บทที่ 3 ฆาตกร
บทที่ 2
ฆาตกร
สายตาคมกล้าทว่าแสนเศร้าหมองทอดมองออกไปยังภูเขาลูกใหญ่เบื้องหน้า พื้นที่ที่แสนว่างเปล่าและอ้างว้างเสมือนจิตใจของเขาในตอนนี้ เป็นเวลากว่าร่วมสามสัปดาห์แล้วที่วาดดาวจากไป ทุกทุกวันของช่วงเวลา ที่ผันผ่านไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่รู้สึกทรมานหัวใจ ทุกค่ำคืนที่หลับตา ยังหวนคำนึงถึงคนรักตลอดเวลา
บิดามารดาของวาดดาวก็คงไม่รู้สึกต่างไปจากเขาเลยสักนิด บางทีน่าจะมากกว่าด้วยซ้ำ หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องแตกสลายเมื่อสูญเสีย ลูกสาวเพียงคนเดียวไปไม่มีวันกลับ
“พ่อเลี้ยงครับ คุณพุฒิมาพบครับ ตอนนี้รออยู่ที่บ้านใหญ่กับ แม่นายแล้วก็พ่อนายครับ” ศุภชัยลูกน้องคนสนิทของเหมราชมองเจ้านาย ที่นั่งอยู่บนหลังเจ้าเพลิงนิลม้าตัวใหญ่สีดำขนเงาวาวด้วยความเวทนา เหมราชเกือบจะได้สร้างครอบครัวแล้วแท้ ๆ ไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลย
“อืม...เดี๋ยวกูไป” เหมราชกับศุภชัยสนิทสนมจนพูดคุยด้วยคำ ที่ไม่จำเป็นต้องสุภาพได้
“ครับ”
ศุภชัยถอยหลังกลับไปก่อนจะไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่จอดเอาไว้ไม่ไกลและขับออกไป คล้อยหลังลูกน้องได้ไม่นานเจ้าของไร่กาแฟ ก็ควบม้าตัวโปรดกลับไปยังบ้านหลังใหญ่ของตัวเอง
“มีอะไรไอ้พุฒิ”
“มาสักที กูมีอะไรให้มึงดู” พุฒิพงษ์นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของเหมราชที่ตามสืบคดีของวาดดาวนำหลักฐานที่ตนเองเพิ่งได้มามาให้เพื่อนพิจารณา
“อะไร”
“มึงมาดูเองเถอะ” เมื่อวานเขาเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติมเพื่อหาหลักฐานและร่องรอยการฆาตกรรมอีกครั้ง แล้วดันเจอเข้ากับสิ่งของบางอย่างมันเป็นไฟฉายพกพาขนาดเล็ก กระบอกของไฟฉายเป็นสีดำด้าน ด้านข้างสลักชื่อเจ้าของเอาไว้ ครั้งแรกที่หาไม่พบเพราะมันไปตกอยู่บริเวณใต้โต๊ะมุมในสุด จะบอกว่าพวกตนทำงานไม่รอบคอบก็ได้
“มึงรู้จักคนชื่อนี้ไหม?” พุฒิพงษ์ส่งถุงหลักฐานที่มีไฟฉายอยู่ให้เพื่อนดู เผื่อว่าเหมราชจะรู้จักคนที่สลักชื่ออยู่ในนี้
“รู้” เขาตอบด้วยใบหน้าที่เคลือบแคลงไปด้วยความสงสัย
“มึงรู้ไหมว่ากูเจอมันที่ไหน...กูเจอมันในที่เกิดเหตุหลังจากกลับไปตรวจสอบสถานที่อีกครั้งเมื่อวาน”
“...” คำพูดของพุฒิพงษ์ทำให้เหมราชนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหันไปสั่งศุภชัยที่ยืนอยู่ไม่ไกลกัน
“ไอ้ชัย ไปลากคอไอ้ธีร์มาให้กู”
ต้องรู้ให้ได้ว่าสิ่งของมันไปอยู่ในเรือนหอเขาได้ยังไง!
“หอม! ไอ้หอมเว้ย! เองอยู่ไหน แย่แล้ว แย่แล้ว” ป้าฝันวิ่งหอบมาแต่ไกล ตะโกนเรียกชื่อหญิงสาวที่รักดั่งลูกเสียงดัง
“มีอะไรจ๊ะป้าฝัน อะไรแย่ ตะโกนเสียงดังเชียว” จันทร์หอมที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บกวาดห้องพักหลังจากกลับมาจากทำงานภายในไร่ เสร็จจากนี้ก็จะทำอาหารไปตั้งวงกินกันกับคนสูงวัยตรงหน้ารวมถึงพี่ชาย อีกหนึ่งคน เดินออกมาตามเสียงเรียกที่ดูเป็นเดือดเป็นร้อนราวกับว่าเกิดเรื่องร้ายกับใครสักคน
“ไอ้ธีร์ ไอ้ธีร์แย่แล้ว”
“พี่ธีร์เป็นอะไรคะ” เพียงได้ยินชื่อพี่ชายก็อยู่ไม่สุข สีหน้าน้ำเสียงของป้าฝันทำให้เธอว้าวุ่นใจ
“พ่อเลี้ยงให้คนมาลากตัวพี่เองไปที่บ้านใหญ่ รีบไปดูเถอะ ดูท่าน่าจะเรื่องใหญ่”
“จ้ะป้า ๆ หอมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย”
จันทร์หอมละทิ้งทุกอย่างรีบกุลีกุจอวิ่งไปคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์มาจากในห้องแล้วรีบขับไปที่บ้านของเจ้าของไร่ที่อยู่ไม่ไกล พร้อมมีป้าฝันซ้อนท้ายมาด้วยอีกคน สีหน้าน้องสาวอย่างจันทร์หอมคิดเป็นกังวล พี่ชายเธอไปทำอะไรให้เหมราชไม่พอใจอย่างนั้นหรือ เขาถึงได้ให้คนมาพาไปที่ บ้านใหญ่แบบนั้น
ใช้เวลาไม่นานสาวเจ้าก็มาถึงที่หมาย จันทร์หอมแทบจะกระโจนลงจากรถด้วยซ้ำเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นตรงหน้าเหมราชที่ยืนน่าเกรงขามแผ่รังสีความอำมหิตและน่ากลัวออกมา
“ผมไม่ได้ทำจริง ๆ ครับพ่อเลี้ยงให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้” คนถูกกล่าวโทษยืนยันเสียงแข็งว่าตนเองไม่ได้กระทำในสิ่งที่เหมราชกำลังสงสัย ดวงตาของกลธีร์ประหม่าและไหววูบ แม้พยายามพร่ำบอกมากเท่าไรก็ดูเหมือนว่าชายตรงหน้าจะไม่ยินยอมเชื่อเลยสักนิดเดียว
“มึงไม่ได้ทำมึงก็บอกมาว่าของของมึงเข้าไปในเรือนหอกูได้ยังไง!” ความคับแค้นในอกเริ่มปะทุกรุ่น ทั้งโกรธ ทั้งเศร้า ทั้งเสียใจ ตอนนี้อารมณ์ทุกอย่างแทบหลอมรวมกันหมดสิ้น เหมราชคาดคั้นกลธีร์เสียงเข้ม มือหนากระชากคอเสื้อลูกน้องหนุ่มจนตัวแทบลอย
“ผมไม่รู้ครับว่าไฟฉายผมไปตกอยู่ที่นั่นได้ยังไง พ่อเลี้ยงเชื่อผมนะครับ” กลธีร์ยกมือขึ้นไหว้และร้องขอให้เหมราชเชื่อตนเอง แต่มันไม่เป็นผล...
“มึงอย่ามาแกล้งโง่ มึงจะไม่รู้ได้ยังไงว่าของของมึงไปตกอยู่ที่นั่น ได้ยังไง มึงไปทำไม มึงฆ่าเมียกูทำไม!” เขาโกรธจนเกินกว่าจะควบคุมตัวเองได้ มือหนาง้างขึ้นหมายจะซัดลงที่ใบหน้าของกลธีร์หนัก ๆ ให้สาสมกับสิ่งที่มันไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่หลักฐานก็ทนโท่อยู่!
“พ่อเลี้ยง ๆ อย่าทำอะไรพี่ธีร์นะคะ” จันทร์หอมถลาตัวเข้ามาจับมือหนาของเขาเอาไว้ อ้อนวอนด้วยน้ำเสียงแสนเวทนา น้ำตาไหลซึมอาบดวงตาทั้งสองข้างเมื่อเข้าใจสถานการณ์แล้วว่าเหตุใดพี่ชายเธอถึงได้มาอยู่ตรงนี้
ฆ่าวาดดาวหรือ...พี่เธอจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง
“อย่ามายุ่ง!” คนตัวโตปัดมือหญิงสาวทิ้งจนสาวเจ้ากระเด็นออกไปเนื้อกายสาวครูดไปกับพื้นดินจนเกิดแผลถลอกเลือดซึมออก แต่ถึงแม้จะเจ็บแต่เธอก็กัดฟันทน
จันทร์หอมเข้ามากอดรั้งพี่ชายเอาไว้อีกครั้ง เธอจะไม่ยอมให้เหมราชทำอะไรกลธีร์เด็ดขาด...ไม่มีทาง
“หอม...เป็นไงบ้าง เจ็บไหม” ห่วงน้องสาวสุดหัวใจ แต่สิ่งที่เหมราชต้องการรู้เขาก็ไม่สามารถบอกได้เหมือนกัน
“ฮึก...ไม่เจ็บ หอมไม่เจ็บ ฮือ ๆ พ่อเลี้ยงอย่าทำอะไรพี่ธีร์เลยนะคะ พี่ธีร์ไม่ได้ทำ พ่อเลี้ยงเชื่อเราสองคนนะคะ พี่ธีร์ไม่ได้ทำ ฮือ ๆ”
“พาน้องมันออกไปไอ้ชัย”
“ครับ” ศุภชัยรับคำเดินเข้ามาพาจันทร์หอมออกไป เขาเองก็เห็นสองพี่น้องคู่นี้มานาน คิดเอ็นดูสองคนเหมือนน้องจริง ๆ ใจหนึ่งก็ไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำว่าจะเป็นกลธีร์
“ไปกับพี่เถอะหอม”
“ไม่! พี่ชัยปล่อยหอม หอมจะไปหาพี่ธีร์ ฮึก...ฮือ” เสียงหวานร้องไห้ระงม เธอจะไม่ไปไหนทั้งนั้น
“ผมว่าใจเย็นดีกว่าไหมครับพ่อเลี้ยง” ชยุทธผู้จัดการฝ่ายการผลิตของไร่ทำใจดีสู้เสือเดินเข้ามาห้ามปรามอารมณ์ของเจ้านายหนุ่ม แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีผลอะไร ในเมื่อตอนนี้เหมราชโกรธจัดจนใครก็แทบ เข้าหน้าไม่ติด
“ถ้าเป็นคนรักนายโดนแบบนั้นนายจะยังอารมณ์ดีอยู่ไหม?” ใบหน้าทะมึงตึงหันมาตั้งคำถาม แน่นอนว่าชยุทธเองก็ส่ายหัว เขาก็คงอารมณ์เดียวกับชายหนุ่ม จึงได้ล่าถอยออกมา
“มึงจะตอบกูได้หรือยัง หรือต้องรอให้กูเอามึงเข้าตารางก่อน”
“ผมไม่รู้จริง ๆ ครับ เชื่อผมนะครับพ่อเลี้ยง ผมไม่ได้ทำ” คนถูกกล่าวหาปฏิเสธเสียงแข็งยังคงยืนยันในคำตอบแรกของตัวเอง
“กูเชื่อมึง กูก็แดกหญ้าแล้ว! พามันไปให้ไอ้พุฒิก่อนที่กูจะฆ่ามันด้วยน้ำมือกูเอง!” เหอะ! มันคิดว่าเขาโง่มากนักหรือยังไง! ใจจริงไม่คิดอยากส่งมันให้พุฒิพงษ์ด้วยซ้ำ เขาอยากจะฆ่ามันให้ตายด้วยมือตัวเองให้สาสมกับสิ่งที่มันทำ!
ลูกน้องของเหมราชอีกสามคนที่ยืนอยู่เดินเข้ามาดึงให้กลธีร์ลุกขึ้นยืนและพาขึ้นรถไปยังสำนักงานตำรวจที่มีพุฒิพงษ์รอคอยการสืบสวน จันทร์หอมสลัดตัวเองให้หลุดออกจากพันธะของศุภชัยถลาตัวเข้าไปกอดพี่ชายเอาไว้
“ไม่เอา หอมไม่ให้พี่ธีร์ไป ฮือ ๆ อย่าพาพี่ธีร์ไปเลยนะคะ ฮือ ๆ” เสียงอ้อนวอนเธอไม่เป็นผล ร่างของจันทร์หอมร่วงหล่นกองกับพื้นดินพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย สายตาเศร้าเห็นพี่ชายขึ้นรถและเคลื่อนตัวออกไปอย่างเจ็บปวด เธอเชื่อว่าพี่เธอไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นแน่นอน
ไม่มีทาง...
หัวใจราวกับแตกร้าวเมื่อต้องเห็นกลธีร์นั่งรถห่างออกไปไกล เธออยากช่วยพี่ชายให้ได้มากกว่านี้ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย เพียงจะเหนี่ยวรั้งให้สุดกำลัง ก็ทำไม่ได้...
“พ่อเลี้ยงอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ ฮือ ๆ อย่าจับพี่ธีร์เข้าคุกเลยนะคะ หอมขอร้อง...ได้โปรด” จันทร์หอมตรงดิ่งเข้าหาเหมราชกอดขาเขาเอาไว้ ร่ำร้องทั้งน้ำตา อ้อนวอนเพื่อหวังว่าเขาจะเห็นใจ แต่...มันไม่ง่ายเลย
“ปล่อย” น้ำเสียงเรียบนิ่งน่ากลัวจากความเอ็นดูที่มีตอนนี้เป็นแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ใบหน้าของสองพี่น้องนี้เขาแทบไม่อยากจะมองให้กระดากสายตา!
“หอมไม่ปล่อย ฮึก...พ่อเลี้ยงเชื่อหอมนะคะ พี่ธีร์ไม่ได้ทำ ฮือ ๆ”
“ถ้าพี่เธอไม่ได้ทำ เธอก็บอกฉันมาสิว่าหลังจากเสร็จงานวันนั้นพี่เธออยู่ที่ไหน!?” ถ้ายืนยันที่อยู่ได้เขาก็พร้อมจะเชื่อ
“...” ความเงียบของจันทร์หอมคือคำตอบ เธอยืนยันที่อยู่ของกลธีร์ไม่ได้ จำได้เพียงว่าหลังจากจบงานพี่ชายบอกจะไปทำธุระสักหน่อยให้ตนเองกลับไร่อิศราไปก่อน เธอไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหนในเวลานั้น
“ฮึ! ถ้ายืนยันที่อยู่พี่ชายเธอตอนนั้นไม่ได้ก็ไสหัวกลับไป!” เหมราชกระชากขาตัวเองกลับ ส่งผลให้เนื้อตัวของจันทร์หอมต้องเจ็บแสบอีกครั้ง เขาเดินหันหลังกลับเข้าไปในบ้านไม่สนใจคนที่กำลังอ้อนวอนน้ำตานองอยู่ด้านนอกบ้านเลยสักนิดเดียว จันทร์หอมก็ยังคงคร่ำครวญกองอยู่กับพื้นร้องไห้ออกมาราวจะขาดใจเสียให้ได้
เธอก็แค่อยากให้เขาเชื่อเธอกับกลธีร์เท่านั้นว่าไม่มีทางทำเรื่อง แบบนั้นได้
“ลุกขึ้นเถอะหอม เดี๋ยวพี่เราเขาก็กลับมานะลูก” ป้าฝันที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเดินเข้ามาหาหญิงสาว นางเองก็อยากจะช่วยแต่คงทำอะไรไม่ได้ สงสารสองพี่น้องจับใจมีกันอยู่เพียงสองคน ยังจะมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก
“ป้าฝัน ฮือ ๆ พี่ธีร์ไม่ได้ทำนะคะ พี่ธีร์ไม่ได้ทำ”
“ป้าเชื่อลูก ป้าเชื่อ...แต่ตอนนี้หยุดร้องแล้วกลับบ้านเราก่อนนะ”
เรี่ยวแรงที่จันทร์หอมมีเหมือนมันจะหดหายไปกับการร้องไห้ กลับมาถึงห้องพักได้ก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงของตัวเองปลดปล่อยความเสียใจออกมาอย่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนสุดท้ายจะผล็อยหลับไปทั้งน้ำตา ถึงกระนั้นหัวใจก็ยังเฝ้าภาวนาให้พี่ชายพ้นผิด
หลังจากที่เหมราชไม่เหลียวแลคนที่ร้องไห้อยู่นอกบ้าน ชายหนุ่มก็เดินตรงดิ่งขึ้นด้านบนทันที ทว่านางนิรมลกับนายหาญชัยที่พอจะรู้เรื่องราว ก็เดินเข้ามาหา
“แน่ใจเหรอเหม ว่าธีร์เป็นคนทำเรื่องแบบนั้นจริง ๆ แม่ไม่อยากจะเชื่อเลย” นางเองก็เอ็นดูสองพี่น้องเพราะเห็นกันมานาน ไม่คิดเลยว่ากลธีร์จะทำเรื่องแบบนั้นได้ มันดูโหดร้ายจนเกินกว่าผู้ชายธรรมดา ๆ อย่างกลธีร์จะทำ ชายหนุ่มดูมิได้จิตใจอำมหิตราวกับสัตว์ร้ายแบบนั้น
“ถ้ามันไม่ได้ทำ มันก็ต้องมีคำตอบให้ผมสิครับว่าไฟฉายมันไปตก ที่เรือนหอผมได้ยังไง หลักฐานที่อยู่ก็ไม่มีใครยืนยันได้สักคนว่าตอนนั้นมันอยู่ ที่ไหน แบบนี้คุณแม่กับคุณพ่อจะให้ผมเชื่อว่ามันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเหรอครับ”
“...” เรื่องนี้มันก็จริงอย่างที่ลูกชายบอก
“อาจจะมีหลายอย่างที่เรายังไม่รู้ก็ได้” นายหาญชัยเสริมขึ้น
“นั่นแหละครับ ผมถึงต้องการคำตอบจากมัน...ผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาไม่รอฟังคำอนุญาตของบิดามารดาด้วยซ้ำ เดินเลือนลอยขึ้นไปด้านบนและขังตัวเองอยู่ภายในห้องเพียงลำพัง
เหมราชปิดประตูห้องลงพร้อมแผ่นหลังหนาพิงประตูเอาไว้ ยามโดดเดี่ยวอยู่คนเดียวความบอบช้ำในอกก็เริ่มทะลักออกมา เขาเก็บซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ไม่อยู่ หยดน้ำตาลูกผู้ชายกลิ้งไหลออกมาจากดวงตา ทีละข้างอย่างช้า ๆ ทว่าแม้มีความเสียใจมากแค่ไหนแต่เขากลับไม่มีเสียงสะอื้นใดเล็ดลอดออกมาเลย
สิ่งที่รู้สึกในตอนนี้มันมีทั้งความเศร้าและความเกลียดแค้นผสมปนเปรวมกันเต็มไปหมด เขาเศร้าที่วาดดาวจากไปและเกลียดแค้นที่คนงานที่ไว้ใจมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้
“โธ่เว้ย!”
ความรู้สึกมันคับอกจนต้องระบายอารมณ์ออกมาโดยการต่อยกำปั้นเข้าไปที่ประตูจนเกิดเสียงดัง ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่อาจลดลาวาความร้อนระอุในใจลงได้แม้แต่นิดเดียว
ห้องสอบสวนตึงเครียดมาหลายชั่วโมง ทว่ากลับไม่ได้คำให้การณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเลยแม้แต่น้อย กลธีร์ยืนยันเสียงแข็งว่าไม่รู้เรื่องและก็ไม่รู้ด้วยว่าไฟฉายตัวเองตกอยู่ที่นั่นในตอนนั้นได้อย่างไร ถึงจะพยายามเค้นถามให้หนักขึ้น แต่สิ่งที่ตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม จนผ่านไปร่วมเกือบสี่สิบแปดชั่วโมง สิ่งที่ทำไปก็คล้ายจะสูญเปล่า เมื่อไม่มีหลักฐานยืนยันที่ระบุชัดเจนว่ากลธีร์เป็นคนก่อเหตุสุดท้ายก็ต้องปล่อยไป
เหมราชรู้เรื่องนี้เข้าเรียกได้ว่าเขาแทบคลั่งก็ได้ ชายหนุ่มโกรธมากไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมกลธีร์ถึงถูกปล่อยไปได้ จนต้องไปถามหาเหตุผลกับพุฒิพงษ์ คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้เขาหัวเสียยิ่งขึ้นไปอีกจนต้องรีบเดินออกจากสำนักงานตำรวจเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้เขาจะได้พังที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง
“ไอ้เหม” พุฒิพงษ์รีบตั้งหน้าวิ่งออกมาหาเพื่อนที่กำลังหัวร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“มึงมีอะไรอีก หลักฐานขนาดนั้นแต่มึงบอกว่ามันไม่เพียงพอ เหรอวะ!” เหมราชหันกลับมาตามคำเรียกของพุฒิพงษ์ยืนเท้าเอว เงยหน้ามองฟ้าพยายามถอนหายใจไม่ให้อารมณ์ที่ปะทุร้อนแรงไปมากกว่า
“กูรู้ว่ามึงกำลังหัวร้อน แต่หลักฐานแค่นั้นมันไม่เพียงพอจริง ๆ กูเองก็ไม่อยากปล่อยไปแต่กูต้องทำตามคำสั่ง มึงเข้าใจใช่ไหม?” แล้วสถานที่เกิดเหตุตรวจสอบตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่อง พบว่าไม่มีร่องรอยนิ้วมือของใครเลยนอกจากของวาดดาวกับเพื่อนเขา
“กูทั้งเข้าใจ แล้วกูก็ไม่เข้าใจด้วย ถ้ามึงเป็นกูมึงจะอยากให้ปล่อย ไอ้เหี้ยนั่นไปเหรอ!”
“กูเข้าใจความรู้สึกมึงดี กูจะพยายามให้เต็มที่ กูจะจับคนทำมา ให้ได้” เขาให้สัญญาตบลงบนบ่าแกร่ง เหมราชเพียงพยักหน้า ชายหนุ่มเองก็เชื่อมั่นว่าเพื่อนจะทำได้ แต่ก็ไม่ได้มั่นใจว่ามันจะรวดเร็ว
ส่วนกลธีร์หลักจากถูกปล่อยตัวก็รีบกลับมาที่ไร่อิศรา เรื่องของ ชายหนุ่มเป็นที่แพร่หลายและถูกส่งต่อปากต่อปาก บ้างก็มีคนเชื่อว่ากลธีร์เป็นคนทำบ้างก็ไม่เชื่อว่าเขาจะทำ เพราะชายหนุ่มเป็นมิตรกับทุกคน ท่าทางดูเป็นคนดีไม่น่ามีจิตใจที่อำมหิตขนาดนั้นและที่สำคัญเจ้าตัวจะทำไปเพื่ออะไร
“พี่ธีร์!” จันทร์หอมนั่งเหงาเศร้าสร้อยอยู่ในห้องยามประตูเปิดออกแล้วปรากฏร่างพี่ชายก็รีบถลาตัวเข้าไปกอดทันที เธอคิดว่าจะไม่ได้เจอหน้ากลธีร์เสียแล้ว ตั้งแต่พี่โดนตำรวจจับไป เธอกินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ ทำงานก็จิตใจล่องลอย
“เป็นไงบ้างยายแสบของพี่” แม้ใจจะเศร้าแต่ก็ต้องฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้น้องสาวกังวลใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ฮึก...หอมคิดว่าหอมจะไม่ได้เจอหน้าพี่ธีร์แล้ว ฮือ ๆ” ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา จันทร์หอมร้องไห้ราวกับเด็กอายุไม่กี่ขวบ จนกลธีร์ต้องยื่นมือออกไปลูบหัวน้องแผ่วเบา ปลอบประโลมเรียกให้ขวัญกลับมา
“ร้องไห้ทำไม”
“ก็หอมกลัวว่าพี่ธีร์จะติดคุก ฮึก...”
“พี่จะติดคุกได้ยังไงล่ะ พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”
“ฮือ ๆ พี่ธีร์ไม่ได้ทำจริง ๆ เหมือนที่พ่อเลี้ยงบอกใช่ไหมคะ ฮึก...” สาวเจ้าผละตัวออกจากอ้อมกอดพี่ชายและยืนปาดน้ำตาราวกับเด็กน้อยพร้อมตั้งคำถาม ถึงยังไงแล้วเธอก็เชื่อว่าเขาไม่ได้ทำแต่ที่ถามออกไปก็เพื่อความแน่นอนใจ
“แน่นอนสิ แต่พี่คงอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว”
“พะ...พี่ธีร์หมายความอะไรคะ” เธอไม่เข้าใจที่กลธีร์พูดเลยสักนิด อยู่ที่นี่ไม่ได้หรือ...? หมายความว่ายังไง
“หอม...ฟังพี่นะ” กลธีร์จับไหล่มนของจันทร์หอมเอาไว้มั่น หันให้หญิงสาวมาเผชิญหน้า สายตาคมจริงจังขึ้น “พี่อยู่ที่ไร่อิศราไม่ได้แล้ว”
“ทะ...ทำไมคะ พี่ธีร์ไม่ได้ทำอะไรผิด พี่ธีร์จะกลัวอะไร” นั่นสิ... พี่เธอไม่ได้ผิดสักหน่อยจะไปจากที่นี่ทำไม
“พ่อเลี้ยงเขาไม่บริสุทธิ์ใจกับพี่แล้ว” เรื่องนี้คือเรื่องจริงถึงจะถูกปล่อยตัวเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ แต่ถ้าให้อยู่ที่นี่ต่อไปคงไม่ดีแน่ ๆ
“ก็ได้ค่ะ ถ้าพี่ธีร์จะไปจากที่นี่ หอมก็จะไปด้วย”
“ไม่ได้หอม หอมต้องอยู่ที่นี่” หากจันทร์หอมไปกับเขาด้วยมันคง ไม่ดี
“ไม่...หอมจะไปกับพี่ธีร์ จะให้หอมอยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไง” คนที่กำลังจะโดนให้อยู่คนเดียวน้ำตาคลอหน่วงที่ขอบตาทั้งสองข้าง ส่ายหน้าไปมาไม่ยินยอมง่าย ๆ
“หอมไม่ได้อยู่คนเดียว พี่บอกป้าฝันกับลุงกิตแล้ว พี่พาเราไปด้วยไม่ได้ มันลำบากเกินไป” ไม่เพียงแค่ลำบาก ทว่ามันกลับอันตรายต่อหญิงสาวตรงหน้านี้ด้วย ไม่มีทาง...เขาไม่มีวันให้น้องน้อยของตัวเองต้องเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด
“ไม่เอา ฮือ ๆ หอมจะไปกับพี่ธีร์ด้วย ฮึก...”
“อย่าพูดยากหอม ฟังที่พี่พูด” เสียงของกลธีร์เข้มขึ้นทันที เมื่อน้องสาวดื้อรั้น
“หอมไม่อยากให้พี่ธีร์ทิ้งหอมไว้ที่นี่ ฮือ ๆ อย่าทิ้งหอมนะคะ หอมไม่อยากให้พี่ธีร์ทิ้งหอม ฮือ...” เธอมีเขาเพียงคนเดียว หากกลธีร์ทิ้งเธอไปแล้วเธอจะอยู่อย่างไร ทุกวันมันจะเป็นยังไง
“ไม่ได้หอม หอมต้องอยู่ที่นี่ เชื่อพี่...พี่ทำเพื่อเราสองคน เข้าใจ รึเปล่า”
“ฮึก...ไม่เอา”
“พี่ไม่ได้ทิ้งเรา แต่ถ้าหอมไปกับพี่เราจะลำบาก อยู่ที่นี่ไปก่อน แล้วพี่จะมาหา” จันทร์หอมเป็นเด็กที่เชื่อฟังเขาดีมาตลอด แต่ยามที่ดื้อรั้น ก็ไม่ยอมเหมือนกัน
กลธีร์ผละออกจากจันทร์หอมและเดินเข้าไปเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าใบไม่เล็กไม่ใหญ่ ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ จันทร์หอมยืนมองอยู่ไม่ห่างหยดน้ำตาก็ไหลเป็นทางไม่หยุด
“พี่ไปก่อนนะ”
“ไม่...” เธอยังทำใจให้กลธีร์จากไปไม่ได้จริง ๆ
“อยู่กับป้าฝันลุงกิตนะหอม กินข้าวให้อิ่ม นอนให้เยอะ ๆ แข็งแรงเข้าไว้ เข้าใจไหม”
“พี่ธีร์ ฮือ...” จันทร์หอมคร่ำครวญปานจะขาดใจ จะเหนี่ยวรั้งเอาไว้ก็ทำไม่ได้ ในเมื่อพี่เธอตัดสินใจแล้วได้แต่ยืนมองแผ่นหลังที่แสนคุ้นเคยจากไปเรื่อย ๆ หัวใจร้าวรานไม่ขาด แล้วเมื่อไรกันที่เธอจะได้พบพี่ชายอีก...
เสียงร้องไห้ของจันทร์หอมบาดลึกลงในใจของกลธีร์ไม่แพ้กัน เขาไม่อยากทิ้งน้องสาวไว้คนเดียว แต่หากไม่ทำเจ้าตัวจะเป็นอันตราย สู้ให้จันทร์หอมอยู่ภายใต้การปกครองของเหมราชยังดีกว่าอยู่กับเขา
แบบนี้มันดีที่สุดสำหรับจันทร์หอมแล้ว
ร่วมสองชั่วโมงแล้วที่กลธีร์จากไป จันทร์หอมยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่บนแคร่ไม้หน้าห้องพักที่เดิมไม่ไปไหน หญิงสาวนึกถึงทุกวันที่ไม่มีพี่ไม่ออกเลยต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร เธอจะทนอยู่ได้หรือไม่ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งพานไหลออกมาไม่หยุด
“พี่เธอมันหายไปไหน!” เสียงเข้มน่ากลัวดึงสติให้สาวเจ้าหลุดออกจากภวังค์อันน่าเศร้า ดวงตาเศร้าเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตาเงยหน้ามองเขา
“พ่อเลี้ยง...” ครางเรียกเขาแผ่วเบา เหมราชเดินเข้ามาประจันหน้าสายตาน่าเกรงขามจนจันทร์หอมต้องหลบสายตาหนี
“ฉันถามได้ยินหรือเปล่า พี่ชั่ว ๆ เธอหายไปไหน”
“พ่อเลี้ยงอย่ามาพูดถึงพี่ของหอมแบบนั้นนะคะ พี่ธีร์ไม่ได้ชั่ว” คราวนี้ทำเป็นใจดีสู้เสือ ยืนขึ้นเสมอหน้าชายหนุ่ม เธอจะไม่ยอมให้เขามากล่าวหาพี่ชายแบบนี้เด็ดขาด
“เหรอ ถ้ามันไม่ทำแล้วมันหนีหัวหดออกจากไร่ฉันแล้วทิ้งเธอไว้ที่นี่ทำไม!” นี่ถ้าเขาไม่ได้ข่าวจากคนงานที่เห็นเหตุการณ์ก็คงไม่รู้ว่ากลธีร์มันหนีออกจากไร่เขาไปแล้วแถมมันยังทิ้งน้องตัวเองเอาไว้เปลืองข้าวแดงแกงร้อนเขาอีก
“พี่ธีร์ไม่ได้ทิ้งหอม พี่ธีร์บอกว่าจะกลับมาหาหอม” พี่ชายเธอบอกแบบนั้น เขาไม่ได้ทิ้งเธอดั่งที่คนตรงหน้าพูดเลยสักนิด
“ไม่ได้ทิ้งเหรอ? เฮอะ! เธอแน่ใจแค่ไหนกันเชียว ขนาดน้ำเสียงที่พูดเมื่อกี้ยังไม่มีความมั่นใจเลย ถ้าพี่เธอมันไม่ทำจริง ๆ มันคงไม่หัวหดทิ้งเธอไปแบบนี้หรอก...ฟังให้ดีนะจันทร์หอม ต่อให้พี่เธอมันอยู่ที่ไหน ฉันจะลากคอมันมาให้ได้ ฉันจะฆ่ามันด้วยมือฉันเอง” มือหนากระชากหญิงสาวเข้าหาตัวและบีบลงที่หัวไหล่มนแรง ๆ ด้วยโทสะทั้งหมดที่มันหลั่งออกมา ใจจริงเขาอยากบีบคอเล็ก ๆ ของผู้หญิงคนนี้ด้วยซ้ำ!
“จะ...เจ็บค่ะ” ใบหน้าหวานนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ทั้งเจ็บทั้งเสียใจ สายตาที่เหมราชมองมาที่เธอ มันเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว...
“ความเจ็บเธอมันไม่ได้เสี้ยวของฉันหรอกจันทร์หอม แค่นี้อย่ามาทำสำออย” เหอะ! เจ็บเหรอ แค่นี้มาบอกว่าเจ็บ แล้วเขาที่เหมือนตายทั้งเป็น อยู่เล่า ความเจ็บของจันทร์หอมเทียบไม่ติดแม้แต่นิดเดียว “ฉันจะฆ่าพี่เธอ”
“อย่าทำอะไรพี่ธีร์นะคะ พี่ธีร์ไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้นแน่นอน พ่อเลี้ยงเชื่อเราสองคนนะคะ” เริ่มอ้อนวอนเขาอีกครั้ง หวังว่าเหมราชจะเห็นใจ แต่เปล่าเลย...
“ถ้าไม่ได้ทำเธอก็พิสูจน์สิ หาหลักฐานมาให้ฉันสิว่าไฟฉายพี่เธอมันไปอยู่ที่เรือนหอฉันได้ยังไง!”
“ได้ค่ะ หอมจะพิสูจน์ให้พ่อเลี้ยงดู ว่าพี่ธีร์บริสุทธิ์”
“ฉันจะคอยดู ทำให้ได้ก่อนที่ฉันจะฆ่าพี่เธอตายตามเมียฉันไป!”
“โอ้ย...” สิ้นประโยคเหมราชก็ผลักจันทร์หอมให้ออกห่างตัวอย่างนึกรังเกียจ จนสาวเจ้าถลาล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นดินแข็ง จากนั้นชายหนุ่ม ก็เดินกระแทกเท้าจากไปไม่คิดใยดี
ฝ่ามืออิ่มกระแทกพื้นจนเกิดเป็นแผลเลือดซึมไหลออกมาจนน้ำตาเล็ด ทั้งเจ็บทั้งจุกเธอกำลังโดนคนที่ตัวเองแอบรักเกลียดชังเข้าไส้ คนงานหลายคนที่อยู่แถวนั้นได้แต่เวทนาหญิงสาว แต่เห็นว่าจะมีคนหนึ่งที่ยิ้มอย่างสุขใจที่เห็นจันทร์หอมเป็นแบบนี้
“แกน่าจะตามพี่แกไปนะ หน้าด้านหน้าทนอยู่ได้ฉันทนเห็นหน้าแกไม่ไหวแล้วนังหอม” ชบาหญิงสาวอายุอานามมากกว่าจันทร์หอมห้าปี เดินเข้ามาตอกย้ำความหน้าทนของนังน้องฆาตกร เธอละเกลียดขี้หน้ามันจริง ๆ เวลาเธอทำอะไรนังนี่มักจะเสนอหน้าตลอด แม้จะทำได้ไม่ดีเท่าแต่ก็น่ารำคาญจนพานให้คิดเกลียดชัง
คนที่กองอยู่พื้นปาดน้ำตาทิ้ง ลุกขึ้นมาเผชิญหน้าชบา เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะจงเกลียดจงชังอะไรกันหนักกันหนา ชบาก็ทำทุกอย่างได้ดีกว่าเธอไปหมดแล้วมันมีเรื่องอะไรที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ไม่ชอบขี้หน้าเธอ
“หอมไม่ไปไหนหรอก ถ้าพี่ชบาทนเห็นหน้าหอมไม่ได้ ตัวเองก็ออกไปจากไร่นี้เองซะสิ”
“อีหอม ปากดีนักนะมึง” หน็อย! อีนี่มันปากเก่งขึ้นทุกวัน เดี๋ยวจะตบให้มันพูดไม่ออกเลย!
“มึงหยุดนะอีชบา ถ้ามึงตบนังหอม กูนี่แหละที่จะเป็นคนตบมึงคืน” ป้าฝันเดินข้ามาแทรกตัวตรงกลางระหว่างหญิงสาวสองคนแล้วชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง จนมือชบาที่ง้างขึ้นเตรียมตบจันทร์หอมต้องลดมือลง พ่นลมหายใจฟึดฟัดเดินกลับไป
“เข้าห้องเถอะหอม เดี๋ยวตอนเย็นป้ามาหา” ตอนนี้เป็นพักกลางวันนางจึงต้องทำงานต่อจึงอยู่ปลอบใจคนที่รักเสมือนลูกไม่ได้ อีกอย่างวันนี้ ให้จันทร์หอมพักสักหน่อยก็แล้วกัน
“ค่ะ”
พอเข้ามาในห้องได้จันทร์หอมก็ปล่อยน้ำตารินไหลออกมาอีกครั้ง ความเจ็บปวดกายไม่อาจสู้ความเจ็บปวดที่ใจ เธอทรมานอย่างบอกไม่ถูก เสียงร้องไห้ดังระงม กายสาวกอดตัวเองเอาไว้เพียงลำพัง รู้สึกว่าช่วงเวลานี้มันช่างยากเย็นเหลือคณา หยดน้ำตารินไหลหยดแหมะลงหลังมือครั้งแล้วครั้งเล่า ทำอย่างไรเธอถึงจะผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้
“ฮึก...ฮือ ๆ”
ทำอย่างไรพี่ชายเธอถึงจะไร้มลทิน…
