บทที่ 6 เปลี่ยนผู้บริหารใหม่
ระหว่างทางขับรถไปส่งดาหวัน โสรยาก็ชวนเพื่อนคุยไปตลอดทาง และเรื่องที่ชวนคุยก็คือเรื่องงานแต่งงานของเพื่อนบ้าง และเรื่องงานของตนเองบ้าง ก่อนจะจบลงที่เรื่องของชายหนุ่มที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามของห้องเธอ
“เมื่อกี้แกเห็นด็อกเตอร์ภัทรธรมั้ยไอ้หวัน หล่อเนอะ แต่ฉันเสียดายว่ะ”
“อือ เห็น แล้วแกเสียดายอะไร” ดาหวันถามเสียงเนิบ
“โธ่ ก็ทั้งหล่อ ทั้งรวย การศึกษาดี แต่ดันเป็นเกย์นี่สิ เฮ้อ พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกช้างด้วย ผู้ชายกินกันเองหมดโลกแล้วโสรยาจะหาผัวได้มั้ย” ดาหวันได้แต่ยิ้มขำขัน เมื่อได้ยินเสียงคร่ำครวญของเพื่อนพร้อมกับท่าตีอกชกหัวตัวเอง ก่อนจะถามกลับ
“แกรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นเกย์”
“โถ ๆ ๆ ๆ ไอ้หวัน แกนี่ไร้เดียงสาอีกแล้ว ร้อยนึงฉันเอาแค่ยี่สิบ พนันกันเลย แบบนี้เกย์ชัวร์ ๆ วันก่อนฉันอ่านข่าวก็อซซิปในแวดวงไฮโซเขาเม้าท์กันให้แซ่ดว่าคุณหมอรูปหล่อนี่เป็นเกย์” คนที่ขับรถอยู่ร่ายยาวอย่างฉะฉาน
“แกก็เชื่อข่าวซุบซิบ เขาออกมายอมรับเองหรือยังว่าเป็นเกย์ พูดตรง ๆ ฉันมองไม่ออกเลยว่าเป็น แถมยังเคยเห็นเขาพาผู้หญิงมาที่ห้องด้วยนะ สวยด้วย แต่มาแค่แป๊บเดียวเหมือนคุณหมอเขาลืมอะไรแล้วแวะกลับมาเอานั่นแหละ ไม่ถึงห้านาทีก็กลับ”
“ป้าดดดด นั่นไงไอ้หวัน เกย์ชัวร์ ๆ ถ้าเป็นผู้ชายแล้วมีผู้หญิงสวย ๆ มาถึงห้อง มีเหรอจะยอมปล่อยให้ออกจากห้องภายในห้านาที แกนี่มันโลกสวยจริง ๆ เลย แต่งงานไปกับพี่หมึกของแกแหละดีแล้ว ฉันคอนเฟิร์มว่านั่นผู้ชายชัวร์” ตอบกลับมาอย่างมั่นใจราวกับชั่วโมงบินเรื่องเกย์ของตัวเองสูงลิ่ว
“เอาเถอะ เขาจะเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ก็ไม่เห็นเกี่ยวกับเราสักหน่อย แกจอดรถใต้สะพานลอยข้างหน้าแล้วกัน เดี๋ยวฉันข้ามถนนไปเอง แกจะได้ไม่ต้องวนรถอีก” ดาหวันบอกเพื่อนเมื่อใกล้ถึงออฟฟิศเต็มที
“โอเค ไว้เจอกันตอนเย็นนะแก เดี๋ยวฉันซื้อของอร่อย ๆ ไปฝาก”
“ไม่ต้องซื้อมาแล้ว กับข้าวเมื่อวานยังเต็มตู้เย็นอยู่เลย ฉันจะอุ่นไว้รอ แกก็รีบกลับล่ะ อย่าไปเถลไถลที่ไหนอีก เดี๋ยวก็เงินไม่พอใช้ถึงสิ้นเดือนหรอก แล้วอย่าลืมจ่ายค่าบัตรเครดิตด้วย” ดาหวันกำชับอีกครั้ง
“เออน่า แกนี่ยิ่งกว่าแม่ฉันอีก” คนขับทำท่ารำคาญพลางจอดรถใต้สะพานลอย ดาหวันเปิดประตูแล้วก้าวลงจากรถ ก่อนจะหันมาสั่งอีกรอบ
“ขับรถดี ๆ ล่ะ ไม่ต้องไปแข่งกับใครเขา”
“โธ่ ไอ้หวัน ไม่ขับเร็วแล้วเขาจะเรียกชั่วโมงเร่งด่วนเหรอวะ ไปทำงานเถอะไม่ต้องห่วงฉัน ตอนเย็นเจอกัน” ดาหวันปิดประตูลงก่อนจะยืนมองรถที่ออกตัวไปอย่างรวดเร็วแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมา
โชคดีที่ออฟฟิศของเธออยู่ทางออกของเมืองทำให้ความคล่องตัวของรถในฝั่งขาออกของช่วงเช้ามีมากกว่าฝั่งขาเข้าซึ่งทุกคนต่างแย่งกันเข้าเมืองเพื่อทำงาน โสรยาถึงมีโอกาสขับรถเร็วได้
ร่างบางลงจากรถแล้วคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมหรูของตัวเองเดินกรีดกรายเข้าไปในออฟฟิศ ซึ่งเป็นตัวอาคารห้าชั้นสีขาวสไตล์โมเดิร์น ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่แวดล้อมไปด้วยต้นหมากรากไม้มากมาย ดูร่มรื่นเพราะที่นี่จะเป็นทั้งสำนักงานและเป็นศูนย์วิจัยผลิตภัณฑ์ของบริษัทด้วย ซึ่งนายแพทย์เกริกเน้นการจัดสภาพแวดล้อมให้มีความสดชื่นมีแมกไม้เขียวขจีโดยรอบ เพื่อให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์บำรุงสมองที่สกัดจากสารที่ได้จากธรรมชาติ
ในเวลาทำงานโสรยาจะอยู่ในลุคส์ของสาวมั่นทันสมัย รองเท้าหรูหราที่ใส่กระทบกับพื้นดังตามจังหวะการเดิน ก่อนที่จะได้ยินเสียงทักทายมาจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
“หวัดดีค่ะ พี่โซ่ มาเร็วจังเลยนะคะวันนี้ แต่ยังช้ากว่าท่านประธาน วันนี้ท่านเรียกประชุมพนักงานทุกฝ่ายตอนสิบโมงเช้าด้วยค่ะ” เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์สาวรายงานมาแต่ไกล
“จ้า หวัดดีค่ะน้องจิราจันทร์ แต่งตัวสวยนะคะวันนี้ ว่าแต่ท่านประธานเรียกประชุมเรื่องอะไรเหรอจ๊ะ” โสรยาจีบปากจีบคอถามเมื่อเดินมาถึงเคาน์เตอร์ เพราะจิราจันทร์นอกจากเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์แล้วเธอคือแหล่งข่าวชั้นยอด ที่ไม่ว่าใครทำอะไรอยู่ที่ไหนนักประชาสัมพันธ์อย่างเธอจะรู้แจ้งเห็นจริงไปเสียหมด
“ได้ข่าวนะคะพี่ กระซิบ ๆ กันนะคะ รู้แล้วเหยียบ” เธอทำท่าป้องปาก
“เค ๆ รับรองว่าไม่ใช่แค่เหยียบพี่จะกระทืบให้จมดินไปเลย มีไร ว่ามา” คนอยากรู้ชะโงกหน้าเข้าไปใกล้
“คุณวิชัยเลขาท่านประธานบอกว่าจะเปลี่ยนผู้บริหารใหม่สิ้นเดือนนี้ค่ะ”
“หา เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ แล้วท่านประธานจะไปไหน” โสรยาทำตาโต เพราะเธอทำงานที่นี่มาตั้งแต่เปิดบริษัทใหม่ ๆ และเคารพรักประธานบริษัทราวกับบิดาของตัวเอง เพราะความมีน้ำจิตน้ำใจของท่านทำให้เธอทำงานที่นี่อย่างมีความสุขมาหลายปี
“ท่านจะพักเพราะอายุมากแล้ว” จิราจันทร์กระซิบมาอีกครั้ง
“ตายจริง พี่จะลาไปงานแต่งงานเพื่อนตอนต้นเดือนหน้าด้วย ถ้าพี่ลาแล้วกลับมาหลังเปลี่ยนประธานคนใหม่พี่จะโดนเขาไล่ออกไหมนี่” หญิงสาวเริ่มไม่มั่นใจในสถานภาพด้านการงานที่ราบรื่นมานานของตัวเอง
“ก็ลาออกไปเลยสิคะ พี่โส” น้ำเสียงเย้ยหยันยานคางดังมาจากข้างหลัง
ทั้งสองสาวหันขวับไปมอง ซึ่งคนที่เรียกชื่อโสรยาอย่างกระแนะกระแหนว่า ‘โส’ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากวิกานดาที่เคยเป็นนักการตลาดสาวในทีมเดียวกัน ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับโสรยามาหลายปี และออกท่าทางไม่ชอบหน้ามากขึ้นเมื่อโสรยาได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
“โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๋ แรงนะคะน้องวิกานดา แต่ไม่มีวันนั้นหรอกนะคะ เพราะพี่จะอยู่ไปจนถึงวันสุดท้ายที่น้องวิกานดาถูกไล่ออกนั่นล่ะค่ะ วันนั้นพี่คงจะได้เดินสวยๆ ออกไปจากออฟฟิศอย่างมีความสุข” โสรยาหัวเราะอย่างสะใจก่อนจะยิ้มหวานให้ แล้วก็สะบัดหน้าเชิด เดินโยกย้ายส่ายสะโพกเข้าไปในลิฟต์ ท่ามกลางสายตามองค้างของสองสาวที่อยู่ข้างหลัง
