะไม่ได้โชว์เนื้อหนังมังสาให้เห็นแต่เธอก็จินตนาการไปได้ถึงไหนต่อไหน แถมยังขับมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์สุดเท่ให้เธอใจละลายหนักขึ้นไปอีก

“แต่แกดูเรื่องนี้มาสองรอบแล้วนะ” ดาหวันท้วง

“แกอย่าขัดฉันสิ ฉันคิดถึงกล้ามพี่เว่นแล้วใจละลายๆ อยากดูซ้ำแล้วซ้ำอีก” โสรยายิ้มกว้างทำตาระยิบระยับก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปากแล้วทำหน้าอิ่มเอิบใจอย่างที่สุดเมื่อพูดถึงพระเอกในดวงใจ

“นี่ ๆ แกดูในรูปนี่ก็ได้ เอาไปเลยฉันยกให้หนังสือเล่มนี้ ให้แกเอาไปนั่งดู มีทุกแบบทุกท่าของพี่เว่น ไม่ว่าจะเป็นท่าสยบแรปเตอร์ ท่าขี่มอเตอร์ไซค์ แกจะได้ไม่ต้องแวะเข้าห้าง” ดาหวันรีบลุกไปคว้านิตยสารที่เขียนเรื่องราวของหนังเรื่องจูลราสสิค เวิร์ลในตู้หนังสือมายื่นให้เพื่อน เพราะถ้าปล่อยเพื่อนเข้าห้างก็เหมือนปล่อยเสือเข้าป่าดี ๆ นี่เอง มีหวังต้องขนซื้ออะไรต่อมิอะไรกลับมาอีก

“โธ่ ไอ้หวัน รูปมันเคลื่อนไหวไม่ได้ แล้วฉันก็อยากรู้ด้วยว่าแรปเตอร์ตัวที่โดนยิงบาซูก้าใส่ตัวแรกคือชาลีหรือเปล่า ฉันเห็นลายไม่ชัดดูไม่ออกว่าตัวไหน มันคาใจ” คนเป็นเพื่อนได้แต่ถอนใจที่ทำยังไงก็คงจะรั้งไม่อยู่ เพราะเหตุผลในการหาทางจ่ายเงินของเพื่อนมีมากมายก่ายกอง

“อือ ก็ตามใจเถอะ แล้วก็อย่ากลับมืดค่ำนักล่ะ พรุ่งนี้แกต้องทำงานนะจำไว้” ดาหวันบอกพลางดึงชามข้าวต้มและกับข้าวที่เหลือมาซ้อนเพื่อจะเก็บไปล้าง

“ฉันไม่เคยเบี้ยวงานแกก็รู้ ไม่ต้องย้ำหรอกน่า ส่วนจานชามฉันล้างเองก็ได้ แกไม่ต้องช่วยฉันหรอก เอามาฉันล้างเอง” โสรยาดึงจานชามมาจากมือเพื่อน

“ไม่เป็นไรหรอกไอ้โซ่ แกซื้อมาให้ฉันกิน ฉันก็ต้องล้าง จะให้ฉันกินของแกฟรี ๆ ได้ยังไง ไม่ต้องห่วงหรอกจานแค่สองสามใบฉันล้างได้ แกรีบไปเอารถเถอะ ป่านนี้โดนแยกชิ้นส่วนขายไปแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้” ดาหวันถือจานดุ่ม ๆ ไปยังอ่างล้างจานไปพลางพูดไปพลาง

“เฮ้ย แกอย่าพูดให้ฉันใจเสียสิ” โสรยาท้วงเพื่อนก่อนที่จะรีบผลุบหายเข้าห้องเพื่อเปลี่ยนกางเกงแล้วรีบบึ่งไปเอารถที่ร้านข้าวต้มเจ้าประจำที่ตั้งอยู่หน้าผับทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป