บทที่ 1 บทนำ
บทนำ
“พี่ชาย..ปล่อยน้องนะ” น้ำขิง พยายามดีดดิ้นออกจากอ้อมกอดรัดแน่นของ ไฟ ผู้เป็นพี่ชายต่างสายเลือดที่แอบทำกุญแจผีไขเข้ามาในห้องนอนของเธอหวังจะข่มขืนเธอ วันนี้ทั้งคฤหาสน์หรูมีเพียงแค่เธอและพี่ชายและบรรดาเหล่าบอดี้การ์ดนับร้อยคนที่ยืนเฝ้าอารักขาความปลอดภัยบริเวณรอบคฤหาสน์หรูอันกว้างใหญ่แห่งนี้
วันนี้บิดาและมารดาของไฟออกไปงานเลี้ยงตั้งแต่สองทุ่ม จนตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มแล้วพวกเขาก็ยังไม่กลับ เวลานี้เป็นเวลาทองอันดีที่ไฟจะได้สานสัมพันธ์สวาทกับน้องสาวต่างสายเลือดสักที
ไฟทำแบบนี้อยู่หลายครั้งตั้งแต่น้ำขิงย้ายเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์ แต่ก็ทำไม่สำเร็จสักครั้งเพราะทั้งคฤหาสน์ไม่ได้มีเพียงแค่เขาและเธออาศัยอยู่ มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะได้เธอมาเป็นเมีย เพราะเธอกับมารดาของเขาตัวติดกันตลอดเวลา
ไฟ หรือ โลกันตร์ เกิดในตระกูลมาเฟียของญี่ปุ่น คิมหันต์ผู้บิดาของเขา เป็นชาวญี่ปุ่น คิมหันต์ หรือ ยามาโตะ โฮมูระ เป็นอดีตเจ้าชายแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่น เคยเป็นรัชทายาทลำดับที่สอง
ส่วนมารดาของไฟ คือ อุรัสยา ยามาโตะ ชื่อเล่นว่า พริบพราว เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกา พริบพราวแต่งงานกับคิมหันต์จึงเปลี่ยนนามสกุล จากเดิมใช้นามสกุล 'เบิร์กแซนด์เลอร์' มาเป็น 'ยามาโตะ'
ในตอนนี้บิดาของเขาเป็นมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย ทำให้เขาเองที่เป็นเพียงลูกชายคนเดียวของตระกูลต้องสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ของเหล่ามาเฟียในโซนแถบเอเชียทั้งหมด ด้วยวัยเพียงสิบเก้าปี
ถึงจะเป็นมาเฟียตั้งแต่อายุยังน้อยแต่เขาก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่ต่างจากบิดาของเขาเลย การที่ได้เป็นมาเฟียตั้งแต่อายุยังน้อยมันทำให้เขาถูกหล่อหลอมให้มีบุคลิกภาพที่โหดเหี้ยม เย็นชา ดุดัน ไร้ความรู้สึก เพื่อไม่ให้เป็นจุดอ่อนให้ศัตรูอ่านความคิดรู้สึกของเขา เพืี่อที่จะได้ไม่มีใครมาเล่นงานเขาได้
ไฟมีความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาตั้งแต่สิบขวบ คือการที่สามารถอ่านความคิดความรู้สึกของคนได้เพียงสบตา
เพราะบิดาของเขาได้พาเขาไปร่ำเรียนฝึกฝนการอ่านความคิดของมนุษย์กับอาจารย์ประจำตระกูลที่คาบุกิโจประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งเขายังได้ร่ำเรียนวิชาดาบซามูไรมาตั้งแต่จำความได้ทำให้เขามีศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่เก่งกาจชำนาญหาตัวจับยาก นอกจากนี้ ไฟก็เป็นนักฆ่าอีกด้วย
“พี่ชาย...ฉันไม่ใช่พี่ชายของเธอและก็ไม่เคยคิดอยากจะเป็น..อย่าคิดว่าวันนี้เธอจะดวงดีรอดไปเหมือนวันก่อน”
“อึกฮือๆ อึก คุณแม่ช่วยหนูด้วย!” เด็กน้อยตะโกนเรียกพริบพราวมารดาบุญธรรมสุดเสียงเพื่อหวังจะให้มีใครสักคนได้ยินและมาช่วยเธอจากพี่ชายต่างสายเลือด
“ร้องให้ตายก็ไม่มีใครได้ยิน” ชายหนุ่มถ่มน้ำลายใสรดกลีบดอกไม้งามเกลี้ยงเกลาสีชมพูระเรื่อจนเปียกแฉะพร้อมส่งลิ้นร้อนตวัดเลียร่องเล็กอวบอูม ที่ไร้ซึ่งน้ำหล่อลื่น ริมฝีปากหนาเลียร่องเล็กตวัดลิ้นดูดดุนอย่างไร้ความรังเกียจ มือหนาจับสะโพกเล็กของน้องสาวต่างสายเลือดไว้มั่นพร้อมยกแอ่นสะโพกเล็กขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเกร็งลิ้นร้อนดูดดึงกลีบดอกไม้งามของเด็กสาวบริสุทธิ์อย่างเอาแต่ใจ
“ฮือๆ ..จะ..เจ็บ..อ๊ะ!” เด็กน้อยดีดดิ้นพล่านด้วยความเจ็บเมื่อโดนฟันคมขบกัดผิวเนื้ออ่อนอย่างแรงจนมีเลือดซิบออกมาตามรอยเขี้ยว
ก๊อก! ก๊อก!
“น้ำขิงหลับหรือยังลูก..มาเปิดประตูให้แม่เข้าไปหน่อยแม่ซื้อเอแคลร์มาฝาก” ราวกับเสียงสวรรค์เมื่อเสียงของพริบพราวผู้เป็นมารดาของไฟกลับมาจากงานเลี้ยงแล้วดังขึ้น
“อึก..ปล่อยน้องนะ” เด็กน้อยดันใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายต่างสายเลือดให้ออกห่างจากกลางระหว่างขาพลางเช็ดน้ำตาออกจากดวงหน้าของตัวเองลวกๆ
“ดวงดีให้ได้ตลอดนะ” ชายหนุ่มดันลิ้นหนาใส่กระพุ้งแก้มอย่างหงุดหงิดพลางจับใบหน้าจิ้มลิ้มของน้องสาวบุญธรรมมาหอมแก้มฟอดใหญ่ก่อนจะเปิดประตูหน้าต่างห้องนอนของน้องสาวออก แล้วปีนระเบียงหน้าต่างไปที่ห้องของตัวเองทันที เมื่อเห็นว่าพี่ชายต่างสายเลือดออกไปแล้วเด็กน้อยจึงรีบลุกขึ้นมาปิดล็อกประตูหน้าต่างไว้อย่างแน่นหนาก่อนจะเดินออกไปเปิดประตูให้ผู้เป็นมารดาบุญธรรมต่อ
“ค่ะคุณแม่” เด็กน้อยเปิดประตูห้องนอนออกให้ผู้เป็นมารดาบุญธรรมเข้ามา
“แม่รบกวนเวลานอนของหนูรึเปล่า” พริบพราวหอมแก้มลูกสาวบุญธรรมฟอดใหญ่ด้วยความเอ็นดู
“ไม่รบกวนเลยค่ะ..นี่ขนมของหนูหรือคะ”
“ใช่จ้ะ..เดี๋ยววันนี้หนูไปนอนกับแม่ที่ห้องได้ไหมพอดีพ่อเขางานมีปัญหานิดหน่อยเลยแยกกับแม่กลางทางวันนี้พ่อเขาเลยไม่ได้กลับบ้านแล้ว”
@เช้าวันต่อมา
ไฟเดินลงมาจากชั้นสองของคฤหาสน์ด้วยใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนเคยเขาหย่อนสะโพกนั่งลงตรงข้ามกับน้องสาวต่างสายเลือด
“วันนี้มีข้าวต้มหมู..วันนี้ลูกรีบเข้ามหาวิทยาลัยรึเปล่า” พริบพราวเอ่ยถามลูกชายพลางติดกระดุมเสื้อนักเรียนให้ลูกสาวบุญธรรมไปด้วย
“แม่มีอะไร” ไฟถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาสายตาคมกริบเหลือบมองน้องสาวต่างสายเลือดเป็นระยะพลางตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเงียบๆ
“ถ้าไม่ได้รีบไปเรียนก็แวะไปส่งน้องที่โรงเรียนแทนแม่หน่อยวันนี้แม่มีประชุมกับทางสมาคมแต่เช้าเดี๋ยวไปไม่ทันประชุมจะดูน่าเกียจ”
“อืม” มาเฟียหนุ่มตอบรับในลำคอ ทำเอาผู้เป็นมารดาส่ายหน้าให้น้อยๆ กับความเย็นชาของลูกชายที่นับวันยิ่งพูดน้อยลง
“จะพูดให้มากกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้หรือไง..พูดมากกว่าเดิมสักหน่อยคงไม่ทำให้ตำแหน่งหัวหน้ามาเฟียของลูกสั่นคลอนหรอก” พริบพราวเอ่ยกระแหนะกระแหนลูกชายด้วยความเหนื่อยหน่ายเธอไม่ชอบเลยที่เห็นลูกชายของเธอเลือกเดินตามรอยผู้เป็นบิดา
เธอไม่อยากให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอเป็นมาเฟียเพราะเธอไม่เคยชอบมาเฟียเลยสักนิดแต่ในเมื่อรักกับเจ้าพ่อมาเฟียอย่างคิมหันต์ไปแล้วเธอก็ต้องทำใจยอมรับในสิ่งที่หัวใจตัวเองได้เลือกแล้ว
“คุณแม่..หนูขอไปโรงเรียนเองได้ไหมคะหนูไม่อยากรบกวนพี่ชาย” น้ำขิงที่ไม่อยากอยู่ใกล้กับพี่ชายต่างสายเลือดจึงเอ่ยปากขอผู้เป็นมารดาบุญธรรมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจนผู้เป็นมารดาจับสังเกตได้
“ไฟ” พริบพราวจ้องหน้าลูกชายเขม็งทำให้ไฟที่นั่งทานข้าวต้มอยู่เงียบๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผู้เป็นมารดา
“แกล้งอะไรน้องทำไมน้องถึงไม่อยากให้ไปส่ง”
“หึ..” มาเฟียหนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนจะตอบกลับผู้เป็นมารดา “ผมจะไปกล้าแกล้งอะไรลูกสาวคนโปรดของแม่ล่ะ” ไฟ หันหน้าไปจ้องมองน้องสาวบุญธรรมด้วยแววตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึก
“มองน้องแบบนั้นทำไมแกล้งน้องจริงๆ ใช่ไหม” พริบพราวที่เห็นลูกชายเอาแต่จ้องมองลูกสาวบุญธรรมของตนไม่วางตาจึงหันไปต่อว่าลูกชาย
ตอนที่ 1
“บอกแม่ไปสิ..ว่าฉันแกล้งเธอรึเปล่า” มาเฟียหนุ่มหันมาบอกน้องสาวบุญธรรมด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เมื่อคืนฉันแกล้งอะไรเธอ?” วาจาห้าวห้วนมีเลิศนัยของชายหนุ่มทำเอาน้ำขิงก้มหน้าเงียบไม่พูดไม่จา
“พอเลย..ทำไมชอบแกล้งน้องตลอดเลย” เมื่อเห็นว่าลูกสาวเริ่มมีน้ำตาคลอพริบพราวจึงอุ้มลูกสาวขึ้นมานั่งบนตักพลางหยิบช้อนตักข้าวต้มมาจ่อที่ริมฝีปากเล็กของลูกสาวบุญธรรมไปด้วย
“ส่งน้องให้ถึงห้องเรียนล่ะอย่าปล่อยน้องไว้ที่หน้าเรียนเด็ดขาด” พริบพราวกล่าวกำชับลูกชายอย่างเอาเรื่อง
“ผมไม่เคยทำแบบนั้น” ใช่ เขาจะทำแบบนั้นทำไมล่ะในเมื่อเขาเองก็แอบชอบน้องสาวต่างสายเลือดอยู่นานแล้ว แล้วมีเหตุผลอันใดที่เขาจะปล่อยเธอไว้ที่หน้าเรียนโดยที่ไม่เดินเข้าไปส่งเธอให้ถึงห้องเรียน
@ภายในรถลีโมคันหรู
มาเฟียหนุ่มอุ้มน้องสาวต่างสายเลือดขึ้นมานั่งบนตักแกร่งของตนอย่างคุ้นชินก่อนจะถักผมเปียให้น้องสาวอย่างชำนาญ
“ที่เรียนมีผู้ชายมายุ่งด้วยรึเปล่า” มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามน้องสาวเสียงเรียบไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา น้ำขิงรีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวันเพราะรู้ดีว่าพี่ชายต่างสายเลือดนั้นไม่ชอบให้มีผู้ชายคนอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวพันกับเธอ
“ก็ดี..ถ้ามีผู้ชายเข้ามายุ่ง เธอต้องมาบอกฉันเป็นคนแรก” น้ำขิงที่ได้ฟังอย่างนั้นจึงพยักรับอย่างไม่เรื่องมาก
“วันนี้ฉันมีเรียนต่อตอนสี่โมงเย็นเดี๋ยวเธอเลิกเรียนฉันจะให้ไอ้เซนไปรับเธอมาที่มหาวิทยาลัย”
15 : 30 น.
@มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง
@คณะวิศวกรรมศาสตร์
ไฟนั่งคุยกับพนาและอชิแก๊งเพื่อนสนิทของเขาอยู่ตรงลานใต้ถุนของคณะ
“คืนนี้เจอกันที่คลับไอ้พนาตอนสองทุ่ม” อชิพูดขึ้น
“ถามกูรึยัง” พนาจ้องมองเพื่อนรักเขม็ง
“นั่นลูกใครวะ” อชิเหลือบไปเห็นน้ำขิงเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม แต่งกายด้วยชุดนักเรียนเรียนนานาชาติชื่อดังแห่งหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามาพร้อมกับมีเหล่าบอดี้การ์ดเดินนำประกบด้านข้างตลอดเวลา
บ่งบอกว่าเด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาบาร์บี้มีชีวิตคนนี้ ต้องไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาเป็นแน่ พนา ที่ได้ยินเพื่อนรักพูดจึงหันไปมองตาม เท้าเล็กของน้ำขิงเดินเข้ามายกมือไหว้สวัสดีพี่ชายต่างสายเลือดพร้อมกับหันไปประนมมือไหว้สวัสดีเพื่อนสนิทของพี่ชายทั้งสองคนที่นั่งอึ้งตาค้างกันอยู่
“น่ารักจังว่ะ..ลูกมึงเหรอไอ้ไฟ” พนาเอ่ยถามเพื่อนรักพลางจ้องน้ำขิงไม่วางตา
“น้องสาว” ไฟตอบกลับเพื่อนรักเสียงเรียบพลางอุ้มน้องสาวบุญธรรมขึ้นมานั่งบนตักแกร่งของตัวเอง
“แน่ใจเหรอว่าน้องสาว” อชิเลิกคิ้วเข้มกล่าวถามพลางจ้องมองเพื่อนรักอย่างจับผิด
“มึงไปมีน้องสาวตอนไหน?” พนาถาม
“ตั้งแต่สองปีที่แล้ว” ไฟตอบกลับเสียงเรียบพลางหอมแก้มป่องของน้องสาวฟอดใหญ่
“น้องสาวบุญธรรม?” พนาเลิกคิ้วเข้มถาม
“อืม”
“ที่แท้ก็น้อง..ไม่แท้นี่เอง” อชิยักยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก “จะทำอะไรก็ระวังหน่อย” อชิเอ่ยขึ้นติดตลก
“ใครจะกล้างัดกับกู” ไฟตอกกลับเสียงเรียบ
“จะทำอะไรก็ระวังหน่อยก็ดี” อชิกล่าวตักเตือนเพื่อนรักลอยๆทำทีหันหน้าไปมองอีกทาง
“ลูกชิ้นของคุณหนูครับ” เซน นักฆ่าหนุ่มพ่วงด้วยตำแหน่งมือซ้ายคนสนิทของไฟยื่นถุงลูกชิ้นให้ผู้เป็นนายอย่างนอบน้อม
“ทำไมเป็นลูกชิ้น” ไฟตวัดตามองมือซ้ายคนสนิทอย่างไม่พอใจด้วยไม่อยากให้น้องสาวต่างสายเลือดของตนทานอาหารข้างถนน
“คุณหนูอยากทานลูกชิ้นร้านนี้ครับ” เซนตอบ ทำให้ไฟต้องรับถุงลูกชิ้นมาป้อนใส่ปากให้น้องสาวบนตักอย่างจำใจ
@ภายในห้องเรียน
“น้อง” นิรินนักศึกษาสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียกน้ำขิงที่นั่งรอพี่ชายต่างอยู่บนเก้าอี้โซนประจำหลังห้องเรียนของไฟ ทำให้น้ำขิงที่นั่งดูการ์ตูนในโทรศัพท์ของไฟอยู่แหงนหน้าขึ้นมามองหญิงสาวตรงหน้าตาแป๋ว
“นี่ไอศกรีม พี่ให้” นิรินยื่นถุงไอศกรีมให้น้ำขิงอย่างเป็นมิตร น้ำขิงที่เห็นอย่างนั้นจึงรับถุงไอศกรีมมาไว้พร้อมประนมมือขึ้นมาไหว้ขอบคุณหญิงสาวตรงหน้า
“น้องเป็นน้องสาวของไฟเหรอ” นิรินเอ่ยถามน้ำขิงที่นั่งเลียไอศกรีมที่เธอยื่นให้อยู่ น้ำขิงพยักหน้าหงึกๆเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากนิรินได้ไม่ยาก
“มีอะไร” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของไฟดังขึ้นจากด้านหลังทำให้นิรินและน้ำขิงหันไปมองอัตโนมัติ
“เราแค่ซื้อไอศกรีมมาให้น้องสาวไฟน่ะ” นิรินตอบพลางคลี่ยิ้มหวาน
“อย่ามายุ่งกับน้องสาวฉัน” ไฟสั่งเสียงดุพลางจ้องมองนิรินอย่างเอาเรื่องทำให้นิรินต้องรีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีด้วยกลัวว่าจะทำให้ไฟหงุดหงิดจนทำร้ายเธอด้วยเธอเองก็พอจะรู้มาบ้างว่าไฟนั้นอารมณ์ร้ายขนาดไหน
ตอนที่ 2
21:00 น.
@คลับหรูใจกลางกรุงเทพของพนา
“อ้ะๆ..อ๊าห์” เสียงร้องครวญครางของหญิงสาวดังเล็ดลอดออกมานอกห้องวีไอพีของคลับดังทำให้เหล่าบรรดาบอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกห้องต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
“แรงกว่านี้อีกได้ไหมคะ..อ๊า~” พาย หญิงสาวที่พนาเรียกขึ้นมาทำหน้าที่ชงเหล้าให้ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาด้วยความเสียวซาบซ่านเมื่อถูกไฟอัดกระแทกแรงกายเข้าใส่อย่างรุนแรง
ป๊าบ! ป๊าบ! ป๊าบ!
“อ๊ะ!อ๊า!ขอเเรงๆเลยค่ะ..อื้อ~” หญิงสาวหมุนควงสะโพกเป็นวงกลมตอบรับแรงกระแทกกระทั้นจากแก่นกายใหญ่อย่างยั่วยวน
“อ๊าสสสส” ไฟคำรามเสียงดังก้องพร้อมกับปลดปล่อยน้ำคาวใส่เครื่องป้องกันทันทีที่แตะถึงฝั่งฝัน
ปึก! ปึก! ปึก! เมื่อไฟผละตัวออกจากหญิงสาวแล้วอชิจึงเข้ามารับช่วงต่อกระแทกกระทั้นร่องสวาทเปียกแฉะของหญิงสาวต่อ
“อ๊ะอ๊า..ขอแรงๆเลยค่ะ..ซี้ดดดด” หญิงสาวส่งสายตาอ้อนวอนมาเฟียหนุ่มตาหวานเยิ้มเธอร้องขอความรุนแรงจากเขาอย่างไม่เกรงกลัว
“ยั่วกูเก่งจังว่ะ..แม่งซี้ดด...อ๊าสสสสส!!” อชิสบถออกมาพลางเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นให้เร็วขึ้นก่อนจะปลดปล่อยน้ำคาวออกมาใส่เครื่องป้องกันในนาทีต่อมา
“มึงไม่ต่อเหรอไอ้ไฟ” อชิเอ่ยถามเพื่อนรักพลางหยิบทิชชูมาเช็ดคราบน้ำคาวออกจากแก่นกายใหญ่ของตัวเองออกลวกๆ
“ไม่ล่ะ..ถุงยางหมด” ไฟตอบเสียงนิ่งก่อนจะหยิบบุหรี่ราคาแพงในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขึ้นมาสูบ
“ให้ลูกน้องไปซื้อให้สิว่ะ”
“หมดอารมณ์”
“ทำไมวะ” พนาถาม
“หลวม” คำตอบของไฟทำเอาหญิงสาวหน้าเจื่อนเสียความมั่นใจไปในทันที
“งั้นมึงก็จำศีลรอเมียในอนาคตมึงเป็นสาวเต็มตัวก่อนก็แล้วกัน” พนาเอ่ยกระแหนะกระแหนเพื่อนรัก ก่อนจะเดินเข้ามากระแทกกระทั้นหญิงสาวต่อจากอชิ ส่วนไฟและอชินั่งดูดควันสูบบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะพ่นควันบุหรี่ขาวฟุ้งกระจายทั่วบริเวณอย่างใจเย็น
พวกเขาผลัดกันใช้ผู้หญิงร่วมกันอยู่นานหลายชั่วโมงก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องปกติของแก๊งนี้ที่มักจะใช้ผู้หญิงร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง
@หลายวันต่อมา
“วันพรุ่งนี้ลูกว่างไหม” พริบพราวเดินเข้ามาเอ่ยถามลูกชายที่นั่งทำงานอยู่ภายในห้องทำงานใหญ่ของคฤหาสน์หรูพริบพราวอุ้มน้ำขิงนั่งลงบนตักของเธอน้ำขิงเอาแต่จ้องมองพี่ชายต่างสายเลือดตาใสแป๋ว
“แม่มีอะไร” ไฟถามผู้เป็นแม่เสียงเรียบโดยที่สายตาคมกริบไม่ได้ล่ะไปจากเอกสารตรงหน้า
“พรุ่งนี้ลูกช่วยไปงานวันพ่อที่เรียนน้องแทนพ่อเขาหน่อย”
“แม่จะให้ผมไปนั่งบนเวทีให้ลูกสาวคนโปรดของแม่ไหว้?” ไฟเงยหน้าออกจากกองเอกสารตรงหน้ากล่าวถามผู้เป็นแม่เสียงเขียว ให้ตายสิ เขาไม่ได้อยากจะเป็นพ่อเลี้ยงของเธอเสียหน่อย เขาอยากจะเป็นคนรักของเธอต่างหาก
ตอนที่ 3
“ใช่..พรุ่งนี้พ่อเขาติดงานมาไม่ได้..ปีนี้ลูกก็ไปแทนพ่อเขาหน่อย”
“แม่จะบ้าเหรอผมเพิ่งจะอายุยี่สิบเอ็ดปีได้ไม่กี่เดือนผมจะไปเป็นพ่อให้ลูกสาวคนโปรดของแม่ได้ยังไง ผมไม่ใช่พ่อของเธอ”
“ไปแค่แป๊บเดียว..ถ้าลูกไม่อยากไปเดี๋ยวแม่ให้เซนไปแทนก็ได้”
“ถ้าวุ่นวายมากก็ไม่ต้องไป..ไม่ไปเรียนแค่วันเดียวคงไม่ถึงตายหรอก” วาจาห้าวห้วนไม่รักษาน้ำใจของไฟทำให้น้ำขิงเสียใจน้ำขิงขอบตาแดงก่ำน้ำตาไหลรินอาบสองแก้มนวลจนดวงตากลมโตพร่ามัว
“ไอ้ลูกคนนี้นี่..เห็นไหมว่าน้องร้องไห้แล้วพูดอะไรไม่รู้จักคิด” พริบพราวเอ็ดลูกชายเสียงเขียวก่อนจะรีบอุ้มลูกสาวขึ้นมาแนบอกเมื่อเห็นว่าเธอสะอื้นร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ “โอ๋ๆๆ ไม่ต้องร้องนะลูกรัก..ไม่เป็นไรนะเดี๋ยวแม่ไปแทนพ่อเขาเองลูกไม่ต้องร้องนะ” พริบพราวปลอบประโลมลูกสาวด้วยความรักเอ็นดูทำเอาไฟพ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายกับความขี้แยของน้องสาว
“วุ่นวาย” ไฟวางเอกสารสำคัญลงบนโต๊ะทำงานก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินเข้ามาอุ้มน้องสาวต่างสายเลือดขึ้นมาแนบอกแกร่ง “ดาวพระศุกร์” มาเฟียหนุ่มเอ่ยกระแหนะกระแหนด้วยความมันเขี้ยวพลางลูบก้นน้องสาวเบาๆ เป็นเชิงปลอมประโลมจมูกโด่งหอมแก้มป่องอมชมพูระเรื่อเข้าปอดฟอดใหญ่ ทำให้ผู้เป็นมารดาที่เห็นภาพพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวกันก็พลอยยิ้มตาม
“ไปกี่โมง” มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามน้ำขิงในอ้อมกอด
"แปดโมงเช้า..แต่เริ่มไหว้ตอนเก้าโมง” เป็นพริบพราวที่ตอบคำถามแทนลูกสาว
"ทำไมไม่พูดเอง น้ำลายบูดรึไง" ไฟเอ็ดน้องสาวทำให้ผู้เป็นแม่ส่ายหน้าน้อยๆ อย่างละเหี่ยใจกับความป่าร้ายของลูกชาย
@วันต่อมา
@เรียนนานาชาติxxx
ไฟเดินจูงมือน้องสาวต่างสายเลือดเข้ามาภายในหอประชุมใหญ่ของเรียนผู้ปกครองต่างพากันมองมาที่เขาเป็นตาเดียวกันด้วยท่าทางที่น่าเกรงขามบวกกับอายุของเขาที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ปกครองที่อายุน้อยที่สุดในหอประชุมแห่งนี้ จึงทำให้เขาตรงเป็นเป้าสายตา
“เรียนเชิญผู้ปกครองของนักเรียนชั้นเกรดสิบสองขึ้นมานั่งบนเวทีได้เลยค่ะ” คุณครูสาวสวยที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรกล่าวขึ้นทำให้มาเฟียหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินขึ้นไปนั่งรอน้ำขิงขึ้นมาไหว้พร้อมๆ กับคุณพ่อของเด็กคนอื่นๆ
น้ำขิงเดินเข้ามานั่งตรงหน้าของพี่ชายต่างก่อนจะก้มลงกราบพร้อมๆกับเพื่อนคนอื่นๆของเธอ มือเล็กหยิบพวงมาลัยดอกมะลิมาวางไว้บนหน้าตักแกร่งของพี่ชาย มือหนารับพวงมาลัยดอกมะลิมาไว้ในมือพลางโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มป่องอมชมพูระเรื่อของน้องสาวพร้อมกับอวยพรให้เธอเหมือนที่คุณพ่อของเด็กคนอื่นๆกำลังทำกัน
“หัดเข้มแข็งหน่อยอย่าร้องไห้บ่อย.." มาเฟียหนุ่มกล่าวก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้ามากระซิบข้างใบหูเล็กอย่างแผ่วเบาแต่ทว่าน้ำเสียงแผ่วเบากลับเซ็กซี่เกินต้านทาน "และเป็นของฉันแค่คนเดียว” ประโยคสุดท้ายคือคำอวยพรจากปากของเขา น้ำขิงที่ได้ฟังอย่างนั้นจึงสะดุ้งเฮือกตกใจด้วยความกลัว
@หลายเดือนต่อมา
“กระโปรงเธอสั้นไปนะ” มาเฟียหนุ่มทักท้วงน้องสาวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนเคยแต่ภายในใจกลับหงุดหงิด “มีนมแล้วเหรอ” มาเฟียหนุ่มที่กำลังช่วยน้องสาวแต่งตัวไปเรียนอยู่จ้องมองเรือนร่างขาวผ่องอวบอิ่มนุ่มนิ่มของน้องสาวด้วยสายตาหื่นกระหายอย่างเปิดเผย
ตอนที่ 4
“น้องแต่งตัวเสร็จหรือยัง” เสียงของพริบพราวผู้เป็นมารดาดังเข้ามาใกล้ๆก่อนจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าลูกชายและลูกสาวด้วยท่าทางอารมณ์ดีเหมือนทุกวัน
“กระโปรงจะใส่สั้นเกินไปรึเปล่า” ไฟถามผู้เป็นมารดาเสียงแข็งพลางจ้องมองกระโปรงนักเรียนลายสก๊อตสีแดงของน้องสาวด้วยความไม่ชอบใจ
“หวงน้องเกินไปรึเปล่า ชุดกระโปรงเรียนนานาชาติก็แบบนี้แหละ..ลูกเคยเรียนแต่เรียนเอกชนชายล้วนจะไปรู้อะไร” คำตอบของผู้เป็นแม่ทำเอาไฟดันลิ้นหนาเข้าหากระพุ้งแก้มอย่างหงุดหงิดครั้งแล้วครั้งเล่า
15 : 50 น.
@บริษัท KF จำกัด
น้ำขิงเดินเข้ามาภายในบริษัทของตระกูลผู้ปกครองของเธอ เธอเดินเข้ามาในชุดนักเรียนเรียนนานาชาติเอกชนชื่อดัง โดยมีเซนมือซ้ายคนสนิทของไฟเดินตามหลังน้ำขิงเข้ามาด้วยตามคำสั่งของผู้เป็นนายให้ไปรับน้ำขิงมาจากเรียน
เหล่าบรรดาพนักงานภายในบริษัทต่างส่งยิ้มหวานกล่าวทักทายน้ำขิงอย่างเป็นมิตร มันเป็นภาพประจำที่เห็นได้แทบจะทุกวัน เวลาที่น้ำขิงเลิกเรียนไฟก็จะมักให้ลูกน้องคนสนิทของเขาไปรับเธอมาที่นี่หรือวันไหนที่เขามีเรียนก็จะให้ลูกน้องคนสนิทไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัยให้เขา
ก๊อก~ ก๊อก~
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นทำให้ไฟละสายตาจากกองเอกสารตรงหน้า
“เข้ามา” เสียงทรงอำนาจของไฟกล่าวอนุญาตทำให้น้ำขิงเปิดประตูเข้ามาอย่างเบามือ
“ไปเล่นอะไรมา ทำไมเสื้อผ้ามอมแมมแบบนี้” มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามน้องสาวบุญธรรม เมื่อเห็นว่าเสื้อนักเรียนสีขาวของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีดำราวกับเพิ่งไปคลุกดินมา
“น้องเล่นกระโดดเชือกกับเพื่อนมาค่ะ”
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนค่อยออกมากินข้าว” คำสั่งของไฟทำให้น้ำขิงเดินเข้าไปอาบน้ำภายในห้องนอนที่อยู่ภายในห้องทำงานของเขาตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
“วันนี้มีผู้ชายมาคุยด้วยรึเปล่า” ไฟเดินเข้ามาหาน้องสาวพลางเอ่ยถามเสียงเรียบแต่กลับเต็มไปด้วยความดุดัน เขาจ้องมองน้องสาวยืนสระผมอยู่ใต้ฝักบัวพลางถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกไปด้วย ชายหนุ่มเดินเข้ามาหยิบสบู่ขึ้นมาถูฟองสบู่ตามเรือนร่างขาวผ่องให้น้องสาวโดยที่สายตาคมกริบจ้องมองเรือนร่างบางของน้องสาวอย่างกะลิ้มกะเหลี่ยไม่ปิดบัง
“ฉันถามก็ตอบ”
“ไม่มีค่ะ” น้ำขิงตอบเสียงเบาโดยที่ยืนตัวแข็งทื่อก้มหน้าเงียบ ก่อนจะถูกมือใหญ่ลูบวนตรงเนินสามเหลี่ยมอวบอูมมือหนาบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ขนาดพอดีมือเบาๆ น้ำขิงในวัยที่เพิ่งจะบรรลุนิติภาวะได้ไม่นาน แต่รูปร่างกลับเจริญเติบโตเร็วกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอโดยเฉพาะหน้าอกที่ดูเหมือนจะใหญ่ผิดปกติ
“อ้ะ..พี่ชาย” น้ำขิงสะดุ้งเฮือกตกใจพลางยกมือเล็กขึ้นมาปกปิดของสงวนด้านบนและด้านล่างของตัวเองเอาไว้ด้วยความหวาดกลัว
“หวงจังนะ..ยังไงเธอก็ต้องตกเป็นของฉันอยู่วันยังค่ำ..วันนี้ฉันจะใจดีปล่อยเธอไปสักวันก็แล้วกัน”
@วันต่อมา
15 : 00 น.
@คฤหาสน์สุดหรูของไฟ
“ออกมาเปิดประตูให้ฉัน” ไฟยืนมองบานประตูห้องนอนของน้องสาวต่างสายเลือดพลางออกคำสั่งเสียงเข้มยืนรอให้น้ำขิงออกมาเปิดประตูให้ตน วันนี้เขาจะทำการอุกอาจเหมือนครั้งก่อนๆไม่ได้แล้วด้วยผู้เป็นบิดามารดาของเขาอยู่บ้านทั้งวันไม่ได้ออกไปไหน
น้ำขิงที่นอนทำการบ้านอยู่บนเตียงนอนได้ยินเสียงของพี่ชายจึงเนื้อตัวสั่นเทาหวาดผวาขึ้นมาในทันทีด้วยความหวาดกลัวมือเล็กรีบหยิบโทรศัพท์บ้านบนโต๊ะข้างหัวเตียงนอนกดต่อสายหาผู้เป็นมารดาบุญธรรมทันทีด้วยท่าทางร้อนรนกลัวว่าพี่ชายต่างสายเลือดจะบุกรุกเข้ามากระทําชําเราเธอเหมือนหลายๆครั้งที่เขาชอบทำเวลาที่พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน
“ฉันบอกให้มาเปิดประตูให้ฉัน..หรือต้องให้ฉันไขกุญแจเข้าไปเอง”
“ลูกมาทำอะไรตรงนี้..แล้วน้องสาวเราโทรลงมาข้างล่างทำไม” พริบพราวเดินขึ้นมาหยุดตรงหน้าห้องนอนของลูกสาวคนเล็กพร้อมเอ่ยถามลูกชายคนโตที่ยืนจ้องมองบานประตูห้องนอนของน้องสาวอยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“คุณแม่..” น้ำขิงเปิดประตูห้องนอนออกมาพบผู้เป็นมารดาพยายามเก็บซ่อนอาการสั่นเทาเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มไร้เดียงสา
“โทรลงมาข้างล่างมีอะไรรึเปล่าคะคนสวยของแม่”
“หนู..อยากให้คุณแม่ช่วยสอนการบ้านให้ค่ะ” ถึงจะไม่อยากโกหกแต่ก็ต้องทำเมื่อไม่มีทางเลือก มาเฟียหนุ่มที่ได้ฟังคำโกหกของน้องสาวถึงกับแค่นหัวเราะในลำคอหนาอย่างเย้ยหยัน เธอกลัวเขามากถึงขั้นขนาดยอมโกหกมารดาของเขาเลยหรือ
“แม่ก็นึกว่าหนูโดนพี่ชายแกล้งซะอีก..แล้วจะให้แม่ติววิชาอะไรให้คะ”
“คณิตศาสตร์ค่ะ”
“คณิตเลยเหรอแม่ไม่เก่งคณิตเลยน่ะสิ..งั้นให้พี่ชายสอนหนูก็แล้วกัน เดี๋ยวแม่ลงไปเอาของว่างขึ้นมาให้”
“จะให้ฉันช่วยสอนการบ้านไหม?” มาเฟียหนุ่มกล่าวถามพลางยักยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินผ่านหน้าน้องสาวเข้าไปภายในห้องนอนอย่างถือวิสาสะ
ตอนที่ 5
“ให้พี่เขาสอนการบ้านไปก่อนนะเดี๋ยวแม่ลงไปเอาของว่างขึ้นมาให้” พริบพราวพูดจบจึงรีบเดินลงไปเตรียมของว่างทันที น้ำขิงยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูไม่กล้าเข้าไปด้านในห้องนอนของตัวเองด้วยกลัวว่าพี่ชายต่างสายเลือดจะกลั่นแกล้งเธอเหมือนวันนั้นอีก
“เข้ามา” มาเฟียหนุ่มออกคำสั่งเสียงเรียบเขาถือวิสาสะขึ้นไปนอนรอน้องสาวบนเตียงนอนสีชมพูขนาดคิงไซส์ของเธออย่างสบายใจ
“ถ้ายังไม่เข้ามา..เธอจะเจ็บตัว” คำขู่ของมาเฟียหนุ่มทำให้น้ำขิงต้องจำใจเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาภายในห้องนอนหลีกเลี่ยงการขึ้นไปนั่งบนเตียงนอนกับเขา เธอเลือกที่จะเปิดประตูค้างเอาไว้เมื่อที่มาเฟียหนุ่มจะได้ไม่กล้าทำอะไรเธอ
“บอกหลายครั้งแล้วว่าอย่าหวงตัวเวลาอยู่กับฉัน..ขึ้นมานี่” น้ำเสียงดุดันของมาเฟียหนุ่มทำให้น้ำขิงต้องเดินขึ้นมานั่งบนเตียงนอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“จะให้ฉันสอนบทไหน” มาเฟียหนุ่มเปิดหนังสือเรียนของน้องสาวออกมาอ่านดูพลางกล่าวถาม
“บทที่สองค่ะ”
“มานั่งตรงนี้” มือหนาตีหน้าขาแกร่งของตัวเองเบาๆ ทำให้น้ำขิงต้องคลานเข้ามานั่งตรงกลางระหว่างขาของเขาอย่างไม่มีทางเลือก
“อ๊ะ!..จะทำอะไรคะ” น้ำขิงสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อมือใหญ่บีบเคล้นหน้าอกใหญ่ของเธออย่างแรง
“นอนนิ่งๆ” มาเฟียหนุ่มกดร่างบางลงบนเตียงนอนพร้อมถลกกระโปรงสีชมพูอ่อนของน้องสาวขึ้นเหนือเอวคอดนิ้วมือใหญ่เกี่ยวขอบแพนตี้สีชมพูลายหมูน้อยออกจากใจกลางความเป็นสาวอย่างง่ายดาย
“คุณแม่!” น้ำขิงตะโกนเรียกผู้เป็นมารดาด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นมาเฟียหนุ่มลุกขึ้นถอดกางเกงนอนขายาวของเขาออกเผยให้เห็นแก่นกายใหญ่ขนาดสิบสองนิ้ว ผงาดแข็งชันขึ้นจ่อมาที่ร่องเล็กของเธอ
“จะร้องทำไม..ฉันแค่จะเอาหัวถูแบบนี้ไม่ได้จะเอาเข้าไป” ริมฝีปากหนากล่าวพลางจับแก่นกายใหญ่ถูไถไปตามรอยแยกสีชมพูระเรื่อก่อนจะชักรูดแก่นกายใหญ่ขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์กระสันของตัวเอง
“อึก..คุณแม่!ช่วยหนูด้วย!” น้ำขิงรีบขยับตัวหนีจากพี่ชายจอมหื่นจนแผ่นหลังบางติดกับหัวเตียงนอน
“อยากให้ฉันเอาเธอตอนนี้ใช่ไหมถึงได้ดื้อกับฉัน” มาเฟียหนุ่มดุเสียงเข้มก่อนจะกระชากเรียวขาวเล็กถลาลงมาหาตัวเองพร้อมชักรูดแก่นกายใหญ่ขึ้นลงถี่ๆก่อนจะ “อ๊าสสสส” ปลดปล่อยกามน้ำสีขาวขุ่นออกมาบนเนินสามเหลี่ยมนุ่มนิ่มสีชมพูระเรื่อของน้องสาว
“ถ้าดื้อกับฉันอีก..ฉันจะไม่ใจดีกับเธออีก” มาเฟียหนุ่มชี้หน้าคาดโทษน้องสาว
“พี่ชายไม่มีเหตุผลน้องไม่อยากจะคุยด้วย” ตุ้บ!
“อ๊ากกกก!!!!ซี๊ดดดด” ไฟคำรามเสียงดังลั่นเมื่อน้ำขิงใช้เท้าเล็กถีบเข้าที่ท่อนเอ็นใหญ่ยาวของเขาอย่างแรงทำเอาเขาคำรามด้วยความเจ็บปวดทรมาน แต่ยังไม่ทันที่จะหายเจ็บปวดเท้าเล็กก็กระแทกใส่เจ้าโลกจนรู้สึกจุก
“อ๊ากกกก!!!เด็กแสบ..ซี๊ดดดดอ้าส์!” มาเฟียหนุ่มร้องโอดครวญนอนขดตัวอย่างหมดสภาพใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำอย่างหนักจนน้ำขิงตกใจ
“พี่ชาย..” น้ำขิงเรียกชื่อพี่ชายเสียงหลง “พี่ชายเป็นอะไรมากรึเปล่าคะทำไมพี่ชายหน้าแดง”
“เธอจะฆ่าฉัน” ไฟเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาใบหน้าคงยังแดงก่ำอย่างหนัก
“ไม่ใช่นะคะพี่ชาย” น้ำขิงโบกมือปฏิเสธทันควัน
“ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ใช่พี่ชายของเธอต่อไปอย่าเรียกฉันว่าพี่ชายอีก”
“ขอบโทษค่ะ แล้วให้น้องเรียกพี่ชายว่าอะไรคะถ้าไม่ให้เรียกพี่ชายว่า..พี่”
“ผัว..ฉันเป็นผัวของเธอ..ซี๊ดดดดอ้าส์!” มาเฟียหนุ่มกล่าวก่อนจะบิดตัวร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
“แต่เราเป็นพี่น้องกัน จะเป็นผัวเมียกันได้ยังไงคะ”
“อ้าส์!เจ็บ..เธอพูดไม่เข้าใจรึไงวะ..เมื่อกี้ฉันบอกเธอว่าอะไร”
“บอกว่าเป็นผัวค่ะ”
“ก็ดีที่ยังจำได้..จำใส่สมองของเธอเอาไว้ด้วยว่าฉันคือผัวของเธอ..เยื่อบางๆที่กลางระหว่างขาของเธอฉันจะเป็นคนเข้าไปฉีกมันให้ขาดเอง..จำใส่หัวเอาไว้” มาเฟียหนุ่มกล่าวเสียงดุก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมาใส่กางเกงแล้วเดินกุมแก่นกายใหญ่หายเข้าไปภายในห้องนอนของตัวเองอย่างทุลักทุเล น้ำขิงเองที่เห็นพี่ชายเดินหายเข้าไปในห้องนอนแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปล้างตัวภายในห้องน้ำทันที
@วันต่อมา
“นายครับมีผู้ชายมาขอพบคุณหนูครับ” เอดมือขวาคนสนิทของไฟเดินเข้ามากล่าวรายงานผู้เป็นนายที่นั่งทำงานอยู่ภายในห้องทำงานของคฤหาสน์หรู
“ใคร” มาเฟียหนุ่มเคล้นเสียงออกจากไรฟันอย่างไม่สบอารมณ์พลางขบกรามแน่นจนสันกรามนูน
“เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนที่เรียนของคุณหนูครับ”
“มันอยู่ไหน”
ตอนที่ 6
“ผมให้ยืนรออยู่หน้าบ้านครับ” ไฟที่ได้ฟังอย่างนั้นจึงรีบเดินสาวเท้าตรงไปที่ประตูรั้วบ้านทันทีด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดุดัน
“สวัสดีครับ” เด็กผู้ชายวัยสิบแปดปีที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยความดุดันของไฟ จึงรีบยกมือไหว้สวัสดีผู้อาวุโสกว่าอย่างนอบน้อมพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างฉะฉาน “ผมมาหาน้ำขิงครับ”
“เป็นเพื่อน?” ไฟเลิกคิ้วเข้มถามพลางจ้องมองน้ำขิงด้วยสายตาดุดัน
“ครับผม”
“ชื่ออะไร”
“วกวนครับ”
“คนบ้าอะไรชื่อวกวน” เป็นเอดที่พูดแทรกขึ้นมา
“มาทำไม” ไฟถาม
“มาจีบน้ำขิงครับ” คำตอบของน้ำขิงทำเอามาเฟียหนุ่มหัวร้อนขึ้นมาในทันที
“ล้อเล่นครับ..เป็นเพื่อนน้ำขิงครับ ชะเอมให้มาชวนน้ำขิงไปเล่นที่สวนสาธารณะหลังหมู่บ้านครับ” ชายหนุ่มพูดจาฉะฉานราวกับไม่ได้เกรงกลัวสายตาดุดันของไฟที่มองมาที่ตนเลยสักนิดหนำซ้ำยังชะโงกหน้ามองหาน้ำขิงอีก
“มาทางไหนกลับไปทางนั้น” มาเฟียหนุ่มเอ่ยปากไล่ก่อนจะเดินหันหลังกลับเข้ามาในบ้านแต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาเดิน ชายหนุ่มก็ตะโกนเรียกน้ำขิงก่อนทำให้เขาต้องหันกลับมาตวัดตามองชายหนุ่มหน้ามึนคนนี้อย่างเอาเรื่อง
“น้ำขิง!!น้ำขิงอยู่ในบ้านไหมออกมาหาเราหน่อย!!”
“ลากมันออกไป” มาเฟียหนุ่มหันไปออกคำสั่งกับเหล่าบอดี้การ์ดบริเวณนั้นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“คุณพ่อน้ำขิงทำไมใจร้าย” ชายหนุ่มกล่าวพลางทำหน้ากระเง้ากระงอด
“พ่อ?” มาเฟียหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปม เขาดูแก่ถึงขั้นชายหนุ่มตรงหน้าเรียกเขาว่าพ่อเลยหรือ
“คุณพ่อให้น้ำขิงออกไปเล่นกับพวกเราเถอะนะครับ..ผมจะมาส่งน้ำขิงให้ถึงบ้านก่อนหกโมงเย็นครับ” สรรพนามที่ชายหนุ่มใช้เรียกไฟทำเอาเอดและเหล่าบอดี้การ์ดบริเวณนั้นกลั้นขำกันแทบไม่อยู่
“โอ๊ย!ปล่อยผมนะ!” ชายหนุ่มโวยวายเมื่อถูกมาเฟียหนุ่มดึงรั้งคอเสื้อของตนขึ้นอย่างแรงทำให้เท้าเล็กของชายหนุ่มลอยละล่องอยู่บนอากาศเหนือพื้นกระเบื้องหินอ่อนขึ้นมาตามแรงดึงจากมือใหญ่
“ไม่มีใครบอกรึไงว่าที่นี่บ้านใคร..ที่นี่มันใช่ที่ที่เด็กปากดีอย่างแกจะมาเดินเล่นไหม” ไฟเค้นเสียงลอดไรฟันจ้องชายหนุ่มอย่างโกรธขึ้ง
“จะบอกแม่!มาเฟียทำร้าย!” ชายหนุ่มตะเบ็งเสียงพลางดีดดิ้นพล่านอย่างไม่ยอมแพ้แม้ร่างกายจะลอยละล่องอยู่บนอากาศก็ตาม
“วกวน..” เสียงเล็กของน้ำขิงดังขึ้นจากด้านหลังก่อนจะเดินออกจากคฤหาสน์หรูพร้อมกับพริบพราว
“มีเรื่องอะไรกัน” พริบพราวเอ่ยถามลูกชายที่ตอนนี้ดึงหิ้วคอเสื้อของวกวนจนเท้าลอยละล่อง
“น้ำขิงช่วยเราด้วย พ่อเธอจะทำร้ายเรา”
“พี่ชาย..ปล่อยวกวนลงมานะคะ” น้ำขิงเดินเข้ามาจับท่อนแขนแกร่งของพี่ชายต่างสายเลือดเอาไว้พลางส่งสายตาออดอ้อนจนมาเฟียหนุ่มใจอ่อนยอมปล่อยชายหนุ่มลง
“น้ำขิงเรากลัวพ่อเธอ..พ่อเธอจะทำร้ายเรา” วกวนเดินอ้อมมากอดหลังของน้ำขิงเอาไว้ ทำเอามาเฟียหนุ่มขบกรามแน่นฉุนเฉียวจนกระชากเรียวแขนเล็กของน้ำขิงมาแนบชิดกับลำตัวหนาเขาอย่างแรงทำเอาพริบพราวที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เบิกตาโพลงตกใจไม่น้อย
“ไฟ! ดึงแขนน้องแบบนั้นได้ยังไงถ้าแขนน้องหลุดหักขึ้นมาจะทำยังไง” พริบพราวแหวใส่ลูกชายเสียงเขียวก่อนจะรีบแย่งลูกสาวคนเล็กมายืนข้างหลังของตัวเอง
“มารับลูกสาวป้าไปเล่นด้วยใช่ไหม” พริบพราวหันมาเอ่ยถามชายหนุ่ม
“ใช่ครับ..เรานัดกันเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานครับ” ชายหนุ่มตอบอย่างฉะฉานเมินเฉยต่อสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่ม
“จะไปเล่นที่ไหนกันแล้วจะกลับถึงบ้านกันกี่โมง” พริบพราวถามชายหนุ่ม
“ไปเล่นที่สวนสาธารณะหลังหมู่บ้านครับ..กลับไม่เกินหกโมงเย็นครับ..ตอนเล่นกันเสร็จวกวนจะมาส่งน้ำขิงให้ถึงหน้าบ้านครับ..กลับไม่เกินหกนาฬิกาจุดศูนย์ศูนย์แน่นอนครับ”
“ชัวร์นะ..เป็นลูกผู้ชายต้องรักษาคำพูดนะรู้ไหม..อย่าพากันไปเถลไถลที่ไหนไกลล่ะเข้าใจไหม”
“ร้บทราบครับ..ปะไปเล่นกันน้ำขิง” วกวนกล่าวชวนเสียงหวานทำให้น้ำขิงหันมาส่งยิ้มหวานให้ผู้เป็นมารดาก่อนจะเดินจูงมือกันเดินตรงไปยังรถจักรยานของชายหนุ่มที่จอดอยู่หน้าประตูคฤหาสน์
“น้ำขิงนั่ง ดีๆ นะระวังตก..เราจะซิ่งแล้วนะ..กอดเอวเราไว้แน่นๆนะน้ำขิง” น้ำขิงกอดเอววกวนแน่นทำเอามาเฟียหนุ่มที่ยืนมองอยู่ขบกรามแน่นจนสันกรามนูนอย่างไม่สบอารมณ์กับภาพที่เห็น
“น้ำขิงทำไมพ่อของน้ำขิงโหดจัง” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางปั่นจักรยานไปด้วย
“นั่นพี่ชายเรา”
“อ้าวเหรอ..ก็ตอนนั้นเราเห็นพี่ชายเธอมางานวันพ่อที่เรียนเราเลยคิดว่าเป็นพ่อของเธอ”
18 : 10 น.
“น้ำขิงพรุ่งนี้เจอกันที่เรียนนะเราจะนั่งรอที่โต๊ะประจำหน้าเรียนนะ” วกวนกล่าวพลางโบกมือลาน้ำขิงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“อืม..เจอกันพรุ่งนี้” น้ำขิงกล่าวพลางโบกมือลาด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินหันหลังเข้ามาภายในคฤหาสน์หรูพร้อมกวาดสายตามองหาผู้เป็นมารดาไปด้วย
“กลับบ้านช้าสิบนาที” น้ำเสียงดุดันดังขึ้นจากด้านหลังทำให้น้ำขิงหันกลับมามองอัตโนมัติ
“พี่ชาย..” น้ำขิงมองมาเฟียหนุ่มตาบ้องแบ๊วทำเอาลิ้นหนาของมาเฟียหนุ่มดันเข้าหากระพุ้งแก้ม
“คิดว่าน่ารักแล้วจะรอดรึไง”
“พี่ชายน้องหิวข้าวแล้ว”
“อย่าเรียกฉันแบบนั้น”
“ไฟ..หนูหิวข้าวแล้ว” สรรพนามใหม่ที่เธอใช้เรียกเขาทำเอามาเฟียหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง
“ปีนเกลียวแต่เด็กเลยนะ”
“ปีนเกลียวคืออะไรเหรอคะ” น้ำขิงถามกลับพลางมองหน้าพี่ชายต่างสายเลือดตาแป๋ว
ตอนที่ 7
“ไร้เดียงสาหรือสมองไม่มีรอยหยักวะ”
“น้องไม่ได้โง่” น้ำขิงทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชายน้ำตาเริ่มคอลเตรียมความพร้อมที่จะร้องไห้
“พูดนิดพูดหน่อยเป็นอันจะร้องไห้” มาเฟียหนุ่มเอ่ยกระแหนะกระแหนน้องสาวก่อนจะหิ้วลำตัวเธอขึ้นมาทาบบนบ่าแกร่งแล้วเดินขึ้นไปด้านบนของคฤหาสน์เดินตรงไปที่ห้องนอนของเธอ
“ฮือๆ..น้องจะอาบเอง” น้ำขิงปล่อยโฮพลางขยับตัวหนีเมื่อโดนพี่ชายฉีดน้ำใส่พยายามจะจับเธอมาอาบน้ำ
“ฉันจะอาบให้” มือใหญ่กอดรัดร่างบางขึ้นมาแนบกับลำตัวหนาเขาอุ้มเธอลงไปนั่งลงในอ่างอาบน้ำจากุชชี่ขนาดใหญ่ มือหนานวดคลึงไปตามหน้าอกใหญ่บีบขยำจนน้ำขิงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“คุณแม่ช่วยหนูด้วย!”
“เรียกแม่ฉันอย่างกับสั่งก๋วยเตี๋ยวเลยนะคิดว่าแม่ฉันเป็นคนรับใช้ของเธอหรือไงถึงเรียกได้ตลอดเวลา”
“ไฟปล่อยน้องนะ..อื้อ!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบประโยคชายหนุ่มก็กดจูบบดขยี้ริมฝีปากเล็กก่อนฟันคมขบกัดลิ้นเล็กลงโทษที่เธอเรียกชื่อเล่นของเขาราวกับเขาเป็นเพื่อนเล่นวัยเดียวกันกับเธอ
“น้ำขิงเรียกแม่เหรอลูก” พริบพราวเดินเข้ามาหาลูกสาวแต่ก็ต้องชะงักตกใจเมื่อเห็นลูกสาวนั่งเปลือยกายอยู่ในอ่างอาบน้ำจากุชชี่ขนาดใหญ่โดยที่มีไฟลูกชายคนโตนั่งเปลือยกายท่อนบนอยู่บนขอบอ่าง
“คุณแม่” น้ำขิงเรียกผู้เป็นมารดาด้วยความตกใจ
“ไฟ!..แม่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าน้องโตเป็นสาวแล้วจะมาอาบน้ำกับน้องแบบนี้ไม่ได้”
“แค่อาบน้ำแม่จะโวยวายทำไม” ไฟพ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายทุกครั้งที่เขาได้อยู่กับเธอสองต่อสองผู้เป็นมารดามักจะเข้ามาขัดจังหวะทุกครั้ง จนบางครั้งเขาก็คิดที่อยากจะวางยาสลบให้มารดาของเขากินจะได้ไม่ต้องมาขัดขวางความสุขของเขาที่จะได้อยู่กับน้องสาวบุญธรรมอย่างน้ำขิง
“ก็ลูกเป็นผู้ชายแล้วน้องเองก็เป็นผู้หญิงมันสมควรเหรอที่จะอาบน้ำด้วยกัน..น้องไม่ใช่เด็กสองขวบนะน้องโตแล้วนะไฟ” พริบพราวเอ็ดลูกชายเสียงดังทำให้น้ำขิงก้มหน้าสำนึกผิดต่างจากอีกคนที่เป็นตัวก่อเรื่องยังคงนั่งทำหน้าไม่ทุกข์ใจอะไร
“แม่ให้หมั้นกันไว้เลยไหมล่ะจะได้จบๆไป”
“โว้ย..เลิกมารุ่มร่ามกับน้องสักทีรีบลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลยก่อนที่พ่อเขาจะเข้ามาเห็น”
“ให้ผมหมั้นกับเธอ”
“ฝันไปเถอะ..ออกไป!” พริบพราวเดินเข้าไปกระชากแขนลูกชายออกมาจากห้องน้ำอย่างแรง เธอเองก็อยากจะได้น้ำขิงมาเป็นลูกสะใภ้แต่น้ำขิง ตอนนี้ก็ยังไม่เหมาะที่จะมีความรักไฟกับน้ำขิงมีช่องว่างระหว่างอายุห่างกันพอสมควรถ้าหากปล่อยให้ไฟมารุ่มร่ามกับน้ำขิงอีกคงจะไม่ดีต่อน้ำขิงเป็นแน่เพราะเธอรู้ดีว่าลูกชายตัวเองเป็นคนยังไง
@วันต่อมา
“พ่อแม่ไอ้เด็กเวรนั่นเป็นใคร”
“แม่ของเด็กคนนั้นเธอชื่อคุณหมุนเวียนครับ ส่วนพ่อชื่อคุณเวียนเทียนทำธุรกิจส่งออกรถยนต์พวกเขาเพิ่งย้ายมาอยู่หมู่บ้านเดียวกับเราเมื่อสามเดือนที่แล้วครับ” เอดมือขวาคนสนิทตอบคำถามของผู้เป็นนายที่นั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานใหญ่ของคฤหาสน์
13 : 00 น.
@เรียนนานาชาติxxx
“น้องๆ” ชายหนุ่มวัยมหาวิทยาลัยหนึ่งในกลุ่ม ตะโกนเรียกกลุ่มเด็กสาวเสียงดัง ทำให้น้ำขิงและเพื่อนๆของเธอต่างหันมามองตามเสียงเรียกนั้นอัตโนมัติ
“น้องกระเป๋าชมพู..ชื่ออะไร” ชายหนุ่มวัยมหาวิทยาลัยหนึ่งในกลุ่ม เอ่ยถามชื่อของน้ำขิงหน้าตาจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาบาร์บี้มีชีวิตที่สะพายกระเป๋าข้างแบรนด์เนมหรูสีชมพูอยู่
“น้ำขิงค่ะ” น้ำขิงตอบ
“น้องอายุเท่าไหร่แล้ว” ชายหนุ่มถาม
“สิบแปดปีค่ะ” น้ำขิงตอบ
“มาเอาขนม..พี่ให้” นักรบชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา หยิบถุงขนมห่อใหญ่ยื่นให้น้ำขิง ทำให้น้ำขิงต้องเดินเข้ามารับไว้ หากจะปฏิเสธผู้ใหญ่ให้ของก็คงจะดูเสียมารยาทจนเกินไป
“ขอบคุณค่ะ” น้ำขิงกล่าวขอบคุณแล้วจึงหยิบถุงขนมมาถือเอาไว้แต่ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยถุงขนมให้เธอ
“วันนี้พี่ไม่ว่างเดี๋ยวพี่กลับมาจีบ..อย่าเพิ่งลืมพี่นะ” ชายหนุ่มกล่าวหยอกล้อทำเอาน้ำขิงใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอายด้วยเป็นครั้งแรกที่เธอถูกผู้ชายหยอดแซวซึ่งๆหน้า
“มึงอย่าไปแซวน้องเขา ปล่อยให้น้องไปมีอนาคตที่ดีเถอะ” เพื่อนในกลุ่มของชายหนุ่มทักท้วงขึ้นอย่างติดตลก
“นะคนสวย..อย่าเพิ่งลืมพี่นะเดี๋ยวพี่กลับมาจีบ” น้ำขิงได้แต่ยืนมองชายหนุ่มรุ่นพี่ตาแป๋วไม่ได้ตอบกลับอะไร
“พี่ชื่อนักรบนะ..จำชื่อพี่ไว้ด้วยนะถ้าเจอกันอีกทีอย่าลืมชื่อพี่ล่ะ” นักรบขยิบตาให้น้ำขิงก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเพื่อนๆของเขาอย่างอารมณ์ดี
@ทางด้านของไฟ
“นายครับ” เซนมือซ้ายคนสนิทหันหน้าจอโทรศัพท์มือถือมาให้ผู้เป็นนายที่นั่งอ่านเอกสารสำคัญอยู่ดูภาพถ่ายบนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฎภาพถ่ายของน้ำขิงที่ยืนคุยกับผู้ชายอยู่ ทำเอามาเฟียหนุ่มขบกรามแน่นจนสันกรามนูนแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเขาเลือกที่จะหันกลับมาจดจ่อกับเอกสารสำคัญตรงหน้าต่อ
15 : 55 น.
“แรดจังเลยนะ” น้ำเสียงดุดันของไฟดังขึ้นในตอนที่น้ำขิงเปิดประตูเข้ามาภายในห้องนอนของเธอหลังจากที่เพิ่งกลับมาจากเรียน
“พี่ชาย..เข้ามาห้องน้องทำไมคะ” ริมฝีปากเล็กกล่าวถามดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเท้าเล็กเดินถอยหลังจนติดกับบานประตูห้องนอนเมื่อโดนพี่ชายต่างสายเลือดเดินต้อนจนมุม
ตอนที่ 8
“ทีกับฉันทำเป็นหวงตัวทีกับผู้ชายคนอื่นยิ้มหน้าระรื่นทำตัวระริกระรี้” มาเฟียหนุ่มพ่นวาจาร้ายกาจออกมาก่อนจะฉีกกระชากเสื้อนักเรียนของน้องสาวจนมันขาดวิ่น ตุ้บ!!
“ฮือๆ! น้องเจ็บ” น้ำขิงร้องไห้ปล่อยโฮดังลั่นห้องนอนเมื่อถูกพี่ชายต่างสายเลือดผลักร่างบางของเธอล้มลงบนเตียงนอนอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บบริเวณที่ถูกกระแทก
“ฉันบอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้ยุ่งกับผู้ชายคนอื่น” พูดจบมือใหญ่ก็ฉีกกระชากเสื้อชั้นในตัวจิ๋วออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นหน้าอกใหญ่ขนาดพอดีมือริมฝีปากหนาตะโบมดูดดึงยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่ออย่างแรงลิ้นสากลากลิ้นเลียวนรอบยอดอกสีสวยใช้ปากดุนจนยอดปทุมถันแข็งชันเป็นไต พลางใช้มือใหญ่เกี่ยวขอบแพนตี้สีชมพูออก
“ฮือๆๆคุณแม่!” น้ำขิงดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดและกลัวเธอตะเบ็งเสียงร้องเรียกผู้เป็นมารดาราวกับจะขาดใจ “อึก..อื้อ!” คำพูดของน้ำขิงกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อถูกมาเฟียหนุ่มจูบปิดปากไม่ปล่อยให้เธอส่งเสียงร้องออกมาอีก มือใหญ่เขี่ยติ่งเกสรสีสวยไปด้วยนิ้วหัวแม่มือเขี่ยเม็ดเกสรถี่ๆเขี่ยจนร่องเล็กเริ่มแฉะ
“หึ..ไม่น่าเชื่อว่าเด็กสาวนุ่มนิ่มอย่างเธอจะมีอารมณ์กระสัน” มาเฟียหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอหนาเบาๆอย่างพึงพอใจน้ำขิงตัวกระตุกเกร็งถี่ๆ น้ำหวานสีใสไหลเยิ้มออกมาเปื้อนมือใหญ่ ริมฝีปากหนาจูบปากแลกลิ้นอย่างเอาแต่ใจจนร่างบางหนีบขาเข้าหากันมือใหญ่โอบเอวเล็กแล้วเลื่อนไปขยำกระหน่ำเคล้าคลึงหน้าอกใหญ่อย่างแรง
ริมฝีปากหนาจูบขบกัดที่ลำคอขาวผ่องสร้างรอยความเป็นเจ้าของอย่างเอาแต่ใจลมหายใจอุ่นพ่นรดต้นคอขาวผ่องสลับกับฟันคมงับผิวเนื้อขาวผ่องลิ้นสากลากเลียจนทั่วลำคอขาวเนียนมือใหญ่เลื่อนลงมาจับเรียวขาสวยให้อ้าขาแยกออกจากกันพลางลูบขยำกลีบดอกไม้งาม
ใบหน้าหล่อเหลาราวฟ้าประทานเลื่อนลงมาหยุดที่ใจกลางความเป็นหญิงริมฝีปากหนาคายน้ำลายใส่เนินสามเหลี่ยมอวบอูมหลังจากนั้นจึงลากลิ้นสากละเลงวนจนทั่วกลีบดอกไม้งามปลายลิ้นจ่อตวัดติ่งเกสรสีสวยนาบลิ้นแฉะทาบร่องเล็กอวบอูมจนร่องเล็กเปียกแฉะเยิ้มกว่าเดิมฟันคมดูดดึงติ่งเกสรสีสวยจนยืดตามแรงดูดดึงของปากหนา
“ฮือๆ!น้องเจ็บ..คุณแม่ช่วยหนูด้วย!”
“หึ..แม่อยู่หลังบ้านคงจะได้ยินหรอก”
“ฮือๆ..อึก..กระซิกกระซิกฮือๆ” น้ำขิงร้องไห้จนตัวโยนร่างกายสั่นเทิ้มอย่างหนักด้วยความหวาดกลัว
“เตรียมอาหารเย็นให้พร้อม เดี๋ยวฉันจะไปตามลูกขิงลงมาทานข้าว” เสียงพูดคุยของพริบพราวและสาวใช้ในบ้านคุยกันดังเข้ามาใกล้ๆ ห้องนอนของน้ำขิงเรื่อยๆ ทำให้มาเฟียหนุ่มต้องรีบผละตัวออกจากน้องสาวต่างสายเลือดในทันที
“นับว่ายังมีบุญ..ครั้งหน้าถ้ายังยุ่งกับผู้ชายอีกเธอเตรียมตัวเป็นนายหญิงของบ้านนี้ได้เลย” มาเฟียหนุ่มชี้หน้าคาดโทษน้องสาวเอาไว้พลางใช้ลิ้นสากเลียรอบริมฝีปากหนาของตัวเองไปด้วยก่อนจะรีบปีนหน้าต่างห้องนอนของน้องสาว ไต่ระเบียงด้านนอกห้องนอนของน้องสาวไปยังประตูหน้าต่างห้องนอนของตัวเองอย่างชำนาญ
“ลูกขิงลงมาทานข้าวเย็นได้แล้วลูก” พริบพราวเดินเข้ามาเรียกลูกสาว ทำให้น้ำขิงรีบวิ่งเข้าไปภายในห้องน้ำทำทีราวกับว่าตัวเองกำลังอาบน้ำอยู่
“อาบน้ำอยู่เหรอลูกขิง” พริบพราวได้ยินเสียงน้ำไหลจากห้องน้ำภายในห้องนอนของลูกสาวเธอจึงเดินเข้าไปพูดใกล้ๆบานประตูห้องน้ำ “เดี๋ยวแม่จะไปตามพี่เขาลงมาทานข้าวก่อนนะลูกขิง..หนูอาบน้ำเสร็จแล้วตามแม่ลงมาที่ห้องอาหารนะ”
“ค่ะคุณแม่” น้ำขิงตอบกลับผู้เป็นมารดาเสียงปกติ
@สามสิบนาทีผ่านไป
หลังจากที่ใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงอาบน้ำชำระล้างร่างกายเสร็จสรรพน้ำขิงจึงเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านในชุดนอนกระโปรงสีขาว
“นั่นไงน้องลงมาแล้ว..วันนี้มีไข่ยัดไส้ของโปรดของหนูด้วยนะ” พริบพราวกล่าวอย่างใจดีพลางเดินเข้ามาตักข้าวให้ลูกสาว ไฟที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามน้ำขิงก็นั่งทานข้าวเงียบๆ เท้าใหญ่ของมาเฟียหนุ่มลูบไล้ไปตามเรียวขาสวยของน้ำขิงใต้โต๊ะทานอาหารที่มีผ้าคลุมราคาแพงคลุมโต๊ะเอาไว้อยู่ การกระทำของมาเฟียหนุ่มทำเอาน้ำขิงสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจแต่ก็ต้องพยายามแสดงสีหน้าให้ดูปกติที่สุดด้วยกลัวว่าผู้เป็นมารดาจะจับสังเกตได้
“ไฟ!” พริบพราวตวัดตามองลูกชายด้วยแววตาเกรี้ยวกราดเมื่อเหลือบไปเห็นรอยเขี้ยวดูดกัดบนลำคอขาวลากยาวลงมาจนถึงเนินหน้าอกใหญ่ของลูกสาว
"หึ" ไฟหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้านเท้าใหญ่ลูบไล้ขึ้นมาสัมผัสเนินสามเหลี่ยมอวบนุ่มผ่านเนื้อผ้าตัวบางตรงกลางระหว่างขาของน้องสาวต่างสายเลือด
"กัดน้องใช่ไหม" พริบพราวจ้องหน้าลูกชายอย่างเอาเรื่อง
"แค่แกล้งนิดหน่อย" มาเฟียหนุ่มตอบผู้เป็นมารดาเสียงเรียบอย่างไม่สะทกสะท้าน
"เจ็บไหมลูกขิง" พริบพราวเปิดคอเสื้อของลูกสาวออกมาดูเผยให้เห็นร่องรอยขบกัดเต็มเรือนร่างขาวผ่องของลูกสาว
"ถ้ารังแกน้องอีกแม่จะจับแยกแล้วนะ" พริบพราวชี้หน้าคาดโทษลูกชายอย่างเอาเรื่องก่อนจะเดินหายเข้าไปภายในห้องพยาบาล ไม่นานนักพริบพราวก็เดินออกมาพร้อมกับกล่องยาในมือมากมาย
"ต่อไปถ้าพี่ชายมาแกล้งลูกอีกตะโกนเรียกแม่ดังๆเลยนะเดี๋ยวแม่จะมาจัดการให้" พริบพราวบอกลูกสาวพลางทายาบรรเทาอาการฟกช้ำให้
"สำออย" มาเฟียหนุ่มว่าให้น้องสาวก่อนจะเดินหายขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน
"กัดน้อง ขอโทษน้องหรือยัง!" พริบพราวตะโกนขึ้นมาตามหลัง ทำให้มาเฟียหนุ่มหมุนตัวกลับมามองใบหน้าจิ้มลิ้มของน้องสาว
"ขอโทษ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยปากขอโทษอย่างไม่เต็มใจนักก่อนจะหันหลังเดินกลับขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสองของตัวเอง
@หลายวันต่อมา
"คุณหนูมาแล้วครับ" เซนมือซ้ายคนสนิทของไฟพาน้ำขิงมาหาผู้เป็นนายตามคำสั่งของเจ้านายที่นั่งรออยู่ที่สวนหลังบ้าน
"พี่ชายเรียกน้องมาหามีอะไรเหรอคะ" น้ำขิงเอ่ยถามพี่ชายต่างสายเลือดโดยที่เธอเองยืนเว้นระยะห่างกับเขาที่นั่งสูบบุหรี่อยู่พอสมควร
"ฉันเป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือไงถึงได้ยืนห่างฉันขนาดนั้น" มาเฟียหนุ่มเอ่ยกระแหนะกระแหนน้องสาวพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินเข้าไปหาเธอ
"พี่ชาย..น้องไม่ชอบกลิ่นบุหรี่เอาออกไปนะ..แค่กแค่กๆๆ" น้ำขิงสำลักควันบุหรี่ที่มาเฟียหนุ่มพ่นควันขาวฟุ้งออกมาใส่ดวงหน้าของเธอจนใบหน้าแดงก่ำ
"อ่อนแอ" เมื่อเห็นว่าน้องสาวต่างสายเลือดไอไม่หยุดเขาจึงทิ้งบุหรี่ในมือลงแล้วใช้เท้าเหยียบจนไฟตรงปลายบุหรี่ดับสนิท
ตอนที่ 9
"น้องจะบอกคุณแม่...พี่ชายแกล้งน้องอีกแล้ว" น้ำขิงมองค้อนมาเฟียหนุ่มอย่างเอาเรื่อง
"ฉันไปแกล้งอะไรเธอ" มาเฟียหนุ่มเลิกคิ้วถาม ทำให้น้ำขิงชี้นิ้วไปที่บุหรี่ใต้รองเท้าของเขา
"ช่วยไม่ได้ ฉันอยู่ของฉันตรงนี้นานแล้วเธอต่างหากที่เข้ามาหาฉันเอง"
"ก็พี่ชายเรียกน้องให้มาหาเองหนิคะ"
"ซื่อบื้อ"
"ถ้าไม่มีธุระอะไรงั้นน้องขอตัว"
"ฉันยังไม่อนุญาตเธอก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวขาไปไหนทั้งนั้น...นั่นชุดของเธอ" มาเฟียหนุ่มกล่าวก่อนจะหันหน้าไปมองที่ชุดคอสเพลย์แม่บ้านสีขาวดำบนโต๊ะม้าหินอ่อนทำให้น้ำขิงต้องหันหน้าไปมองชุดที่เขาซื้อมาให้ "ใส่ให้ฉันดู" คำสั่งของมาเฟียหนุ่มทำให้น้ำขิงยืนตัวแข็งทื่อมองใบหน้าเย็นชาของพี่ชายต่างสายเลือดผ่านม่านน้ำตาพร่ามัว
"ลูกขิง..อาหารเที่ยงเสร็จแล้วเรียกพี่เขามาทานข้าวเร็วกำลัง ร้อนๆเลย" เสียงสวรรค์ของผู้เป็นมารดาดังขึ้นจากด้านหลังทำให้น้ำขิงยิ้มร่าดีใจที่จะได้ไม่ต้องถูกพี่ชายต่างสายเลือดกลั่นแกล้งแล้วเธอรีบวิ่งเข้าไปภายในบ้านอย่างรวดเร็วทิ้งให้มาเฟียหนุ่มดันลิ้นหนาเข้ากระพุ้งแก้มด้วยความหงุดหงิดอยู่ที่เดิม
"นี่ผัดมักกะโรนีเบคอนตามที่ลูกรีเควสไว้เมื่อเช้า" พริบพราวกล่าวพลางวางจานอาหารที่ลูกสาวรีเควส ขอให้เธอทำให้ทานตั้งแต่ตอนเช้ามาตรงหน้าของเธอ
"ขอบคุณค่ะคุณแม่" น้ำขิงหอมแก้มผู้เป็นมารดาฟอดใหญ่ก่อนจะหันมาตักอาหารเข้าปากคำโต
"เกี๊ยว" มาเฟียหนุ่มว่าให้น้องสาวพลางเดินเข้ามานั่งลงตรงข้ามกับน้องสาวแต่ทว่าภายใต้ใบหน้าเย็นชานัยน์ตาเย็นชาคู่นั้นของเขามันซ่อนความรู้สึกรักและเอ็นดูเอาไว้
"ไฟ..อย่าบูลลี่น้อง" พริบพราวเอ็ดลูกชายตาเขียว
"เกี๊ยว..อย่ามูมมาม" มาเฟียหนุ่มทักท้วงน้องสาวขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอตักอาหารเข้าปากอย่างคำโตอย่างมูมมามราวกับกลัวว่าใครจะมาแย่งอาหารตรงหน้าของเธอ
"เกี๊ยวตรงไหนน้องออกจะหุ่นดี...กินไปลูก..อย่าไปสนใจคำพูดของคนพาล" พริบพราวลูบผมลูกสาวด้วยความเอ็นดูก่อนจะหันมาถลึงตาใส่ลูกชาย
"เกี๊ยวขึ้นไปเอาโน๊ตบุ๊คบนห้องลงมาให้หน่อย"
"แม่บอกว่าอย่าว่าน้องไง..ลูกน้องมีเยอะแยะทำไมไม่ใช้มาใช้น้องทำไม..น้องกินข้าวอยู่ไม่เห็นรึไง" มาเฟียหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่อย่างเบื่อหน่ายเมื่อถูกผู้เป็นมารดาขัดขวางความสุขที่เขาจะได้หยอกล้อน้ำขิงตลอดเวลา
"เกี๊ยวมานวดบ่าให้หน่อย"
"เฮ้อ..ดูมีความพยายามที่จะเต๊าะน้องจังเลยนะ" พริบพราวว่าให้ลูกชายพลางส่ายหน้าน้อยๆให้กับความพยายามของลูกชายที่พยายามจะจีบลูกสาวของเธอทางอ้อมอย่างรู้ทัน "เดี๋ยวทานข้าวอิ่มแล้วแม่จะพาไปทำเล็บที่ห้างจะได้ไม่ต้องทนคุยกับคนแถวนี้ให้เปลืองน้ำลาย"
@หลายวันต่อมา
"คุณแม่ขา~หนูขอโทรศัพท์มือถือสักเครื่องได้ไหมคะ" น้ำขิงกล่าวออดอ้อนผู้เป็นมารดาเสียงหวาน
"ไปขอพี่เขาสิ..เงินพี่เขาเยอะ" พริบพราวตอบกลับลูกสาวด้วยความเอ็นดูในความออดอ้อนราวกับแมวน้อยไร้เดียงสาของเธอ
"ถ้าขอแล้วพี่ชายจะซื้อให้เหรอคะ" น้ำขิงถามผู้เป็นมารดาตาแป๋ว
"ไปอ้อนขอพี่เขาสิ" น้ำขิงหันหน้าไปมองพี่ชายต่างสายเลือดที่นั่งจิบชาอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างชั่งใจ สุดท้ายก็ไม่ได้ไปออดอ้อนขอโทรศัพท์มือถือจากพี่ชายด้วยกลัวจะถูกพี่ชายกลั่นแกล้งอีก
"ไม่อยากได้แล้วเหรอคะ" พริบพราวเอ่ยถามลูกสาว
"หนูไม่อยากได้แล้วค่ะ"
"มานวดบ่าให้ฉันแล้วฉันจะซื้อให้" ไฟกล่าวพลางเงยหน้าขึ้นมาสบตากับน้องสาว "อยากได้ของก็ต้องทำงานแลก..ลุกมานี่" น้ำเสียงดุดันของพี่ชายทำให้น้ำขิงเดินคอตกเข้าไปหาเขาอย่างไม่มีทางเลือก
"นวดบ่าให้ฉัน แล้วฉันจะซื้อให้" น้ำขิงนวดบ่าให้พี่ชายต่างสายเลือดอย่างจำใจ
"ออกแรงหน่อยมีแรงแค่นี้เองเหรอ..กินข้าวทุกๆสองชั่วโมงแต่มีแรงนวดแค่นี้?" มาเฟียหนุ่มทักท้วงน้องสาวบุญธรรมขึ้นเมื่อไม่รู้สึกถึงแรงบีบนวดเลยสักนิด
"ก็พี่ชายตัวใหญ่หนิคะ" น้ำขิงตอบกลับหน้ามุ่ย
"เถียงคําไม่ตกฟาก" มาเฟียหนุ่มบีบจมูกเชิดรั้นของน้องสาวอย่างนึกมันเขี้ยว
@หลายเดือนต่อมา
"คุณแม่ขา~" น้ำขิงรีบวิ่งลงมาจากบันไดชั้นสองของคฤหาสน์เพื่อจะเอาผลการเรียนของภาคเรียนนี้มาให้ผู้เปรียบดั่งมารดาแท้ๆของเธอได้ชื่นชมในความตั้งใจเรียนของเธอ
พลั่ก!
"โอ๊ย!!..โฮกก!..ฮืออออ!" น้ำขิงปล่อยโฮร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดเพราะมัวแต่รีบวิ่งลงมาโดยที่ไม่ได้มองดูพื้นบันไดให้ดีก่อนจึงก้าวขาผิดทำให้เธอล้มไถลลื่นลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้าน เสียงร้องไห้ของเธอดังมายังห้องรับแขกของคฤหาสน์โดยภายในห้องรับแขกมีไฟและเพื่อนๆของเขานั่งคุยงานกันอยู่ไฟที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของน้องสาวต่างสายเลือดจึงรีบวิ่งออกมาดูทันที
"น้ำขิง!" ไฟเรียกน้องสาวด้วยความตกใจเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากหัวเข่าของเธอ
"ฮือ!กระอึกฮือๆ" น้ำขิงมองใบหน้าเย็นชาของพี่ชายต่างสายเลือดผ่านม่านน้ำตาพร่ามัวพลางร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
"บอกหลายครั้งแล้วใช่ไหมว่าอย่าวิ่งลงมา" มาเฟียหนุ่มเอ็ดน้องสาวบุญธรรมก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นมาในท่าเจ้าสาวเดินตรงไปยังห้องพยาบาลของคฤหาสน์หรูทันที
"แสบไหม" อชิเพื่อนสนิทของไฟเดินเข้ามาพร้อมกับพนาพลางเอ่ยถามอาการของแฟนสาวในอนาคตของเพื่อนรักเสียงเรียบ น้ำขิงพยักหน้ามือเล็กปาดหยาดน้ำตาออกจากใบหน้าจิ้มลิ้มของตัวเองลวกๆ
"เดินลงมาปกติไม่ได้หรือไง" ไฟเอ็ดน้องสาวบุญธรรมอีกครั้งพลางทำแผลให้เธออย่างเบามือ
"ผลการเรียนเทอมนี้เหรอ" พนาหยิบกระดาษสีขาวในมือของน้ำขิงขึ้นมาอ่านดูอย่างถือวิสาสะ
"ได้ที่หนึ่งซะด้วย" พนาพลิกกระดาษผลการเรียนของน้ำขิงมาให้ไฟดู ไฟที่รู้อยู่แล้วว่าน้องสาวต่างสายเลือดของตนนั้นเป็นเด็กห้องกิฟต์จึงไม่ได้ตื่นเต้นกับผมการเรียนของน้องสาวเท่าไหร่นัก
"สอบได้ที่หนึ่งแบบนี้ต้องฉลองนะ" อชิพูดแทรกขึ้นพลางยกมือขึ้นมาลูบผมของน้ำขิงด้วยความเอ็นดูแต่ก็ถูกมือหนาของไฟปัดมือของเขาออกอย่างแรง
"ไอ้จงอางหวงไข่ หวงอะไรขนาดนั้นกูไม่มีอารมณ์กับเด็กที่เพิ่งจะบรรลุนิติภาวะได้ไม่กี่วันเหมือนมึงนะ" อชิเอ่ยกระแหนะกระแหนเพื่อนรักอย่างเอือมระอา
"เออ..พวกกูไม่มีรสนิยมชอบแนวโลลิตาแบบมึงนะ" พนาพูดแทรกขึ้นอย่างเห็นด้วยกับอชิ
ตอนที่ 10
"พอแล้ว.." น้ำขิงปัดมือของพี่ชายออกเพราะอยากจะรีบเดินไปหาผู้เป็นมารดาจึงกระโดดลงจากเตียงหมายจะเดินเข้าไปหาผู้เป็นมารดาที่ห้องครัว
"จะไปไหน..ยังทำแผลไม่เสร็จเลย" อชิเอ่ยเรียกน้ำขิงเอาไว้ในตอนที่เธอกำลังจะเดินพ้นจากประตู
"กลับมาเกี๊ยว" น้ำเสียงดุดันของไฟทำให้น้ำขิงเดินถอยหลังกลับมานั่งที่เดิม
"แก้มป่องจังเลยนะ" พนาเอ่ยแซวแก้มป่องๆอมชมพูระเรื่อของน้ำขิงอย่างนึกเอ็นดู "กินหมูหมดไปกี่ตัวแล้ว"
"หลายตัว" น้ำขิงตอบกลับเพื่อนของพี่ชายตาแป๋วคำตอบของเธอเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากไฟได้ไม่ยาก
"ไอ้ไฟมึงยิ้มเป็นแล้วเหรอ" อชิเอ่ยแซวเพื่อนรักทำให้ไฟหุบยิ้มทันที
"ดูมึงเป็นคนพูดมากนะเวลาอยู่กับน้องสาว" พนาเอ่ยแซวขึ้นอีกคน
"เย็นชากับทุกคนยกเว้นน้องสาวคนเดียวสินะ ถึงได้ดูแลเป็นห่วงเป็นใยดีขนาดนี้" อชิยืนกอดอกมองเพื่อนรักอย่างจับผิด
"กูจะเป็นยังไงพวกมึงไม่ต้องเสือก" ไฟพ่นคำหยาบคายพลางตวัดตามองเพื่อนรักอย่างนึกรำคาญ
"ปรึกษากูได้นะ..ถ้าอยากได้วิธีจีบเด็ก" พนาพูดขึ้นพลางยักยิ้มมุมปาก ไฟไม่ได้ตอบกลับอะไรเพื่อนรักเขายืนทำแผลให้น้ำขิงต่ออย่างเงียบๆ
@วันต่อมา
"อึก..พี่ชายน้องไม่เอาหน้าม้าเต่อแบบนี้..ฮือๆ" น้ำขิงปล่อยโฮร้องไห้เมื่อพี่ชายต่างสายเลือดที่อาสามาช่วยตัดผมหน้าม้าให้เธอ แทนผู้เป็นมารดาที่ทำขนมอยู่ภายในห้องครัว มาเฟียหนุ่มที่ไม่เคยตัดผมให้ผู้หญิงมาก่อนแต่อาสาขอมาตัดผมให้น้ำขิงจนตอนนี้ผมหน้าม้าของน้ำขิงหนาเต่อเหนือคิ้วของน้ำขิงขึ้นมาสองนิ้ว น้ำขิงที่ไม่ชอบหน้าม้าเต่อจึงร้องไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความไม่พอใจแต่ก็ขัดขืนพี่ชายไม่ได้
"โทษทีฉันไม่เคยตัดผมหน้าม้ามาก่อนมือเลยหนักไปหน่อย"
"อึก..ฮือๆๆน้องจะเอาหน้าม้าซีทูรน้องไม่เอาหน้าม้าเต่อแบบนี้" น้ำขิงสะอื้นร้องไห้ตัวโยนพลางส่องกระจกดูผมหน้าม้าตัวเองตลอดเวลา
"ก็มันตัดไปแล้วเดี๋ยวมันก็ยาว จะร้องทำไม"
"อึก..ฮือๆน้องจะไม่ไปเรียนน้องอายเพื่อน"
"ทรงนี้ก็น่ารักแล้วนะ..อย่างอแง"
"ฮือๆๆน้องไม่ชอบอ่ะน้องไม่ชอบน้องไม่ชอบน้องไม่ชอบ!" น้ำขิงร้องไห้โวยวายยกใหญ่ทำเอามาเฟียหนุ่มถอนหายใจพรืดใหญ่อย่างจนปัญญา
"เดี๋ยวผมก็ยาวแล้ว"
"ไฟ ทำไมตัดผมให้น้องแบบนี้" พริบพราวที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัวต้องชะงักตกใจกับหน้าม้าเต่อของลูกสาว
"อึก..ฮือๆคุณแม่" น้ำขิงวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นมารดา
"แกล้งน้องใช่ไหม" พริบพราวตวัดตามองลูกชายอย่างเอาเรื่อง
"ผมไม่ได้แกล้ง ผมแค่มือหนักไปหน่อยตัดแล้วความยาวไม่เท่ากันสักที ผมก็เลยตัดขึ้นไปเรื่อยๆให้เสมอกันเฉยๆไม่คิดว่าจะหนาเต่อขนาดนี้" คำตอบของไฟทำเอาผู้เป็นมารดาแทบจะกุมขมับ
"ทำไมถึงได้ชอบยุ่งวุ่นวายกับน้องตลอดเลย" พริบพราวเอ็ดลูกชาย "เดี๋ยวแม่พาไปแก้ผมที่ร้าน..โอ๋ๆไม่ร้องนะคะคนสวยของแม่" พริบพราวกอดปลอบประโลมลูกสาวด้วยความรักและเห็นใจ
@วันต่อมา
"เตรียมเอกสารให้เรียบร้อยล่ะ วันมะรืนนี้ต้องออกเดินทางแล้ว" คิมหันต์หันมาสั่งงานกับลูกน้องคนสนิทอย่างเคร่งครัด วันมะรืนนี้เขาและภรรยาจะพาน้ำขิงไปเรียนต่อที่อเมริกาจนกว่าเธอจะเรียนจบปริญญาตรี ตามความปรารถนาของบิดาของน้ำขิงที่เสียชีวิตไปแล้วได้ฝากฝังกับเขาเอาไว้ อีกทั้งคิมหันต์เองมีธุรกิจหลักที่นั่นด้วยเขาจึงต้องไปดูแลกิจการทางนั้นเองอีกทั้งลูกชายคนโตอย่างไฟก็ติดเรียนมหาวิทยาลัยที่ไทย ทำให้ไปดูแลกิจการที่อเมริกาไม่ได้บ่อยนักเมื่อน้ำขิงเรียนจบปริญญาตรีเขาจึงจะพาเธอกลับมาอยู่ที่ไทย
"กระเป๋าเสื้อผ้าใคร" ไฟเดินเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์เอ่ยถามแม่บ้านวัยกลางคน
"กระเป๋าของคุณหนูค่ะ" แม่บ้านตอบ
"น้ำขิงจะไปไหน" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดันจนเหล่าแม่บ้านต่างหวาดกลัวในน้ำเสียงนั้น
"คือ..คุณหนูจะย้ายไปอยู่ที่อเมริกากับคุณท่านค่ะ" ส้มโอแม่บ้านวัยกลางคนตอบ
"มีอะไรกัน" น้ำเสียงทรงอำนาจของคิมหันต์ดังขึ้นทำให้ไฟหันไปมองอัตโนมัติ
"คงจะคิดถึงน้องขึ้นมาล่ะสิ" พริบพราวเอ่ยแซวลูกชายพลางเดินลงมาจากบันไดชั้นสองของคฤหาสน์พร้อมกับน้ำขิง
"พรุ่งนี้แกมีประชุมที่จีนไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยังไม่ไปเตรียมตัวอีก" คิมหันต์เอ่ยถามลูกชายที่เอาแต่ยืนนิ่งเป็นหุ่นยนต์อยู่
"เป็นอะไรไป นี่ไม่อยากห่างจากน้องจริงๆสินะ" พริบพราวเอ่ยแซวลูกชายไม่หยุดพลางป้อนขนมเค้กให้ลูกสาวไปด้วย
"ถ้าไม่อยากให้น้องไป..แกก็ไปแทนน้องสิ" คิมหันต์พูดแทรกขึ้น หากลูกชายของเขายอมไปดูแลธุรกิจที่อเมริกาแทนคงจะดีไม่น้อยอีกอย่างน้ำขิงเองก็ไม่อยากไปเรียนที่ต่างประเทศด้วยเขาเองก็ไม่อยากจะบังคับเธอ ถ้าหากเธอไม่อยากไปถึงเพื่อนรักของเขาผู้เป็นบิดาแท้ๆของน้ำขิงจะสั่งเสียเอาไว้ก่อนจะสิ้นลมหายใจก็ตาม แต่มันติดตรงที่ลูกชายของเขาไม่ชอบที่นั้นเหมือนกันกับน้ำขิง คิมหันต์ขอให้ลูกชายของเขาไปช่วยดูแลกิจการที่อเมริกาอยู่บ่อยครั้งแต่ไฟก็ไม่ยอมไปด้วยอ้างเหตุผลที่ว่ายังเรียนไม่จบทุกครั้ง
"ถ้าจะอ้างว่าติดเรื่องเรียน แกไม่ต้องเป็นห่วงเราซื้อมหาวิทยาลัยได้" คำพูดของผู้เป็นบิดาทำเอามาเฟียหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย
"หนึ่งปี" มาเฟียหนุ่มยื่นข้อเสนอตอบกลับผู้เป็นบิดา
"สามปี" ผู้เป็นบิดายื่นคำขาดให้แก่ลูกชาย
"อเมริกาไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ยากที่จะกลับมาเยี่ยมบ้านถ้าหากคิดถึงคนทางบ้านก็มาเยี่ยมได้ตลอด" พริบพราวพูดแทรกขึ้นหากแต่ถ้าไฟอยากจะกลับมาเยี่ยมบ้านสักอาทิตย์ก็ย่อมได้ ไฟไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้นเขาเดินขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสองของคฤหาสน์ทันที
"ถ้ารอได้..กลับมาจะให้หมั้น" คิมหันต์พูดขึ้นเสียงเบาไม่ให้ลูกชายของเขาได้ยินแต่ทว่าน้ำขิงที่นั่งอยู่ข้างกายของพริบพราวได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหู
ก๊อก!ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องนอนของไฟดังขึ้นจากฝีมือของเซนมือซ้ายคนสนิททำให้ไฟที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ของโต๊ะทำงานหันไปมอง
"เข้ามา"
"ครับนาย" เซนมือซ้ายคนสนิทเดินเข้ามาหาผู้เป็นนายตามคำสั่ง
"ระหว่างที่กูไม่อยู่..มึงคอยตามดูแลน้องสาวกูให้ดีอย่าให้ตัวผู้ที่ไหนเข้าใกล้เด็ดขาด"
"นายไม่ได้จะให้ผมไปช่วยงานที่นั่นด้วยเหรอครับ"
"กูมีมึงเป็นลูกน้องคนเดียวรึไง"
"ขอโทษครับ"
"โทรไปบอกไอ้เอดให้มันเตรียมตัวกูจะเอามันไปด้วย" ไฟเลือกที่จะเอาเอดมือขวาคนสนิทให้ตามตัวเองไปดูแลกิจการที่อเมริกาด้วย โดยที่ให้เซนที่เป็นทั้งนักฆ่าและมือซ้ายคนสนิทคอยตามดูแลอารักขาความปลอดภัยให้กับน้องสาวต่างสายเลือดแทนตน ถ้าหากมีเหตุฉุกเฉินเซนจะได้ช่วยเหลือน้ำขิงได้ดีกว่าเอดที่เป็นมือขวาถนัดแค่เรื่องธุรกิจจัดการธุระให้ผู้เป็นนาย
@วันต่อมา
23 : 23 น.
แกร๊ก! เสียงเปิดประตูห้องนอนของน้ำขิงดังขึ้นด้วยฝีมือของไฟ
"เด็กโง่" มาเฟียหนุ่มกล่าวเสียงเบาพลางเปิดผ้าห่มสีชมพูผืนใหญ่ที่คลุมเรือนร่างบางของน้องสาวต่างสายเลือดเอาไว้อยู่ จมูกโด่งสันคมกดจูบลงบนหน้าผากมนของน้องสาวด้วยความหวงแหน มือหนาหยิบสร้อยคอเพชรจี้ตัวอักษรรูปตัว F สวมใส่คล้องคอให้น้องสาวต่างสายเลือดในขณะที่เธอยังนอนหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราว
"อย่าเพิ่งให้หัวใจของเธอกับใคร...รอฉันกลับมานะเกี๊ยว..เธอเป็นของฉัน..ฉันจะมีแค่เธอ" มาเฟียหนุ่มกล่าวให้คำมั่นสัญญาก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากเล็กเลื่อนใบหน้าหล่อเหลามากระซิบข้างใบหูเล็กของน้องสาว "เด็กโง่..ฉันรักเธอ.." พูดจบจึงผละใบหน้าออกแล้ววางกล้องสร้อยคอเกียร์วิศวะที่สลักชื่อของตนเอาไว้พร้อมรหัสนิสิตในสร้อยวางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงก่อนจะค่อยๆลุกเดินออกไป
"พี่ชาย.." น้ำขิงเรียกหาพี่ชายเสียงเบาในตอนที่เขาเดินพ้นกรอบประตูห้องนอนออกไปแล้ว
"อึก..น้องไม่อยากให้พี่ชายไปน้องคิดถึงพี่ชาย..อึก" น้ำขิงนอนร้องไห้อยู่บนเตียงนอนเงียบๆ ถ้าหากไม่ได้เจอไม่ได้คุยกับพี่ชายต่างสายเลือดแล้วเธอคงจะเหงาน่าดูต่อไปคงจะไม่มีใครคอยหยอกล้อกลั่นแกล้งเธอแล้ว น้ำขิงนอนสะอื้นร้องไห้จนเหนื่อยแล้วหลับไปในที่สุด
@เข้าวันต่อมา
"ฮึก!" น้ำขิงสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าของวันใหม่นึกขึ้นได้ว่าต้องลงไปส่งพี่ชายต่างสายเลือดก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปอเมริกาในช่วงเช้าของวันนี้ น้ำขิงรีบวิ่งลงมาจากชั้นสองของบ้านอย่างเร่งรีบ
"คุณแม่!" น้ำขิงเรียกผู้เป็นมารดาเมื่อเห็นว่าพริบพราวเดินกลับเข้ามาภายในบ้านพร้อมกับคิมหันต์ผู้เป็นบิดา
"วันนี้วันอาทิตย์ลูกไม่ต้องรีบตื่นก็ได้..ขึ้นไปนอนต่อไหมเดี๋ยวแม่ขึ้นไปนอนเป็นเพื่อน"
"พี่ชายล่ะคะ"
"ตอนนี้พี่เขาน่าจะใกล้ถึงสนามบินแล้วมั้ง..ลูกมีอะไรรึเปล่า" พริบพราวเอ่ยถามลูกสาว
"พี่ชายไปแล้วเหรอคะ"
"คิดถึงพี่เขาเหรอ..คิดถึงแล้วทำไมไม่รีบตื่นมาส่งพี่เขาล่ะ..หืมม" คิมหันต์ลูบผมลูกสาวอย่างนึกเอ็นดู
"หนูขอโทษค่ะเมื่อคืนหนูนอนดึกก็เลยตื่นมาส่งพี่ชายไม่ทัน" น้ำขิงก้มหน้าสำนึกผิด คิมหันต์ที่เห็นขอบตาแดงก่ำของลูกสาวจึงกอดปลอบประโลมลูกสาว
ตอนที่ 11
@วันต่อมา
น้ำขิงกลับมาจากเรียนก็รีบขึ้นไปบนห้องนอนของพี่ชายต่างสายเลือดทันที เธอเดินเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าของพี่ชายภายในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อผ้าของไฟอยู่มากพอสมควร น้ำขิงเลือกหยิบเสื้อยืดสีขาวที่พี่ชายชอบใส่เวลาอยู่บ้านเอาออกมากอดไว้ จมูกเชิดรั้นสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นที่คุ้นเคยที่ติดอยู่ในเสื้อยืดของพี่ชายด้วยความคิดถึง
"ฮึก..พี่ชายไปแล้วจริงๆ..ฮือๆ อึก" น้ำขิงล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนหนานุ่มของพี่ชายพลางร้องไห้กอดเสื้อยืดของพี่ชายแน่น
"อึก..พี่ชายไม่อยู่แล้วใครจะเล่นกับน้อง..ฮึก" น้ำขิงนอนร่ำไห้ร้องไห้หาพี่ชายด้วยความคิดถึง หากจะโทรหาพี่ชายก็กลัวจะรบกวนเวลาทำงานของพี่ชาย ระหว่างที่น้ำขิงกำลังนอนเหม่อลอยตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองก็พลันต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเรียกของผู้เป็นมารดาดังขึ้น
"ลูกขิง..อยู่ในห้องรึเปล่า" พริบพราวเรียกหาลูกสาวพลางเดินขึ้นมาบนชั้นสองของบ้าน น้ำขิงที่ได้ยินเสียงของมารดาจึงใช้มือเล็กปาดน้ำตาออกจากดวงหน้าลวกๆ รีบเดินออกจากห้องนอนของพี่ชายทันที
"ค่ะคุณแม่" น้ำขิงเดินเข้ามาหาผู้เป็นมารดาแต่ขอบตายังคงมีคราบน้ำตาจากการร้องไห้ติดอยู่ พริบพราวที่เห็นสภาพขอบตาแดงก่ำของลูกสาวจึงรู้ได้ทันทีว่าลูกสาวคนเล็กคงจะแอบร้องไห้คิดถึงพี่ชายเป็นแน่
"ไปแอบร้องไห้คิดถึงพี่ชายเหรอคะ..ตาแดงเชียว" พริบพราวกล่าวพลางลูบผมลูกสาวอย่างอ่อนโยน
"เปล่านะคะเมื่อกี้หนูแค่ดูละครดราม่า" น้ำขิงจำใจโกหกผู้เป็นมารดาด้วยน้ำเสียงที่เบา
"โกหกแม่ทำไมคะ"
"ฮึกฮือ!หนูคิดถึงพี่ชายค่ะ" น้ำขิงก้มหน้าร้องไห้อย่างน่าสงสารผู้เป็นมารดาที่เห็นอย่างนั้นจึงสวมกอดลูกสาวเอาไว้แน่น
"ถ้าพี่ชายรู้ว่าลูกร้องไห้คิดถึงพี่เขาขนาดนี้พี่ชายคงจะดีใจมาก..โอ๋ๆๆไม่ร้องนะคนดีของแม่..ลงไปทานข้าวกันเถอะลูกจะได้อารมณ์ดีขึ้นไง" พริบพราวเดินจูงมือลูกสาวลงมาด้านล่างทันทีที่พูดจบ และในระหว่างที่ทานมื้อค่ำกันอยู่นั้นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของพริบพราวก็ดังขึ้นทำลายความเงียบบนโต๊ะอาหาร
"พี่ชายโทรมาน่ะ..หนูอยากรับสายพี่ชายเองไหม" พริบพราวหันหน้าจอโทรศัพท์ที่มีเบอร์โทรของลูกชายคนโตโชว์อยู่บนหน้าจอให้ลูกสาวคนเล็กดู
"พี่ชายโทรหาคุณแม่ไม่ได้โทรหาหนูหนิคะ..คุณแม่รับสายพี่ชายเองเถอะค่ะ" น้ำขิงพูดงึมงำพลางก้มหน้าลงด้วยความน้อยใจพี่ชายต่างสายเลือดที่ไม่คิดจะโทรมาหาเธอเลย พริบพราวที่เห็นลูกสาวนั่งก้มหน้าราวกับกำลังน้อยใจ จึงรีบกดรับสายของลูกชายคนโตพลางเปิดลำโพงเสียงดังให้ลูกสาวคนเล็กได้ยินด้วย
@สายสนทนาจากไฟ
พริบพราว : ว่าไงพ่อหนุ่มเลือดร้อน
ไฟ : เด็กเกี๊ยวไปไหนแม่
พริบพราว : นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ข้างๆแม่อยู่นี่ไง..ลูกรู้ไหมมีเด็กแอบไปนั่งร้องไห้จนตาบวม
ไฟ : เป็นอะไรไป
พริบพราว : คงจะน้อยใจที่พี่ชายไม่ยอมโทรหา
ไฟ : ผมขอคุยกับลูกสาวแม่หน่อย
(พริบพราวยื่นโทรศัพท์มือถือให้กับน้ำขิงทำให้เธอรับโทรศัพท์ของผู้เป็นมารดามาถือไว้)
น้ำขิง : ค่ะพี่ชาย
ไฟ : ทำอะไรอยู่
น้ำขิง : กำลังทานข้าวอยู่ค่ะ
ไฟ : คิดถึงฉันไหม
น้ำขิง : ค่ะ
ไฟ : เปิดกล้องหน่อยอยากเห็นหน้า
น้ำขิง : พี่ชายทานอะไรหรือยังคะ
ไฟ : กินแล้ว..ร้องไห้ทำไม
น้ำขิง : ฮึก..น้องคิดถึงพี่ชาย..ฮือๆ
ไฟ : ฉันก็คิดถึงเธอ..ตอนที้ฉันอยู่ด้วยทำไมถึงชอบหนีฉันนัก..พอฉันไม่อยู่ก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยนะ
น้ำขิง : ฮึก..พี่ชายจะกลับมาวันไหนคะ
ไฟ : ฉันเพิ่งลงจากเครื่องได้ไม่กี่ชั่วโมงเองนะถามถึงวันกลับแล้วเหรอ
น้ำขิง : น้องไม่มีเพื่อนเล่นด้วย
ไฟ : ถ้าหยุดร้องไห้เดี๋ยวเดือนหน้าฉันจะกลับไปเล่นด้วย
น้ำขิง : พี่ชายพูดจริงเหรอคะ
ไฟ : อืม..เปิดโทรศัพท์เอาไว้ด้วยเดี๋ยวดึกๆฉันโทรหา
น้ำขิง : ดึกๆเลยเหรอ..แต่คุณแม่ให้น้องเล่นโทรศัพท์ได้แค่ถึงสี่ทุ่ม
ไฟ : โทรศัพท์ที่เธอใช้ฉันเป็นคนซื้อให้..แม่ไม่มีสิทธิ์ยึดไป
น้ำขิง : แต่คุณแม่ก็ยึดไปอยู่ดี
ไฟ : เดี๋ยวขอแม่ให้
พริบพราว : แม่ให้คุยดึกได้แค่วันนี้วันเดียวนะ..เดี๋ยวน้องจะตื่นสายไปเรียนไม่ทันคลาสแรก
ไฟ : แค่นี้ก่อนนะผมมีงานด่วนต้องรีบทำ
พริบพราว : ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองด้วยล่ะไม่ต้องห่วงคนทางนี้เดี๋ยวคนทางนี้แม่จะดูแลให้เป็นอย่างดี
ไฟ : ฉันวางแล้วนะ
น้ำขิง : ค่ะ..ที่นั่นอากาศหนาวใส่เสื้อผ้าหนาๆด้วยนะคะ
ไฟ : เธอก็ดูแลตัวเองดีๆ อย่ากินเยอะ..เดือนหน้าฉันกลับไปเยี่ยมเธอต้องผอม
น้ำขิง : แต่น้องหิว
ไฟ : หึ..ฉันวางแล้วนะ..ฝันดีนะเกี๊ยว
(มาเฟียหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆนึกเอ็นดูกับคำพูดของน้องสาวก่อนจะเป็นฝ่ายกดวางสายไปก่อน)
@หนึ่งเดือนต่อมา
@สนามบินสุวรรณภูมิ
น้ำขิงรีบตื่นเช้าเพื่อมารอรับพี่ชายต่างสายเลือดที่สนามบินอย่างใจจดใจจ่อ เธอยืนกวาดสายตามองหาพี่ชายต่างชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าแต่ก็ไม่มีวี่แววที่พี่ชายต่างสายเลือดจะเดินออกมาสักที
"พี่ชายโกหกรึเปล่าที่บอกว่าจะมาหา" น้ำขิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขอบตากลมโตเริ่มแดงก่ำจนเซนมือซ้ายคนสนิทของไฟ ที่เห็นคุณหนูตัวน้อยกำลังจะร้องไห้จึงไม่รอช้าที่จะพูดปลอบประโลม
"นายใหญ่ไม่ผิดสัญญากับคุณหนูหรอกครับนายใหญ่บอกว่าจะมาก็คือมา..นายใหญ่เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น..ยิ่งเป็นคำสัญญาด้วยแล้วนายใหญ่ไม่มีทางผิดสัญญาแน่นอนครับ"
"แต่เรารอพี่ชายมาสี่ชั่วโมงแล้วนะ..ไหนบอกว่าจะถึงไทยตอนบ่ายสามไง..นี่ก็ทุ่มกว่าแล้วพี่ชายไม่เห็นจะเดินออกมาสักที"
"ถ้าคุณหนูหิวข้าวเดี๋ยวผมพาคุณหนูไปทานข้าวก่อนดีไหมครับ"
"ไม่เอา..ถ้าเราไปแล้วพี่ชายเดินออกมาไม่เห็นเราล่ะ"
"งั้นเดี๋ยวผมให้ลูกน้องไปซื้อนมกับขนมปังมาไว้ให้คุณหนูทานรองท้องรอนายใหญ่นะครับ" พูดจบเซนก็หันไปสั่งงานกับลูกน้องทันที
22 : 00 น.
"ทำไมพี่ชายถึงยังไม่ถึงอีก..จะเกิดเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับพี่ชายรึเปล่า"
"คงไม่หรอกครับถ้ามีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นป่านนี้คงเป็นข่าวดังแล้ว...เรากลับกันก่อนไหมครับบางทีไฟลต์บินของนายใหญ่อาจจะดีเลย์"
"ไม่กลับ..เราจะรอกลับบ้านพร้อมพี่ชาย" น้ำขิงยังคงชะโงกคอมองหาพี่ชายต่างสายเลือดต่อไปแม้ว่าตอนนี้จะล่วงเลยเวลามาเกือบแปดชั่วโมงแล้วเธอเองก็ทั้งเหนื่อยทั้งง่วงนอนแต่ก็ต้องอยู่รอกลับบ้านพร้อมกับพี่ชายเพราะเธอได้สัญญากับพี่ชายเอาไว้แล้วว่าจะมารับและกลับบ้านพร้อมกันตี๊ด!! สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของเซนดังขึ้นทำให้น้ำขิงหันไปมองอัตโนมัติ
"รับทราบครับนายท่าน" เซนตอบรับคำสั่งจากผู้เป็นนายก่อนจะกดวางสายแล้วหันหน้ามาพูดคุยกับน้ำขิง "นายท่านโทรมาบอกให้พาคุณหนูกลับบ้านตอนนี้เลยครับ"
"แต่พี่ชายยังไม่ออกมา"
"กลับเถอะครับเดี๋ยวเรื่องนายใหญ่ให้ลูกน้องคนอื่นรอรับแทนก็ได้ครับ"
"แต่.."
"กลับบ้านเถอะครับเดี๋ยวนายท่านจะดุคุณหนูเอานะครับ"
"อึก..พี่ชายบอกว่าจะมาก็ไม่เห็นจะมา..ฮือๆพี่ชายโกหก"
ตอนที่ 12
00 : 52 น.
@คฤหาสน์หรูคิมหันต์
แกร๊ก เสียงเปิดประตูห้องนอนของน้ำขิงดังขึ้นร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาภายในห้องนอนช้าๆ ตรงเข้ามาหาร่างบางของน้ำขิงที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา
"ขอโทษที่มาช้า..ที่อเมริกาพายุเข้าไฟลต์บินเลยดีเลย์" ไฟกล่าวเสียงเบาก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆน้องสาวต่างพลางกระซิบบอกน้องสาวข้างใบหูเล็ก "ฉันคิดถึงเธอ"
"อื้อ~" ร่างบางส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอเมื่อถูกลิ้นสากเลียริมฝีปากเล็กของเธอจนเปียกชุ่มแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอตื่นนอนเนื่องจากความเหนื่อยล้าจากการไปนั่งรอพี่ชายต่างสายเลือดอยู่ที่สนามบินนานหลายชั่วโมงจึงทำให้เธอเหนื่อยล้าจนหลับปุ้ยไม่รู้สึกตัว
"หึ..ขนาดหลับยังน่าฟัด" มาเฟียหนุ่มยิ้มมุมปากก่อนจะกัดแก้มป่องๆ อมชมพูระเรื่อของน้องสาวด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะลุกขึ้นเดินหายเข้าไปภายในห้องน้ำของน้องสาวเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกาย ไม่นานนักมาเฟียหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอวสอบร่างสูงใหญ่ล้มตัวลงนอนข้างๆน้องสาวอีกครั้ง โดยที่ร่างกายของเขาไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้น
"ฝันดีนะเกี๊ยว" มาเฟียหนุ่มกดจูบลงบนหน้าผากมนของน้องสาว ท่อนแขนแกร่งกอดรัดร่างบางที่นอนหลับสนิทเข้ามาแนบชิดกับลำตัวหนาอาวุธร้ายที่เงียบสงบ ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเผลอไปสัมผัสเข้ากับบั้นท้ายงอนงามของน้องสาว มาเฟียหนุ่มได้แต่ขบกรามแน่นพยายามข่มอารมณ์ความต้องการ
จนใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำเลือดลมในกายสูบฉีดจนเลือดขึ้นหน้า มือใหญ่กดเจ้าโลกเอาไว้เมื่อรู้สึกปวดหนึบแท่งเอ็นใหญ่ต้องการที่จะปลดปล่อย กลิ่นกายหอมบริสุทธิ์ที่คุ้นเคยแบบที่ไม่ต้องปรุงแต่งฉีดน้ำหอมราคาแพงของคนตัวเล็กในอ้อมกอดทำเอามาเฟียหนุ่มแทบจะควบคุมอารมณ์กระสันเอาไว้ไม่อยู่
08 : 20 น.
"อื้อ~" ท่อนแขนแกร่งของมาเฟียหนุ่มยังคงกอดรัดน้องสาวเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าน้องสาวต่างสายเลือดจะหายไปน้ำขิงบิดตัวไปมาอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา มาเฟียหนุ่มที่ตื่นก่อนหน้าน้องสาวเมื่อสิบนาทีที่แล้วอมยิ้มกับความขี้เซาของน้องสาวด้วยความเอ็นดูแววตาที่เย็นชา ตอนนี้เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อน้องสาวต่างสายเลือด
"เมื่อไหร่จะลุก"
"แอ๊ะ" น้ำขิงที่ได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยของพี่ชายจึงดีดตัวลุกขึ้นมาจากที่นอนทันที "พี่ชาย" น้ำขิงมองใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายต่างสายเลือดผ่านม่านน้ำตาพร่ามัวทั้งดีใจและตกใจในเวลาเดียวกัน
"ขี้แย" มือหนาออกแรงยกข้อพับใต้รักแร้ของน้องสาวขึ้นมานั่งบนตักแกร่งของตัวเอง ลิ้นสากตวัดเลียคราบน้ำตาของน้องสาวออกดวงหน้าจิ้มลิ้มจนหมดเกลี้ยง
"คิดถึงฉันมากเลยเหรอ"
"น้องไปรอรับพี่ชายที่สนามบินตั้งหลายชั่วโมงแต่พี่ชายก็ไม่ออกมาสักที"
"รู้แล้ว..ไอ้เซนบอกฉันแล้วเมื่อคืนไฟลต์บินดีเลย์ฉันก็เลยมาช้า..รอฉันที่สนามบินแปดชั่วโมงเลยเหรอ" มือหนาเกี่ยวไรผมของน้องสาวมาทัดไว้ที่ใบหูเล็กก่อนจะโน้มใบหน้าลงมากดจูบพวงแก้มอมชมพูระเรื่อ ริมฝีปากหนาเลื่อนมาจูบริมฝีปากเล็กลิ้นสากสอดเข้ามาควานหาความหวานในโพรงปากเล็กอย่างชำนาญ น้ำขิงที่จูบตอบไม่เป็นได้แต่นั่งนิ่งๆ ให้พี่ชายต่างสายเลือดตวัดลิ้นควานหาความหวานจากโพรงปากเล็กของเธอจนกว่าพี่ชายจะพึงพอใจ
"อื้มม.." มาเฟียหนุ่มส่งเสียงครางในลำคอออกมาเบาๆรู้สึกดีไม่น้อยที่ครั้งนี้น้องสาวต่างสายเลือดไม่ได้ขัดขืนเหมือนครั้งก่อน
"อ้ะ..พี่ชาย" น้ำขิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกฟันคมของพี่ชายกัดเข้าที่ลิ้น
"โทษที.." มาเฟียหนุ่มผละริมฝีปากออกจากปากเล็กของน้องสาวพลางเช็คคราบน้ำลายสีใสของตัวเองออกจากริมฝีปากเล็กลวกๆ
"พี่ชาย" น้ำขิงสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อถูกแก่นกายใหญ่ของพี่ชายดีดผงาดขึ้นมาจนชนเข้ากับบั้นท้ายงอนงามของเธอ
"ปกติของตอนเช้า" มาเฟียหนุ่มกล่าวเสียงเรียบก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเผยให้เห็นร่างกายกำยำเปลือยเปล่า สมบูรณ์แบบราวกับนักเพาะกาย น้ำขิงที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางอัตโนมัติ
"อย่าตกใจ..มันเป็นของเธอ" มาเฟียหนุ่มจับปลายคางมนของน้องสาวให้หันกลับมาสบตากับตน
"อยากลองจับดูไหม" คำถามของมาเฟียหนุ่มทำเอาน้ำขิงก้มหน้าซ่อนพวงแก้มแดงก่ำมาเฟียหนุ่มที่เห็นว่าน้องสาวต่างสายเลือดกำลังเสียอาการจึงนึกอยากจะกลั่นแกล้ง
"มันแข็งแล้วนะ..จะไม่รับผิดชอบมันหน่อยเหรอ"
"น้องยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ" น้ำขิงแหงนมองใบหน้าหล่อเหลาพี่ชายตาแป๋ว มาเฟียหนุ่มมองใบหน้าจิ้มลิ้มของน้องสาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผลักไหล่ของน้องสาวบุญธรรมให้นอนราบลงกับเตียงนอน
"อ้ะ!พี่ชาย" น้ำขิงที่เห็นพี่ชายต่างสายเลือดกำลังชักรูดแก่นกายใหญ่ขึ้นลงจึงรู้สึกหวาดกลัวภาพในอดีตที่เขาเคยบุกเข้ามาจะขืนใจเธอมันประเดประดังเข้ามา
"ยังกลัวฉันอยู่เหรอ" คำถามของไฟทำให้น้ำขิงพยักหน้า
"ถ้าเธอเป็นเด็กดียอมนอนนิ่งๆ ฉันก็จะไม่กัดไม่ทำอะไรเธอ" น้ำขิงที่กลัวว่าพี่ชายต่างสายเลือดจะขืนใจเธออีกครั้งจึงยอมนอนนิ่งๆตามที่เขาบอก
"ถลกกระโปรงขึ้น" น้ำขิงถลกกระโปรงชุดนอนลายหมีขึ้นอย่างว่าง่าย เผยให้เห็นเนินสามเหลี่ยมอวบอูมสีชมพูระเรื่อไร้ซึ่งเส้นขนปกปิด มาเฟียหนุ่มหอบหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเห็นเนินสามเหลี่ยมอวบอูมของน้องสาวชัดๆ มือหนาชักรูดแก่นกายใหญ่ขึ้นลงถี่ๆ
"อ้าขาออกหน่อย"
"อ๊าสสสส" น้ำสีขาวขุ่นถูกปล่อยลงบนเนินสามเหลี่ยมอวบนุ่มของน้องสาวต่างสายเลือดท่อนแขนแกร่งอุ้มน้องสาวขึ้นในท่าเจ้าสาวเดินตรงไปยังห้องน้ำทั้งคู่อาบน้ำด้วยกันโดยที่น้ำขิงเองก็ไม่ได้ขัดขืนเขาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
@วันต่อมา
ไฟนั่งทำหน้าบึ้งตึงจำใจเล่นตุ๊กตาบลายธ์เป็นเพื่อนน้องสาวอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์หรู บนหน้าจอทีวีกำลังฉายการ์ตูนโปรดของน้ำขิงอยู่เสียงการ์ตูนทำเอาเขารู้สึกรำคาญไม่น้อยนี่ไม่ใช่ตัวตนของเขาเลยสักนิด
"ถ้าพวกไอ้พนาไอ้อชิมันรู้ว่าฉันมานั่งเล่นตุ๊กตากับเธอมันคงล้อฉันยันลูกบวช" ถึงปากจะบ่นแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะเล่นกับน้องสาวเพราะเขาเองตั้งใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหลายชั่วโมงก็เพื่ออยากจะมาใช้เวลาอยู่กับเธอให้หายคิดถึงถึงแม้ว่าจะอยู่แค่ไม่กี่วันก็ตาม
"อีกสองวันฉันต้องกลับแล้ว..เธออยู่ที่นี่ก็อย่าไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่นล่ะ"
"น้องยุ่งกับวกวนได้ไหมคะวกวนเป็นเพื่อนที่เรียนของน้องแถมยังอยู่หมู่บ้านเดียวกันด้วย"
"ฉันไม่อยากให้เธออยู่ใกล้มัน"
"ให้น้องเล่นกับวกวนนะคะพี่ชาย..เพราะพี่ชายไม่อยู่น้องเหงาน้องไม่มีใครเล่นด้วยน้องขอเล่นกับวกวนนะคะพี่ชาย" น้ำขิงวางตุ๊กตาหมีลงพลางปีนขึ้นมานั่งบนตักแกร่งของพี่ชายอย่างออดอ้อน
"ฉันจะไม่พูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง" ไฟขบกรามแน่นจนสันกรามนูนอย่างไม่สบอารมณ์แต่ถึงอย่างนั้นก็กอดประคองน้องสาวเอาไว้หลวมๆ
"นะคะพี่ชาย..น้องขอแค่วกวนคนเดียวแล้วน้องจะเชื่อฟังที่พี่ชายบอกทุกอย่าง" น้ำขิงเลื่อนใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้นมาแนบชิดกับซอกคอหนาของพี่ชายเธอใช้ลิ้นเล็กของตัวเองเลียลำคอหนาเลียนแบบการกระทำของเขาที่ชอบทำกับเธอ มาเฟียหนุ่มหลับตาแหงนหน้าขึ้นรับสัมผัสเงอะงะไม่ประสีประสาของน้องสาวด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
"ลูกขิงเห็นกระเป๋าเครื่องสำอางของแม่ไหม" น้ำขิงสะดุ้งเฮือกตกใจเมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นมารดาที่ดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆเธอรีบดีดตัวผละออกจากพี่ชายอย่างรวดเร็วพลางนั่งพับเพียบอย่างสงบเสงี่ยมทำราวกับว่าเมื่อครู่เธอไม่ได้ทำอะไรไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น
"หึ" มาเฟียหนุ่มหัวเราะในลำคอหนาเบาๆกับท่าทางขององเธอ เขาหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านทำราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อตบตาผู้เป็นมารดา
ตอนที่ 13
"ลูกขิงเห็นกระเป๋าเครื่องสำอางของแม่ไหม" พริบพราวกล่าวถามพลางเดินเข้ามาหาลูกสาว
"ไม่เห็นนะคะ..คุณแม่ลืมที่เก็บรึเปล่าคะอาจจะอยู่บนโซฟาในห้องนอนของคุณแม่เหมือนวันก่อนก็ได้นะคะ"
"จริงด้วย" เมื่อนึกขึ้นได้พริบพราวจึงหันหลังเดินขึ้นไปบนชั้นสองของคฤหาสน์ทันที ไฟที่เห็นว่าผู้เป็นมารดาเดินขึ้นไปบนชั้นสองของคฤหาสน์แล้วจึงรีบพุ่งตัวกดไหล่เล็กของน้องสาวต่างสายเลือดนอนนาบลงกับโซฟาทันที
"อื้อ..พี่ชาย" น้ำขิงเบือนหน้าหนีเมื่อพี่ชายต่างสายเลือดจู่โจมโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ลิ้นสากขบเม้มกัดใบหูเล็กขาวผ่องของน้องสาวต่างสายเลือดอย่างละเมียดละไมจนใบหูเล็กเปียกแฉะไปด้วยน้ำลายใสของมาเฟียหนุ่ม
"ปิดเทอมนี้อยากไปอยู่กับฉันที่อเมริกาไหม" มาเฟียหนุ่มผละใบหน้าออกพลางหันมาสบตากับน้องสาว
"น้องไม่ชอบนั่งเครื่องนานๆ"
"ไม่นั่งเครื่องแล้วจะพ่ายเรือไปหรือไง"
"อ้ะ!..พี่ชาย..เดี๋ยวคุณแม่มาเห็นนะ" น้ำขิงร้องห้ามพี่ชายเมื่อเขาถลกกระโปรงของเธอขึ้นพร้อมกับเกี่ยวขอบแพนตี้สีเหลืองลายหมีน้อยของเธอออกจากกลางระหว่างขาออกมาวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา
"พี่ชาย..ปล่อยน้องนะ" น้ำขิงใช้มือเล็กปิดริมฝีปากหนาของพี่ชายต่างสายเลือดเอาไว้ในตอนที่เขากำลังเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงมาแนบชิดกับเนินสามเหลี่ยมอวบอูมของเธอ
"แม่ยังไม่ลงมาตอนนี้หรอก" มาเฟียหนุ่มใช้มือใหญ่จับมือเล็กของน้องสาวออกจากริมฝีปากหนาของตัวเองอย่างง่ายดาย แล้วอ้าปากครอบร่องเล็กสีชมพูระเรื่อของน้องสาวลากลิ้นร้อนละเลงจนทั่วเนินสามเหลี่ยมอวบนุ่มปลายลิ้นร้อนลากตั้งแต่รอยแยกกวาดขึ้นมาจนถึงติ่งเกสรสีสวย ริมฝีปากหนากดปากฝังลึกลงจนแนบผิวเนื้อเนียนขาวผ่องมาเฟียหนุ่มเกร็งลิ้นตวัดลิ้นจ่อลงที่ติ่งเกสรสีสวยถี่ๆ ริมฝีปากหนาขบกัดติ่งเกสรสีสวยจนเกิดเป็นรอยเขี้ยวบนเนินสามเหลี่ยมอวบนุ่ม
ตุ้บ!
"โอ๊ย!!" น้ำขิงอาศัยจังหวะที่พี่ชายต่างสายเลือดกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่ยกเท้าเล็กขึ้นมาถีบแก่นกายใหญ่ของพี่ชายอย่างแรงจนมาเฟียหนุ่มคำรามลั่นผละตัวออก
"น้ำขิง..ถีบฉันอีกแล้วนะ" มาเฟียหนุ่มมองใบหน้าจิ้มลิ้มของน้องสาวอย่างคาดโทษ น้ำขิงที่เห็นพี่ชายนั่งกุมแก่นกายใหญ่เอาไว้อยู่ด้วยใบหน้าที่ทรมานจึงรีบหยิบแพนตี้สีเหลืองลายหมีน้อยของตัวเองขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว
"น้องขอโทษค่ะ" เมื่อสวมใส่แพนตี้ให้ตัวเองเสร็จสรรพจึงนั่งลงกอดปลอบประโลมพี่ชายต่างสายเลือดราวกับสำนึกผิดที่ทำให้พี่ชายเจ็บตัว
"ฉันเจ็บนะถีบมาได้" มาเฟียหนุ่มนั่งลงบนพื้นพรมพลางพิงแผ่นหลังแกร่งติดกับขาโซฟาใบหน้าหล่อเหลาติดเย็นชาเชิดหน้าขึ้นริมฝีปากหนาเป่าลมหายใจออกมาพรืดใหญ่เขานั่งตั้งหลักก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่งบนโซฟามือใหญ่ยังคงกุมเบ้ากางเกงเอาไว้
"ก็พี่ชายทำน้องก่อน"
"ฉันแตะต้องตัวเธอไม่ได้เลยรึไง"
"ได้ค่ะ..แต่ไม่ใช่แบบนี้คุณแม่บอกว่าน้องโตเป็นสาวแล้วห้ามให้พี่ชายแกล้งแบบนี้อีก"
"เดี๋ยวจะโดน" มาเฟียหนุ่มชี้หน้าคาดโทษน้องสาวไว้อย่างเอาเรื่อง
"ลูกขิง..เดี๋ยวไปห้างเป็นเพื่อนแม่หน่อย" เสียงของพริบพราวดังมาแต่ไกลทำให้น้ำขิงที่กำลังจะอ้าปากโต้ตอบพี่ชายกลับต้องหันหน้าไปพูดคุยกับผู้เป็นมารดาแทน
"คุณแม่จะไปซื้อของใช้ส่วนตัวหรือคะ"
"ใช่จ๊ะ..ชวนพี่ชายเราไปด้วยนะ"
"เกี๊ยวไม่ต้องไป..อยู่เล่นกับฉันที่นี่" มาเฟียหนุ่มคว้าเอวเล็กคอดกิ่วของน้องสาวมานั่งบนตักแกร่งของตัวเองในตอนที่เธอกำลังจะเดินเข้าไปหาผู้เป็นมารดา
"แม่ไปรอที่รถนะ..ลากพี่ชายเรามาขับรถด้วย" พูดจบพริบพราวก็เดินนำไปที่รถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่นอกคฤหาสน์ทันที ทำเอามาเฟียหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย เวลาที่จะได้อยู่กับน้ำขิงสองต่อสองได้หายไปในพริบตา
@ห้างสรรพสินค้า
"ลูกขิง..ลูกอยากได้อะไรหยิบจับใส่ตะกร้าเลยนะวันนี้เรามีตู้จ่ายเงินเคลื่อนที่มาด้วย" พริบพราวหันมาบอกลูกสาวเสียงหวานพลางปรายตามองลูกชายอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินเลือกเครื่องสำอางต่อ
"ผมซื้อให้แค่เด็ก" มาเฟียหนุ่มกล่าวพลางปรายตามองผู้เป็นมารดาเพียงนิด
"จะสองมาตราฐานเหรอไฟ..นี่แม่นะ" พริบพราวแยกเขี้ยวใส่ลูกชาย
"พ่อไม่ให้เงินแม่ใช้หรือไง" มาเฟียหนุ่มเอ่ยกระแหนะกระแหนผู้เป็นมารดาเสียงแข็ง
"อยากใช้เงินของลูกชาย" คำตอบของผู้เป็นมารดาทำเอามาเฟียหนุ่มถอนหายใจใส่พรืดใหญ่กับความขี้แกล้งของผู้เป็นมารดา
"พี่ชายน้องขอเทสสีลิปสติกที่หลังมือของพี่ชายได้ไหมคะ"
"อืม" มาเฟียหนุ่มตอบในลำคอเบาๆพลางยื่นมือของตัวเองมาให้น้องสาวทาลิปสติกใส่อย่างไม่เรื่องมาก
"ขอแม่ยืมแขนลูกเทสสีลิปสติกด้วยคนสิ" พริบพราวพูดหยอกล้อลูกชาย
"แม่ไม่มีแขนเหรอ"
"โว้ย..ไอ้ลูกคนนี้" พริบพราวส่ายหน้าน้อยๆให้กับลูกชายที่เอาใจใส่เพียงแค่ลูกสาวบุญธรรมของเธอทั้งที่เธอเองเป็นผู้ให้กำหนดแต่ก็ไม่เคยได้รับความห่วงใย ความเอาใจใส่เท่าลูกสาวบุญธรรมของเธอเลยถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้น้อยใจลูกชายแต่อย่างใดเพราะเธอเองก็รักน้ำขิงยิ่งกว่าลูกแท้ๆของตัวเองอย่างไฟซะอีก
"ลูกขิงบอกให้ธนาคารประจำตัวลูกเอาของในตะกร้าแม่ไปจ่ายตังค์ที่เคาน์เตอร์ด้วยนะเดี๋ยวแม่ไปรอที่ร้านอาหารxxxกับเซน" พริบพราวหันมาบอกลูกสาวเสียงหวานอย่างไม่สะทกสะท้านกับสายตาดุดันของลูกชาย ก่อนจะเดินออกมาจากร้านขายเครื่องสำอางเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกชายได้อยู่กับลูกสาวบุญธรรมของเธอสองต่อสอง
"ปิดเทอมนี้เดี๋ยวฉันมารับไปอยู่ด้วย" มาเฟียหนุ่มกล่าวพลางเดินโอบเอวบางของน้องสาวเดินออกมาจากร้านขายเครื่องสำอางแบรนด์ดังเขาชวนเธอพูดคุยสร้างความสนิทสนมให้มากขึ้นไปด้วย
"น้องไม่อยากไป..แต่จะไปสักครั้งก็ได้ค่ะ"
"เธอชอบผู้ชายแบบไหน" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามน้องสาวเสียงเรียบแต่ทว่าหัวใจแกร่งเต้นแรงระทึกคาดหวังกับคำตอบของน้องสาว
"น้องชอบผู้ชายสะอาดค่ะ" น้ำขิงตอบ
"ฉันอาบน้ำ ทุกๆ หนึ่งชั่วโมง"
"ค่ะ..พี่ชายบอกน้องทำไมคะ" น้ำขิงแหงนคอขึ้นมาถามพี่ชายตาแป๋ว
"ฉันจีบเธอได้ไหม" คำถามของมาเฟียหนุ่มทำเอาน้ำขิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบปฏิเสธเขาไป
"ไม่ได้ค่ะ"
"ทำไม"
"เพราะเราเป็นพี่น้องกัน"
"พี่น้องท้องชนกันน่ะเหรอ..ฉันกับเธอไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน..ฉันกับเธอคบหากันเป็นแฟนได้"
"พี่น้องท้องชนกันคืออะไรเหรอคะ" น้ำของถามกลับอย่างกวนประสาท
"เด็กโง่"
"น้องไม่โง่นะน้องสอบได้ที่หนึ่งทุกเทอม" น้ำขิงแย้งกลับพลางทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชายต่างสายเลือด มือเล็กจับนิ้วหัวแม่มือของเขามากัดเป็นการลงโทษที่มาหาว่าเธอโง่
"เมื่อไหร่จะครบสามปีสักที" มาเฟียหนุ่มขยี้ผมน้องสาวเบาๆด้วยความเอ็นดูพลางเดินโอบกอดเธอไว้แนบชิดกับลำตัวหนาทำราวกับเป็นคู่รักหนุ่มสาววัยรุ่นที่มาเดทกัน
"เดี๋ยวก็ครบแล้ว"
"อยากหมั้นกับฉันไหม?" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามน้องสาวพลางใช้มือหนาบีบแก้มป่องอมชมพูระเรื่อของเธอเล่นไปด้วย "พูดตามตรง..ฉันชอบเธอฉันขอหมั้นเธอไว้ก่อนได้ไหม" มือหนาลูบวนริมฝีปากเล็กของน้องสาวเบาๆ ค่อยๆสอดนิ้วชี้นิ้วกลางเข้ามาในโพรงปากหวานของน้องสาวต่างสายเลือดก่อนจะดึงนิ้วยาวออกมาจากโพรงปากหวานในนาทีต่อมา "ฉันขอจองเธอเอาไว้ก่อนได้ไหม"
ตอนที่ 14
"พี่ชาย~" น้ำขิงมองใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายต่างสายเลือดด้วยแววตาที่สับสนเพียงนิดก่อนจะก้มหน้าลงในนาทีต่อมาเธอไม่แน่ใจว่าอาการที่เป็นอยู่นี้คืออะไรทำไมถึงใจเต้นแรงเวลาที่อยู่กับพี่ชาย "น้องไม่ได้ชอบพี่ชายแบบนั้น..น้องชอบพี่ชายแบบพี่น้อง"
"ที่ร้องไห้หาฉันตอนที่ฉันไม่อยู่..เธอไม่ได้ชอบฉันเหมือนกันหรอกเหรอ" มือหนาจับปลายคางมนของน้องสาวขึ้นมาสบตากับตนสายตาคมกริบจ้องมาเข้าไปที่นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกลมโตคู่นั้นของเธอราวกับกำลังอ่านความคิดของเธออยู่
"โกหกฉันทำไม...เธอกำลังมีใจให้ฉันอยู่" ไม่มีใครที่สามารถหลบเลี่ยงสายตาของเขาได้ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเธอเองก็แอบมีใจให้เขาบ้างแล้ว "ฉันเองก็ชอบเธอชอบตั้งแต่แรกเจอตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่...เธอไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้ฉันจะมาถามเธออีกครั้งตอนที่ฉันกลับมา นับแต่นี้ไปฉันจะจีบเธอเองจะจีบไป เรื่อยๆ จนกว่าเธอจะชอบฉันเหมือนที่ฉันชอบเธอ"
"พี่ชายชอบน้องจริงๆเหรอคะ"
"ฉันไม่เคยพูดโกหก"
"จะยืนชวนน้องคุยอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม" พริบพราวกล่าวยืนกอดอกมองใบหน้าหล่อเหลาของลูกชายที่ยืนคุยกับลูกสาวของเธออยู่หน้าร้านอาหารอยู่นานแล้วแต่ไม่ยอมเข้ามาข้างในร้านสักที
"พาน้องเข้ามาในร้านได้แล้ว" ไฟพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่เหนื่อยหน่ายกับผู้เป็นมารดาที่ชอบโผล่มาขัดจังหวะทุกครั้ง
"เดี๋ยว" ไฟคว้าเรียวแขนเล็กของน้องสาวเอาไว้ในตอนที่เธอกำลังจะเดินเข้าไปในร้านอาหาร
"คะ" น้ำขิงเอียงคอถามตาแป๋ว
"ฉันไม่อยากบังคับเธอให้ชอบฉันแต่ฉันจะทำให้เธอชอบฉันเองให้โอกาสฉันได้แก้ตัวเรื่องในอดีตได้ไหม"
"ลูกขิง...เข้ามาข้างในได้แล้ว" น้ำขิงที่กำลังจะตอบกลับพี่ชายต่างสายเลือดก็ต้องหยุดไว้ก่อนเมื่อผู้เป็นมารดาตะโกนเรียกเธอเข้ามาในร้านอาหาร น้ำขิงเดินจูงมือพี่ชายเข้ามาภายในร้านอาหารที่มีพริบพราวผู้เป็นมารดาและเซนมือซ้ายคนสนิทของไฟนั่งรออยู่ข้างในร้านพร้อมกับอาหารหลากหลายชนิดเรียงรายรออยู่
"ทำหน้าเบื่อหน่ายขนาดนี้ แม่คงไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรใช่ไหม" พริบพราวเอ่ยถามลูกชายเมื่อเห็นว่าไฟเอาแต่นั่งพ่นลมหายใจออกมาราวกับกำลังเบื่อหน่ายเต็มทน
"ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าใช่สินะ" ไฟจ้องหน้าผู้เป็นมารดาเขม็งก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง เขาไม่ได้ตอบกลับอะไรผู้เป็นมารดาแม้แต่คำเดียว
"หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักแป๊บนะคะคุณแม่" น้ำขิงหันมาบอกกับผู้เป็นมารดาก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"เดี๋ยวฉันพาไป" ไฟเอ่ยอาสาจะพาน้ำขิงไปเข้าห้องน้ำแต่ทว่าพูดเป็นมารดาพูดห้ามไว้ก่อน
"ให้เซนพาน้องไป...ไฟอยู่คุยกับแม่ก่อนแม่มีเรื่องงานจะคุยกับลูกอยู่พอดี"
"เมื่อกี้ที่หน้าร้านไฟคุยอะไรกับน้อง" หลังจากที่น้ำขิงเดินออกไปไกลพอสมควรแล้วพริบพราวจึงเริ่มพูดคุยกับลูกชายอย่างจริงจังพริบพราวกอดอกจ้องมองลูกชายเขม็ง
"แค่ขอเป็นผัว" ไฟตอบกลับผู้เป็นมารดาเสียงเรียบ
"ไฟ" พริบพราวรู้สึกตกใจกับคำพูดของลูกชายไม่น้อยไม่คิดว่าลูกชายที่สุดแสนจะเย็นชาของเธอจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา "อย่าทำให้น้องใจแตกแม่ไม่อยากให้น้องท้องตอนนี้...ลูกเข้าใจที่แม่พูดใช่ไหม"
"เข้าใจ...แต่ผมไม่ทำตาม"
"ไอ้ลูกคนนี้นี่" พริบพราวแหวใส่ลูกชายเสียงเขียว "เลิกมาวอแวกับน้องได้แล้ว ที่แม่เปิดโอกาสให้อยู่กับน้องแค่สองต่อสองไม่ได้แปลว่าลูกจะผ่านด่านแม่นะ แม่เห็นว่าน้องคิดถึงลูกอยากเล่นกับลูกแม่เลยปล่อยให้น้องอยู่กับลูกแค่สองต่อสอง...ลูกยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะไฟ" หากไฟคิดจะจีบน้ำขิงแล้วล่ะก็ต้องผ่านด่านเธอและสามีของเธอก่อนเพราะน้ำขิงเองก็เป็นเหมือนลูกสาวแท้ๆของเธอคนหนึ่ง
"แม่อยู่เงียบๆเคี้ยวหมากไปเถอะ" ไฟว่าให้ผู้เป็นมารดาด้วยความรำคาญ
"อย่ามาล่อลวงน้องแบบเมื่อกี้อีกนะไฟ..." ด้วยรู้ดีว่าลูกชายของตัวเองเป็นคนยังไงถึงต้องพูดดักคอไว้ก่อน
"แม่อย่าพูดมาก ผมรำคาญ"
"ให้มันได้อย่างนี้สิ" พริบพราวส่ายหน้าน้อยๆให้กับลูกชายสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือกลัวลูกสาวบุญธรรมจะใจแตก เพราะหลงคารมของลูกชายของเธอเข้าสักวัน "ถ้าพ่อเขารู้ว่าลูกแอบล่อลวงน้องลูกคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
@วันต่อมา
@คฤหาสน์ของไฟ
@ภายในห้องนอนของน้ำขิง
"ซื้อมาเยอะขนาดนี้ตายสามรอบก็ยังใช้ไม่หมด" ไฟเอ่ยกระแหนะกระแหนน้องสาวที่นั่งแกะเครื่องสำอางที่เขาเป็นคนจ่ายเงินซื้อให้ด้วยความตื่นเต้น
"ก็น้องอยากลองแต่งหน้าเหมือนคุณแม่หนิคะเลยต้องซื้อมาลองหลายๆยี่ห้อจะได้รู้ว่ายี่ห้อไหนที่ใช่สำหรับน้อง"
"ซื้อสีเดียวกันเนี่ยนะ"
"น้องขอลองแต่งหน้าให้พี่ชายได้ไหมคะ"
"ฉันไม่ใช่ผู้หญิง"
"นะคะพี่ชาย" น้ำขิงขยับสะโพกขึ้นมานั่งบนตักแกร่งของพี่ชายต่างสายเลือดพลางทำหน้าออดอ้อนออเซาะเขาราวกับตัวเองเป็นแมวน้อยไร้เดียงสา
"ไม่" ไฟตอบปฏิเสธเสียงแข็งพลางเบือนหน้าหนีไปอีกทางด้วยไม่อยากสบตากับดวงตากลมโตใสบ้องแบ๊วของน้องสาว
"พี่ชาย~" น้ำขิงใช้ท่อนแขนเล็กกอดลำคอหนาของพี่ชายไว้แน่นทำให้เขาต้องหันหน้ามาสบตากับเธออีกครั้ง
"แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ"
"ขอบคุณค่ะพี่ชาย" ไฟล้มตัวนอนลงบนหมอนใบใหญ่ที่มีกลิ่นกายหอมอับอวลของน้องสาวติดอยู่ เขาหลับตาลงปล่อยให้น้องสาวยุ่มย่ามเล่นสนุกกับใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างเต็มที่
"วันนี้ขอนอนด้วยได้ไหม" ไฟลืมตาขึ้นมาเอ่ยขอน้องสาวขณะที่เธอกำลังปัดแก้มสีแดงให้เขาอยู่
"ไม่ได้ค่ะ ผู้หญิงกับผู้ชายห้ามนอนด้วยกันคุณแม่บอก"
"ฉันขี้เกียจเดินกลับห้องฉันจะนอนที่นี่...กับเธอ"
"อ้ะ!" น้ำขิงสะดุ้งตกใจเมื่อมือหนาของพี่ชายต่างสายเลือดกดศีรษะของเธอลงแนบกับแผงอกแกร่งของเขา "ห้องนอนของพี่ชายอยู่ติดกับห้องนอนของน้อง...พี่ชายจะขี้เกียจทำไมคะเดินออกจากห้องนอนของน้องแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องนอนของพี่ชายแล้ว"
"มาถูหลังให้หน่อย" มาเฟียหนุ่มไม่ได้สนใจที่น้องสาวพูดเลยสักนิดหนำซ้ำเขายังอุ้มน้องสาวขึ้นมาพาดบ่าแกร่งของตัวเองเดินตรงไปยังห้องน้ำทันที
"อ้ะ!พี่ชาย...อย่าทำน้อง" น้ำขิงร้องห้ามพี่ชายพลางขยับตัวหนีอัตโนมัติเมื่อโดนฟันคมกัดเข้าที่ยอดปถุมทันสีชมพูระเรื่อของเธออย่างแรง
"มานี่..ขอแป๊บเดียว" ไฟเดินเข้าไปประชิดตัวน้องสาวกักขังเธอไว้ในอ้อมแขนแกร่ง "แค่นั่งอ้าขาให้ฉันแป็บเดียว" ริมฝีปากหนาประกบจูบสอดลิ้นร้อนเข้ามาควานหาความหวานในโพรงปากเล็กของน้องสาวมือหนาทำหน้าที่บีบขยำหน้าอกใหญ่ไปด้วย
"อื้อ...พี่ชาย..ฮึก" น้ำขิงร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บเมื่อฟันคมกัดเข้าที่ลิ้นเล็กของเธออย่างแรงเธอพยายามเบือนหน้าหนีเมื่อรู้สึกหายใจติดขัด
"ยอมฉันหน่อยไม่ได้หรือไงฉันไม่อยากใช้กำลังกับเธอนะ...ครั้งนี้ฉันขอเธอดีๆแล้วนะ" มาเฟียหนุ่มผละริมฝีปากออกจมูกโด่งเลื่อนลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนพลางตวัดลิ้นสากเลียรอบลำคอขาวผ่องด้วยความหลงใหล
"น้องไม่ชอบแบบนี้"
"อืม..เดี๋ยวก็ชอบเอง" ริมฝีปากหนาดูดกัดลำคอขาวผ่องจนเกิดเป็นรอยแดง
"หยุดทำ" น้ำขิงพูดขึ้นเสียงแข็งยืนนิ่งไม่ขัดขืนทำให้ไฟต้องหยุดการกระทำ
"หึ..ตัวแค่นี้รู้จักควบคุมฉันแล้วเหรอ" ไฟหัวเราะในลำคอเบาๆพลางยิ้มมุมปากอย่างชอบใจก่อนจะหันหลังไปเปิดฝักบัวอาบน้ำต่อทำเมินเฉยต่อสายตาดุดันของน้องสาวที่จ้องมองมาที่เขาเขม็ง
ตอนที่ 15
"มาอาบน้ำได้แล้ว" น้ำขิงเดินเข้ามาหาพี่ชายต่างสายเลือดด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง
"พรุ่งนี้ฉันต้องกลับอเมริกาแล้วเธออยู่ที่นี่ก็อย่างอแงร้องไห้หาฉันอีกล่ะ" จมูกโด่งฝังลงบนไหล่ขาวเนียนของน้องสาว เขาสวมกอดเธอไว้จากด้านหลังในขณะที่สายน้ำจากฝักบัวไหลลงมากระทบกับใบหน้าเกลี้ยงเกลาของทั้งคู่ช่วยกระตุ้นอารมณ์กระสันของมาเฟียหนุ่มได้เป็นอย่างดี
"ร้อง...น้องจะร้องไห้น้องคิดถึงพี่ชาย"
"ฉันไปเพราะเธอไม่อยากไปอยู่ที่นั่น...ฉันถึงต้องไปแทนเพราะฉะนั้นอย่าร้องไห้อีก" พูดจบมาเฟียหนุ่มจึงหยิบครีมอาบน้ำกลิ่นสตอว์เบอร์รี่มาลูบไล้บนตัวขาวผ่องให้น้องสาวอย่างเบามือ
"เหมือนหน้าอกเธอจะใหญ่ขึ้นนะ" มือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ของน้องสาวต่างสายเลือดเบาๆ มาเฟียหนุ่มมองสำรวจเรือนร่างเปลือยเปล่าของน้องสาวด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ยพึงพอใจในเรือนร่างของแฟนสาวในอนาคตเป็นอย่างมาก "อยากได้ว่ะ เมื่อไหร่เธอจะยอมฉัน ฉันจะลงแดงตายอยู่แล้ว"
"น้องจะฟ้องคุณแม่ว่าวันนี้พี่ชายทำอะไรน้องบ้าง" น้ำขิงประสานมือเข้าหากันพลางหักนิ้วข้อมือของตัวเองจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายต่างสายเลือดอย่างเอาเรื่องเธอทำราวกับนักเลงกำลังจะมีเรื่องต่อยตีกับคู่อริ
"หึ..เดี๋ยวนี้ไม่กลัวฉันแล้ว?ถึงกับจะต่อยฉันเลยเหรอ" มาเฟียหนุ่มนึกขำกับท่าทางของน้องสาวต่างสายเลือดที่เอาแต่จ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง "จะเป่าผมก่อนหรือจะแปรงฟันก่อน" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามน้องสาวพลางเช็คผมให้เธอไปด้วย
"แปรงฟัน"
"พูดกับผู้ใหญ่ให้มันมีหางเสียงหน่อย" มาเฟียหนุ่มเอ็ดน้องสาวเพียงนิด
"น้องจะแปรงฟันก่อนค่ะ" มาเฟียหนุ่มจับผ้าขนหนูมาโพกผมให้น้องสาวก่อนจะเดินไปหยิบแปรงสีฟันเล็กสีชมพูลายลูกหมีของน้องสาวมาบีบยาสีฟันใส่ตรงแปรง
"อ้าปาก" มาเฟียหนุ่มออกคำสั่งเสียงเรียบกับน้องสาวทำให้น้ำขิงอ้าปากกว้างให้เขาแปรงฟันให้อย่างว่าง่าย
"ไปรอฉันที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนเดี๋ยวฉันแปรงฟันเสร็จแล้วจะไปเป่าผมให้"
"น้องอยากแปรงฟันให้พี่ชาย" น้ำขิงหยิบแปรงสีฟันของตัวเองที่เธอเพิ่งใช้ไปยังไม่ได้ล้างมาบีบยาสีฟันใส่แปรงของตัวเองมาจ่อที่ริมฝีปากหนาของพี่ชาย
"จะให้ฉันใช้แปรงสีฟันของเธอ?" มาเฟียหนุ่มเลิกคิ้วถาม
"ก็ห้องน้องมีแปรงสีฟันแค่อันเดียวหนิคะถ้าพี่ชายรังเกียจเดี๋ยวน้องไปเอาแปรงสีฟันที่ห้องนอนของพี่ชายมาให้ค่ะ"
"จะแปรงก็แปรง" ท่อนแขนแกร่งคว้าเอวเล็กคอดของน้องสาวไว้ในตอนที่เธอกำลังจะเดินออกไปเอาแปรงสีฟันที่ห้องนอนของเขา
"จะดื่มนมก่อนนอนไหม" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามน้องสาวต่างสายเลือดในตอนที่เป่าผมให้เธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว
"ไม่ค่ะ...น้องง่วงแล้ว" น้ำขิงขยี้เปลือกตาหาวหวอดๆพลางล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนด้วยความเหนื่อยล้า
"ง่วงก็นอน...ฉันก็จะนอนแล้วเหมือนกันพรุ่งนี้ฉันต้องไปสนามบินแต่เช้า"
"พี่ชายตื่นตอนไหนปลุกน้องด้วยนะคะ" พูดจบน้ำขิงจึงหลับตาลงทันทีด้วยความเหนื่อยล้าที่เล่นกับพี่ชายมาทั้งวัน
"รู้แล้ว...ฝันดีนะเกี๊ยว" ริมฝีปากหนากดจูบลงบนหน้าผากมนของน้องสาวที่ชิ่งหลับไปก่อนแล้ว
@วันต่อมา
06 : 00 น.
"แม่บอกหลายครั้งแล้วใช่ไหม...น้องโตเป็นสาวแล้วนะไฟจะมานอนกับน้องแบบนี้ไม่ได้นะถึงจะรักจะชอบน้องแค่ไหนก็ไม่สมควร" พริบพราวที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเองเห็นลูกชายคนโตเดินออกมาจากห้องนอนของลูกสาวบุญธรรมของเธอพอดีเธอจึงเดินเข้ามาต่อว่าลูกชายยกใหญ่
"ผมไม่เจาะไข่แดงลูกสาวแม่ตอนนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว" พูดจบมาเฟียหนุ่มจึงเดินหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทันที
"ไฟ" พริบพราวเดินตามหลังลูกชายเข้ามา "อย่าทำแบบนี้อีกนะแม่ไม่อยากเห็นน้องใจแตก"
"ลูกสาวแม่ไม่ใช่คนใจง่ายถ้าใจง่ายก็คงดี ป่านนี้คงเสร็จผมไปนานแล้ว" พูดจบมาเฟียหนุ่มจึงเดินหายเข้าไปในห้องน้ำทันที
"ดูพูดเข้า" พริบพราวส่ายหน้าน้อยๆเหนื่อยใจกับความดื้อรั้นของลูกชาย
07 : 00 น.
"ฉันไปแล้วนะ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยบอกน้องสาวต่างสายเลือดในขณะที่เธอยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียงนอน
"อื้อ.." น้ำขิงพลิกตัวไปมาอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา
"ฉันต้องไปแล้ว" น้ำขิงสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยของพี่ชาย
"พี่ชาย" น้ำขิงเรียกพี่ชายเสียงแหบพร่าพลางขยี้เปลือกตากลมโตไปด้วย
"อย่าขยี้ตา" มือใหญ่ดึงมือเล็กของน้องสาวต่างสายเลือดออก "ฉันต้องไปแล้วเดี๋ยวปิดเทอมนี้ฉันจะมารับเธอไปอยู่ด้วย"
"ฮึก..ฮือๆ..ไม่เอาน้องไม่ให้พี่ชายไป" น้ำขิงร้องไห้โผล่เข้ากอดพี่ชายเต็มรัก
"งอแงอีกแล้วนะ" มือใหญ่เช็ดน้ำตาให้น้องสาวอย่างอ่อนโยน "ฉันต้องไปทำงานเดี๋ยวถึงสนามบินแล้วจะทักบอก"
"ถึงเวลาแล้วนะเดี๋ยวรถติด" พริบพราวเดินเข้ามาบอกลูกชาย เมื่อเห็นว่าลูกสาวร่ำไห้ไม่ยอมปล่อยพี่ชายไป ผู้เป็นมารดาจึงเดินเข้าไปกอดลูกสาวเอาไว้
"ฮือๆไม่ให้ไปน้องอยากอยู่กับพี่ชาย" น้ำขิงกอดพี่ชายรัดแน่นขึ้น
"เธอร้องไห้แบบนี้แล้วฉันจะไปได้ยังไง" มาเฟียหนุ่มเบือนหน้าไปอีกทางด้วยไม่อยากสบตากับน้องสาวขอบตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มแดงก่ำจนผู้เป็นมารดาต้องกันให้เขารีบออกไป
"รีบไป" พริบพราวเอ่ยบอกลูกชาย มาเฟียหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหมายจะเดินออกไป
"พี่ชาย...ฮือๆ" น้ำขิงร้องไห้เรียกพี่ชายต่างสายเลือดราวกับจะขาดใจ
"อย่าหันกลับมา" พริบพราวเอ่ยบอกลูกชาย มาเฟียหนุ่มที่ไม่อยากเห็นน้ำตาของน้องสาวจึงรีบเดินออกไปจากห้องนอนของน้องสาวทันทีโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับมามองน้องสาวอีก
"พี่ชายอย่าไปนะ...ฮึกฮือฮือ" น้ำขิงตั้งท่าจะวิ่งตามพี่ชายลงไปแต่ก็โดนผู้เป็นมารดากอดรั้งเอาไว้ก่อน "อึก...ฮือๆ...พี่ชายอย่าไปนะ...คุณแม่ปล่อยหนูนะหนูจะไปหาพี่ชาย...ฮึก" น้ำขิงพยายามดีดดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นมารดาพยายามจะไปเหนี่ยวรั้งพี่ชายเอาไว้
"พี่ชายไปทำงานเดี๋ยวปิดเทอมพี่ชายก็มารับลูกไปอยู่ด้วยแล้ว...ไม่ร้องนะคนดีของแม่" พริบพราวกอดปลอบประโลมลูกสาวที่ร้องไห้จนตัวสั่นเทิ้ม
08 : 00 น.
ไลน์!
เสียงข้อความไลน์ดังขึ้นทำให้น้ำขิงที่นอนร้องไห้เหม่อลอยอยู่บนเตียงนอนของตัวเองสะดุ้งตื่นจากภวังค์
Line
พี่ชาย : ฉันถึงสนามบินแล้วนะกำลังจะขึ้นเครื่อง
[ปิดท้ายด้วยสติ๊กเกอร์หมีถือหัวใจ]
