บทที่ 4 พ่อแม่มีฐานะดี
ในตอนเช้าของวันใหม่ สองสาวต่างรีบเร่งกันแต่งตัวเพื่อออกไปทำงาน ดาหวันยืนมองเพื่อนแต่งตัวไปทำงานแล้วอดอมยิ้มอย่างขำขันไม่ได้ ที่วันนี้โสรยาเหมือนกับเป็นคนละคนเมื่อเทียบกับเมื่อวานนี้
มาดสาวห้าวในวันหยุดของเธอจะต้องหมดไปเมื่อต้องเริ่มต้นไปทำงาน แม้จะไม่ชอบแต่งชุดแบบผู้หญิง แต่ในเมื่อเป็นกฎของบริษัท โสรยาก็จำเป็นต้องแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นต์
“ชุดใหม่เหรอแก สวยเชียว” ดาหวันเอ่ยถาม เมื่อเห็นเดรสสั้นผ้าชีฟองมีลวดลายและสีสันสดใสแบบผู้หญิงเต็มขั้นของเพื่อน
“เปล่า ชุดเก่าซื้อมาตั้งนานแล้วเพิ่งเห็นว่ายังไม่ได้ใส่ ก็เลยเอามาใส่สักหน่อย เป็นไงมั่งแก” โสรยาหันมาแล้วโพสท่าให้เธอดูราวกับนางแบบ
ดาหวันยอมรับว่าชุดสวยน่ารักเหมาะกับเพื่อนทีเดียว ถ้าไม่รู้สึกขัดตาว่าเมื่อวานเธอเพิ่งจะเห็นเพื่อนใส่เสื้อเชิ้ตนุ่งกางเกงยีนแล้วขับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ก็คงคิดว่าเพื่อนเป็นผู้หญิงเต็มขั้นอย่างแน่นอน
“อือ สวยดี แต่มันขัดกับความรู้สึกนิดหน่อย เพราะเมื่อวานฉันยังเห็นแกเป็นทอมอยู่เลย” ดาหวันว่ายิ้ม ๆ
“ฉันก็อยากแต่งตัวแบบเมื่อวานไปทำงานนั่นแหละถ้าไม่กลัวเขาไล่ออก ทำไงได้ล่ะ อยากได้เงินเขานี่ ฉันก็ต้องตอแหลบ้างไรบ้าง เขาอยากให้สวยฉันก็จัดสวยไปให้เขาดู อยู่เมืองดัดจริตชีวิตต้องป๊อป แกจำไว้ไอ้หวัน แล้วแกจะเจริญรุ่งเรือง” ว่าพลางก็แต่งแต้มลิปสติกสีสดลงบนเรียวปากไปพลาง ดาหวันได้แต่ถอนใจกับสโลแกนการใช้ชีวิตของเพื่อน
เธอยอมรับว่าโสรยาสวย เรียนเก่ง ทำงานเก่ง คล่องแคล่วไปหมดทุกอย่าง จึงทำให้เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไป ไม่ว่าจะตักเตือนอย่างไร เพื่อนของเธอก็ต้องหาทางเอาชนะข้าง ๆ คู ๆ อยู่ดี จึงไม่คิดจะตักเตือนอะไรมากนักถ้าไม่ใช่เรื่องที่หนักหนาจนทนไม่ได้จริง ๆ แต่ก็ยังดีที่โสรยาไม่ใช่เป็นคนที่โกรธง่ายนัก ทำให้ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาก็ไม่เคยมีเรื่องขัดใจอะไรกัน
“กริ๊งงงงงง” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่หัวเตียง ดาหวันเอื้อมไปรับสายแต่โสรยาพุ่งตัวมาปัดมืออย่างแรง พร้อมกับห้ามเสียงสั่น
“หยุดๆๆๆๆ ห้ามรับเด็ดขาด”
“ทำไมวะไอ้โซ่ แกจะปล่อยให้มันร้องอยู่แบบนี้เหรอ”
“ใช่ ปล่อยมันไว้ที่นี่แหละ ไปเถอะฉันเรียบร้อยแล้ว” โสรยาลากมือเพื่อนออกจากห้อง ทิ้งเสียงกรีดร้องของโทรศัพท์ไว้ที่หัวเตียง แล้วรีบปิดประตูห้องนอนทันที
“แกเป็นอะไรไอ้โซ่ เผื่อใครมีธุระอะไรสำคัญ”
“โอ้ย ใครมีธุระสำคัญก็โทรเข้ามือถือสิ ฉันไม่มีใครโทร. เข้าเบอร์บ้านมาตั้งนานแล้ว มีแต่พวกทวงหนี้บัตรเครดิตนั่นล่ะ”
“อ้าว แล้วเมื่อวานแกออกไปนานสองนานยังไม่ได้จ่ายอีกเหรอ”
“เออน่า เดี๋ยววันนี้จะจ่ายล่ะ ฉันไม่อยากให้ใครมาทวงหนี้แต่เช้า มันเสียฤกษ์ ตอนเช้าเราควรได้รับเงินก่อนจะได้โชคดีทั้งวัน ถ้ารับสายทวงหนี้แต่เช้านี่มันจะซวยทั้งวัน ฉันถือ แกรู้ป่ะ” ดาหวันส่ายหน้ายิก
“ไม่รู้ ฉันไม่ถือ เพราะฉันไม่เคยติดหนี้ใคร”
“เออ เหยียบย่ำกันเข้าไป ว่าแต่แกจะเข้าออฟฟิศเลยใช่ไหม จะได้ไปส่งถึงที่เลย” โสรยาถามเพื่อนเพราะบางวันดาหวันจะแวะที่ธนาคารก่อนบ้าง หรือไปธุระเรื่องงานให้เจ้านายก่อนเข้าออฟฟิศบ้าง
“อือ วันนี้เข้าออฟฟิศเลยไม่ต้องแวะที่ไหน” ดาหวันตอบ
ดาหวันทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บัญชีของบริษัทรับทำบัญชีเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่รับจ้างจดทะเบียนการค้าให้ลูกค้า ต้องเอาเงินเข้าบัญชีให้บริษัทบ้าง ทำบัญชีให้บริษัทต่าง ๆ ที่จ้างมาบ้าง ไหนจะต้องออกไปยื่นแบบเสียภาษีให้กับลูกค้า
ทำให้บางวันเธอจะออกไปทำงานที่ได้รับมอบหมายไว้เมื่อวานนี้ในตอนเช้าของอีกวันหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศ ดาหวันเป็นคนไม่เกี่ยงงานเธอจึงทำงานที่นี่ได้นาน
ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่บัญชีหลายรายที่เข้ามาทำงานที่นี่แล้วลาออกไปทำที่อื่นกันบ่อย ๆ เพราะที่นี่มีหน้าที่รับผิดชอบมากจนเกินจำนวนเงินค่าจ้าง เนื่องจากเป็นบริษัทขนาดเล็กและเจ้าหน้าที่มีอยู่จำกัด จึงต้องช่วยกันรับผิดชอบงานหลายด้าน
“งั้นก็รีบไปเถอะ สายแล้วรถติดแย่เลย” โสรยาชวน ทั้งสองจึงออกจากห้องพักแล้วเดินไปยังรถยนต์ที่จอดไว้ที่ลานจอดรถ
โสรยามีรถยนต์ญี่ปุ่นคันหรูอีกหนึ่งคัน ซึ่งได้มาจากที่พ่อกับแม่ของเธอซื้อให้ตอนเริ่มเข้าทำงานที่นี่ เนื่องจากอยู่ฝ่ายการตลาดจำเป็นจะต้องมีรถยนต์ไว้ใช้งาน การที่เธอเป็นลูกคนเดียว และพ่อแม่ก็พอจะมีฐานะดีในระดับหนึ่งจึงสามารถซื้อหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับลูกได้
