บทที่ 5 คนเป็นที่ยังเจ็บปวด

บทที่ 4

คนเป็นที่ยังเจ็บปวด

แรงโยกเย้าจากเตียงกว้างยังคงสั่นสะท้านอย่างต่อเนื่อง เวลาร่วมเกือบสองชั่วโมงแต่คนตัวโตยังไม่มีที่ท่าว่าจะเหนื่อยหอบกับสิ่งที่กำลังกระทำอยู่เลย กลับกันเขากลับอิ่มเอมจนความสุขแทบทะลักออกจากอก เสียด้วยซ้ำ จันทร์หอมกัดฟันฝืนถึงคราแรกที่ชายหนุ่มแทรกแซงเข้ามามันจะเจ็บแสนเจ็บเพราะเป็นครั้งแรกที่พบพาลเรื่องพรรค์นี้ ทว่าต่อจากนั้นไม่นานเขาก็แปรเปลี่ยนและพาเธอลอยละล่องไปกับความหวาบหวามจนลืมสิ้นความระทม

จันทร์หอมรองรับอารมณ์และความปรารถนาของเหมราชด้วยความเต็มใจ แม้รู้ดีว่ายามนี้เธอเป็นเพียงแค่ตัวแทนของวาดดาวก็ตาม...หากจะว่าเธอโง่เขลาก็ยอมรับ แต่ความเจ็บปวดของเหมราชก็ไม่อาจปล่อยผ่านมันได้เหมือนกัน

“พะ...พ่อเลี้ยง เบา...หน่อยได้ไหมคะ”

เขากระแทกกระทั้นเข้ามาราวกับว่าไม่ให้เธอได้หายใจหายคอทัน เหมราชกดเน้นย้ำจนลึกสุดลำเข้าและออกจนจันทร์หอมเสียวซ่านไปทั้งร่าง ความเจ็บที่พบพานยามโดนท่อนเนื้อใหญ่ทิ่มแทงเข้ามามันไม่อาจหายไปเสียทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็บรรเทาลงบ้าง

“กายคุณมันน่าปรารถนาจนเกินกว่าจะเบาได้วาด...” ขณะพูดอยู่มือหนาก็ยังคงหยอกเย้ากับทรวงอกที่ใหญ่จนเกินตัวของจันทร์หอม พ่อเลี้ยงหนุ่มทั้งดูดทั้งเลียไม่มีอิ่ม หนำซ้ำยังอยากได้เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ อีก

“...เจ็บ”

“ขอโทษครับคนดี แต่ทนอีกนิด ทนอีกนิดนะ...”

คำว่า ‘เจ็บ’ จากเรียวปากอิ่มมันเสียดแทงเข้าสู่หัวใจ ทว่าเขากดข่มอารมณ์ความต้องการเอาไว้ไม่ได้ ความหวานฉ่ำจากกายสาวมันเพิ่มแรงให้พลุ่งพล่านมากเหลือเกิน เขาอยากสอด อยากกระแทกเข้าไปเรื่อย ๆ อยากฝากฝังตัวตนและตีตราเอาไว้ มิให้ใครได้จับจองยกเว้นเพียงเขาแค่คนเดียวเท่านั้น

คนเดียว...

กายหนาโน้มตัวไปด้านหน้า ส่งเรียวปากหยักประกบกลีบปากอิ่ม เพื่อหวังว่าความนุ่มนวลนี้มันจะช่วยให้หญิงสาวได้คลายความเจ็บลงได้บ้าง เนื้อกายกล้ามแกร่งแนบชิดกับเนินเนื้อตูมทั้งสองข้าง เหมราชยกยิ้มอย่าง พึงพอใจก่อนจะเบียดเสียดเข้าไปให้แนบแน่นมากกว่าเดิม

ไม่นานก็เลื่อนลดใบหน้าผละออกจากเรียวปากหวาน มาจดจ่ออยู่ที่ดอกบัวตูมที่ยามนี้ ตุ่มไตมันกำลังตั้งชันอย่างเชิญชวนคล้ายรอเวลาที่จะสู่รบกับปากของเหมราช

“อื้อ...พ่อเลี้ยง”

สาวเจ้าสะท้านเฮือก ครั้นชายหนุ่มส่งอุ้งปากเข้าหาทรวงอกอีกหน ไม่ว่าเขาจะกระทำมันกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความเสียวซ่านของเธอมันก็ยังคงเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งยอมรับว่าสุขใจอยู่ไม่น้อย ความรู้สึกนี้มันอาจจะน่าอายไปบ้างเพราะตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยพบพานสัมผัสแปลกใหม่ เหมราชเป็นคนมอบมันให้เธอครั้งแรก

“หวานมาก...ทำไมมันถึงหวานได้ขนาดนี้ ฮึ?”

โอ้ว...ความหวานมันร่ำร้องมากเสียจนเขาปกปิดไม่มิด หวานมากกว่าครั้งไหน ๆ ที่เคยสัมผัส เขาแทบไม่อยากจะผละกายถอยห่างอยากดอมดมและหยอกเย้าอยู่เช่นนี้นาน ๆ

ความหอมหวานจากกายของหญิงสาวใต้ร่างทำให้เหมราชไม่อาจต้านทานได้ เขาหลงระเริงและมัวเมาไปกับสัมพันธ์พิศวาสโดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว คนที่รองรับความเป็นชายของชายหนุ่มเอาไว้ทั้งหมดนั่นมิใช่ วาดดาว แต่เป็นจันทร์หอมทั้งหมด ทั้งกลีบกุหลาบที่โอบอุ้มเนื้อกายใหญ่ ทั้งทรวงอกที่ดูดดื่มจนคราบน้ำลายเปียกแชะ

แม้กระทั่งน้ำสีขาวขุ่นก็เป็นจันทร์หอมที่กอบกุมมันเอาไว้

...ทั้งหมด

ราว ๆ ตีหนึ่งสี่สิบห้านาที

เสียงตะโกนโวกเวกโวยวายทำให้คนที่กำลังหลับใหลไปได้เพียง ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทำศึกสมรภูมิร้อนรักบนเตียงกว้างต้องค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์เพราะมีคนมากวนเวลานอนอันแสนมีความสุข เขากำลังหลงระเริงอยู่ให้ห้วงฝันแสนหวานอยู่แท้ ๆ ใครกันที่บังอาจมาทำลายมันลง

เปลือกตาหนาเปิดขึ้นด้วยความหงุดหงิด สิ่งที่พบเห็นเป็นอย่างแรกเลยคือใบหน้าของมารดาที่จ้องมองมาที่เขาด้วยสีหน้าทะมึนตรึง เหมือนมีเรื่องไม่ชอบใจ

“คุณแม่เข้ามาได้ยังไงครับ?” สภาพงัวเงีย ท่อนบนไร้อาภรณ์ส่วนท่อนร่างก็ไม่อยากจะคิด ถ้าไม่มีผ้าห่มผืนหนาปกปิดเอาไว้ มีหวังลูกชาย  ตัวน้อยของเหมราชคงได้ออกมาโชว์ตัวให้ตื่นตาตื่นใจกันอีกแน่

“ฉันสิต้องถามว่าแกอยู่ในสภาพนี้กับหอมได้ยังไง!” สายตาคู่มากประสบการณ์ของนางนิรมลหันไปทางหญิงสาวที่นั่งกอดผ้าห่มห่อหุ้มกายเอาไว้แน่น กุมหน้างุดไม่เงยหน้าขึ้นมาสบประสานสายตา

“คุณแม่พูดอะไร ผมไม่เข้าใจ แล้วผมอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง” เขาก้มมองตัวเอง พลางคลึงศีรษะเบา ๆ เพราะปวดหัว ผลพวงน่าจะมาจากการดื่มหนัก

“อ้อ ฉันรู้แล้วแกคงดื่มจนเมามากแล้วจำอะไรไม่ได้สินะ จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าแกทำเรื่องมิดีมิร้ายยัยหอม!”

“หอม...” หอม...หอมไหน เหมราชสงสัยอยู่ได้ไม่นานก่อนเขาจะหันไปข้างกายก็พบกับคำตอบ ถ้าเขาจำไม่ผิดเมื่อคืนเขาอยู่กับวาดดาว...

หรือว่า...

ให้ตายสิวะ!

“เธอมาอยู่บนเตียงฉันได้ยังไงจันทร์หอม!? แล้วสภาพ...แม่งเอ้ย!” แค่มองก้มดูร่างกายของตัวเองกับจันทร์หอม เขาก็พอจะไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ได้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้

“นี่ถ้าทอฝันไม่มาบอกว่าจันทร์หอมหายไปยังไม่กลับบ้าน ฉันก็คงไม่รู้หรอกว่าลูกชายตัวเองมันทำอะไรแบบนี้ แกทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไงเหม ไหนลองบอกแม่มาสิ ว่าแกทำได้ยังไง!” นางนิรมลเคืองโกรธมากที่ลูกชายกระทำเรื่องราวนี้ ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลย

“ใจเย็น ๆ ก่อนคุณมล ลูกคงมีคำตอบให้เรา” หาญชัยคนเป็นสามีเอาน้ำเย็นเข้าลูบ เผื่อว่าจะทำให้ภรรยาใจเย็นลงบ้าง

“ไม่ยงไม่เย็นมันแล้วคุณหาญ คุณดูลูกชายคุณสิคะ มันน่าไหม!” เลี้ยงมาตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอยนางไม่เคยสั่งสอนให้ลูกชายมีพฤติกรรมแบบนี้ การดื่มจนเมาและไร้สติลากคนอื่นมาย่ำยีมันไม่ใช่เรื่องน่าภิรมย์ใจ

ตอนนางกลับมาถึงบ้านหลังจากไปงานสังคมมาทอฝันวิ่งหน้าตั้ง มาบอกว่าจันทร์หอมหายไปหลังให้มาทำงานบ้านแทนตนเอง นางก็กลัวว่าหญิงสาวคราวลูกจะได้รับอันตรายแต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น!

“ผมไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง แต่ผมกับจันทร์หอมคงต้องคุยกัน” น้ำเสียงเขาเรียบนิ่งและจริงจังจนดูน่ากลัว

“ต้องคุยแน่เหม มันต้องคุยแน่นอนอยู่แล้ว”

“ขะ...ขอหอมกลับบ้านได้ไหมคะ” เธอไม่มีกระจิตกระใจอยากสนทนากับใครทั้งนั้น ตอนนี้อยากแทรกแผ่นดินหนีด้วยซ้ำไป ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวมันจะใหญ่โตถึงขั้นนี้ เธอไม่คิดเลยจริง ๆ

“ป้าฝัน...หอมอยากกลับบ้าน” สายตาเว้าวอนคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำตามองหาคนที่นับถือเป็นป้า แต่ทอฝันก็ช่วยอะไรไม่ได้ นางเองก็อยากให้เคลียร์เรื่องนี้ให้จบเหมือนกันว่าจะเอายังไง อย่างน้อยสาวเจ้าก็เสียหาย

“ลุกไปแต่งตัวเถอะนังหอม ป้าจะไปรอเอ็งอยู่ด้านล่าง”

“แกด้วยอีกคนเหม แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงไปคุยกันข้างล่าง”

นางนิรมลพูดจบก็เดินหันหลังออกไปจากห้องของเหมราชทันที นางเกรงว่าหากอยู่นานกว่านี้คงจะได้ขย้ำคอลูกชายตัวเองแน่ ๆ เข้าใจว่าที่เป็นทุกวันนี้เพราะผ่านอะไรมามากแต่ก็ไม่ใช่หลงลืมตัวเองจนเกิดเรื่องขึ้น

“พะ…พ่อเลี้ยงคะ” ประตูถูกปิดลง จันทร์หอมเริ่มตั้งสติแล้วเรียกคนอยู่ข้างกันเสียงสั่น

“ฉันยังไม่อยากฟังอะไรในตอนนี้ ลุกขึ้นไปแต่งตัวให้เรียบร้อยซะ” ขณะพูดสายตาของเหมราชไม่มีแม้แต่เหลียวมองกลับมาดูหญิงสาวเลย แม้แต่น้อย ให้เดาก็พอจะรู้ดีว่าเขาไม่พอใจมากขนาดไหนกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์แท้ ๆ ถึงทำให้ขาดสติจนเกิดเรื่องได้ แถมคนตรงหน้ายังเป็นคนที่เขาเกลียด!

“แต่หอม…”

“เธออยากให้ฉันอารมณ์เสียมากกว่านี้ใช่ไหมจันทร์หอม” เขากำลังข่มความโกรธที่มันประทุอยู่ในอกเอาไว้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าจันทร์หอมยังไม่ยอมหุบปากและเงียบเสียงเกรงว่าไม่นานมันจะระเบิด และแน่นอนว่าแรงปะทุมันคงไม่ใช่น้อย ๆ

จันทร์หอมจำเป็นต้องเงียบและลุกขึ้นไปจัดการตัวเองเช่นเดียวกับเหมราช แต่คราที่หญิงสาวจะลุกขึ้นเรี่ยวแรงที่คิดว่ามันพอมีก็มลายหายไปสิ้น เพียงเท้าเรียวแตะพื้นห้องแสนเย็นเฉียบเจ้าตัวก็ร่วงหล่นลงไปนั่งกอง  ที่พื้นพร้อมผ้าห่มหุ้มกาย ความเจ็บแปลบกระแทกเข้าใจกลางความเป็นหญิงทันที

น้ำตาแทบเล็ดออกมาเพราะเธอทั้งเจ็บและจุกจะฝืนกายลุกขึ้น    ก็ต้องเป่าปากบรรเทาความเจ็บไปก่อน สายตาเหลียวมองไปยังคนตัวโต  เขามองมาที่เธอเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีแม้จะขยับกายเข้ามาช่วยเหลือก่อนเดินจากไปอย่างเย็นชา...ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวมันจะใหญ่โตถึงเพียงนี้

เธอประสงค์จะจากออกไปจากห้องนี้เงียบ ๆ หลังจากทุกอย่างจบสิ้น แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว หยดน้ำตากลิ้งหล่นลงมากระทบลงบนหลังมือ สิ่งนี้โทษใครมากไม่ได้ในเมื่อส่วนหนึ่งเธอก็ยินยอมเหมือนกัน...

หญิงสาวปาดน้ำตาให้จางหาย และฝืนยันกายตัวเองให้ลุกขึ้น แม้ว่ามันจะยากแต่ก็ต้องกัดฟันสู้

บรรยากาศภายในห้องโถงยามนี้มันปกคลุมไปด้วยลมมรสุมลูกใหญ่จากนางนิรมลที่จ้องมองลูกชายกับจันทร์หอมไปมาอย่างต้องการหาคำตอบ ยอมรับว่าผิดหวังในหลาย ๆ อย่างไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นภายในไร่อิศราแถมคนกระทำยังเป็นลูกชายคนเดียวของนาง

“บอกแม่มาสิว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง” แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่ตีสองแล้วแต่นางนิรมลก็ยังไม่ลดละหรือปล่อยผ่านเรื่องราว

“ผมไม่ทราบครับว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง” เหมราชนั่งกอดอกพลางคลึงศีรษะไปด้วย จะให้เขาตอบอย่างไรในเมื่อก็ไม่รู้แน่ชัดว่าจันทร์หอมมาอยู่บนเตียงได้อย่างไร

“นี่คือคำตอบที่ดีที่สุดแล้วใช่ไหม” นางนิรมลควันออกหู กดเสียงถามอีกครั้ง

“ครับ เพราะผมเองก็ไม่มีสติ ทางที่ดีคุณแม่น่าจะถามจันทร์หอมแทนที่จะเป็นผม”

“แม่ถามหอมแน่เหม แต่แม่อยากได้คำตอบจากแกก่อน แต่คำตอบที่แกให้แม่มาก็พอจะเดาอะไรหลาย ๆ อย่างได้แล้วล่ะ” นางไม่เคยผิดหวังกับลูกชายได้มากเท่าครั้งนี้

“แล้วหอมล่ะ มีอะไรอยากจะพูดไหม”

“หอม...” เธอก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไง ควรจะบอกเล่าแบบไหน   แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ผู้มีพระคุณตรงหน้าคงมองเธอเปลี่ยนไปแล้ว

“บอกคุณ ๆ เขาไปนังหอม ว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง” ทอฝันที่เห็นหญิงสาวอ้ำอึ้งก็คิดเห็นใจอยู่ แต่นางก็อยากให้จันทร์หอมกล้าพูด กล้าบอกมากกว่านี้ อย่างน้อยมันคงดีต่อเจ้าตัว

“พะ...พ่อเลี้ยงเมาค่ะ เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น”

“แค่นี้หรือจันทร์หอม” นางนิรมลคิดว่ามันคงมีมากกว่านั้น    แต่หญิงสาวอาจไม่กล้าพูด “ถ้าลูกชายฉันมันข่มเหงอะไรเธอก็บอกมาได้เลยไม่ต้องกลัว”

“มะ...ไม่มีค่ะ พ่อเลี้ยงไม่ได้ข่มเหงหอม”

“จะบอกว่าเธอเองก็เต็มใจให้ฉันทำด้วยใช่ไหมจันทร์หอม” สายตาดูถูกดูแคลนของเหมราชจ้องมองไปที่จันทร์หอมอย่างคิดสมเพช

“...” เธอไม่อาจปฏิเสธเพราะว่าสิ่งที่เขาพูดมันเป็นความจริงส่วนหนึ่ง แถมสายตาจากเขาทำให้เธอต้องก้มหน้างุน

“ไม่ใช่ว่าคิดจะจับฉันตั้งแต่แรกหรอกหรือ” คำพูดนี้ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของจันทร์หอมเต็ม ๆ แม้เธอจะยอมมอบกายและหัวใจดวงนี้ให้เขา แต่เธอไม่เคยคิดทำเรื่องแบบนั้นสักครั้งเดียว

เพียงแค่ความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวก็ไม่มี เหตุใดเขาถึงคิดว่าเธอจะทำเรื่องแบบนั้นได้

“เหม!”

“หอมไม่เคยมีความคิดแบบนั้นค่ะ ให้หอมไปสาบานที่ไหนก็ได้ หอม...หอมไม่มีทางทำแบบนั้นกับผู้มีพระคุณ” แววตาคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตา ครอบครัวของชายหนุ่มมีพระคุณกับเธอมากจนเกินกว่าจะ   ทำเรื่องที่เหมราชพูดลง

“เอาเถอะ ๆ ต่อให้สมยอมหรือไม่ยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้ว มันก็คงต้องมีคนรับผิดชอบ”

“ถ้า...แม่นายจะไล่หอมออก...หอมยินดีค่ะ” กลั้นใจพูดออกไป อย่างน้อยชีวิตเธอตอนนี้มันก็ไม่มีอะไรน่าเสียอยู่แล้ว

“นังหอมเอ็งพูดอะไรแบบนั้น” ทอฝันตาโตกับสิ่งที่จันทร์หอมพูดออกมา จันทร์หอมเปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่งจะปล่อยให้ไปตกระกำลำบากเพียงลำพังได้อย่างไร มิหนำซ้ำตอนนี้ยังตัวคนเดียวไร้เงาพี่ชาย

“ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอกหอม ฉันเห็นเธอมาตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาว...สิ่งที่ฉันจะทำคือฉันจะให้เหมจดทะเบียนกับเธอ ไหน ๆ ก็ได้เสียกันแล้ว แถมให้เดาลูกชายฉันมันคงไม่ได้ป้องกันและคงปล่อยสเปิร์มนับล้านล้านตัวเข้าไปอยู่ข้างในตัวเธอแล้ว” นางนิรมลพูดอย่างหน้าตาเฉย นางรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้ฟังดูน่าเกียจอะไรเพราะอย่างไรทุกสิ่งคือเรื่องจริง

ซึ่งช่างผิดกับคนฟังอย่างจันทร์หอมที่ยามนี้ใบหน้าแดงก่ำ ที่ท่านพูดมามันคือความจริง เหมราชไม่ได้ป้องกันและเขาก็ปล่อยออกมามากล้น  การปลดปล่อยสเปิร์มแต่ละครั้งของผู้ชายจะมีจำนวนราว ๆ ห้าร้อยล้านตัวเห็นจะได้ แต่...เหมราชมิได้ปลดปล่อยมันเพียงแค่ครั้งเดียว

“คุณแม่!”

เหมราชเริ่มนั่งไม่ติด ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะจดทะเบียนสมรสกับใครทั้งนั้น เรื่องราวของวาดดาวยังเคลียร์ไม่จบ หัวใจเขายังมีหญิงสาวคนรักอยู่เต็มอก แล้ววันนี้จะให้เอาผู้หญิงที่เผลอมีอะไรด้วยแถมยังเป็นน้องสาวของคนที่เขาสงสัยว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีมาจดทะเบียนสมรสอย่างนั้นหรือ แม่เขาคิดอะไรอยู่กันแน่!

“มะ...แม่นาย หอมไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น” เธออยากจะร้องไห้ เพราะความคิดน้อยของตัวเองแท้ ๆ

“แต่ฉันต้องการ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นหลักประกันว่าถ้าเธอเกิดท้องขึ้นมาหลานฉันจะเป็นคนของอิศราคุณ”

“ผมไม่ยอม”

“ทำอะไรเขาไปก็ต้องรับผิดชอบเหม และบางทีเรื่องในอดีตน่ะปล่อยให้มันเป็นอดีตไปเถอะนะ แม่รู้ว่าแกรู้สึกยังไง”

“...” สิ่งที่มารดาพูดมันมีมูลความจริงอยู่ แต่ก็ยังมีอีกเรื่อง “เรื่องนั้นมันก็จริงที่ผมยังลืมวาดไม่ได้ แต่แม่จะให้ผมเอาคนที่เกลียดมาทำเมียเหรอ? เฮอะ! ผมทำไม่ลง!”

ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเหมราช ยิ่งเฉือนลึกลงไปยังเนื้อเยื่อหัวใจของคนฟัง เธอเจ็บและรวดร้าวเหมราชคงรังเกียจเธอเข้าไส้

“พูดอะไรออกมาเหม”

“ที่ผมพูดมันเป็นความจริงทั้งนั้น ถ้าพี่ชายชั่ว ๆ มันไม่ได้ทำอะไรผิด มันจะหายเข้ากลีบเมฆทิ้งน้องสาวตัวเองให้เปลืองข้าวแดงแกงร้อนผมแบบนี้เหรอครับ!”

“เหมราช!”

นางนิรมลตะโกนชื่อลูกชายดังลั่นก่อนถอนหายใจออกมา เหมราชยังคงปักใจเชื่อว่ากลธีร์เป็นคนทำจนพาลให้โกรธเกลียดสองพี่น้องนี้ไปโดยปริยาย นางเองก็สงสารจันทร์หอม กลธีร์เองถ้าไม่ผิดก็ควรจะอยู่ยืนยัน ความจริงไม่ใช่มาหนีหายไปแบบนี้

“เธอกลับบ้านไปก่อนแล้วกันหอม พรุ่งนี้ถ้าไม่ไหวก็ให้หยุดได้    ไม่เป็นไร ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรสฉันจะบอกอีกที” ดูท่าไม่ดี คงต้องให้หญิงสาวกลับไปพักเสียก่อน สีหน้าดูซีดเซียวจนน่าสงสาร

“หอมไม่...”

“ถ้าเธอปฏิเสธ ฉันคิดว่าเธอพร้อมทั้งลุงและป้าเธอคงต้องออกไปจากที่นี่ เธอคงไม่อยากให้คนที่เลี้ยงดูเธอมาราวกับลูกต้องมาลำบากเพราะตัวเองใช่ไหม”

“แม่นาย...” เลือกอะไรได้บ้างในตอนนี้ เธอเหมือนกำลังพาตัวเองเดินอยู่ในวังวนของความยุ่งยากอย่างไรอย่างนั้น

“ไปพักเถอะหอม เชื่อฉัน” นางนิรมลยังคงพูดอีกครั้ง คราวนี้  หญิงรุ่นแม่เอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงโอนอ่อน “ฝันพาหอมไปพักเถอะ”

“ค่ะ”

ทอฝันเดินไปประคับประคองจันทร์หอมให้ลุกขึ้นและพาค่อย ๆ พาเดินกลับไปยังรถมอเตอร์ไซค์ของตนเองที่จอดเอาไว้ด้านนอก ก่อนจะได้ยินเสียงสตาร์ทและขับออกไป

เช่นนั้นภายในห้องโถงใหญ่ตอนนี้จึงหลงเหลือเพียงแค่นางนิรมลกับเหมราชเท่านั้น ส่วนคนเป็นพ่ออย่างหาญชัยก็ขึ้นไปด้านบนตั้งแต่ที่จันทร์หอมกับทอฝันกลับไปและเขาก็คิดว่าสองแม่ลูกคงจักมีเรื่องต้องคุยกันจึงปลีกตัวออกมา ทั้งตนเชื่อว่าภรรยาจะเอาเรื่องนี้อยู่

“แม่ไม่รู้หรอกนะเหมว่าเรื่องราวนี้มันเป็นมายังไง แต่เราก็ผิดยังไงก็ต้องรับผิดชอบ”

“เฮอะ...ถ้าอย่างนั้นผมไม่ต้องรับผิดชอบทุกคนที่มีอะไรด้วยเลยเหรอครับ”

“เหม”

“คุณแม่ก็รู้ว่าผมเกลียดสองพี่น้องนั่น ยังจะให้ผมรับผิดชอบอีกเหรอครับ” เขาเกลียดสองพี่น้องนั่นเข้ากระดูกดำ มารดากำลังคิดอะไรอยู่

“แล้วยังไงละเหม แกทำให้จันทร์หอมเสียหายนะ ไม่ว่ายังไงก็ต้องรับผิดชอบ” เรื่องนี้นางไม่ยอม นางอยากให้เหมราชมีความเป็นลูกผู้ชายมากกว่านี้ จะมาทำเรื่องพวกนี้ย่ำยีเขาแล้วทิ้งขว้างได้อย่างไร

“ผู้หญิงคนนั้นอายุแค่ยี่สิบเอ็ดนะเหม แถมตอนนี้พี่ชายหายไปไหนก็ไม่รู้อีก แล้วเราเมาไปย่ำยีเขา...จิตใจเขาละเหม นึกถึงจิตใจเขาบ้าง     หรือเปล่า”

“...” เหมราชมองตามารดานิ่ง เฮอะ! สรุปกลายเป็นว่าเขาเป็นคนผิดสินะ

“ไม่รู้ละ ถ้าไม่รับผิดชอบในการกระทำของตัวเองก็ไม่ต้องมาคุยกันส่วนเรื่องของหนูวาดแกควรย้ายเข้ามาอยู่ในความทรงจำ อย่าจมปลักกับมันมากนัก”

“ผมยังรักวาดหมดทั้งหัวใจ”

“แม่เข้าใจ แต่เราควรอยู่กับปัจจุบัน คนที่เขาจากไปแล้ว เขาจะเหลือตัวตนอยู่กับเราเพียงแค่ในความทรงจำของเราเท่านั้น จะมีก็แต่คนเป็นที่ยังเจ็บปวดอยู่”

“...”

“รับผิดชอบจันทร์หอม แม่ไม่อยากพูดแบบนี้แต่มันคือสิ่งที่เราต้องทำ”

“ไม่ว่ายังไงผมก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่ไหมครับ?”

“ใช่ ไม่ว่ายังไงแกก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ อีกอย่างกลธีร์กับจันทร์หอมคือคนละคนกัน ถ้าจะโกรธแค้นก็โกรธแค่พี่ชายเขาสิ น้องเขาไม่รู้เรื่องด้วย” เรื่องนี้อีกเรื่องที่นางอยากให้ลูกชายแยกแยะ แต่แววตาของลูกชายยังแข็งกระด้างไม่จางหาย นางนิรมลสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างออกไป บางอย่างที่เก็บงำเอาไว้...

“เหม...รู้อะไรไหม ครั้งหนึ่งแม่ก็เคยสูญเสียเหมือนกัน” มือเหี่ยวยื่นออกไปสัมผัสแผ่วเบาบนหลังมือบุตรชายแล้วพูดสิ่งที่ทำให้เหมราชสงสัยออกมา

“...” นัยน์ตาคู่คมที่เคยแข็งกร้าวตอนนี้อ่อนแสงลงจนดูเศร้าหมองหันมามองที่มารดาอีกครั้ง

“แม่รู้ว่าเรื่องราวที่ผ่านมามันมันเจ็บปวดจนยากที่จะทำใจ แต่ยังไงเราต้องเดินต่อไปในทุก ๆ วัน จริงไหม?”

“ผมรู้ครับ แต่ผม...ผมทำไม่ได้” เขาอ่อนแอจนเกินกว่าจะทำให้เรื่องนั้นเป็นเรื่องปกติ ทุกความทรงจำมันประทั่งเข้ามาในหัว ยากที่จะลบเลือนออกไปได้ ช่วงเวลาดี ๆ และวันดี ๆ มีมากจนเกินกว่าจะลืมได้ง่าย ๆ ทั้งยังรู้ทั้งรู้ว่าหากคิดถึงมันจะยิ่งเจ็บปวด แต่เขาก็หยุดไม่ได้

มันช่างยากเย็นเหลือเกิน

“ก่อนที่แม่จะได้มาเจอกับพ่อของเรา แม่มีคนรักอยู่คนหนึ่งแม่รักเขามากแต่เขาก็เกิดอุบัติเหตุและจากแม่ไป...” นางนิรมลค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของตนเองที่ลูกชายไม่เคยรู้มาก่อนให้ฟัง

“ตอนนั้นแม่เหมือนกับเราเปี๊ยบเลย แม่เสียศูนย์ กินไม่ได้ นอน  ไม่หลับอยู่ร่วมสามเดือน แม่ทนมีชีวิตอยู่แบบที่ไม่มีเขาไม่ได้เพราะแม่รักเขามาก” ได้มองลูกชายก็เหมือนได้มองกระจกสะท้อนเงาตัวเองเมื่อครั้งอดีต

“จนแม่เป็นโรคซึมเศร้า...” สิ่งที่นางเจอมันช่างแสนทรมาน ยามที่ได้นึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้นก็ยังแอบเจ็บลึกอยู่ในหัวใจอยู่บ้าง ทว่ามันก็ไม่มีผลอะไรต่อชีวิตในปัจจุบันแล้ว

“...” เหมราชนิ่งอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชีวิตมารดาเคยเกิดเรื่องพวกนี้

“แต่แล้วพ่อเราเขาก็เข้ามา เขาเข้ามาเปลี่ยนวันที่หม่นหมองของแม่ให้ค่อย ๆ กลับมาสดใสอีกครั้ง แล้วเหมรู้ไหมว่าแม่เลือกจะทำยังไงกับคนรักเก่า”

คราวนี้คนเก่งทุกด้านยกเว้นด้านความรู้สึกส่ายหน้า เขาไม่รู้หรอก ว่ามารดาจัดการความรู้สึกพวกนั้นอย่างไรเพราะตอนนี้เขาก็ทำไม่ได้

“แม่ยังคงรักเขาอยู่เสมอแต่ไม่ใช่ในโลกของความเป็นจริงเพราะ แม่รักพ่อเราเต็มหัวใจไปหมดแล้ว แต่แม่เลือกที่จะย้ายเขาให้เข้ามาอยู่ในความทรงจำแทน ย้ายเขามาอยู่ในนี้...” นิ้วของนางนิรมลจิ้มลงบนอก    ข้างซ้ายของลูกชายเบา ๆ

คนในความทรงจำ...

นี่คือสิ่งที่นางเลือกที่จะทำกับคนรักเก่า และเพราะนางยอมเปิดใจให้บิดาของเหมราชมันถึงได้มีวันนี้ สิ่งที่ต้องการจะสื่อให้เหมราชเข้าใจ    คือการปล่อยวาง ในบางครั้งหากลองเปิดโอกาสและรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาบ้างมันอาจจะดีเหมือนกับตนในตอนนี้

“แม่จะไม่พูดหรอกนะว่าแม่เข้าใจในความรู้สึกของเหมดีเพราะยังไงเหมนั่นแหละที่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองดีที่สุด แม่แค่อยากให้เราลองปล่อยวางเรื่องราวของหนูวาดลงบ้าง ย้ายเขาเข้ามาอยู่ในนี้ อย่าให้เรื่องราวในอดีตมันวนกลับมาทำร้ายเราในปัจจุบันเลยนะ”

“...แต่ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่คุณแม่จะให้ผมทำ”

“แม่แค่อยากให้เราลองเปิดใจ...จันทร์หอมเป็นเด็กดี เราทำเขาไปแบบนั้นคิดหรือเปล่าว่าเขาจะรู้สึกยังไง แม่อยากลองให้เหมเปิดใจสักครั้ง” ใจหนึ่งนางอยากให้เหมราชหลงลืมเรื่องราวในอดีตไปบ้าง เพราะยามที่เห็นมันกัดกินเนื้อเยื่อหัวใจลูกชาย นางก็รวดร้าวไม่ต่างกัน

เหมราชนิ่งเงียบ เขากำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะตัดสินใจได้ในทันที แต่สุดท้ายก็เลือกจะตามใจมารดา

“ก็ได้ครับ ถ้าคุณแม่ต้องการแบบนั้น” เขาเองก็พอรู้นิสัยมารดา หากคัดค้านต่อไปก็ไร้ประโยชน์

“...ผมก็จะสนองให้”

เหมราชลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินขึ้นห้องของตัวเองไป  ยามกลับมาถึงห้องหลักฐานแห่งความโง่เขลาของเขามันยังคงปรากฏอยู่เด่นชัด รวมถึงจุดแต้มคราบเลือดเล็ก ๆ ที่เป็นรอยด่างอยู่บนผ้าปูสีขาวและจะเป็นของใครไปไม่ได้นอกเสียจาก จันทร์หอม...

เหมราชทิ้งตัวลงนอนโซฟาที่อยู่ภายในห้องนอน ยกมือหนาขึ้นมาก่ายหน้าผากอีกข้างก็กำหมัดแน่น ชายหนุ่มเฝ้าคิดว่าควรจะทำอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นดี เขาจะเลือกเก็บวาดดาวไว้ในความทรงจำได้อยู่หรือ

?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป